หน้าแรก | ที่พัก โรงแรม | สถานที่ท่องเที่ยว | จองที่พัก โกลเด้นบีช ชะอำ | ติดต่อ จัดสัมมนา
 โรงแรม ภาคกลาง
ที่พัก สมุทรสงคราม อัมพวา
ที่พักชะอำ-โรงแรมชะอำ
ที่พักหัวหิน -โรงแรมหัวหิน
ที่พักปราณบุรี บ้านกรูด กุยบุรี
ที่พักเขาใหญ่-มวกเหล็ก-ปากช่อง
ที่พักกาญจนบุรี-แพกาญจนบุรี
ที่พักนครนายก-ที่พักเขาใหญ่(ปราจีน)
ที่พักสวนผึ้ง-ที่พักราชบุรี
ที่พักสุโขทัย
ที่พักกรุงเทพ
ล่องเรือ-ทานอาหารค่ำ-สยามนิรมิต
แพ็คเกจทัวร์ เกาะทะลุ
 โรงแรม ภาคตะวันออก
ที่พักเกาะช้าง-ที่พักเกาะกูด
ที่พักพัทยา-โรงแรมพัทยา
ที่พักระยอง-โรงแรมระยอง
ที่พักเกาะเสม็ด-ที่พักเสม็ด
แพ็คเกจเกาะช้าง-แพ็คเกจเกาะกูด
 โรงแรม ภาคเหนือ
ที่พักเชียงใหม่-โรงแรมเชียงใหม่
ที่พักปาย-ที่พักแม่ฮ่องสอน
ที่พักเชียงราย-โรงแรมเชียงราย
ที่พักเขาค้อ-ที่พักเพชรบูรณ์
 โรงแรม ภาคใต้
ที่พักเกาะสมุย-ที่พักเกาะพงัน
ที่พักภูเก็ต
โรงแรมกระบี่ เกาะลันตา เกาะพีพี
แพ็คเกจทัวร์ เกาะภูเก็ต เกาะสมุย


www.รับจัดสัมมนา.com
 ทัวร์ต่างประเทศ
ทัวร์กัมพูชา (เขมร) 2558
ทัวร์จีน 2558
ทัวร์ญี่ปุ่น 2558
ทัวร์บาหลี 2558
ทัวร์พม่า 2558
ทัวร์มาเลเซีย ทัวร์สิงคโปร์ 2558
ทัวร์ยุโรป 2558
ทัวร์ลาว หลวงพระบาง 2558
ทัวร์ออสเตรเลีย ซิดนีย์ 2558
ทัวร์ฮ่องกง มาเก๊า 2558
ทัวร์เกาหลี 2558
ทัวร์เวียดนาม 2558

  ปฏิทินท่องเที่ยว
งานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์
03/11/2014 - 11/11/2014
งานนมัสการวัดพระธาตุดอยกองมู
02/11/2014 - 06/11/2014
ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ
02/11/2014 - 06/11/2014
งานนมัสการหลวงพ่อโสธร
01/11/2014 - 30/11/2014
งานชมวัง ฟังดนตรี
01/11/2014 - 30/11/2014
งานมวกเหล็ก คาวบอยเฟส
01/11/2014 - 30/11/2014
เทศกาลดอกบัวตองบานบนดอยแม่อูคอ อำเภอขุนยวม
01/11/2014 - 13/12/2014
งานวัฒนธรรมชาวดอย ดอกบัวตองบานที่บ้านหัวแม่คำ จังหวัดเชียงรายครั้งที่ 27
01/11/2014 - 30/11/2014
งานลอยกระทงสายไหลประทีป 1000 ดวง ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จ
01/11/2014 - 07/11/2014
งานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2557
01/11/2014 - 07/11/2014
งานมหกรรมดนตรี วิถีไทย วิถีแห่งความสุข
31/10/2014 - 01/11/2014
งานมหากุศล อิ่มบุญ อิ่มใจ เทศกาลกินเจ เมืองพัทยา
24/10/2014 - 01/11/2014
ประเพณีถือศีลกินผัก
23/09/2014 - 02/10/2014
งานสารทไทย กล้วยไข่ เมืองกำแพง
01/09/2014 - 31/10/2014

ข่าวสาร ท่องเที่ยว แผนที่
ความรู้เรื่อง GPS
ตลาดน้ำ
ท่องเที่ยว ภาคกลาง
ท่องเที่ยว ภาคตะวันออก
ท่องเที่ยว ภาคเหนือ
ท่องเที่ยว ภาคใต้
พระเครื่อง พระเกจิอาจารย์
ร้านอาหาร
วัด
สถานการณ์น้ำท่วม
สถานที่ท่องเที่ยวหัวหิน
สวนสาธารณะ
เที่ยวเชียงคาน


  • หมู่บ้านละว้า (ลั๊วะ) แม่ละอูบ ตำบลห้วยห้อม เป็นหมู่บ้านเขตติดต่อระหว่างอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่ลาน้อย แล........

  • บ่อน้ำร้อน ธารน้ำเย็น จากตัวจังหวัดไปทางใต้ ตามทางหลวงหมายเลข ๔ ประมาณ ๒๕ กิโลเมตร เมื่อถึงกิโลเมตรที่ ๔๗ (บ้านท่านางพร........

  • หุบกะพง อยู่ก่อนถึงชะอำประมาณ ๔ กิโลเมตร ตามเส้นทาง ๓๒๐๓ ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๒๐๑-๒๐๒ จะมีทางแยกขวามือเป็นทางลาดยาง เข้........

  • ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่บนถนนท่าหลวง บริเวณหน้าค่ายตากสิน เป็นอาคารรูปทรงเก้าเหลี่ยม หลังคาเป็นรูปพระมาลาหร........

  • จังหวัดยโสธรจากพงศาวดารเมืองยโสธรได้บันทึกไว้ว่า เมื่อราวๆ ปี พ.ศ. ๒๓๔๐ พระเจ้าวรวงศา (พระวอ) เสนาบดีเก่าเมืองเวียงจัน........

  • รับจัดสัมมนา ชะอำ ราคาถูกกว่า จัดให้ตามงบประมาณลูกค้า ห้องพักชะอำสวย ปรับปรุงใหม่ ริมหาดชะอำ ห้องพัก 200 กว่าห้อง ห้องสัมมนา ขนาดใหญ่ ขนาด 600 ท่าน

    เส้นทางเชียงใหม่ – ฮอด ทางหลวง ๑๐๘ : ออบขาน ห้วยหญ้าไซ บ้าน ๑๐๐ อัน ๑,๐๐๐ อย่าง เวียงท่ากาน วัดพระธาตุดอยน้อย

    โรงพยาบาลบรรเทาทุกข์โบราณภาคเหนือ มูลนิธิหมอชีวกโกมารภัจจ์  ให้บริการตรวจรักษาโรคทุกชนิดตามหลักวิชาการแพทย์แผนโบราณ ใช้ยาสมุนไพร ยาแผนโบราณ การอบไอยาสมุนไพร และนวดไทยบำบัด นอกจากนั้นยังมีการอบรมสอนการแพทย์แผนโบราณสาขาเภสัชกรรม สาขาเวชกรรม และการนวดไทยพื้นฐานให้ผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เปิดทำการทุกวัน ยกเว้นวันพระ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. โรงพยาบาลบรรเทาทุกข์ฯ ตั้งอยู่เลขที่  ๗๘/๑ ถ.วัวลาย ต.หายยา อ.เมือง โทร. ๐ ๕๓๒๗ ๕๐๘๕
    อุทยานแห่งชาติออบขาน มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๔๘๔ ตารางกิโลเมตร  หรือ ๓๐๒,๕๐๐ ไร่ครอบคลุมพื้นที่อำเภอต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ สะเมิง หางดง แม่วาง และสันป่าตอง ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินปูนและหินอัคนี ประกอบด้วยป่าประเภทต่างๆ ได้แก่ ดิบเขา สนเขา ดิบแล้ง เบญจพรรณ และ เต็งรัง เป็นต้นกำเนิดน้ำแม่วาง น้ำแม่วิน และน้ำแม่ขาน และที่นี่เป็นแหล่งที่พบเอื้องมณีไตรรงค์แห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งจะบานในช่วงเดือนมกราคม

    สิ่งที่น่าสนใจในอุทยานฯ ได้แก่
  • ออบขาน มีลักษณะคล้ายออบหลวง เป็นช่องหน้าผาชันแต่มีขนาดเล็กกว่าสูงประมาณ ๓๐ เมตรซึ่งมีแม่น้ำแม่ขานไหลผ่านกลาง และมีลักษณะเว้าแหว่งเป็นรูปทรงต่างๆซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำ
    การเดินทาง จากเมืองเชียงใหม่ ใช้ถนนเลียบคลองชลประทาน (ทางหลวงหมายเลข ๑๒๑) เป็นทางลาดยาง ไปทางอำเภอหางดงประมาณ ๑๕ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาตามถนน รพช. สายน้ำแพร่-ออบขานไปอีก ๑๐ กิโลเมตร(เป็นทางลาดยาง สลับทางลูกรังมีความชันและโค้ง)  ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติออบขาน จากนั้นเดินต่อไปอีกประมาณ ๔๕๐ เมตร จะถึงออบขาน

  • ห้วยหญ้าไซ มีระดับน้ำค่อนข้างตื้น เหมาะสำหรับลงเล่นน้ำ บริเวณริมฝั่งมีหญ้าไซขึ้นปกคลุมเขียวขจีและออกดอกสวยงาม ถัดจากห้วยหญ้าไซไปเพียง ๕๐๐ เมตร มีผาเตี้ยๆ เรียกว่า ผาตูบ ลักษณะเป็นชะง่อนหินใหญ่ที่ถูกสายน้ำกัดเซาะจนมีรูปร่างแปลกตาน่าชม ห้วยหญ้าไซอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ ๑ กิโลเมตร

    สถานที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น ห้วยโป่งที่อยู่ห่างจากที่ทำการไปประมาณ ๒ กิโลเมตร สามารถลงเล่นน้ำได้ ผาลาย น้ำตกขุนป๋วย น้ำตกแม่เตียน ถ้ำดอยโตน น้ำพุร้อนแม่โต๋ น้ำตกมรกต น้ำตกแม่มูด น้ำตกขุนวิน น้ำตกแม่วาง และ ถ้ำตั๊กแตน และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่จัดไว้เหมาะสำหรับพาเด็กนักเรียนมาเข้าค่ายธรรมชาติ

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก มีจุดพักแรม และ บ้านพักบริการแต่ต้องติดล่วงหน้าที่ อุทยานแห่งชาติออบขาน ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ๕๐๒๓๐ หรือ ศูนย์ประสานงานอุทยานแห่งขาติกลุ่มนครพิงค์ สำนักงานป่าไม้เขตเชียงใหม่ โทร. ๐ ๕๓๘๑ ๘๓๔๘ มีร้านค้าสวัสดิการให้บริการระหว่างเวลา  ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น.  

    บ้าน ๑๐๐ อัน ๑,๐๐๐ อย่าง (บ้านร้อยอันพันอย่าง) เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่รวบรวมงานแกะสลักไม้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้สัก งานแต่ละชิ้นได้รับการแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง เช่นไม้ขี้เหล็กสลักภาพครูบาศรีวิชัยไม้ขี้เหล็กเนื้อแข็งมากและแกะยากจนอาจทำให้เครื่องมือเสียได้ ผู้แกะใช้ไม้เนื้อนี้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่ครูบาศรีวิชัยได้ต่อสู้ฝ่าฟันมา  นอกจากนี้ยังมีไม้แกะพญางิ้วดำซึ่งเป็นไม้หายาก ค่าเข้าชม ๑๐๐ บาท นักศึกษามาเป็นคณะ คนละ ๕๐ บาท นักเรียนมาเป็นคณะคนละ ๑๐ บาท ชาวต่างชาติ ๒๐๐ บาท รายละเอียดติดต่อ โทร. ๐ ๕๓๓๕ ๕๘๑๙, ๐ ๕๓๘๒ ๒๖๔๙  

    การเดินทาง อยู่ในพื้นที่อำเภอหางดง ริมทางหลวงสาย ๑๐๘ เชียงใหม่-สันป่าตอง-จอมทอง ระหว่างหลักกม.ที่ ๑๙-๒๐ หากมาจากเชียงใหม่จะอยู่ฟากซ้ายมือ และจากประตูเชียงใหม่มีรถโดยสารสีเหลืองผ่านหลายสาย ได้แก่  สายทุ่งเสี้ยว,  หนองตอง, จอมทอง, บ้านกาด, มะขามหลวง เป็นต้น ค่าโดยสารไม่เกิน ๑๕ บาท บริการระหว่างเวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น.

    เวียงท่ากาน  เป็นเวียงเก่าแก่เวียงหนึ่งในสมัยหริภุญชัย สันนิษฐานว่าสร้างประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๓   สมัยพระเจ้าอาทิตยราชกษัตริย์ผู้ครองแคว้นหริภุญชัยสืบต่อมาจนถึงสมัยพญามังรายช่วงก่อนสร้างเมืองเชียงใหม่  โบราณสถานที่สำคัญอยู่บริเวณกลางเมืองในเขตโรงเรียน คือ วัดท่ากาน และวัดต้นกอก โบราณวัตถุที่พบ ได้แก่ พระพุทธรูปหินทราย พระพุทธรูปดินเผา พระพิมพ์จำนวนมาก ไหเคลือบสีน้ำตาลบรรจุกระดูก เครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หยวน (พ.ศ.๑๘๒๓-๑๙๑๑) และพระบุทองคำ

    ปัจจุบัน เวียงท่ากานอยู่ในเขตท้องที่บ้านท่ากาน ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง ห่างจากเมืองเชียงใหม่ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๘  ประมาณ ๓๔ กิโลเมตร  ผ่านอำเภอสันป่าตองแล้วเลี้ยวซ้ายที่บ้านทุ่งเสี้ยว เข้าไปอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร หรือโดยสารรถประจำทางสายโรงวัว-ท่าวังพร้าว คิวรถอยู่ข้างประตูเชียงใหม่ บริการระหว่างเวลา ๐๕.๐๐-๐๘.๐๐ น. ค่าโดยสาร ๒๐ บาท

    วัดพระธาตุดอยน้อย  ตั้งอยู่ที่ตำบลดอยหล่อ อำเภอจอมทอง ตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ ระหว่างกิโลเมตรที่ ๔๓-๔๔ หากมาจากเชียงใหม่จะอยู่ฝั่งซ้ายมือ ตามประวัติว่าสร้างโดยพระนางจามเทวี เมื่อปี พ.ศ. ๑๒๐๑ โบราณสถานและโบราณวัตถุที่พบ ได้แก่ พระบรมธาตุ โข่งพระ (กรุพระ) โบสถ์ วิหาร และพระพุทธรูปหินอ่อนแกะสลัก ทั้งองค์เล็กองค์ใหญ่มากมาย บริเวณวัดตั้งอยู่บนภูเขาติดลำน้ำปิง มองเห็นทิวทัศน์โดยรอบทุกทิศ มีบันไดนาคขึ้นไป ๒๔๑ ขั้น
  • เชียงใหม่ จอมทอง ดอยอินทนนท์ แม่แจ่ม ทางหลวง ๑๐๐๙ : ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ หมู่บ้านม้งแม่ขุนวาก น้ำตกสิริรัตน์ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร น้ำตกแม่เตี๊ยะ ดอยอินทนนท์ น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง

    ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) เป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยเกษคตรหลวงเชียงใหม่ซึ่งอยู่ในวงล้อมของแนวเทือกเขาอินทนนท์ แม้ขุนวางจะอยู่ห่างจากถนนสายหลักลึกเข้ามาถึง ๑๖ กม. อันทำให้การเดินทางมาที่นี่ จำเป็นต้องใช้พาหนะส่วนตัว หรือมิเช่นนั้นนักท่องเที่ยวก็จะต้องเหมารถจากปากทางของดอยอินทนนท์เพื่อเข้ามายังที่นี่แต่มิใช่อุปสรรคสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะมาพักผ่อนศึกษาธรรมชาติ หรือท่องเที่ยวทางการเกษตร ณ ที่แห่งนี้ เพราะขุนวางพร้อมจะต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนด้วยพันธุ์ไม้เมืองหนาวนานาชนิดที่พร้อมใจกันออกดอกบานสะพรั่งยามหน้าหนาว ออกผลเต็มต้นให้เด็ดชิมได้ในช่วงฤดูร้อน แถมยังมีนกของเทือกเขาดอยอินทนนท์นานาชนิดให้ศึกษา รวมทั้งมีทิวทัศน์ที่เขียวชอุ่มแวดล้อมด้วยไม่ใหญ่เปลี่ยนสีสันตามฤดูกาลโอบล้อมอยู่โดยรอบ
    การเดินทาง ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงดอยขุนวาง ตั้งอยู่หมู่ที่ ๑๐ ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่

    - โดยรถยนต์ส่วนตัวนักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้เส้นทางได้ ๒ เส้นทาง

  • เส้นทางแรก จากจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านอำเภอสันป่าตอง เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๐๑๓ ไปอำเภอแม่วาง ผ่านอำเภอแม่วางไป จะมีทางแยกซ้ายมือให้เลี้ยวซ้าย จากนั้นเส้นทางจะลัดเลาะขึ้นภูเขาไปอีกประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ช่วงสุดท้ายของเส้นทางนี้จะเป็นถนนดินแดงประมาณ ๕ กิโลเมตร หน้าฝนจำเป็นต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ เส้นทางนี้รวมระยะทาง ๘๖ กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที

  • เส้นทางที่สอง จากจังหวัดเชียงใหม่ไปอำเภอจอมทองก่อนเข้าตัวอำเภอจอมทอง เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางหมายเลข ๑๐๐๙ ขึ้นดอยอินทนนท์ จนถึงกิโลเมตรที่ ๓๑ เลี้ยวขวา เป็นถนนลาดยางไปประมาณ ๑๗ กิโลเมตร ก็จะถึงที่ตั้งศูนย์วิจัยเกษตรหลวงดอยขุนวาง รวมระยะทาง ๑๑๕ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๒ ชั่วโมง

    - โดยรถโดยสารประจำทาง จากประตูเชียงใหม่ มาถึงจอมทอง จากนั้นต้องต่อรถสองแถวจากจอมทอง-แม่แจ่ม ลงตรงทางแยกขึ้นดอยอินทนนท์ที่กิโลเมตร ๓๑ จากจุดนี้ต้องเหมารถสองแถวให้ขึ้นไปส่งที่ขุนวาง หรือเหมารถตั้งแต่ที่อำเภอจอมทอง

    จุดท่องเที่ยวภายในศูนย์  ภายในพื้นที่ ๔๕๐ ไร่ของศูนย์วิจัยเกษตรหลวง (ขุนวาง) หลากลายด้วยแปลงไม้ผลเมืองหนาวต่างๆ หากไปถึงในช่วงฤดูกาลผลไม้เมืองหนาวผลิดอกออกผล ไม่ว่าจะเป็นสาลี่ พลัม ท้อ แนคตารีน หรือสตรอเบอรี่ นักท่องเที่ยวก็สามารถเด็ดชิมได้จากต้นเลยทีเดียว หรือหากไปเยี่ยมชมในช่วงฤดูหนาว ก็จะได้สัมผัสบรรยากาศอีกรูปแบบหนึ่งโดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่กลางเดือนมกราคม-เดือนกุมภาพันธ์ ที่ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระดอยจะออกดอกสีชมพูทั้งต้น ขับให้ดอยขุนวางกลายเป็นสีชมพูไปทั้งดอย

    นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินชมศึกษาแปลงทดลองการเกษตรภายในศูนย์ได้ โดยมีเจ้าหน้าที่นำชมตามเส้นทางที่กำหนด พาหนะที่ใช้ในการเดินทางภายในศูนย์ ควรเป็นรถปิกอัพ หรือ รถขับเคลื่อนสี่ล้อ และจักรยาน โดยจุดที่น่าสนใจต่างๆ ได้แก่ แปลงไม้ผลเมืองหนาว  แปลงกาแฟ  โรงกะเทาะเปลือกกาแฟ  และแปลงทดสอบพันธุ์มะคาเดมีย ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในออสเตรเลีย นักท่องเที่ยวสามารถทอลองเก็บผล และชิมเนื้อสดๆซึ่งมีรสชาติหอมหวานมัน หรือจะชิมแบบอบคั่วเกลือทางศูนย์ก็มีให้ชิม  และยังมีการทดลองสกัดน้ำมันจากผลไปทำเครื่องสำอางด้วย  

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก  ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงขุนวางเปิดทำการทุกวัน ระหว่างเวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น.  มีบ้านพักรับรองนักท่องเที่ยวได้ประมาณ ๔ หลัง แต่ละหลังพักได้ตั้งแต่ ๔-๘ คน มีที่กางเต็นท์ ๒ จุด คือ บริเวณลานหญ้าหน้าอาคารสำนักงาน และบริเวณหุบรับเสด็จ ทั้งสองจุดรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ ๑๐๐ คน มีอาหารบริการในราคากันเอง แถมกาแฟอาราบิกาให้ชิมฟรีตลอดทั้งวัน ทั้งนี้ควรติดต่อไปล่วงหน้า โทร.  ๐ ๕๓๔๓ ๒๒๗๕-๖

    สถานีทดลองเกษตรที่สูงแม่จอนหลวง พืชพันธุ์ที่นำมาวิจัยที่นี่ต่างมีฤดูกาลติดดอก และพักตัวผลัดเปลี่ยนกันตลอดทั้งปี ไม่ว่าวันหยุดพักผ่อนจะเป็นช่วงเดือนไหน เมื่อมาที่นี่เป็นไม่เสียเที่ยว เพราะถึงจะพลาดชมความงามของดอกซากุระ นักท่องเที่ยวก็จะได้ชิมสตรอเบอรี่ปลอดสารพิษสดจากไร่แทน หรือ ถ้ามาไม่ทันช่วงท้อติดผล ก็จะได้เห็นความงามของดอกสาลี่สีขาว และไม้ดอกเมืองหนาวนานาพันธุ์พร้อมกับนั่งจิบชาทอดอารมณ์ ชมวิวบนยอดดอย ยิ่งบนดอยสูงอย่างที่แม่จอนหลวงนี้มีการปรับแต่งพื้นที่แบบขั้นบันได ช่วยขยายมุมมองทัศนียภาพโดยรอบได้กว้างยิ่งขึ้น

    สำหรับผู้ที่นิยมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร หากได้มาเยือนที่นี่คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะซึมซับความรู้ในงานวิชาการและความงามทางธรรมชาติกลับบ้านไปพร้อมกัน

    การเดินทาง  สถานีเกษตรแม่จอนหลวงตั้งอยู่ในเขตบ้านม้งขุนแม่วาง หมู่ที่ ๖ ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม การเดินทางไปสถานีเกษตรที่สูงแม่จอนหลวงนั้นไม่มีรถประจำทางผ่านในเส้นนี้ นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องใช้พาหนะส่วนตัวซึ่งควรเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือไม่ก็เหมารถสองแถวจากปากทางขึ้นดอยอินทนนท์

    โดยรถยนต์ส่วนตัวสามารถเดินทางได้ ๒ เส้นทาง

    - เส้นทางแรก ออกจากตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ไปบนเส้นทางสายเชียงใหม่-ฮอด ผ่านอำเภอจอมทองเลี้ยวขวาขึ้นดอยอินทนนท์ เมื่อถึง กม.ที่ ๓๑ เลี้ยวขวาผ่านศูนย์พัฒนาโครงการหลวงดอยอินทนนท์ ผ่านทางลาดยางประมาณ ๑๖ กิโลเมตร จะถึงศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ให้เลี้ยวซ้ายผ่านศูนย์ขุนวางไปอีกประมาณ ๖ กิโลเมตร ผ่านทางดินลูกรังจึงถึงสถานีเกษตรที่สูงแม่จอนหลวงรวมระยะทางประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ ๒ - ๓ ชั่วโมง

    - เส้นทางที่ ๒ จากจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านอำเภอสันป่าตอง แยกขวาที่สันป่าตองเข้าสู่เส้นทางหมายเลข ๑๐๑๓ ไปอำเภอแม่วาง เมื่อผ่านอำเภอแม่วางไปจะมีทางแยกซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้าย จากนั้นเส้นทางจะลัดเลาะขึ้นภูเขา ผ่านบ้านหนองเต่า บ้านป่ากล้วย ป้านโป่งลมแรง แล้วเลี้ยวขวาไปอีก ๙ กิโลเมตรจึงถึงสถานีทดลองเกษตรที่สูงแม่จอนหลวง (เส้นทางระหว่างบ้านหนองเต่าจนถึงสถานียังเป็นทางดินลูกรังราว ๑๕ กิโลเมตร) ระยะทางรวม  ๙๒ กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ ๒ ถึง ๒ ชั่วโมงครึ่ง

    จุดท่องเที่ยวภายในสถานีฯ การเที่ยวชมงานภายในสถานีบริเวณใกล้ๆที่พักซึ่งเป็นพื้นที่ลาดชันที่ถูกปรับแต่งให้เป็นทางเดินนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าเที่ยวชมได้ ส่วนจุดที่ไกลออกไปจำเป็นต้องใช้รถในการเดินทางไปเที่ยวชม แปลงทดลองต่างๆ ได้แก่ แปลงสาลี่ แปลงไม้ดอกเมืองหนาว แปลงสตรอเบอรี่และผักปลอดสารพิษ แปลงชาพันธุ์ต่างๆซึ่งนักท่องเที่ยวอาจจะได้ชมกระบวนการแปรรูปชา ทั้งชาจีนและชาเขียวที่โรงแปรรูปชา สามารถซักถามรายละเอียดจากนักวิชาการที่ดูแลงานด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้ลิ้มรสชาเขียวเท่านั้น อาจโชคดีได้ลองชิมยำใบชาสูตรพิเศษที่จะหาชิมได้ที่นี่แห่งเดียว นอกจากนี้ยังมีแปลงทดสอบพันธุ์มะคาเดเมียนัท แปลงทดสอบพันธุ์เสาวรส  แปลงเกาลัดจีน เป็นต้น

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก  มีบ้านพักรับรองนักท่องเที่ยว แบ่งเป็นเรือนพักชายและหญิง ๒ หลัง มีสถานที่สำหรับประกอบอาหาร และมีเรือนรับรองหลังใหญ่ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ราว ๔๐-๕๐ คน มีจุดชมวิวที่สามารถกางเต็นท์ได้สองจุด รับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ ๑๐๐ คน ส่วนอาหารนักท่องเที่ยวสามารถเตรียมขึ้นมาประกอบเอง หรือแจ้งล่วงหน้าให้กับเจ้าหน้าที่ของทางสถานีเพื่อให้จัดเตรียมให้

    สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
    - หมู่บ้านม้งแม่ขุนวาก  จากสถานีทดลองเกษตรแม่จอนหลวง มีเส้นทาแยกไปทางเหนือเล็กน้อย เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านแม่ขุนวาก ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวสถานีโดยทางรถไปไม่ถึง ๒๐ นาที นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวม้ง และชมงานปักผ้าของหญิงชาวม้งในหมู่บ้านได้
    - น้ำตกสิริรัตน์ ออกจากเขตสถานีฯ ไปทางทิศตะวันตก จะพบทางแยกไปน้ำตกสิริรัตน์ รถเข้าไม่ถึง ต้องเดินเท้าไปประมาณ ๑๐ นาที เส้นทางไปเที่ยวน้ำตกเป็น เส้นทางปรับแต่งแล้ว สะดวกต่อการเดินเท้า แต่ควรสวมรองเท้าที่เหมาะสมต่อการเดินขึ้นเขาน้ำตกสิริรัตน์ไหลแรงมีน้ำตลอดปีเหมาะแก่การนั่งรับประทานอาหาร แต่อย่าลืมเก็บขยะออกมาทิ้งด้านนอกด้วยทุกครั้ง

    วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร  จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าไปตามถนนสายเชียงใหม่-ฮอด ๕๘ กิโลเมตร เป็นวัดสำคัญคู่เมืองจอมทองและเป็นที่เคารพสักการะของชาวเหนือโดยทั่วไป ประเพณีเด่นของวัดคือ “การแห่ไม้ค้ำโพธิ์” ซึ่งเป็นประเพณีของชาวล้านนาที่ถือว่าการเอาไม้มาค้ำโพธิ์เป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา

    น้ำตกแม่เตี๊ยะ  ตั้งอยู่ที่ตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติออบหลวง น้ำตกแม่เตี๊ยะตั้งอยู่บริเวณกลางป่าลึก ตัวน้ำตกสูงประมาณ ๘๐ เมตร กว้างประมาณ ๑๕ เมตร  น้ำตกมีทั้งหมด ๔ ชั้น มีระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร มีน้ำตลอดปี ชาวสบเตี๊ยะนำน้ำจากที่นี่ไปใช้ในการเกษตร เหมาะสำหรับเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ

    การเดินทาง  จากเชียงใหม่โดยรถยนต์ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๘ ถึงอำเภอจอมทอง เลี้ยวขวาข้างที่ว่าการอำเภอ หรือเลี้ยวขวาข้างวัดสบเตี๊ยะ มีระยะทางโดยรวม ๑๕ กิโลเมตร หรือโดยสารรถประจำทาง เชียงใหม่-จอมทอง จากนั้นต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

    อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์  แต่เดิมดอยอินทนนท์มีชื่อว่า “ดอยหลวง” หรือ “ดอยอ่างกา” ดอยหลวง หมายถึงภูเขาที่มีขนาดใหญ่ ส่วนที่เรียกว่าดอยอ่างกานั้น มีเรื่องเล่าว่า ห่างจากดอยอินทนนท์ไปทางทิศตะวันตก ๓๐๐ เมตร มีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งลักษณะเหมือนอ่างน้ำ แต่ก่อนนี้มีฝูงกาไปเล่นน้ำกันมากมาย จึงเรียกว่า อ่างกา ต่อมาจึงรวมเรียกว่า ดอยอ่างกา  

    ดอยอินทนนท์นี้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยซึ่งพาดผ่านจากประเทศเนปาล ภูฐาน พม่า และมาสิ้นสุดที่นี่ สิ่งที่น่าสนใจของดอยนี้ไม่เพียงแต่เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศเท่านั้น แต่สภาพภูมิประเทศและสภาพป่าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป่าดงดิบ ป่าสน ป่าเบญจพรรณ และอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีหมอกปกคลุมเกือบทั้งวันและบางครั้งน้ำค้างยังกลายเป็นน้ำค้างแข็ง สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้มีผู้มาเยือนที่นี่อย่างไม่ขาดสาย

    การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองขึ้นไปจนถึงยอดดอยอินทนนท์ประมาณ  ๑๐๖ กิโลเมตร ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ เชียงใหม่-จอมทอง ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๕๗ ก่อนถึงอำเภอจอมทอง ๑ กิโลเมตร แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙ สายจอมทอง-อินทนนท์ ระยะทาง ๔๘ กิโลเมตรถึงยอดดอยอินทนนท์ เป็นถนนลาดยางอย่างดีแต่ทางค่อนข้างสูงชัน รถที่นำขึ้นไปจะต้องมีสภาพดี ผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวสามารถนั่งรถสองแถวสายเชียงใหม่-จอมทองบริเวณประตูเชียงใหม่ จากนั้นขึ้นรถสองแถวที่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารหรือที่น้ำตกแม่กลาง ซึ่งจะเป็นรถโดยสารประจำทางไปจนถึงที่ทำการอุทยานฯตรงหลักกิโลเมตรที่ ๓๑ และหมู่บ้านใกล้เคียง แต่หากต้องการจะไปยังจุดต่างๆต้องเหมาไปคันละประมาณ ๘๐๐ บาท

    มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ ๙ ของเส้นทางหมายเลข ๑๐๐๙ มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ และมีนิทรรศการเกี่ยวกับธรรมชาติ สัตว์ป่า และอื่นๆ  

    บริเวณที่ทำการมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม สำรองที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย ๑ อาทิตย์ที่กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. ๐ ๒๕๗๙ ๗๒๒๓, ๐ ๒๕๗๙ ๕๗๓๔  อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โทร. ๐ ๕๓๓๕ ๕๗๒๘, ๐ ๕๓๓๑ ๑๖๐๘ ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติ คนไทย ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท

    สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ
    น้ำตกแม่ยะ  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสวยงามมากแห่งหนึ่ง เพราะน้ำซึ่งไหลลงมาจากหน้าผาที่สูงชัน ๒๘๐ เมตร ลงมากระทบโขดหินเป็นชั้นๆ เหมือนม่าน แล้วลงไปรวมกันที่แอ่งน้ำเบื้องล่าง น้ำใสเย็นเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งบริเวณรอบๆ น้ำตกเป็นป่าเขาอันสงบเงียบ และมีศูนย์ประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยวตั้งอยู่ด้วย บริเวณน้ำตกสะอาดและจัดการพื้นที่ได้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม  การเดินทาง จากทางแยกเข้าทางหลวง  ๑๐๐๙ ไปประมาณ ๑ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าไป ๑๔ กิโลเมตร และต้องเดินเท้าเข้าไปอีก ๒๐๐ เมตร

    น้ำตกแม่กลาง  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ชั้นเดียว สูงประมาณ ๑๐๐ เมตร ต้นน้ำอยู่บนดอยอินทนนท์ มีน้ำไหลตลอดปี มีความสวยงามตามธรรมชาติ การเดินทาง จากทางแยกเข้าทางหลวง ๑๐๐๙ ไปอีก ๘ กิโลเมตร แยกซ้าย ๕๐๐ เมตร เป็นทางลาดยางตลอด

    ถ้ำบริจินดา  ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ ๘-๙ ของทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙ ใกล้กับน้ำตกแม่กลาง จะเห็นทางแยกขวามือมีป้ายบอกทางไปถ้ำบริจินดา ภายในถ้ำลึกหลายกิโลเมตร เพดานถ้ำมีหินงอกหินย้อย หรือชาวเหนือเรียกว่า “นมผา” สวยงามมาก มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในถ้ำด้วย นอกจากนั้น ยังมีธารหิน เมื่อมีแสงสว่างมากระทบจะเกิดประกายระยิบระยับดังกากเพชรงามยิ่งนัก ลักษณะของถ้ำเป็นถ้ำทะลุสามารถมองเห็นภายในได้ถนัด เพราะมีอุโมงค์ซึ่งแสงสว่างลอดเข้ามา บริเวณปากถ้ำจะมีป้ายขนาดใหญ่ตั้งอยู่ อธิบายประวัติการค้นพบถ้ำนี้

    น้ำตกวชิรธาร  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เดิมชื่อ “ตาดฆ้องโยง”  น้ำจะดิ่งจากผาด้านบนตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง  ในช่วงที่มีน้ำมากละอองน้ำจะสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณรู้สึกได้ถึงความเย็นและชุ่มชื้น และสะพานไม้ที่ทอดยาวเข้าไปหาหน้าผานั้นจะเปียกลื่นอยู่ตลอดเวลา แต่หากเดินเข้าไปจนสุดจะได้สัมผัสกับความงามของน้ำตกมากที่สุด

    การเดินทาง  จากเชิงดอยอินทนนท์ขึ้นไปถึงกิโลเมตรที่ ๒๑ จะเห็นป้ายบอกทางแยกขวาเข้าน้ำตก ลงไป ๕๐๐ เมตร ถนนจะถึงที่ตัวน้ำตก  อีกเส้นทางหนึ่งซึ่งเป็นเส้นทางเดิมอยู่เลยจากทางแยกแรกไปประมาณ ๑ กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามป้ายและเดินจากลานจอดรถลงไปอีก ๓๕๑ เมตร หากใช้เส้นทางนี้จะได้สัมผัสกับความงามของธรรมชาติรอบด้านตลอดทางเดิน

    น้ำตกสิริภูมิ  ไหลมาจากหน้าผาสูงชัน เป็นทางยาวสวยงามมาก สามารถมองเห็นได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เป็นสายน้ำตกแฝดไหลลงมาคู่กันแต่เดิมเรียกว่า “เลาลึ” ตามชื่อของหัวหน้าหมู่บ้านม้งซึ่งอยู่ใกล้ๆ น้ำตกสิริภูมิตั้งอยู่ตรงกิโลเมตรที่ ๓๑ ของทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙ มีทางแยกขวามือเข้าไปอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร แต่รถไม่สามารถเข้าไปใกล้ตัวน้ำตกได้ นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าเข้าไปบริเวณด้านล่างของน้ำตก

    โครงการหลวงดอยอินทนนท์  ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านขุนกลาง ตำบลห้วยหลวง อำเภอจอมทอง เดินทางตามเส้นทางสู่ดอยอินทนนท์ ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๓๑ ของทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙ มีทางแยกขวามือเป็นทางลูกรังเข้าสู่โครงการฯ อีกประมาณ ๑ กิโลเมตร โครงการหลวงอินทนนท์ รับผิดชอบส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมให้แก่กะเหรี่ยงและม้งในพื้นที่ ผลิตผลหลักของโครงการ คือ พืชผักและไม้ดอกเมืองหนาวต่างๆ  นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมแปลงปลูกดอกไม้ ห้องทดลองทำการเพาะขยายพันธุ์ และยังสามารถแวะชมแปลงปลูกดอกไม้ของชาวเขาในหมู่บ้านซึ่งอยู่บริเวณปากทางเข้าโครงการฯได้ด้วย

    พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ  ตั้งอยู่บนกิโลเมตรที่ ๔๑.๕ ทางด้านซ้ายมือ สร้างขึ้นโดยกองทัพอากาศร่วมกับพสกนิกรชาวไทย โดยพระมหาธาตุนภเมทนีดล สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ  สร้างถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕ พระมหาธาตุทั้ง ๒ องค์นี้ มีรูปทรงคล้ายคลึงกัน คือ ฐานเป็นรูป ๑๒ เหลี่ยม มีระเบียงแก้วโดยรอบเป็น ๒ ระดับ ยอดปลีขององค์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปบูชา รอบบริเวณสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของดอยอินทนนท์ได้อย่างสวยงาม
    ยอดดอยอินทนนท์  

    จุดสิ้นสุดของทางหลวงสาย  ๑๐๐๙  เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย (๒,๕๙๙ เมตร) มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี เป็นที่ตั้งสถานีเรด้าของกองทัพอากาศไทยและเป็นที่ประดิษฐานสถูปเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์สุดท้ายซึ่งเล็งเห็นความสำคัญของป่าไม้และหวงแหนดอยหลวงเป็นอย่างมากต้องการที่จะอนุรักษ์ไว้จนชั่วลูกชั่วหลาน ท่านผูกพันกับที่นี่มากจึงสั่งว่าหากสิ้นพระชนม์ไปแล้วให้แบ่งเอาอัฐิส่วนหนึ่งมาไว้ที่นี่

    ศูนย์ประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยว อยู่บริเวณใกล้กับยอดดอย แสดงนิทรรศการเรื่องราวของดอยอินทนนท์จากอดีตถึงปัจจุบัน ให้ความรู้ทั้งสภาพทางภูมิศาสตร์  ทางชีววิทยา  ป่าไม้ สิ่งมีชีวิต ซึ่งบางชนิดหาดูได้ที่นี่แห่งเดียวในเมืองไทย ผู้มาเยือนจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมาย

    น้ำตกห้วยทรายเหลือง  เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีน้ำไหลแรงตลอดปี และไหลจากหน้าผาลงมาเป็นชั้นๆ เข้าทางเดียวกับน้ำตกแม่ปาน ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่แจ่มประมาณ ๑๖ กิโลเมตร  แยกจากทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙   ตรงด่านตรวจกิโลเมตรที่ ๓๘    ไปตามเส้นทางสายอินทนนท์-แม่แจ่ม (ทางหลวงหมายเลข ๑๑๙๒) ประมาณ ๖ กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางไปน้ำตก เข้าไปประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นทางดินแดงในช่วงหน้าฝนทางลำบากมากต้องใช้รถขับเคลื่อน ๔ ล้อ

    น้ำตกแม่ปาน เข้าทางเดียวกับน้ำตกห้วยทรายเหลือง แต่อยู่เลยไปอีก ๕๐๐ เมตร  และจากจุดจอดรถต้องเดินต่อไปอีก ๘๐๐ เมตร ใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที จึงจะถึงตัวน้ำตก น้ำตกแม่ปานนับว่าเป็นน้ำตกที่ยาวที่สุดของเชียงใหม่ก็ว่าได้ น้ำจะตกลงมาจากหน้าผาซึ่งสูงกว่า ๑๐๐ เมตร เป็นทางยาว ถ้ามองดูแต่ไกลจะเห็นสายน้ำยาวสีขาวตัดกับสีเขียวของต้นไม้ทำให้ดูเด่น น้ำที่ตกลงมายังเบื้องล่างกระทบโขดหินแตกเป็นฟองกระจายไปทั่วบริเวณทำให้มีความชุ่มชื้น เบื้องล่างมีแอ่งน้ำรองรับอยู่ สามารถพักผ่อนลงอาบเล่นได้
    เส้นทางศึกษาธรรมชาติบนดอยอินทนนท์

    กิ่วแม่ปาน  ทางเข้าอยู่กิโลเมตรที่ ๔๒ ด้านซ้ายมือ ระยะทางเดิน ๓ กิโลเมตร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติโดยแท้จริง ระหว่างทางเดินจะพบป่าดิบเขา (Hill Evergreen) ก่อนผ่านเข้าสู่ทุ่งหญ้าซึ่งเคยเป็นพื้นที่ป่าถูกทำลาย เพื่อเป็นการศึกษาลักษณะการเกิดผลกระทบต่อเนื่องบริเวณรอยต่อระหว่างพื้นที่ป่าสมบูรณ์กับพื้นที่ถูกทำลาย (edge effect) หลังจากนั้นทางเดินจะเลาะริมผามีไอหมอกปลิวผ่านตลอดเวลา จะพบดอกกุหลาบพันปี หรือ Rhododendron (ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ขึ้นตามป่าในระดับสูง มีพันธุ์ดอกสีขาวและสีแดง เวลาออกดอกช่วงแรกมีลักษณะเหมือนปลีกล้วย ก่อนที่จะบานเต็มต้นในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ พบมากในแถบเทือกเขาหิมาลัยและเป็นไม้ประจำชาติของเนปาลด้วย)  มองลงไปยังเบื้องล่างจะพบทัศนียภาพที่งดงามของอำเภอแม่แจ่ม

    การใช้เส้นทางนี้ต้องลงทะเบียนขอรับใบอนุญาตให้ใช้เส้นทางโดยติดต่อที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์อุทยานฯ และควรจัดกลุ่มละไม่เกิน ๑๕ คน ทางอุทยานฯไม่อนุญาตให้นำอาหารเข้าไปรับประทานในเส้นทางในช่วงฤดูฝน และจะปิดเส้นทางเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัวไม่อนุญาติให้เข้าไปท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ถึงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ของทุกปี

    อ่างกาหลวง  เส้นทางนี้สำรวจวางแนวและออกแบบเส้นทางเดินโดย คุณไมเคิล แมคมิลแลน วอลซ์
    นักสัตววิทยาและอาสาสมัครชาวแคนาดาประจำอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์  ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ทำงานทุ่มเทให้กับอินทนนท์ และได้เสียชีวิตที่นี่ด้วยโรคหัวใจ  

    เส้นทางนี้มีระยะทาง ๑,๘๐๐ เมตร พื้นที่นี้เป็นหนองน้ำซับในหุบเขา  จุดเด่นที่น่าสนใจ คือ ป่าดิบเขาระดับสูง  ลักษณะของพรรณไม้เขตอบอุ่นผสมกับเขตร้อนที่พบเฉพาะในระดับสูง การสะสมของอินทรียวัตถุในป่าดิบเขา  ลักษณะอากาศเฉพาะถิ่น  พืชที่อาศัยเกาะติดต้นไม้ ลักษณะของต้นน้ำลำธาร และลักษณะของต้นไม้บนดอยอ่างกา เช่นต้นข้าวตอกฤาษีที่ขึ้นตามพื้นดิน (ข้าวตอกฤาษี เป็นพืชที่ต้องการความอุดมสมบูรณ์สูง จะขึ้นในที่สูงกว่า ๒,๐๐๐  เมตรเท่านั้น และเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ชุ่มชื้น อากาศเย็น) กุหลาบพันปี เป็นต้น
    ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ อีกหลายเส้น เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติ กม. ๓๘ และ เส้นทางศึกษาธรรมชาติกลุ่มน้ำตกแม่ปาน เป็นต้น แต่ละเส้นใช้เวลาในการเดินต่างกันตั้งแต่ ๒๐ นาที – ๗ ชั่วโมง และเหมาะที่จะศึกษาสภาพธรรมชาติที่ต่างกันด้วย ศึกษารายละเอียดเส้นทางได้จากที่ทำการอุทยานฯ และจะต้องติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทางจากที่ทำการฯ บริเวณหลักกิโลเมตร ที่ ๓๑
    เพื่อป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น และเป็นการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) การใช้สถานที่เพื่อการพักค้างแรมหรือจัดกิจกรรมอื่นๆนอกเหนือจากบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ต้องขออนุญาตจากหัวหน้าอุทยานฯเป็นลายลักษณ์อักษร

    กิจกรรมดูนกบนดอยอินทนนท์
    ศูนย์บริการข้อมูลนกอินทนนท์ (ร้านลุงแดง) ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ ๓๑ หน่วยจัดการต้นน้ำแม่กลาง ให้บริการด้านข้อมูลนกในดอยอินทนนท์ เช่น สมุดบันทึกการพบนกในดอยอินทนนท์ ภาพวาดลายเส้นของนักดูนก แผนที่เส้นทางดูนกดอยอินทนนท์ ภาพถ่าย สไลด์เกี่ยวกับนก ฯลฯ ให้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

    ช่วงที่นักดูนกนิยมมาดูนกกันเป็นช่วงฤดูหนาว นอกจากจะได้พบนกประจำถิ่นแล้ว ยังสามารถพบนกอพยพ เช่น นกปากซ่อมดง  นกอุ้มบาตร  นกเด้าลมหลังเทา นกเด้าลมหลังเหลือง  นกเด้าลมดง  นกเด้าลมหัวเหลือง  นกจาบปีกอ่อนเล็ก  นกจาบปีกอ่อนหงอน  นกจาบปีกอ่อนสีแดง  นกเดินดงสีน้ำตาลแดง  ฯลฯ ทางศูนย์ฯจะบริการให้คำแนะนำตลอดจนเป็นสถานที่พบปะสนทนาระหว่างนักดูนก  นักศึกษาธรรมชาติและบุคคลทั่วไป  เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ดีต่อการอนุรักษ์และรักษาสภาพธรรมชาติ  ทำให้ทราบถึงแหล่งที่อยู่อาศัย  แหล่งอาหารของนกและสัตว์ป่าในดอยอินทนนท์  ให้คงอยู่ถึงรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป
  • เส้นทางสายเหนือ เชียงใหม่-ฝาง ทางหลวง ๑๐๗ : พิพิธภัณฑ์ชาวเขา พระตำหนักดาราภิรมย์ บ้านควายไทย ป่าเกี๊ยะ แม่ตะมาน ถ้ำเชียงดาว ดอยเชียงดาว

    พิพิธภัณฑ์ชาวเขา ตั้งอยู่ในบริเวณสวนล้านนา ร.๙ ถนนโชตนาริมถนนสายเชียงใหม่ - แม่ริม อยู่ในความดูแลของสถาบันวิจัยชาวเขา กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม  เป็นพิพิธภัณฑ์เฉพาะทางด้านชาติพันธุ์วิทยา จัดเก็บรวบรวมวัตถุพยานหลักฐานวัฒนธรรมของชนเผ่าบนที่สูง หรือ “ชาวเขา” ประกอบด้วยกลุ่มชนจำนวน ๙ กลุ่ม คือ กะเหรี่ยง แม้ว เย้า ลีซอ อีก้อ มูเซอ ลัวะ ถิ่น ขมุ และกลุ่มชนเล็กที่สุดอีกกลุ่มหนึ่งคือ มลาบรี หรือผีตองเหลือง มีลักษณะวัฒนธรรมของตนเองที่แตกต่างกันไป จัดเป็นแหล่งความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมชาวเขาที่เป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าสำหรับผู้สนใจทั่วไป เปิดทุกวัน เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๕๓๒๑ ๐๘๗๒, ๐ ๕๓๒๒ ๑๙๓๓
    พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์  ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายดารารัศมี อ.แม่ริม รูปแบบตัวอาคารได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมตะวันตก ซึ่งเดิมพระตำหนักดาราภิรมย์เป็นที่ประทับของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี เจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕  พระราชชายาเจ้าดารารัศมีเป็นพระธิดาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์  พระเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ ๗ ซึ่งปกครองระหว่าง พ.ศ. ๒๔๑๓-๒๔๔๐ เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้ายที่มีอำนาจปกครองบ้านเมืองตามแบบเดิมก่อนเมืองเชียงใหม่จะถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของไทย

    ภายในพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้อันเกี่ยวเนื่องกับพระราชชายาฯ โดยให้มีสภาพใกล้เคียงกับอดีตมากที่สุด อาทิเช่น ห้องพักผ่อนพระอิริยาบถ จัดแสดงจานชาม เครื่องเสวย ของใช้ส่วนพระองค์ และเครื่องดนตรี เป็นต้น เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก/นักศึกษาในเครื่องแบบ ๑๐ บาท พระสงฆ์และนักเรียนในเครื่องแบบเข้าชมฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๕๓๒๙ ๙๑๗๕

    การเดินทาง ห่างไปจากเมืองเชียงใหม่ตามเส้นทาง ๑๐๗ ติดกับที่ว่าการอำเภอแม่ริมจะมีทางแยกซ้ายเข้าไปยังค่ายดารารัศมี

    บ้านควายไทย  ตั้งอยู่ที่ ๓๐๐/๒ ถนนเชียงใหม่-ฝาง ต.ริมเหนือ อ.แม่ริม ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชมกิจกรรมต่างๆ การใช้ประโยชน์ในงาน การฝึกฝนให้รู้จักการเชื่อฟัง เช่นการไถดะ การไถพรวนไปจนถึงงานนวดข้าว ฯลฯ นักท่องเที่ยว ยังสามารถชมพิพิธภัณฑ์บ้านชาวนา ที่แสดงถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตของชาวนาไทย เครื่องมือการเกษตรประเภทต่างๆ มีการแสดงเป็นรอบ เช้า-บ่าย รายละเอียดสอบถาม โทร. ๐ ๕๓๓๐ ๑๖๒๘, ๐ ๕๓๘๔ ๔๘๑๘, ๐ ๕๓๘๔ ๔๙๑๔ หรือ E-mail : srirai@hotmail.com

    เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติศรีลานนา เป็นเขื่อนที่กรมชลประทานสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ เสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ตั้งอยู่ที่หลักกม.ที่ ๔๑ บนถนนสายเชียงใหม่-ฝาง (ทางหลวงหมายเลข ๑๐๗) เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ ๑๑ กิโลเมตร อยู่ในเขตอำเภอแม่แตง มีที่พักและร้านอาหารบนเรือนแพไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว (รายละเอียดดูในส่วนข้อมูลที่พัก)

    ป่าเกี๊ยะหรือแม่ตะมาน  (เกี๊ยะ เป็นคำเมืองแปลว่า ต้นสน) ตั้งอยู่ในเขตท้องที่อำเภอเชียงดาว ขึ้นอยู่กับส่วนอนุรักษ์ต้นน้ำ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากหน่วยงานมองเห็นยอดดอยเชียงดาวและทะเลหมอกยามเช้า มีแปลงดอกไม้ และแปลงทดลองปลูกกาแฟ  มีที่พักบริการแก่นักท่องเที่ยวแต่ควรเตรียมอาหารไปเอง ควรติดต่อขอใช้ที่พักล่วงหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ต้นน้ำ โทร. ๐ ๒๕๗๙ ๗๕๘๗

    การเดินทาง ใช้เส้นทางเชียงใหม่-ฝาง ประมาณ ๖๗ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าหน่วยงานฯ อีกประมาณ ๒๑ กิโลเมตรสภาพทางช่วงนี้ลำบากมากเป็นทางลูกรังและเป็นหลุมเป็นบ่อต้องใช้รถขับเคลื่อน ๔ ล้อเท่านั้น
    สถานีวิจัยเกษตรที่สูงป่าเกี๊ยะดอยเชียงดาว เป็นหน่วยงานของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อยู่ในทำเลที่มองเห็นเทือกดอยหลวงเชียงดาวได้อย่างชัดเจนและสวยงาม มีนกหลายชนิดที่เห็นอยู่ตลอด เช่น นกเขียวก้านตองสีส้ม นกติ๊ดใหญ่ นกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่ นกกะรองทองแก้มขาว และ อีกหลายชนิด

    ช่วงฤดูหนาวจากที่พักในช่วงเช้าจะมองเห็นทะเลหมอกหนา กลางคืนจะเห็นดาวเต็มท้องฟ้าและแสงระยิบระยับจากเมืองเชียงดาว

    การไปเยี่ยมชมควรติดต่อของอนุญาตจากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เสียก่อน โดยติดต่อสถานีวิจัยเกษตรที่สูงป่าเกี๊ยะดอยเชียงดาว คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อย่างน้อย ๑๐ วันล่วงหน้า โทร. ๐ ๕๓๒๒ ๒๐๑๔, ๐ ๕๓๙๔ ๔๐๕๒
    การเดินทาง  ใช้เส้นทางหมายเลข ๑๐๗ จากเชียงใหม่ ผ่านแม่ริม แม่มาลัย (ที่ตลาดแม่มาลัยสามารถแวะซื้อเสบียงได้) แม่แตง ถึงบ้านแม่นะมีทางแยกซ้ายมือมีป้ายเขียนว่า “หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน” ประมาณ ๒๑ กิโลเมตรจะพบทางแยกให้เลี้ยวขวาสภาพทางเป็นลูกรังจะค่อนข้างชัน ผ่านหมู่บ้านปางโฮ่งและปางฮ่าง ทางจะขึ้นชันมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงด่านที่จะแยกไปหน่วยพิทักษ์ป่าเด่นหญ้าขัด ตรงไป ขวามือจะพบทางแยกไปโรงเรียนบ้านสันป่าเกี๊ยะ จากนั้นจะถึงหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน ตรงไปอีกสัก ๕๐๐ เมตรทางจะขึ้นสูงก็จะถึงสถานีวิจัยเกษตรที่สูงป่าเกี๊ยะดอยเชียงดาว
    ในขากลับไม่ต้องย้อนทางเดิมจากสถานีฯ มีเส้นทางกลับออกสู่ถนนหมายเลข ๑๐๗ ที่บ้านแก่งปันเตาได้ จากสถานีมาสัก ๑๒ กิโลเมตรจะถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายและขวา ด้านขวามือจะเขียนว่าไปบ้านปากเอียก (เส้นทางนี้ห้ามใช้โซ่พันล้อรถในหน้าฝน ฝ่าฝืนปรับ ๕๐๐ บาท) เส้นทางนี้จะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาก็ได้เพราะจะไปออกถนนใหญ่เหมือนกัน แต่ถ้าเลี้ยวขวาจะผ่านเข้าไปในหมู่บ้านปากเอียก ผ่านไร่ชา และผ่านนิคมสงเคราะห์ชาวเขา ทางช่วงนี้จะเป็นทางคอนกรีตตลอด แต่ทางลงค่อนข้างชันจนกระทั่งถึงบ้านแก่งปันเตาและเส้นทางหมายเลข ๑๐๗

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก มีเรือนพักซึ่งปกติเป็นที่พักของนักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาฝึกงาน มีห้องน้ำและห้องครัวพร้อมเครื่องครัว ประกอบอาหารได้ แต่ต้องนำอาหารขึ้นมาด้วย เสียค่าบำรุงสถานที่คนละ ๕๐ บาทต่อคืน

    อย่าลืมเตรียมถุงดำเพื่อใส่ขยะกลับลงมา เครื่องดนตรีไม่ควรนำไป ที่โรงเรียนบ้านสันป่าเกี๊ยะเด็กๆอยากได้หนังสือไว้อ่าน หากเอาติดรถไปบ้างก็ดี

    ถ้ำเชียงดาว อยู่ในเขตอำเภอเชียงดาว การเดินทาง จากเชียงใหม่ไปยังอำเภอเชียงดาว ระยะทาง ๗๒ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตรงทางแยกเข้าไปจนถึงถ้ำอีก ๕ กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางจนถึงบริเวณถ้ำ มีบริเวณจอดรถกว้างขวาง ทางเข้าถ้ำเป็นบันไดมีหลังคามุงสังกะสี หน้าถ้ำมีธารน้ำไหลผ่านเต็มไปด้วยปลาหลายชนิด นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารปลาได้ หากต้องการชมบริเวณถ้ำ ติดต่อคนนำทางได้บริเวณหน้าถ้ำ

    ดอยเชียงดาว  อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว อำเภอเชียงดาว ยอดสูงสุดของดอยเชียงดาว เรียกว่า ดอยหลวงเชียงดาว (เพี้ยนมาจากคำที่ชาวบ้านในละแวกเปรียบเทียบดอยนี้ว่าสูง "เพียงดาว") มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนรูปกรวยคว่ำสูง ๒,๑๙๕ เมตร จากระดับน้ำทะเล นับเป็นยอดดอยที่สูงอันดับ ๓ ของประเทศรองจากดอยอินทนนท์และผ้าห่มปก  จากบนยอดดอยซึ่งเป็นที่ราบแคบๆ สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามรอบด้าน คือ ทะเลหมอกด้านอำเภอเชียงดาว ดอยสามพี่น้อง เทือกดอยเชียงดาว ตลอดจนถึงยอดดอยอินทนนท์อันไกลลิบ อากาศเย็น ลมแรง และสมบูรณ์ด้วยดอกไม้ป่าภูเขาที่หาชมได้ยากมากมายรวมทั้งนกและผีเสื้อด้วย (ไม่เหมาะที่จะขึ้นไปยืนบนยอดดอยทีละกลุ่มใหญ่ๆเพราะจะไปเหยีบย่ำทำลายพันธุ์ไม้บนนั้นได้แม้จะโดยไม่ตั้งใจก็ตาม)

    การเข้าไปใช้พื้นที่ต้องทำหนังสือขออนุญาตถึงผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ อย่างน้อย ๑๕วันก่อนการเดินทาง รายละเอียด โทร. ๐ ๒๕๖๑-๔๘๓๖

    การเดินทางสู่ยอดดอยเชียงดาวเริ่มที่ถ้ำเชียงดาว ซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถติดต่อคนนำทาง ลูกหาบ รวมทั้งรถไปส่งที่จุดเริ่มเดิน(เด่นหญ้าขัด)ได้ โดยค่าเช่ารถประมาณ ๙๐๐ บาท ค่าจ้างลูกหาบประมาณวันละ ๓๐๐ บาทต่อลูกหาบหนึ่งคน  บนดอยเชียงดาวไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ นักท่องเที่ยวต้องเตรียมไปเอง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องนอน อาหาร และน้ำ และอย่าลืมทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ดี เพื่อรักษาสภาพป่าให้อยู่ต่อไปอย่างถาวร

    ส่วนเส้นทางลงนิยมใช้ทางสายบ้านถ้ำซึ่งอยู่ใกล้กับถ้ำเชียงดาว เพราะมีทางสูงชันสามารถลงได้รวดเร็วกว่าแต่ไม่เหมาะกับการขึ้น

    อุทยานแห่งชาติเชียงดาว ครอบคลุมพื้นที่อ.เชียงดาว อ.เวียงแหง และ อ.ไชยปราการ พื้นที่ทั้งหมด ๑,๑๕๕ ตารางกิโลเมตร  จึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำปิง
    สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ

    น้ำตกศรีสังวาลย์  เป็นน้ำตกหินปูนที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง สูงประมาณ ๒๐ เมตร ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆ บรรยากาศบริเวณน้ำตกมีความร่มรื่นน่าพักผ่อน  ตัวน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการไป ๑๕๐ เมตร นอกจากนี้ยังมีน้ำตกห้วยหกซึ่งเป็นน้ำตกชั้นเดียว สูงประมาณ ๒๐ เมตร ตั้งอยู่กลางป่าลึก ต้องเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเข้าไปประมาณ ๘ ชั่วโมง

    ต้นกำเนิดแม่น้ำปิง ผู้ที่ต้องการเห็นต้นกำเนิดของแม่น้ำปิง สามารถเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เข้าไปในป่าประมาณ ๒ ชั่วโมง จะพบกับขุนน้ำรูซึ่งมีลักษณะเป็นธารน้ำเล็กๆที่ไหลออกมาจากภูเขา ชาวบ้านเชื่อว่าต้นน้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนฤดูทำนาทุกปีจะจัดพิธีไหว้และบวชป่าชุมชนขึ้นที่นี่

    บ่อน้ำร้อนโป่งอาง เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ น้ำมีอุณหภูมิสูง ๗๐-๘๐ องศาเซลเซียส บ่อน้ำร้อนตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปทางทิศใต้ประมาณ ๓ กิโลเมตร

    นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจ ได้แก่ ถ้ำผาชัน ถ้ำดอยกลางเมือง น้ำตกทุ่งแก้ว น้ำตกห้วยหก ออบปิง ถ้ำผาชัน ถ้ำห้วยจะค่าน และถ้ำดอยกลางเมือง  เป็นต้น

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก ในอุทยานฯ มีบ้านพักบริการ ๒ หลัง ติดต่อที่ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๘๐ โทร. ๐ ๕๓๘๑ ๘๓๔๘ หรือ ๐ ๑๘๘๓ ๗๓๗๑  หรือ ส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. ๐ ๒๕๗๙ ๗๒๒๓, ๐ ๒๕๗๙ ๕๗๓๔ ผู้ที่เข้าพักต้องเตรียมเสบียงมาเอง

    การเดินทาง  จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ (เชียงใหม่-ฝาง) ถึง กม.ที่ ๗๙ เข้าทางแยกซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๑๗๘ ประมาณ ๒๔ กิโลเมตร ถึงบ้านนาหวาย เลี้ยวซ้ายไปอีก ๑๕๐ เมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเชียงดาว

    โครงการหลวงห้วยลึก  ตั้งอยู่ที่ ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว ไปตามเส้นทางสายเชียงใหม่-ฝาง ประมาณกิโลเมตรที่ ๙๕ เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ ๒๐๐ เมตร โครงการนี้ดำเนินการจัดพื้นที่ทำกินให้แก่ชาวเขาเผ่าแม้ว กะเหรี่ยง และคนเมืองในบริเวณพื้นที่ โดยทำการส่งเสริม วิจัย และเพาะพันธุ์ให้แก่เกษตรกร ผลิตผล ได้แก่ ผักจำพวกผักสลัด แคนตาลูป ฯลฯ ไม้ดอก เช่น เบญจมาศ พีค็อก ฯลฯ ไม้ผล เช่น เสาวรส ทับทิม ฝรั่งคั้นน้ำ เป็นต้น ฤดูท่องเที่ยวของที่นี่จะอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม เนื่องจากมีผลิตผลให้ชมและซื้อหาได้ รายละเอียด โทร. ๐ ๕๓๔๕ ๑๑๑๖ ต่อศูนย์ห้วยลึก

    วัดถ้ำตับเต่า  อยู่ในเขตอำเภอไชยปราการ บนเส้นทางสายเชียงใหม่-ฝาง ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ ๑๒๒ แยกซ้ายมือเข้าไปประมาณ ๓ กิโลเมตร ภายในบริเวณวัดร่มรื่น มีหอพระไตรปิฎกสร้างอยู่กลางน้ำ สิ่งสำคัญในวัดคือถ้ำตับเต่า มีขนาดเล็กกว่าถ้ำเชียงดาว แต่มีความสวยงามไม่แพ้กัน ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ถ้ำตับเต่านี้แยกออกเป็น ๒ ถ้ำ คือ ถ้ำผาขาว และถ้ำปัญเจค บริเวณหน้าถ้ำมีกุฏิและศาลาสำหรับพักผ่อน

    อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา มีน้ำตกให้ท่องเที่ยวหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่เส้นทางยังไม่สะดวกนัก เนื่องจากยังอยู่ในระหว่างพัฒนาพื้นที่ น้ำตกที่เข้าถึงได้สะดวกที่สุดคือ น้ำตกห้วยทรายขาว ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกับที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีแอ่งน้ำให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้แต่ในช่วงฤดูแล้งน้ำจะน้อยมาก จะมีน้ำเยอะช่วงเดือนพฤษภาคมแต่น้ำจะขุ่น น้ำจะใสช่วงหลังฝน  ชั้นบนของน้ำตกเป็นแอ่งน้ำและมีทรายอยู่เนื่องจากน้ำพัดเอาทรายมาจากการกัดกร่อนของหินทราย ชั้นบน อากาศบริเวณน้ำตกชื้นจนทำให้มีมอสจับอยู่

    มีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆในอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกแม่ฝางหลวง น้ำตกดอยเวียงผา น้ำตกห้วยหาน และจุดชมวิวดอยเวียงผา อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผามีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๕๘๓ ตารางกิโลเมตร  สภาพป่าในพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นป่าดิบเขาและป่าเบญจพรรณ นอกจากนี้ยังมีป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าสนเขา  นกที่พบ เช่น นกกินปลี และนกพญาไฟ สัตว์ป่าที่พบส่วนใหญ่จะเป็นขนาดกลางและสัตว์ขนาดเล็ก ได้แก่ กระรอก กระต่าย หมูป่า อีเห็น เก้ง เลียงผา เสือไฟ เม่น หมีควาย เป็นต้น

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานมีบริการบ้านพัก ๒ หลัง โดยติดต่อที่อุทยานโดยตรง

    การเดินทาง จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ ไปประมาณ ๑๒๕ กิโลเมตร อยู่ก่อนถึงตัวเมืองไชยปราการประมาณ ๒ กิโลเมตร ให้สังเกต โรงเรียนศรีดงเย็นทางด้านซ้ายมือ ทางเข้าอุทยานอยู่ฝั่งตรงข้าม (ด้านขวามือ) เข้าไปประมาณ ๑๒ กิโลเมตร

    ดอยอ่างขาง  บนเส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ (เชียงใหม่-ฝาง) ประมาณกิโลเมตรที่ ๑๓๗ จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าบ้านยางที่ตลาดแม่ข่า เข้าไปอีกประมาณ ๒๕ กิโลเมตร เป็นทางลาดยาง สูงและคดเคี้ยว ต้องใช้รถสภาพดีและมีกำลังสูง คนขับชำนาญ หรือจะหาเช่ารถสองแถวได้ที่ตลาดแม่ข่า อากาศบนดอยหนาวเย็นตลอดปีโดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม อากาศเย็นจนน้ำค้างกลายเป็นน้ำค้างแข็ง นักท่องเที่ยวจึงควรเตรียมเครื่องกันหนาวมาให้พร้อม เช่น หมวก ถุงมือ ถุงเท้า เสื้อกันหนาว สถานที่น่าสนใจบนดอยมีหลายแห่ง ได้แก่

    สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เรื่องกำเนิดของสถานีฯแห่งนี้เป็นเกร็ดประวัติเล่ากันต่อมาว่าครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จทางเฮลิคอปเตอร์ผ่านยอดดอยแห่งนี้และทอดพระเนตรลงมาเห็นหลังคาบ้านคนอยู่กันเป็นหมู่บ้าน จึงมีพระดำรัสสั่งให้เครื่องลงจอด เมื่อเสด็จพระราชดำเนินลงมาทอดพระเนตรเห็นทุ่งดอกฝิ่น และหมู่บ้านตรงนั้นก็คือหมู่บ้านของชาวเขาเผ่ามูเซอซึ่งในสมัยนั้นยังไว้แกละถักเปียยาว แต่งกายสีดำ สะพายดาบ พระองค์มีพระราชดำรัสที่จะแปลงทุ่งฝิ่นให้เป็นแปลงเกษตร  สถานีฯจึงเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๑๒ มีโครงการวิจัยผลไม้ ไม้ดอกเมืองหนาว งานสาธิตพืชไร่ พืชน้ำมัน โดยมุ่งที่จะหาผลิตผลที่มีคุณค่าพอที่จะทดแทนการปลูกฝิ่นของชาวเขา และทำการส่งเสริมพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมแก่ชาวเขาในบริเวณใกล้เคียง สามารถชมแปลงทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาว ได้แก่ ท้อ บ๊วย พลัม สตรอเบอรี่ สาลี่ ราสเบอรี่  พลับ กีวี  ลูกไหน เป็นต้น พืชผักเมืองหนาว เช่น แครอท ผักสลัดต่างๆ ฯลฯ แปลงไม้ดอก เช่น คาร์เนชั่น กุหลาบ แอสเตอร์ เบญจมาศ ฯลฯ  มีการจำหน่ายผลิตผลตามฤดูกาลที่ปลูกในบริเวณโครงการฯ ให้แก่นักท่องเที่ยวในสถานีฯ มีที่พักบริการแก่นักท่องเที่ยวดูรายละเอียดในข้อมูลที่พัก

    สวนบอนไซ อยู่ในบริเวณสถานีฯ เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้เขตอบอุ่นและเขตหนาวทั้งในและต่างประเทศ ปลูก ดัด แต่ง โดยใช้เทคนิคบอนไซ สวยงามน่าชม และในบริเวณเดียวกันยังมีสวนสมุนไพร ฤดูท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม

    หมู่บ้านคุ้ม  ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฯ เป็นชุมชนเล็กๆประกอบด้วยผู้อยู่อาศัยหลายเชื้อชาติอยู่รวมกัน  อาทิชาวไทยใหญ่ ชาวพม่าและชาวจีนฮ่อ ซึ่งได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณนี้และเปิดร้านค้าบริการแก่นักท่องเที่ยว  

    จุดชมวิวกิ่วลม อยู่ทางด้านซ้ายมือก่อนถึงทางแยกซึ่งจะไปหมู่บ้านปะหล่องนอแลทางหนึ่ง และบ้านมูเซอขอบด้งทางหนึ่ง สามารถชมทะเลหมอกและวิวพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตก มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากฟ้าเปิดจะมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย

    หมู่บ้านนอแล  ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย – พม่า คนที่นี่เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า แต่เดิมคนกลุ่มนี้อยู่ในพม่าและพึ่งอพยพมา  มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง นับถือศาสนาพุทธ ทุกวันพระผู้คนที่นี่หยุดอยู่บ้านถือศีล จากหมู่บ้านนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์สวยงามของธรรมชาติบริเวณพรมแดนไทย-พม่า

    หมู่บ้านขอบด้ง เป็นที่ที่ชาวเขาเผ่ามูเซอดำและเผ่ามูเซอแดงอาศัยอยู่ร่วมกัน คนที่นี่นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการส่งเสริมจากโครงการหลวงในด้านการเกษตรและด้านหัตถกรรมพื้นบ้าน (เช่น อาบูแค เป็นกำไลถักด้วยหญ้าไข่เหามีสีสันและลวดลายในแบบของมูเซอ)
    บริเวณหน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ โดยชาวบ้าน ครู และนักเรียนโรงเรียนบ้านขอบด้งช่วยกันสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้มีโอกาสเรียนรู้และศึกษาวัฒนธรรมของหมู่บ้านโดยที่ไม่เข้าไปรบกวนความเป็นส่วนตัวของเขามากเกินไป  และยังมีโครงการมัคคุเทศก์น้อยที่อบรมเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านขอบด้งเพื่อช่วยอธิบายวิถีชีวิตของพวกเขาให้ผู้มาเยือน ทั้งนี้เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกและสร้างความรักในท้องถิ่นให้เด็กๆด้วย

    หมู่บ้านหลวง ชาวหมู่บ้านหลวงเป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ และประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมเป็นหลัก อาทิ ปลูกผักผลไม้ เช่น พลัม ลูกท้อ และสาลี่

    กิจกรรมท่องเที่ยวบนดอยอ่างขาง มีหลายย่างที่สามารถทำได้เช่น เดินเท้าศึกษาธรรมชาติ ขี่ฬ่อล่องไพร เป็นต้น

    อุทยานแห่งชาติแม่ฝาง มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๕๒๔ ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนของทิวเขาผีปันน้ำ มีความสูงตั้งแต่ ๔๐๐-๒,๒๘๕ เมตร จากระดับน้ำทะเล มีดอยสำคัญได้แก่ ดอยผ้าห่มปก ดอยปู่หมื่น ดอยแหลม และดอยอ่างขาง สภาพป่าส่วนใหญ่ยังสมบูรณ์อยู่มาก ทั้งป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณในระดับเชิงเขา ป่าดิบแล้งบริเวณริมลำห้วยลำธาร ป่าสนเขาและป่าดิบเขาบนยอดเขาสูง ป่าผืนนี้เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำฝาง มีไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ตะเคียน มะไฟป่า ตะแบก สัก จำปีป่า ฯลฯ รวมทั้งพันธุ์ไม้ที่หายากของไทย เช่น เทียนหาง กุหลาบพันปี เป็นต้น ด้วยสภาพพื้นที่ที่ติดต่อกับป่าธรรมชาติในพม่า ทำให้มีสัตว์ป่าย้ายถิ่นเข้ามาอยู่เป็นประจำ ป่าแห่งนี้จึงชุกชุมด้วยสัตว์นานาชนิด เช่น เก้ง กวาง หมี หมูป่า เลียงผา ฯลฯ

    การเดินทาง ไปอุทยานแห่งชาติแม่ฝาง จากเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ ถึงตัวเมืองฝางตรงไปจนพบสามแยกไฟแดงให้เลี้ยวซ้ายไป ๙ กิโลเมตร มีป้ายบอกทางชัดเจนตลอดทาง เป็นถนนลาดยาง จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติฯ

    มีรถประจำทางปรับอากาศของ บริษัทขนส่งจำกัด และบริษัทรถร่วมเอกชน ระหว่างกรุงเทพ-ฝาง, เชียงใหม่-ฝาง เมื่อถึง อ.ฝาง จะมีรถรับจ้างคอยบริการรับส่งสู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ฝางอีกประมาณ ๑๐ กม.

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก ในอุทยานฯ ได้จัดเตรียมบ้านพัก ห้องอาบน้ำแร่ ห้องอบไอน้ำ ร้านอาหาร และ ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และลานกางเต็นท์ พร้อมเต็นท์และเครื่องนอนให้เช่าในราคา ๒๕๐-๘๐๐บาท / คืน (พักได้ ๒-๖ คน) และมีบริการให้เช่าชุดเครื่องนอนประกอบด้วย หมอน ถุงนอน ที่รองนอนและชุดสนาม ในอัตรา ๑๕๐ บาท/ชุด/คืน  หรือชุดเครื่องนอนประกอบด้วยหมอนใหญ่  ที่นอน  ผ้าห่มและชุดสนามในอัตรา ๒๐๐ บาท/ชุด/คืน โดยติดต่อและชำระค่าธรรมเนียมได้ที่ที่ทำการอุทยานฯ

    สถานที่ติดต่อ อุทยานแห่งชาติแม่ฝาง ตู้ปณ.๓๙ ต.โป่งน้ำร้อน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐ โทร. ๐ ๕๓๔๕ ๑๔๔๑ ต่อ ๓๐๒  ส่วนอุทยานแห่งชาติ โทร.๐ ๒๕๗๙ ๗๒๒๓, ๐ ๒๕๖๑ ๔๒๙๓ ต่อ ๗๒๔, ๗๒๕

    สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ
    โป่งน้ำร้อนฝาง เกิดจากพลังงานความร้อนใต้ผิวโลก น้ำมีอุณหภูมิสูงถึง ๙๐-๑๓๐ องศาเซลเซียส มีน้ำแร่ทั้งปี บริเวณกว้างโปร่งตา  โป่งน้ำร้อนฝางมีห้องบริการอาบน้ำแร่ ทั้งห้องอาบน้ำและอบไอน้ำ รวมทั้งบ่ออาบน้ำร้อนกลางแจ้ง เปิดให้บริการตั้งแต่ ๐๘.๐๐-๒๐.๐๐ น.  โป่งน้ำร้อนอยู่ในบริเวณเดียวกับที่ทำการฯ  นอกจากนี้จากที่ทำการอุทยานฯ ยังมีเส้นทางเดินขึ้นเขาผ่านป่าเบญจพรรณมาถึงโป่งน้ำร้อนระยะทางประมาณ ๑.๒ กิโลเมตร  ห่างจากบ่อน้ำร้อนประมาณ ๓๐๐ เมตรจะมี ห้วยแม่ใจ ซึ่งมีน้ำไหลมากตลอดปี

    น้ำตกโป่งน้ำดัง เป็นน้ำตกหินปูนขนาดเล็ก แต่มีเสน่ห์ไม่แพ้น้ำตกขนาดใหญ่ มีถ้ำเล็กๆ พอให้คนเข้าไปนั่งเล่นได้ ๓-๔ คน เพดานถ้ำมีน้ำหยดตลอดเวลาและเกิดเป็นหินงอกเล็กๆ ไปทั่ว

    การเดินทาง จากอ.ฝาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ (ฝาง-เชียงใหม่) ไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ถึงวัดแม่สูนหลวงเลี้ยวขวาข้างวัดเข้าไปตามทางอีกประมาณ ๕ กิโลเมตร จะถึงหน่วยพิทักษ์ อุทยานแห่งชาติ มฝ. ๓ จากนั้นต้องเดินตามเส้นทางป่าไปสู่น้ำตก ระยะทางไป-กลับประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ระหว่างทางผ่านป่าดิบแล้งที่ร่มครึ้มด้วยไม้ใหญ่ บางช่วงต้องเดินข้ามลำธารที่มีน้ำใสไหลเย็น

    ดอยผ้าห่มปก มีความสูง ๒,๒๘๕ เมตร จากระดับน้ำทะเล จึงมีเมฆหมอกปกคลุมยอดดอยและมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ดอยผ้าห่มปก คือหนึ่งในเทือกเขาแดนลาวที่ทอดตัวยาวตั้งแต่ทางตอนใต้ของยูนนานลงมาแบ่งชายแดนไทย-พม่า ตั้งแต่เชียงรายไปจนถึงแม่ฮ่องสอนจนไปจรดกับเทือกเขาถนนธงชัย
    บนดอยผ้าห่มปกมีนก และผีเสื้อที่น่าสนใจ เช่น นกปีกแพรสีม่วง นกปรอดหัวโขนก้นเหลือง ผีเสื้อมรกตผ้าห่มปกซึ่งพบที่นี่แห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย ผีเสื้อหางติ่งแววเลือน ผีเสื้อหางดาบตาลไหม้ เป็นต้น ในฤดูหนาวมีนกอพยพมาอาศัย เช่น นกเดินดงคอแดง นกเดินดงดำปีกเทา นกเดินดงสีน้ำตาลแดง เป็นต้น
    นักท่องเที่ยวตั้งแค้มป์พักแรมได้ตรงบริเวณกิ่วลม เนื่องจากทางอุทยานแห่งชาติไม่อนุญาตให้พักแรมบนยอดดอยผ้าห่มปกซึ่งเป็นหน้าผาชันและอาจเกิดอันตรายได้  การเดินทางขึ้นยอดดอยผ้าห่มปกต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๒ วัน ๑ คืน ก่อนเดินทางควรติดต่อขออนุญาต ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ฝาง  ค่าเช่ารถขึ้นจากอุทยานไปส่งที่ทางขึ้นดอยไปส่ง-รับประมาณ ๑,๕๐๐ บาท สอบถามรายละเอียดที่อุทยานฯ โทร. ๐ ๕๓๔๕ ๑๔๔๑ ต่อ ๓๐๒

    การเดินทาง จาก อ.ฝาง ใช้ทาง รพช. สายฝาง-บ้านห้วยบอน ไปจนถึงบ้านห้วยบอน ให้ตรงไปตามทางลูกรังอีกประมาณ ๕ กิโลเมตร มีทางแยกขวาขึ้นเขาชันไปประมาณ ๑๓ กิโลเมตร จะพบหน่วยจัดการต้นน้ำดอยผาหลวง ตรงไปจนพบสามแยก ถ้าตรงไปอีกประมาณ ๔ กิโลเมตร จะถึงหน่วยจัดการต้นน้ำแม่สาวถ้าไปทางแยกซ้ายประมาณ ๕ กิโลเมตร จะถึงกิ่วลมซึ่งมีลักษณะเป็นเขาและมีลานสำหรับจอดรถได้ถ้าเดินทางต่อจากกิ่วลมไปอีก ๕ กิโลเมตร จะถึงปางมงคล ผู้สนใจเดินทางขึ้นดอยผ้าห่มปกต้องติดต่อที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติก่อนการจะเดินทางขึ้นสู่จุดยอดดอยผ้าห่มปกนั้นต้องเตรียมตัวอย่างดีเพราะต้องเดินป่าปีนเขาอย่างสมบุกสมบันและที่นี่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆนักท่องเที่ยวต้องเตรียมไปเอง

    ถ้ำห้วยบอน เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ลึกประมาณ ๓๐๐ เมตร ภายนอกถ้ำอาจดูไม่น่าสนใจนัก แต่เมื่อเข้าไปถึงประมาณกลางถ้ำ จะพบโถงถ้ำใหญ่ซึ่งจุคนได้ประมาณ ๔๐-๕๐ คน สภาพถ้ำเต็มไปด้วยเสาหินและหินงอกหินย้อยขนาดต่างๆซึ่งดูน่าตื่นตาตื่นใจมากถ้ำห้วยบอนเป็นถ้ำที่ยังมีการสะสมตัวของหินปูนสังเกตได้จากการมีน้ำหยดตามผนังถ้ำและหินงอกหินย้อยต่างๆตลอดเวลา การเดินทางใช้เส้นทางเดียวกับทางไปกิ่วลมเพื่อขึ้นดอยผ้าห่มปก

    ดอยปู่หมื่น  ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย ระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ประมาณ ๑๗๔ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๔ ชั่วโมง มีทัศนียภาพอันสวยงามรอบๆหน่วยงานขนบธรรมเนียมของชาวเขาเผ่ามูเซอ ชมยอดดอยผ้าห่มปกที่สวยงาม แปลงดอกไม้ และแปลงทดลองปลูกพืชเมืองหนาวพร้อมทั้งบ้านพักทั้งหมด ๖ หลัง รับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ ๕๐ คน

    การเดินทาง ใช้เส้นทางเชียงใหม่-ฝาง ประมาณ ๑๔๐ กิโลเมตร ฝาง-แม่อาย ๙ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าหน่วยงานอีก ๑๔ กิโลเมตร ติดต่อที่พักได้ที่ ส่วนอนุรักษ์ต้นน้ำ โทร. ๐ ๒๕๗๙ ๗๕๘๖-๗

    ท่าตอน-เชียงราย  ท่าตอนเป็นหมู่บ้านหนึ่งในเขตอำเภอแม่อาย เป็นที่ซึ่งแม่น้ำกกไหลผ่านลงไปถึงตัวอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย แม่น้ำกกนี้เป็นแม่น้ำสายสำคัญในการคมนาคมระหว่าง ๒ จังหวัด ปกติแล้วจะมีเรือหางยาวบริการรับส่งผู้โดยสารจากท่าตอนล่องไปตามแม่น้ำกกจนถึงเชียงราย จะเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฟากฝั่งแม่น้ำกก ซึ่งเรือดังกล่าวออกจากท่าตอนเวลา ๑๒.๓๐ น. ไปถึงเชียงรายประมาณ ๑๗.๐๐ น. (ค่าโดยสารเรือหางยาวคนละ ๑๕๐ บาท) ชมรมเรือท่าตอน โทร. ๐ ๕๓๔๕ ๙๔๒๗  โทรสาร ๐ ๕๓๓๗ ๗๒๒๔

    วัดท่าตอน  เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาต่อเนื่องกันหลายลูก มีเนื้อที่กว่า ๔๐๐ ไร่ อยู่ติดริมแม่น้ำกก เป็นวัดเก่าแก่ และเป็นสถาบันการศึกษาสำหรับพระภิกษุ สามเณร และเยาวชน เป็นศูนย์บำบัดยาเสพติด และสงเคราะห์ชาวเขา และเนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองราชย์เป็นปีที่ ๕๐ ทางวัดได้ริเริ่มโครงการก่อสร้างเจดีย์แก้วเฉลิมพระเกียรติไว้บนยอดเขา  เป็นวัดที่มีทิวทัศน์งดงามด้านบนมีจุดชมวิวซึ่งจะมองเห็นชุมชน ทุ่งนา และแม่น้ำกกไหลคดเคี้ยวอยู่เบื้องล่าง

    อำเภอแม่อาย นอกจากวัดท่าตอนแล้วยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่นสวนส้มสาย้ำผึ้งหลายสวน มีผลผลิตแทบทั้งปี ยกเว้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน

    เชียงใหม่ พร้าว ทางหลวง ๑๐๐๑ : น้ำตกม่อนหินไหล น้ำตกบัวตอง น้ำพุเจ็ดสี วัดดอยแม่ปั๋ง

    อุทยานแห่งชาติศรีลานนา  จัดเป็นป่าต้นน้ำลำธารชั้นหนึ่ง ประกอบด้วยสัตว์ป่าและสภาพป่าธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ครอบคลุมเนื้อที่ป่าแม่งัด ป่าแม่แตง และป่าเชียงดาว ในท้องที่อำเภอพร้าว อำเภอแม่แตง และอำเภอเชียงดาว รวมเนื้อที่ ๖๕๒,๐๐๐ ไร่ ลักษณะเป็นป่าดิบเขา ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนทอดตัวเป็นแนวเหนือใต้ เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร ไหลสู่แม่น้ำปิง
    สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ
    น้ำตกม่อนหินไหล  ตั้งอยู่บริเวณป่าแม่งัด อำเภอพร้าว ใช้เส้นทางเชียงใหม่-พร้าว ประมาณ ๘๕ กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายเข้าน้ำตก ๑๔ กิโลเมตรซึ่งเป็นทางลูกรังจึงต้องใช้รถขับเคลื่อน ๔ ล้อเท่านั้น น้ำตกมี ๙ ชั้น เป็นตาดหินลาดเขาตรง น้ำไหลตลอดปี แต่ละชั้นมีลักษณะเด่นที่แปลกตา และบนชั้นที่ ๙ คือยอดดอยม่อนหินไหลเป็นจุดชมวิวมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของอำเภอพร้าว มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติประมาณ ๑ กิโลเมตร

    สถานที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ น้ำตกห้วยแม่ระงอง น้ำตกห้วยป่าพลู ถ้ำผาแดง  เทือกเขาหินปูน เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติบริเวณดอยแม่วะห่าง (จากที่ทำการประมาณ ๔ กิโลเมตร)

    การเดินทาง  ไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ สายเชียงใหม่-ฝาง และแยกขวาเข้าเส้นทางสู่เขื่อนแม่งัด-สมบูรณ์ชล ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ที่อุทยานฯ ยังไม่มีบ้านพักแต่มีจุดพักแรมห้วยกุ่ม ซึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิงติดกับหน่วยพิทักษ์ที่ ศล.๖ ห้วยกุ่ม ประมาณกิโลเมตรที่ ๒๖๐ เส้นทางเชียงใหม่-ฝาง รายละเอียดติดต่อ อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ตำบลบ้านเป้า อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ๕๐๑๕๐

    น้ำตกบัวตอง และน้ำพุเจ็ดสี (น้ำพุเย็น น้ำตกเย็น)  ตั้งอยู่บริเวณแยกกิโลเมตรที่ ๔๒ สายเชียงใหม่-พร้าว ตำบลหอพระ อำเภอแม่แตง เป็นน้ำแร่ซึ่งมีแคลเซียมคาร์บอเนตพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน แล้วไหลเป็นลำธารและน้ำตกขนาดเล็ก มีพื้นดินที่ใต้ลำธารแข็งสีขาวเป็นประกาย เพราะมีแคลเซียบคาร์บอเนตเคลือบอยู่ ดูแปลกตา

    วัดดอยแม่ปั๋ง  อยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว ไปตามเส้นทางสายเชียงใหม่-แม่โจ้-พร้าว ทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๑ กม.ที่ ๗๖ วัดดอยแม่ปั๋ง เป็นวัดที่หลวงปู่แหวน สุจิณโณ เคยจำพรรษาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ จนถึงมรณภาพในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ วิหารไม้ กุฏิหลวงปู่แหวน กุฏิไม้ที่เรียกว่า “โรงย่างกิเลส” หรือ “โรงไฟ” และวิหารที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงปู่แหวนเท่าองค์จริง

    เชียงใหม่ เชียงราย ทางหลวง ๑๑๘ : ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้

    ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์การพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๒๕ เพื่อศึกษาด้านการพัฒนาป่าไม้และด้านการเกษตรที่เหมาะกับบริเวณต้นน้ำลำธารของภาคเหนือ ในศูนย์แห่งนี้ประกอบด้วย งานศึกษาและพัฒนาแหล่งน้ำ ปศุสัตว์และโคนม ประมง งานปลูกหญ้าแฝก และการดำเนินงานหมู่บ้านรอบบริเวณศูนย์ห้วยฮ่องไคร้ นับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และศึกษาเกี่ยวกับนิเวศน์วิทยาได้เป็นอย่างดี ผู้ที่สนใจเข้าชมได้ทุกวัน ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. หากต้องการวิทยากรนำชมติดต่อล่วงหน้าที่ โทร. ๐ ๕๓๒๔ ๘๐๐๔, ๐ ๕๓๒๔ ๘๔๘๓ และที่นี่มีบ้านพักรับรอง หรือกางเต็นท์พักแรมได้แต่ต้องนำอุปกรณ์มาเองโดยติดต่อขออนุญาตล่วงหน้า
    การเดินทาง ใช้เส้นทางเชียงใหม่-เชียงราย ประมาณ ๒๓ กิโลเมตร และเลี้ยวขวาเข้าศูนย์อีกประมาณ ๑ กิโลเมตร

    เชียงใหม่ สันกำแพง ทางหลวง ๑๐๐๖ : สันกำแพง เครื่องไม้แกะสลัก เครื่องเงิน เครื่องเขิน เครื่องหนัง เครื่องปั้นดินเผา และผ้าฝ้าย

    สันกำแพง  สันกำแพงเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ มีชื่อเสียงในด้านการทอผ้าไหมและผ้าฝ้าย อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศตะวันออก ๑๓ กิโลเมตร นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือนเชียงใหม่ มักจะไปเที่ยวที่อำเภอสันกำแพง เพราะผ้าไหมและผ้าฝ้ายซึ่งทอมาจากอำเภอนี้ มีคุณภาพดี ราคาถูก เหมาะสำหรับเป็นของที่ระลึกแก่ญาติสนิทมิตรสหาย นอกจากนั้นยังมีโรงงานทอผ้าให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิธีการทอ รวมทั้งการเลี้ยงตัวไหมให้ชมด้วย และระหว่างเส้นทางจากอำเภอเมืองถึงอำเภอสันกำแพง (ระยะทาง ๑๓ ก.ม.) ยังมีโรงงานและร้านค้าของที่ระลึกเป็นจำนวนมาก เช่น เครื่องไม้แกะสลัก เครื่องเงิน เครื่องเขิน เครื่องหนัง เครื่องปั้นดินเผา และผ้าฝ้าย ให้นักท่องเที่ยวได้ชมและเลือกซื้ออีกด้วย
    วัดบวกครกหลวง ตั้งอยู่ที่ บ้านบวกครก ต.ท่าศาลา  อ.เมือง เลยจากทางแยกเข้าสันกำแพง (ทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๖) มาประมาณ ๑ กิโลเมตร ทางเข้าวัดอยู่ทางขวามือ มีป้ายบอกชัดเจน แต่เดิมชื่อว่าวัดม่วงคำ ไม่ทราบประวัติการก่อสร้างที่แน่นอน สันนิษฐานว่าตัววิหารน่าจะสร้างประมาณรัชกาลที่ ๕ แล้วมีการซ่อมแซมบูรณะเรื่อยมา พ.ศ.๒๔๖๘ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นปีที่มีการบูรณะวิหารหลังใหญ่ จิตรกรรมฝาผนังภายในวิหารเป็นพุทธประวัติและสะท้อนประเพณีของชาวไทยใหญ่

    บ้านจ๊างนัก สถานที่นำเสนอผลงานอันหลากหลายของศิลปิน และกลุ่มช่างฝีมือพื้นบ้านแห่งล้านนาไทย โดยได้ถ่ายทอด สร้างสรรค์จากจินตนาการที่งดงาม ลงการแกะสลักไม้รูปช้างในหลากหลายท่วงท่าและอิริยาบถ คุ้มค่าต่อการเดินทางไปชื่นชมความงามที่ศิลปินได้ถ่ายทอดลงสู่ลายไม้ได้เหมือนจริงอย่างยิ่ง บ้านจ๊างนัก ตั้งอยู่ที่ ๕๖/๑ หมู่ ๒ ต.บวกค้าง อ.สันกำแพง โทร. ๐ ๕๓๓๓ ๒๕๗๘ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวชมบ้านจ๊างนักได้ โดยใช้เส้นทางเชียงใหม่-สันกำแพง ข้ามสะพานแม่น้ำออนแล้วเลี้ยวขวาผ่านวัดแช่ช้าง วัดดอนปิน และวัดบวกค้าง บ้านจ๊างนักติดอยู่กับวัดบวกค้าง

    อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ครอบคลุมพื้นที่ใน จ.เชียงใหม่และ จ.ลำพูน มีพื้นที่ทั้งหมด ๓๕๔.๗ ตารางกิโลเมตร  สภาพพื้นที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนสูง ๔๐๐-๒,๐๓๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล มีสภาพป่าหลายประเภท ได้แก่ ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา และป่าสนขา เป็นป่าต้นน้ำของห้วยแม่ตะไคร้ ห้วยแม่ออน ห้วยแม่ทา และห้วยแม่กวง ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำปิง ในพื้นที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์ป่าน้อยใหญ่ ตั้งแต่นกชนิดต่างๆไปจนถึงเก้ง กวาง ชะนี หมูป่า

    สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ

    อ่างเก็บน้ำแม่ตะไคร้ เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติซึ่งอยู่ท่ามกลางป่าเบญจพรรณและป่าไผ่ มีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติรอบอ่างเก็บน้ำ ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร

    การเดินทาง จากเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๖ ไปทางกิ่ง อ. แม่ออน เมื่อถึงทางแยกหน้าโรงเรียนวัดเปาสามขา ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๒๒๙ ไปอีก ๔ กิโลเมตร จนถึงจุดตรวจที่ ๑ เดินทางต่อไปอีก ๑๐ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางบ้านห้วยแก้วประมาณ ๘๐๐ เมตร จะถึงอ่างเก็บน้ำ

    น้ำตกตาดเหมย เป็นน้ำตกสูงประมาณ ๑๕ เมตร ในฤดูฝนมีความสวยงามมาก น้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ประมาณ ๑๖ กิโลเมตร โดยเดินทางไปตามทางลูกรังขรุขระและเส้นทางชันพอสมควร ระหว่างทางมีจุดชมวิวซึ่งสามารถมองเห็นทิวเขาในกิ่ง อ.แม่ออน และ อ.สันทราย ในช่วงฤดูร้อนที่ฟ้าใสจะมองเห็นไกลไปถึงตัวเมืองลำพูน เชียงใหม่ ดอยสุเทพ และแม้กระทั่งดอยอินทนนท์ซึ่งทะมึนขวางขอบฟ้าไกลๆเมื่อเดินทางถึงจุดตรวจที่ ๓ ต้องเดินผ่านป่าดิบแล้งซึ่งมีต้นไม้ให้ชมมากมาย เช่น ตะเคียน ยางนา ยางแดง ฯลฯ รวมระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตรจะถึงน้ำตก

    น้ำตกแม่ตะไคร้  เป็นน้ำตกชั้นเดียว อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ ๖ กิโลเมตร ระหว่างทางผ่านป่าซึ่งมีพืชพันธุ์หลากหลายชนิด เช่น เห็ด  มะไฟ ฯลฯ ในบางฤดูมีดอกไม้ป่าออกดอกสวยงามให้ชม

    จุดชมทิวทัศน์ มี ๒ จุด จุดที่ ๑ สำหรับชมทิวทัศน์ของป่า ตัวเมืองเชียงใหม่ และดอยสุเทพ ทั้งสองจุดอยู่บนเส้นทางสายแม่ตะไคร้-ห้วยแก้ว จุดที่ ๑ ตั้งอยู่ประมาณ กม.ที่ ๖ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถชมทิวทัศน์ ของเทือกเขาที่กั้นระหว่างจังหวัดเชียงใหม่กับจังหวัดลำปาง ส่วนจุดที่ ๒ อยู่ห่างไปประมาณ ๖๐๐ เมตร จุดนี้นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวของภูเขาเป็นแนวยาว รวมทั้งทิวทัศน์ของตัวเมืองและดอยสุเทพที่ไม่สามารถหาชมได้ที่ใด อีกทั้งในยามค่ำคืนนักท่องเที่ยวยังสามารถชมความสวยงามตระการตาของดาวบนดินได้จากจุดชมวิวนี้

    ดอยลังกา หรือภูลังกาหลวงมีความสูงถึง ๒,๐๓๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล สูงเป็นอันดับที่ ๕ ของประเทศ มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีป่าหญ้าปกคลุมยอดเขาเป็นบริเวณกว้างโดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ต้นกุหลาบพันปีจะออกดอกบานสะพรั่ง ภูลังกาหลวงตั้งอยู่ทางทิศเหนือของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ไปประมาณ ๕๐ กิโลเมตร เดินทางด้วยรถยนต์ไปถึงหมู่บ้านกำแพงหิน แล้วเดินเท้าขึ้นยอดดอยระยะทางประมาณ ๑๒ กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นภูลังกาหลวงจากทางด้านอุทยานแห่งชาติขุนแจ หรือจะใช้เส้นทางกลับกันได้ การขึ้นดอยลังกาหลวงใช้เวลา ๒ คืน

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก เป็นลานกางเต็นท์ บริเวณรอบอ่าง ๒ จุด สภาพโดยรอบเป็นป่า และมีลมพัดโชยจากอ่างเก็บน้ำตลอด เหมาะสำหรับพักแรมแบบลูกเสือ และบริเวณรอบอ่างยังเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ รายละเอียดติดต่อที่ อช.แม่ตะไคร้ ต.ทาเหนือ กิ่งอ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๓๐ หรือ ศูนย์อุทยานแห่งชาติ สำนักงานป่าไม้เขตเชียงใหม่ ๕๐๐๐๐ โทร.๐ ๕๓๘๑ ๘๓๔๘

    วัดป่าตึง  ตั้งอยู่ในเขตตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง เดิมเป็นวัดร้าง คู่กับวัดเชียงแสน ก่อนที่จะสร้างวัดนี้ขึ้นมาได้พบพระบรมสารีริกธาตุ และของมีค่ามากมายหลายอย่าง อาทิ วัตถุโบราณ พระพุทธรูป เครื่องถ้วยชามสังคโลก ซึ่งปัจจุบันเก็บอยู่ใน  พิพิธภัณฑ์เครื่องถ้วยชาม ที่ตั้งอยู่ในบริเวณวัด  ในศาลาการเปรียญเป็นที่ตั้งศพของเกจิอาจารย์ชื่อดัง คือหลวงปู่หล้าซึ่งไม่เน่าเปื่อย ให้ผู้ที่มีศรัทธาได้บูชา

    บ่อน้ำพุร้อน ตามเส้นทางนี้มีบ่อน้ำพุร้อนอยู่สองแห่งตกแต่งสถานที่ด้วยสวนดอกไม้สวยงาม มีห้องอาบน้ำแร่ ที่พัก สถานที่กางเต็นท์ ร้านอาหาร ได้แก่ น้ำพุร้อนสันกำแพง  อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๓๔ กิโลเมตร สามารถไปได้ ๒ ทางด้วยกัน คือ เส้นทางเชียงใหม่-สันกำแพง-สถานีเพาะพันธุ์กล้าไม้สัก-น้ำพุร้อน (เส้นทางนี้จะผ่านถ้ำเมืองคอน ซึ่งอยู่ห่างจากน้ำพุร้อน ๔ กิโลเมตร) หรือเส้นทางเชียงใหม่-สันกำแพง-หมู่บ้านออนหลวย-น้ำพุร้อน หากเดินทางโดยรถประจำทางขึ้นรถสายดอยสะเก็ด – น้ำพุร้อนสันกำแพง จากตลาดวโรรส ด้านทิศเหนือติดแม่น้ำปิงไปยังสันกำแพง และเช่าเหมารถสองแถวจากสันกำแพงไปน้ำพุร้อนในราคาประมาณ ๒๐๐ บาทต่อคัน สำรองที่พักล่วงหน้าที่ ธุรกิจน้ำพุร้อนสันกำแพงหมู่บ้านสหกรณ์ โทร. ๐ ๕๓๙๒ ๙๐๗๗  และรุ่งอรุณน้ำพุร้อน รายละเอียดติดต่อ โทร. ๐ ๕๓๒๔ ๘๔๗๕

    ศรีเชียงใหม่

    พระสุธรรมเจดีย์ วัดอรัญญบรรพต ตั้งอยู่ริมถนนสายศรีเชียงใหม่-สังคม ตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์และและเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ก่อสร้างโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเพื่อถวายหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ เกจิอาจารย์ที่มีศิษยานุศิษย์มากมาย มีการจัดงานบุญใหญ่ในเดือนมกราคมของทุกปี
    วัดหินหมากเป้ง  ตั้งอยู่ที่บ้านไทยเจริญ ตำบลพระพุทธบาท การเดินทางจากตัวเมือง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๑๑ (หนองคาย-ศรีเชียงใหม่) ถึง กม. ๖๔ วัดจะอยู่ริมถนนด้านขวามือ รวมระยะทางจากตัวเมืองประมาณ ๗๕ กิโลเมตร มีพื้นที่กว้างขวาง ร่มรื่นด้วยพรรณไม้ บริเวณวัดโดยรอบสะอาด เรียบร้อยและเงียบสงบ มีพื้นที่ด้านหนึ่งติดกับลำน้ำโขงซึ่งมองเห็นทัศนียภาพสวยงาม  อาจารย์เทสก์ เทสรังสี เกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคอีสาน ได้ริเริ่มจัดตั้งให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของภิกษุสงฆ์ แม่ชี และผู้แสวงบุญทั้งหลาย หลังจากท่านมรณภาพ มีการก่อสร้างเจดีย์ เพื่อบรรจุอัฐิของท่าน  ภายในมีรูปปั้นของอาจารย์เทสก์ พร้อมจัดแสดงเครื่องอัฐบริขารและชีวประวัติของท่านอีกด้วย
  • เชียงใหม่

  • อำเภอเมือง

    ชุมชนวัดเกตุ เป็นชุมชนโบราณที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำปิงด้านตะวันออก เกิดจากชนหลายเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาวจีน ชาวฝรั่ง และชาวพื้นเมือง สามารถดูได้จากรูปแบบของสถาปัตยกรรม ที่ยังหลงเหลือมาจนถึงในปัจจุบันนี้ มีวัดเกตุการามอยู่ศูนย์กลางระหว่างชุมชน การก่อสร้างอาคารบ้านเรือน เริ่มขึ้นอย่างจริงจังช่วงหลัง พ.ศ. ๒๓๓๙ หรือหลังการสถาปนาเมืองเชียงใหม่เป็นประเทศราชของกรุงรัตนโกสินทร์นี้เอง ก่อนหน้าที่รถไฟจะมาถึงเชียงใหม่ที่นี่เป็นชุมชนที่เป็นท่าน้ำสำคัญของการเดินทางเรือระหว่างกรุงรัตนโกสินทร์ (กรุงเทพฯ) มายังเมืองเชียงใหม่ และเมืองอื่นๆที่อยู่ทางใต้ลงไป ย่านวัดเกตุจึงเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆตามความจำเป็นทางเศรษฐกิจของเมืองเชียงใหม่ในยุคนั้น
    สถานที่ที่รวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชุมชนนี้อยู่ที่ พิพิธภัณฑ์วัดเกตุ  ตั้งอยู่ที่วัดเกตุการาม สิ่งของที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ คือ สมบัติเดิมของวัด เช่น ช่อฟ้า ใบระกาซึ่งเป็นไม้แกะสลักจากโบสถ์เดิม ถ้วยชามฝาจีบ ภาชนะต่างๆ เป็นต้น พิพิธภัณฑ์เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น.

    วัดเชียงมั่น  อยู่ถนนราชภาคินัย อำเภอเมือง เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในตัวเมืองเชียงใหม่  เมื่อพญามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่เมื่อ พ.ศ. ๑๘๓๙ พระองค์ทรงยกพระตำหนักเชียงมั่น ถวายเป็นพระอารามให้ชื่อว่า วัดเชียงมั่น วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญของเชียงใหม่  “พระเสตังคมณี” หรือ “พระแก้วขาว” ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวเชียงใหม่ มีสถาปัตยกรรมสำคัญ ได้แก่ พระอุโบสถ หอไตร และที่สำคัญคือ เจดีย์ทรงระฆังฐานสี่เหลี่ยมและมีช้างล้อมที่ฐานหมายความว่าค้ำจุนพระพุทธศาสนาไว้  

    วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อยู่ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง พญาผายูกษัตริย์องค์ที่ ๕ ในราชวงศ์มังรายโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดนี้ขึ้น ในปีพ.ศ. ๑๘๘๘ พร้อมทั้งสร้างพระเจดีย์สูง ๒๔ ศอกองค์หนึ่ง  เพื่อใช้เป็นที่บรรจุอัฐิของพญาคำฟู พระราชบิดา มีพระพุทธรูปที่สำคัญอยู่องค์หนึ่งคือพระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิเพชร ตามประวัติเล่าว่าเจ้ามหาพรหมได้เชิญพระสิงห์มาจากเมืองกำแพงเพชรเพื่อถวายแด่พระเจ้าแสนเมืองมา แต่พอราชรถมาถึงวัดมีเหตุให้ต้องอัญเชิญประดิษฐานไว้ที่นี่ เมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ชาวเมืองจะอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้แห่ไปตามถนนรอบเมืองเพื่อให้ประชาชนสรงน้ำโดยทั่วกัน ในวิหารลายคำซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ยังมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องสุพรรณหงส์ และสังข์ทองซึ่งพบเพียงที่นี่แห่งเดียว

    ยังมีศิลปกรรมอื่นๆ ที่น่าชม ได้แก่ พระอุโบสถตกแต่งแบบศิลปะล้านนา หอไตรประดับด้วยรูปปูนปั้นเทวดา และเจดีย์ทรงกลมแบบล้านนา

    วัดพวกหงษ์  ตั้งอยู่ถนนสามล้าน (ในซอยตรงข้ามกับซอยสามล้าน ๗) ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง สิ่งที่น่าสนใจ คือ วัดนี้มีเจดีย์โบราณซึ่งพบว่ามีเพียงสามวัดในเชียงใหม่ คือ วัดพวกหงษ์ วัดร่ำเปิง และวัดเจดีย์ปล่อง มีลักษณะเป็นทรงกลม ก่ออิฐถือปูนฐานเป็นสี่เหลี่ยมหนึ่งชั้น เหนือขึ้นไปเป็นฐานทรงกลมสามชั้น และมีองค์เจดีย์เป็นทรงกลมซ้อนกัน ๗ ชั้นจากใหญ่ไปหาเล็ก โดยรอบเป็นซุ้มพระพุทธรูปรวม ๕๒ ซุ้ม ตามประวัติเจดีย์นี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๐๓๐ สมัยพระเจ้ายอดเชียงราย และได้รับการบูรณะสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช พ.ศ. ๒๓๖๔ นอกจากนี้ที่วัดยังเก็บรักษาคัมภีร์ธรรมเก่าแก่เกี่ยวกับความเชื่อเรื่องผี และ มูลศาสนา

    วัดปราสาท ตั้งอยู่บนถนนอินทวโรรส ซอย ๓ อำเภอเมือง ใกล้กับวัดพระสิงห์ จากวัดพระสิงห์สามารถเดินไปได้ใช้เวลา ๑๐ นาที จุดเด่น คือ วิหารซึ่งมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบล้านนาดั้งเดิม ที่หน้าบันวิหารมีลวดลายปูนปั้นประดับกระจกสี และไม้แกะสลักรูปสิงห์ฝีมือประณีต ซุ้มปราสาทที่ประดิษฐานพระประธานเป็นศิลปะล้านนาโบราณที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง

    วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อยู่ที่ถนนพระปกเกล้า วัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่พอดี ประดิษฐานเจดีย์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าแสนเมืองมากษัตริย์องค์ที่ ๗ แห่งราชวงศ์มังราย (พ.ศ.๑๙๑๓-๑๙๕๔) ต่อมาพระยาติโลกราชโปรดให้ช่างขยายเจดีย์ให้สูงและกว้างกว่าเดิม แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๒๔ และอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานระหว่าง พ.ศ.๒๐๑๑-๒๐๙๑ นานถึง ๘๐ ปี ต่อมาในสมัยพระนางจิระประภา  ได้เกิดแผ่นดินไหวเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๘๘ ทำให้ยอดเจดีย์หักโค่นลง ปัจจุบันเจดีย์มีความสูงคงเหลือ ๔๐.๘ เมตร ฐานกว้างด้านละ ๖๐ เมตร
    วิหารหลวงของวัดนี้เจ้าคุณอุบาลีคุณปรมาจารย์ (สิริจันทะเถระ) และเจ้าแก้วนวรัฐเป็นผู้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๗๑ หน้าประตูทางเข้าวิหาร มีบันไดนาคเลื้อยงดงามยิ่ง ใช้หางเกี่ยวกระหวัดขึ้นไปเป็นซุ้มประตูวิหาร  นาคคู่นี้เป็นฝีมือเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่เดิมได้ชื่อว่าเป็นนาคที่สวยที่สุดของภาคเหนือ

    และในวัดเจีย์หลวงนี้ยังมี เสาอินทขิล หรือ เสาหลักเมือง สร้างขึ้นเมื่อครั้งพ่อขุนเม็งรายมหาราชสร้างเมืองเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. ๑๘๓๙ ประดิษฐานอยู่ในวิหารจตุรมุขทรงไทยหลังเล็กๆ เสาอินทขิลนี้สร้างด้วยไม้ซุงต้นใหญ่ ฝังอยู่ใต้ดิน ทุกปีในวันแรม ๑๒ ค่ำเดือน ๘ (เหนือ) หรือประมาณเดือนพฤษภาคมจะมีงานเรียกว่า เข้าอินทขิล เป็นการฉลองหลักเมือง

    วัดพันเตา ตั้งอยู่บนถนนพระปกเกล้า ติดกับวัดเจดีย์หลวง วิหารเดิมเป็นหอคำหรือท้องพระโรงหน้าของพระเจ้ามโหตรประเทศ เป็นอาคารเครื่องไม้แบบพื้นเมือง ซุ้มประตูประดับไม้แกะสลักรูปนกยูงอันเป็นสัญลักษณ์ของเจ้านายฝ่ายเหนือซึ่งมองดูวิจิตรและสง่างาม

    คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) ตั้งอยู่ที่ถนนพระปกเกล้าด้านที่ตัดกับถนนราชดำเนิน ต.ศรีภูมิ อ.เมือง เจ้าบุรีรัตน์เป็นตำแหน่งทางราชการ คุ้มเจ้าบุรีรัตน์หลังนี้คาดว่าสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๓๒-๒๔๓๖ ปัจจุบันตกเป็นของตระกูลกิติบุตรและทิพย์มณฑล ซึ่งมอบให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดตั้งเป็นศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา ภายใต้การดูแล จัดการ และดำเนินงาน ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เพื่อเก็บข้อมูล และค้นคว้า วิจัย อันนำไปสู่แนวทางในการอนุรักษ์ที่ถูกต้อง

    รูปแบบทางสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างลักษณะพื้นถิ่นและตะวันตก และเป็นแบบอย่างของสถาปัตยกรรมอิทธิพลตะวันตกที่สร้างในเชียงใหม่ยุคแรก เป็นเรือนสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้บันไดอยู่ด้านนอก เสาชั้นล่างก่ออิฐหนาเป็นรูปโค้ง ฉาบปูนเป็นระเบียงโดยรอบ ชั้นบนเป็นพื้นไม้สักมีระเบียงโดยรอบ ปัจจุบันตัวอาคารยังอยู่ในสภาพดี แสดงถึงวิทยาการก่อสร้างที่แข็งแรงคงทนในอดีต เปิดให้ชมวันจันทร์-ศุกร์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๓๐ น. สอบถามรายละเอียดที่โทร. ๐ ๕๓๒๗ ๗๘๕๕

    วัดกู่เต้า ตั้งอยู่ในตำบลศรีภูมิ ติดกับสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ วัดนี้เดิมชื่อว่าวัดเวฬุวนาราม มีเจดีย์ที่มีลักษณะแปลกไปกว่าเจดีย์อื่นๆในเมืองไทย คือคล้ายกับผลแตงโมวางซ้อนกันอยู่หลายลูก ชาวบ้านจึงเรียกว่า เจดีย์กู่เต้า วัดนี้ไม่มีประวัติแจ้งไว้แน่ชัดว่าสร้างขึ้นในสมัยใด แต่มีตำนานเล่าว่า เจดีย์กู่เต้านี้เป็นที่บรรจุอัฐิของเจ้าฟ้าสารวดี ซึ่งเป็นราชโอรสของพระเจ้าบุเรงนอง ซึ่งมาครองเมืองเชียงใหม่ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๑๒๒-๒๑๕๐

    วัดอุปคุต ตั้งอยู่ถนนท่าแพ ด้านสะพานนวรัฐ ลงจากสะพานผ่านสี่แยกมาประมาณ ๑๐ เมตร จะพบวัดอยู่ทางด้านซ้ายมือ สิ่งที่น่าสนใจคือ ประเพณีใส่บาตรพระอุปคุต ชาวเหนือเชื่อว่าหากเดือนใดมีวันเพ็ญที่ตรงกับวันพุธ หรือที่เรียกว่า “เป็งพุธ” พระอุปคุตจะปลอมเป็นเณรมาบิณฑบาตตอนเที่ยงคืน ชาวบ้านเชื่อว่าหากได้ใส่บาตรพระอุปคุตจะได้บุญมาก จึงมีประเพณีใส่บาตรตอนเที่ยงคืน

    ภายในวิหารประดิษฐานพระอุปคุตซึ่งเป็นพระประธาน มีภาพจิตรกรรมฝาผนังสีน้ำมันเรื่องพระเวสสันดรชาดก ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตของชาวเหนือ วาดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐ โดยพ่อบุญปั๋ง พงษ์ประดิษฐ์ ศิลปินล้านนา อาคารที่มีลักษณะแปลกตาอีกหลังหนึ่งคือหอเก็บพระพุทธรูปทรงลูกบาศก์ ยกพื้นสูงมีลายปูนปั้นประดับอยู่โดยรอบผนังด้านนอก ทวารบาลเป็นยักษ์ปูนปั้น บานประตูลงรักปิดทอง

    วัดแสนฝาง  ตั้งอยู่ที่ถนนท่าแพซึ่งในสมัยก่อนเป็นย่านการค้าของพ่อค้าชาวพม่า เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งที่มีศิลปการก่อสร้างแบบพม่า โดยเฉพาะเจดีย์ที่มีการตกแต่งลวดลายปูนปั้นวิจิตรงดงาม นอกจากนี้ยังมีกุฏิเจ้าอาวาสซึ่งสร้างมานานกว่า ๑๐๐ ปี เป็นจุดที่น่าสนใจอีกด้วย ตามประวัติเล่าว่าพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ ๗ ให้รื้อที่ประทับของพระเจ้ากาวิโรรสสุริวงศ์ (เจ้าชีวิตอ้าว) เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ ๖ มาสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๐ ครั้นสร้างเสร็จแล้วจึงโปรดให้มีการฉลองในปี พ.ศ. ๒๔๒๑

    วัดบุพพาราม ตั้งอยู่บนถนนท่าแพเยื้องกับวัดแสนฝาง อำเภอเมือง เป็นวัดคู่เมืองเชียงใหม่ พระเมืองแก้วโปรดให้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๐๓๙ ได้รับการบูรณะเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๒ เจ้าหลวงธรรมลังกาโปรดให้สร้างวิหารหลังเล็กซึ่งเป็นเครื่องไม้ศิลปะล้านนา หน้าบันเป็นปูนปั้นประดับกระจกแกะลายสลักไม้อย่างงดงาม  ส่วนวิหารหลังใหญ่หน้าบันมีลวดลายไม้แกะสลักแบบพม่า เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อด้วยทองแดงล้วนหนัก ๑ โกฏิ อายุ ๔๐๐ ปีเศษ และพระพุทธรูปเชียงแสนหล่อด้วยสำริดอยู่ทางด้านซ้ายและขวาอีกหนึ่งคู่

    ภายในหอมณเฑียรธรรมประดิษฐานพระพุทธรูปไม้สักขนาดหน้าตักกว้าง ๑ วาเศษ มีอายุประมาณ ๔๐๐ ปี  ตามประวัติเล่าว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงยกทัพจากเมืองอยุธยาเพื่อขึ้นมาปราบอริราชศัตรูที่มารุกรานเมืองเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๒๑๔๗ จนทัพศัตรูได้ล่าถอยไปทางเมืองแหงและเมืองต๋วน สมเด็จพระนเรศวรฯจึงพักรบและสร้าง “พระพุทธนเรศศักดิ์ชัยไพรีพินาศ” องค์นี้ขึ้น

    วัดป่าเป้า ตั้งอยู่ที่ถนนมณีนพรัตน์ เป็นวัดเงี้ยวแห่งแรกในเมืองเชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อประมาณ ปี พ.ศ.๒๔๒๖ ชาวเงี้ยว หรือชาวไทยใหญ่ในสมัยนั้นจะอาศัยอยู่บริเวณย่านช้างเผือก ข่วงสิงห์ ช้างม่อย ฟ้าฮ่าม และวังสิงห์คำ แต่เดิมบริเวณนี้มีต้นเป้าเป็นจำนวนมาก วัดจึงได้ชื่อว่า วัดป่าเป้า ลักษณะของพระธาตุที่วัดป่าเป้านี้เป็นแบบไทยใหญ่ เละที่วัดได้จัดประเพณีปอยส่างลองเป็นประจำในเดือนเมษายนของทุกปี

    วัดช่างฆ้อง สร้างเมื่อ พ.ศ.๑๙๐๐ ชาวบ้านช่างฆ้องที่อพยพมาจากเชียงแสนราวต้นรัตนโกสินทร์เป็นผู้สร้างขึ้น ภายในวัดมีหอไตรซึ่งเป็นตึกสองชั้นตกแต่งด้วยลายปูนปั้นและไม้ฉลุ เป็นศิลปะผสมระหว่างจีนและพม่า ด้านนอกอาคารมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเจ้าสิบชาติฝีมือช่างพื้นบ้าน ซึ่งยังคงสมบูรณ์อยู่

    วัดช่างฆ้องตั้งอยู่ที่ถนนลอยเคราะห์ ติดกับถนนกำแพงดิน จากประตูท่าแพเลี้ยวซ้ายเข้าถนนคชสาร และเลี้ยวซ้ายเข้าถนนลอยเคราะห์ พบสี่แยกแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนกำแพงดิน วัดอยู่ทางด้านซ้ายมือ

    เวียงกุมกาม  เป็นเมืองโบราณที่พญามังราย (พ่อขุนเม็งราย) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๘๒๙ มีคูเวียงอยู่ ๔ ด้านเพื่อไขแม่น้ำปิงให้ขังไว้ในคูเมือง จากการสำรวจพบว่ามีโบราณสถานที่ปรากฏอยู่ในเวียงกุมกาม และใกล้เคียง ๒๐ แห่ง ทั้งที่เป็นซากโบราณสถาน และเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำวัดอยู่ โบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ วัดเจดีย์เหลี่ยม วัดช้างค้ำ วัดน้อย วัดปู่เปี้ย วัดกู่ขาว วัดอีก้าง วัดหัวหนอง และ วัดปู่ซ้ง

    ปัจจุบันเวียงกุมกาม อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเชียงใหม่ ประมาณกิโลเมตรที่ ๓-๔ ถนนซูเปอร์ไฮเวย์ (เชียงใหม่-ลำพูน) ในเขตตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี และอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำปิงด้านทิศตะวันออก  การเดินทาง เข้าทางตู้ยามหนองหอยและตรงมาจนทะลุแยกเกาะกลางป่ากล้วยตรงต่อไปจนถึงตู้ยามเจดีย์เหลี่ยม
    วัดเจดีย์เหลี่ยม หรือ เจดีย์กู่คำ ตั้งอยู่ถนนสายเกาะกลางบริเวณเวียงกุมกาม  สร้างขึ้นในรัชสมัยของพญามังราย เมื่อปี พ.ศ. ๑๘๓๑ กล่าวคือ หลังจากที่พระองค์ได้ยกทัพมาตีเมืองลำพูนแล้วทรงมอบเมืองลำพูนให้อำมาตย์คนสนิทชื่อ อ้ายฟ้า ครองเมืองแทน ส่วนพระองค์ก็ยกทัพไปสร้างเมืองใหม่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ได้ ๒  ปี จึงยกทัพไปสร้างเมืองใหม่อยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำปิง เมื่อปี พ.ศ. ๑๘๒๙ ให้ชื่อเมืองนี้ว่าเวียงกุมกาม จนถึงปี พ.ศ. ๑๘๓๐ พระองค์ทรงให้ช่างไปถ่ายแบบพระเจดีย์มาจากวัดจามเทวีลำพูน เพื่อนำมาสร้างให้เป็นที่สักการะแก่คนทั้งหลาย โดยสร้างเจดีย์องค์นี้ มีฐานกว้าง ๘ วา ๑ ศอก สูง ๒๒ วา มีพระพุทธรูปบรรจุอยู่ในซุ้มทั้ง ๔ ด้าน ด้านละ ๑๕ องค์ รวม ๖๐ องค์  

    หลังจากนั้นมาเป็นเวลาหลายร้อยปี วัดนี้ได้ถูกทอดทิ้งให้รกร้าง จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๕๑ มีคหบดีชาวพม่าคนหนึ่งได้มาเห็นเข้า เกิดความเลื่อมใส ได้บูรณะขึ้นใหม่ โดยให้ช่างชาวพม่าเป็นผู้ดำเนินการ จึงมีศิลปแบบพม่าเข้ามาแทนที่ศิลปแบบดั้งเดิม คงมีแต่โครงสร้างที่ยังเป็นรูปเดิมอยู่เท่านั้น

    วัดพระธาตุดอยคำ ตั้งอยู่ที่ ตำบลแม่เหี๊ยะ อำเภอเมือง เดินทางไปได้ตามเส้นทางเรียบคลองชลประทาน จะมีป้ายบอกข้ามคลองไปทางต.แม่เหี๊ยะ  ตามประวัติ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙ ว่า ขณะนั้นวัดอยคำเป็นวัดร้าง ต่อมากรุแตกชาวบ้านพบโบราณวัตถุหลายชิ้น เช่น พระรอดหลวง พระหินทรายปิดทององค์ใหญ่ พระสามหมอ(เนื้อดิน) ซึ่งนำมาประดิษฐานไว้ ณ วัดพระธาตุดอยคำ

    พระธาตุดอยคำนอกจากจะเป็นที่สักการะบูชาของคนท้องถิ่นแล้ว  ยังเป็นสัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของการบินไทยที่ใช้กำหนดพื้นที่ทางสายตา ก่อนที่จะลงจอดที่สนามบิน

    ศาลาธนารักษ์ ๑  จังหวัดเชียงใหม่รวบรวมและจัดแสดงทรัพย์สินโบราณอันมีค่า ประกอบด้วยเงินตราไทย เครื่องราชอิสริยาภรณ์ รวมทั้งเป็นศูนย์รับแลก-จ่ายแลกเหรียญกษาปณ์และตรวจพิสูจน์เหรียญกษาปณ์ในภูมิภาคนั้นๆ ตลอดจนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเหรียญกษาปณ์ และธนบัตรไทย เปิดทำการวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๕.๓๐ น. ที่เลขที่ ๕๒ ถ.ราชดำเนิน ต.ศรีภูมิ อ.เมือง โทร. ๐ ๕๓๒๒ ๔๒๓๗-๘

    ข้อมูลทั่วไป

    นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ หรือเวียงพิงค์ ก่อตั้งโดยพญามังรายมหาราชปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังรายเมื่อพ.ศ. ๑๘๓๙  ราชวงศ์นี้ได้ปกครองต่อมายาวนาน ๒๐๐ ปี เมืองนี้จึงตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าในปีพ.ศ. ๒๑๐๑  ต่อมาในปีพ.ศ. ๒๓๑๗ พระเจ้าตากสินมหาราชขับไล่พม่าจนพ่ายแพ้ไป เชียงใหม่จึงรวมเข้าในอาณาจักรสยามนับแต่นั้นมา ต่อมาในสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเชียงใหม่มีฐานะเป็นเมืองประเทศราช และเมื่อมีการปรับปรุงการปกครองส่วนภูมิภาคในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเชียงใหม่เปลี่ยนฐานะเป็นมณฑลพายัพ และเป็นจังหวัดในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันเชียงใหม่นับเป็นเมืองใหญ่และสำคัญที่สุดของภาคเหนือ  และในขณะเดียวกันก็ยังเป็นเมืองที่รวบรวมศิลปกรรม โบราณวัตถุ ตลอดจนวัฒนธรรมดั้งเดิมของล้านนาไทยเอาไว้
    โดยทั่วไปแล้วพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ส่วนใหญ่เป็นป่าละเมาะและภูเขา มีที่ราบอยู่ตอนกลางตามสองฟากฝั่งแม่น้ำปิง อาณาเขตของจังหวัดเชียงใหม่ ทิศเหนือจดรัฐเชียงตุงของสหภาพพม่า ทิศใต้จดจังหวัดลำพูน และตาก ทิศตะวันตกจดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทิศตะวันออกจดจังหวัดเชียงราย ลำปาง และลำพูน

    ระยะทางจากตัวเมืองไปยังอำเภอและกิ่งอำเภอต่างๆ
    อำเภอแม่ริม      ๘ กิโลเมตร          
    อำเภอสารภี   ๑๐ กิโลเมตร          
    อำเภอสันทราย   ๑๒ กิโลเมตร          
    อำเภอสันกำแพง ๑๓ กิโลเมตร
    อำเภอหางดง   ๑๕ กิโลเมตร
    อำเภอดอยสะเก็ด ๑๘ กิโลเมตร
    อำเภอสันป่าตอง   ๒๒ กิโลเมตร
    กิ่งอำเภอแม่ออน   ๒๙ กิโลเมตร
    อำเภอแม่วาง ๓๕ กิโลเมตร
    อำเภอแม่แตง ๔๐  กิโลเมตร
    อำเภอสะเมิง ๕๔ กิโลเมตร          
    อำเภอจอมทอง   ๕๘ กิโลเมตร
    อำเภอเชียงดาว ๖๘ กิโลเมตร  
    อำเภอฮอด ๘๘ กิโลเมตร
    อำเภอพร้าว              ๑๐๓ กิโลเมตร
    อำเภอดอยเต่า              ๑๒๑ กิโลเมตร        
    อำเภอไชยปราการ                ๑๓๑ กิโลเมตร
    อำเภอเวียงแหง ๑๕๐ กิโลเมตร
    อำเภอฝาง                  ๑๕๔ กิโลเมตร        
    อำเภอแม่แจ่ม              ๑๕๖ กิโลเมตร          
    อำเภอแม่อาย              ๑๗๔ กิโลเมตร          
    อำเภออมก๋อย              ๑๗๙ กิโลเมตร          

    การเดินทาง
    ทางรถยนต์  จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ (พหลโยธิน) แยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒ (สายเอเซีย)  ผ่านอยุธยา อ่างทอง นครสวรรค์ หลังจากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ ไปยังพิษณุโลก  ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข ๑๑  ผ่านลำปาง ลำพูน ถึงเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ ๖๙๕ กิโลเมตร อีกทางหนึ่งคือจากนครสวรรค์ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๑  ผ่านกำแพงเพชร ตาก และลำปาง ถึงเชียงใหม่  ระยะทางประมาณ ๖๙๖ กิโลเมตร

    รถประจำทาง  มีรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต ๒) ถนนกำแพงเพชร ๒ ทุกวันๆละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๑๐ ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๒๘๕๒ – ๖๖  และที่เชียงใหม่  โทร. ๐ ๕๓๒๔ ๑๔๔๙, ๐ ๕๓๒๔ ๒๖๖๔ หรือดูใน www.transport.co.th  บริษัทที่มีบริการเดินรถ กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ได้แก่  ทันจิตต์ทัวร์ โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๓๒๑๐, นครชัยแอร์ โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๓๙๐๑, ๐ ๒๙๓๖ ๓๓๕๕ นิววิริยะยานยนต์ทัวร์ โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๒๒๐๗, สมบัติทัวร์ โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๓๓๕๕, สหชาญทัวร์ โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๒๗๖๒, สยามเฟิสท์ทัวร์ โทร. ๐ ๒๙๕๔ ๓๖๐๑-๗

    รถไฟ  มีรถด่วน และรถเร็ว ออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่หน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร.  ๐ ๒๒๒๓ ๗๐๑๐, ๐ ๒๒๒๓ ๗๐๒๐, ๑๖๙๐ สถานีรถไฟเชียงใหม่  โทร. ๐ ๕๓๒๔ ๒๐๙๔ และ www.srt.or.th

    เครื่องบิน บริษัทการบินไทย จำกัด บินประจำระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ทุกวัน  ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๑ ชั่วโมง  สำรองที่นั่ง  โทร. ๐ ๒๒๘๐ ๐๐๖๐, ๐ ๒๖๒๘ ๒๐๐๐ สอบถามรายละเอียด  โทร. ๑๕๖๖  สำนักงานเชียงใหม่  โทร. ๐ ๕๓๒๑ ๐๐๔๓-๔ และ www.thaiairways.com และบริษัทบางกอกแอร์เวย์ จำกัด บริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-สุโขทัย-เชียงใหม่ โทร. ๐ ๒๒๒๙ ๓๔๓๔  และ www.bangkokair.com

    ดอยอินทนนท์ น้ำตกสิริภูมิ อ่างกา น้ำตกแม่ปาน น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ ผาหมอน พระมหาธาตุนภเมทนีดล พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ

    ดอยอินทนนท์ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอสันป่าตอง อำเภอจอมทองและอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีดอยอินทนนท์ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย สภาพป่าเป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย และเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำปิงที่ให้พลังงานไฟฟ้าที่เขื่อนภูมิพล มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกต่างๆ โดยเฉพาะน้ำตกแม่ยะ ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดของประเทศ  อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์มีเนื้อที่ประมาณ 482 ตารางกิโลเมตร หรือ 301,500 ไร่
    การเดินทาง :

    ทางรถยนต์
    จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามถนนสายเชียงใหม่ - ฮอด ประมาณ หลักกิโลเมตรที่ 58 ก่อนถึงตลาด อำเภอจอมทอง มีถนนแยกไปทางขวา คือ ถนนสายจอมทอง - ดอยอินทนนท์ ซึ่งมีระยะทาง ถึงยอดดอยประมาณ 48 กิโลเมตร ซึ่งที่ทำการเขตจะอยู่ บริเวณหลัก กม. ที่ 31

    เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ :
    1. เส้นทางสายอ่างกา
    เป้นเส้นทางที่มีความสำคัญมีเอกลักษณ์เฉพาะ ระยะทาง 360 เมตร ใช้เวลาเดินศึกษา ธรรมชาติประมาณ 15 - 20 นาที เป็นลักษณะของป่าดิบเขาระดับสูง มีพรรณไม้เขตอบอุ่น ผสมกับเขตร้อน ที่พบเฉพาะในระดับสูง เป็นแบบป่าโบราณ มีพืชที่อาศัยเกาะติดต้นไม้มากมาย ตามพื้น จะพบพวกข้าวตอกฤๅษีเป็นบริเวณกว้าง ในหน้าหนาวจะพบกุหลาบพันปี สีแดงสวย และได้ยินเสียงนกร้อง อยู่เป็นระยะๆ มีความชุ่มชื้น และเป็นต้นกำเนิด ของสายน้ำแม่ปิง มีความหลากหลาย ทางชีวภาพและ อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก

    2. เส้นทางสายยอดดอย - น้ำตกสิริภูมิ
    เป็นทางเดินระยะไกลประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 5 ชม. เหมาะสำหรับศึกษา เรื่องความแตกต่างของพันธุ์ไม้ ในระดับความสูงที่แตกต่างกัน ความหลากหลายของสังคมพืช การทดแทนของพันธุ์ไม้ ที่ถูกทำลาย การฟื้นฟูสภาพป่า การส่งเสริมอาชีพชาวเขา และทิวทัศน์ของหุบเขาด้านล่าง

    3. เส้นทางสายกิ่วแม่ปาน
    เป็นทางเดินป่าระยะสั้น ประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชม. เหมาะสำหรับเรื่องการศึกษาป่าดิบเขา ในระดับต่ำลงมา สังคมทุ่งหญ้าที่เกิดขึ้นภายหลัง การทำลายสภาพป่าเดิม ลักษณะพืชเด่น ตามเส้นทางเดิน ทิวทัศน์ของ หน้าผาที่สวยงาม ตลอดจน ลักษณะการเกิดผลกระทบ ต่อเนื่องบริเวณรอยต่อ ระหว่างบริเวณรอยต่อ ระหว่างพื้นที่ป่าสมบูรณ์ กับพื้นที่ที่ถูกทำลาย หรือที่เรียกว่า EDGE EFFECT

    4. เส้นทางสายน้ำตกแม่ปาน
    เป็นทางระยะสั้นประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชม. เหมาะสำหรับการศึกษาสภาพป่า ข้างลำธาร ความสำคัญของต้นน้ำ ชมน้ำตกตลอดการทาง

    5. เส้นทางสายถ้ำบริจินดา
    เป็นทางระยะสั้นใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชม. เหมาะสำหรับการศึกษาในเรื่องกำเนิดถ้ำ สิ่งมีชีวิตในถ้ำ การเกิดหินงอกหินย้อย

    6. เส้นทางสายสบหาด - บ้านแม่กลาง
    ระยะทางประมาณ 900 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชม. เหมาะกับการศึกษาในเรื่องของ สังคมป่าเต็งรังผสมสน และชมน้ำตกตาดน้อย

    7. เส้นทางสายผาแว่น - น้ำตกวชิรธาร
    ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชม. เหมาะกับการศึกษาในเรื่องของ สังคมป่าผสมผลัดใบ ความร่มรื่น ชมทิวทัศน์ของน้ำตกแม่กลาง น้ำตกวชิรธาร และการทำเกษตรของชาวเขา

    8. เส้นทางสาย กม.ที่ 38 - น้ำตกสิริภูมิ
    เป็นเส้นทางเดินป่าระยะไกล ประมาณ 5.5 กิโลเมตร. ใช้เวลาเดินประมาณ 3 ชม. เหมาะสำหรับการดูนก ที่อาศัยอยู่ในป่าดิบเขาระดับ 1500 เมตร

    . เส้นทางสายปางสมเด็จ - ผาหมอน
    เป็นระยะทางไกลประมาณ 6 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 3 ชม. เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการเดินป่า โดยเฉพาะ และต้องการศึกษาเส้นทาง สมัยที่ยังไม่มีถนน ตัดขึ้นดอยอินทนนท์

    ลักษณะภูมิประเทศ :
    สภาพภูมิประเทศทั่วไปประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อน มีดอยอินทนนท์เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด สูงจาก ระดับน้ำทะเล 2,565 เมตร ยอดเขาที่มีระดับสูงรองลงมาคือ ดอยหัวมดหลวง สูงจากระดับน้ำทะเล 2,330 เมตร ป่าอินทนนท์นี้เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำแม่กลาง แม่ป่าก่อ แม่ปอน แม่หอย แม่ยะ แม่แจ่ม แม่ขาน และเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำแม่ปิงที่ให้พลังงานไฟฟ้าที่เขื่อนภูมิพล

    ลักษณะภูมิอากาศ :
    เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงถึง 2,565 เมตร อากาศจึงหนาวเย็นตลอดปี ความชื้นสูงมาก โดยเฉพาะบนดอย ในฤดูหนาวอุณหภูมิจะต่ำกว่าศูนย์องศงเซลเซียสทุกปี ในฤดูร้อนก็ยังมีอากาศหนาวเย็นอยู่ ต้องสวมเสื้อกันหนาว

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
    สภาพทั่วๆ ไปเป็นที่โล่ง สลับกับป่าไม้ เนื่องจากถูกชาวเขา เผ่าแม้ว และกระเหรี่ยง ถางป่าทำไร่ จะเห็นได้จากบริเวณสองข้างทาง ขึ้นยอดดอยอินทนนท์ เป็นภูเขาหัวโล้น เกือบทั้งหมด ซึ่งเป็นทิวทัศน์ ที่แตกต่างจากอุทยานฯ อื่นๆ ป่าไม้ในเขตอุทยานฯ มีหลายชนิด ได้แก่ ป่าดงดิบ ป่าสน ป่าเต็งรัง หรือป่าเบญจพรรณ มีพันธุ์ไม้มีค่าทางเศรษฐกิจดังนี้คือ สัก ตะเคียน สนเขา เต็ง เหียง มะเกลือ แดง ประดู่ รกฟ้า มะค่า เก็ตแดง จำปีป่า ตะแบก เป็นต้น

    นอกจากนี้ ยังมีดอกไม้ป่าที่สวยงามหลายชนิด เช่น ฟ้ามุ่ย ช้างแดง รองเท้านารี และกุหลาบป่า สำหรับ มอส ข้าวตอกฤๅษี ออสมันด้า มีอยู่ทั่วไปในระดับสูง

    สัตว์ป่า ในบริเวณอุทยานฯ มีจำนวนลดลงไปมาก เนื่องจากถูกชาวเขาเผ่าต่างๆ ล่าเป็นอาหาร และป่าซึ่งเป็น ที่อยู่อาศัยถูกถางลงมากมาย ทำให้สัตว์ใหญ่บางชนิดหมดไปจากป่านี้ ปัจจุบันมีสัตว์ที่หลงเหลืออยู่บ้าง ได้แก่ เลียงผา กวาง เสือ หมูป่า หมี ชะนี ชะมด กะต่ายป่า และไก่ป่า

    จุดเด่นที่น่าสนใจ :
    ปัจจุบันทางทหารได้ตัดถนนขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์ จึงสามารถเดินทางโดยรถยนต์ได้สะดวก สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง ก็อาจเลือกวิธีเดินเท้า ที่นิยมมักเริ่มต้นจากน้ำตกแม่กลาง คืนแรกพักที่หมู่บ้านกะเหรี่ยงแม่แอบ คืนที่สองพักที่หมู่บ้านกะเหรี่ยงผาหม่อน คืนที่สามพักที่ปางสมเด็จ แล้วขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์ ในระหว่างทางจะได้รับความเพลิดเพลินกับบรรยากาศป่าเขา และได้ศึกษา ความเป็นอยู่ของชาวกะเหรี่ยงไปด้วย

    ยอดดอยอินทนนท์
    ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของประเทศ ซึ่งคนไทยส่วนมากต้องการไปสัมผัสเพื่อเป็นประวัติของชีวิต อากาศบนยอดดอยหนาวเย็น ยามฤดูหนาวอากาศหนาวจัด มีเมฆหมอกครึ้ม บรรยากาศดังกล่าวหาได้ยาก ในประเทศไทย ต้นไม้ในบริเวณยอดดอยแตกต่างจากที่อื่นเพราะมีสภาพเป็นป่าโบราณ ตามต้นไม้มีเฟิร์น หลายชนิดและมอสจับเขียวครึ้ม พันธุ์ไม้ดอกเช่น กุหลาบป่า คล้ายกับภูกระดึง แต่สูงใหญ่กว่ามาก จนเรียกกันว่า "กุหลาบพันปี" นอกจากนี้ ยังมี ลานข้าวตอกฤๅษี ซึ่งเป็นมอสชนิดหนึ่ง ขึ้นอยู่หนาแน่นมีสีเขียว สลับสีน้ำตาลอ่อนๆ มอสชนิดนี้จะขึ้นได้เฉพาะที่สูง ความชื้นมาก และอากาศหนาวเย็นเท่านั้น และเป็นที่ประดิษฐาน สถูปบรรจุอัฐิเจ้าอินทวิชยานนท์ อดีตเจ้าเมืองเชียงใหม่

    โครงการหลวงดอยอินทนนท์
    ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 31 แยกขวาเข้าไปอีก 1 กิโลเมตร ผลิตผลหลักคือไม้ดอกเมืองหนาว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมแปลงดอกไม้และการเพาะขยายพันธุ์

    พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ
    ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 41.5 ด้านซ้ายมือสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในปี พ.ศ. 2530 และ พ.ศ. 2535

    ดอยขุนกลาง
    บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 31 ภูมิประเทศโดยรอบจะเป็นทุ่งหญ้าคา เนื่องจากป่าถูกถางลง เมื่อ 50 กว่าปีที่แล้วมา เป็นดอยที่ลดหลั่นประดุจดังคลื่น โดยเฉพาะในฤดูฝนจะเขียวขจีเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตา

    น้ำตกแม่กลาง
    อยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ จากถนนสายจอมทอง-อินทนนท์ ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 8 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกแม่กลาง

    น้ำตกแม่ยะ
    อยู่ทางทิศใต้ของเขตอุทยานฯ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เกิดจากลำห้วยแม่ยะ มีความสูงถึง 260 เมตร จนกล่าวกันว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของประเทศ เหมือนกับเอาน้ำตกต่างๆมารวมกันไว้ ณ ที่นี้ ทางเข้าน้ำตกนี้ แยกจากถนนสายจอมทอง-ฮอด ไปทางขวามือซึ่งมีป้ายบอกไว้ที่ข้างทาง

    น้ำตกสิริภูมิ
    เดิมชื่อ น้ำตกเลาลี ตามชื่อของแม้ว ซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้านที่อยู่ใกล้น้ำตกนี้ ต่อมา มรว.จักรทอง ทองใหญ่ เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขนานนามว่า "สิริภูมิ" เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ น้ำตกนี้อยู่ใกล้ หลักกิโลเมตรที่ 31 ถนนสายจอมทอง-อินทนนท์

    น้ำตกวชิรธาร หรือน้ำตกเมืองโยง
    เกิดจากลำห้วยแม่กลางอยู่ประมาณกิโลเมตรที่ 22 ถนนสายจอมทอง-อินทนนท์ มีน้ำไหลตกจากหน้าผาสูงถึง 70 เมตร

    น้ำตกแม่ปาน
    ตั้งอยู่เชิงดอยอินทนนท์ ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่แจ่มประมาณ 16 กิโลเมตร เดินทางจากแยก ขึ้นดอยอินทนนท์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1192 อินทนนท์-แม่แจ่ม ประมาณ 6 กิโลเมตร ถึงทางแยกเข้าไป ยังน้ำตกอีก 9 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินทางอีกประมาณ 10 นาที น้ำตกแม่ปานนับว่าเป็นน้ำตกที่ยาวที่สุด ของเชียงใหม่

    น้ำตกทรายเหลือง
    ตั้งอยู่บนเส้นทางเดียวกับน้ำตกแม่ปาน และอยู่ห่างจากถนนสายดอยอินทนนท์-แม่แจ่ม ประมาณ 2 กิโลเมตร

    ถ้ำบริจินดา
    เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีหินงอกหินย้อย อยู่บนภูเขาทิศตะวันออกของอุทยานฯ

    ดอยสุเทพ ดอยปุย อนุเสาวรีย์พระครูบาศรีวิชัย วัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ น้ำตกห้วยแก้ว หมู่บ้านชาวเขา

    ดอยสุเทพ ดอยปุย มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอแม่ริม อำเภอหางดง และอำเภอเมือง เชียงใหม่ ประกอบด้วยป่าที่อุดมสมบูรณ์ ภูเขาที่สูงสลับซับซ้อน ที่สำคัญได้แก่เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธาร ทั้งมีสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญทางศาสนา และทางประวัติศาสตร์อยู่ 2 แห่ง คือ วัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร และพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ดอยปุย มีเนื้อที่ประมาณ 262.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 163,162.50 ไร่
    การเดินทาง :
    ที่ทำการอุทยานฯ อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 5 กิโลเมตร เดินทางโดยรถยนต์ไปตามถนนห้วยแก้ว-มหาวิทยาลัยเชียงใหม่-สวนสัตว์เชียงใหม่ ถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร จากนั้นเดินทางต่อไปอีกเล็กน้อยถึงทางแยกด้านขวามือ มีป้ายบอกทางเข้าที่ทำการอุทยานฯ

    ลักษณะภูมิประเทศ :
    สภาพโดยทั่วไป เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนกันหลายลูก ที่สำคัญได้แก่ ดอยสุเทพ ดอยบวกห้า และดอยปุย ซึ่งมีความสูงมากที่สุด ประมาณ 1,685 เมตร จากระดับน้ำทะเล ภูเขาเหล่านี้เชื่อมเป็นพื้นที่ติดต่อกันโดยตลอด เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธาร ลำห้วย เช่น ห้วยแก้ว ห้วยช่างเคี่ยน ห้วยแม่ปาน เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งต้นน้ำลำธารที่ไหลลงสู่แม่น้ำปิง

    ลักษณะภูมิอากาศ :
    เนื่องจาก เป็นยอดเขาสูง อากาศจึงเย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 16 องศาเซลเซียส ในฤดูหนาวอากาศจะหนาวมาก ในเดือนกุมภาพันธ์ อากาศปลอดโปร่ง ท้องฟ้าแจ่มใส ทำให้มองเห็นภูมิประเทศได้โดยรอบอย่างชัดเจน ส่วนในฤดูฝน อากาศเย็นสบาย ฝนตกมากที่สุดในเดือนสิงหาคม-กันยายน ในฤดูร้อนอากาศไม่ค่อยร้อนอบอ้าวเท่าใด

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
    สภาพป่าประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าสนเขา มีพันธุ์ไม้นานาชนิด ได้แก่ ไม้เต็ง รัง เหียง พลวง ประดู่ เสลา เก็ตดำ เก็ตแดง ไม้ก่อกว่า 10 ชนิด ยางแดง ตาเสือ ดงดำ ตะเคียน กระบาก มะม่วงป่า และไม้สนเขาจะมีมากที่ยอดดอยปุยเป็นต้น

    สัตว์ป่าส่วนใหญ่ถูกรบกวนจากชาวเขาและขาวไทยบริเวณใกล้เคียง ที่พบอยู่ได้แก่ เก้ง กวาง หมี ชะนี ลิง ค่าง และนกนานาชนิดกว่า 200 ชนิด เช่นพวกเหยี่ยว ไก่ป่า ไก่ฟ้า นกขมิ้น นกห้วขวาน นกแก้วและนกพญาไฟ เป็นต้น

    จุดเด่นที่น่าสนใจ :
    อนุเสาวรีย์พระครูบาศรีวิชัย
    ประดิษฐานตระหง่านอยู่เชิงเขา พระครูบาศรีวิชัยเป็นนักบวชที่มีชื่อเสียงของล้านนาไทย เป็นผู้นำชักชวนชาวเมืองเหนือสร้างถนนขึ้นไปสู่พระบรมธาตุดอยสุเทพจนสำเร็จ

    วัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร
    พระบรมธาตุนี้ประดิษฐานอยู่ในเจดีย์บนดอยสุเทพ ซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 950 เมตร เมื่อปี พ.ศ. 1972 เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ โปรดให้สร้างพระเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุขึ้นที่วัดพระธาตุดอยสุเทพนี้ เป็นสถานที่เคารพบูชา เป็นที่รู้จักและนิยมไปสักการะของประชาชนทั่วไป

    พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์
    เป็นพระตำหนักสำหรับแปรพระราชฐานเป็นที่ต้อนรับพระราชอคันตุกะจากต่างประเทศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระตำหนักตั้งอยู่บนยอดดอยบวกห้า จะประดับไปด้วยดอกไม้นานาชนิด ปกติพระตำหนักจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมในบริเวณภายนอกเฉพาะในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ

    น้ำตกห้วยแก้ว
    เกิดขึ้นในลำห้วยแก้ว อยู่บริเวณเชิงดอยใกล้ทางขึ้นดอยสุเทพ และเหนือน้ำตกห้วยแก้วขึ้นไปเล็กน้อยจะเป็น วังบัวบาน เป็นสถานที่ที่กล่าวถึงตำนานรักอันอมตะที่ลือชื่อของสาวเหนือ มีความสวยงามมาก

    น้ำตกมณฑาธาร หรือน้ำตกสันป่ายาง
    เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากที่สุด มีชั้นน้ำตกถึง 3 ชั้น น้ำไหลตกจากหน้าผาแต่ละชั้นเกิดขึ้นอยู่ตรงกลางของลำห้วยแก้ว

    น้ำตกแม่สา
    เป็นน้ำตกที่สวยงามมาก มีน้ำไหลตลอดปี เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ มีถึง 8 ชั้น แต่ละชั้นมีระยะห่างกันประมาณ 100-500 เมตร ไปตามลำน้ำแม่สา ซึ่งจะเป็นหินผาติอต่อกันไปตามแนวลำห้วยไปตลอด การคมนาคมสะดวกสบาย

    นอกจากนี้ยังมีน้ำตกที่สวยงามอื่นๆ คือ น้ำตกตาดหมอก-วังฮาง น้ำตกตาดหมอกฟ้า น้ำตกมหิดล น้ำตกศรีสังวาลย์ น้ำตกผาลาด เป็นต้น

    หน้าผา
    ประกอบด้วย ผาเงิบ ผาลาด ผาวังบัวบาน ผาดำ เป็นผาที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ต่างๆได้สวยงาม

    ยอดดอยปุย
    อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,685 เมตร ที่บริเวณแห่งนี้จะเป็นป่าสนเขา สามารถมองเห็นทัศนียภาพได้โดยรอบ จะมีลมพัดแรง อากาศเย็นสบาย

    หมู่บ้านชาวเขา
    สำหรับผู้สนใจวัฒนธรรมของชาวเขา สามารถเยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเขาเผ่าต่างๆได้ เช่น แม้ว เย้า อีก้อ ลีซอ มูเซอร์ จะมีทางเดินไปถึงทุกหมู่บ้าน

    อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ดอยเต่า น้ำตกก้อหลวง ทุ่งกิ๊ก ทุ่งนาง ห้วยถ้ำ ผาดำ ผาแดง

    อุทยานแห่งชาติแม่ปิง เดิมมีชื่อว่า "อุทยานแห่งชาติแม่หาดแม่ก้อ" มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และอำเภอสามเงา จังหวัดตาก พื้นที่ป่าอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่า มีทิวเขาทอดยาวเหยียดสลับซับซ้อน ลำห้วยน้อยใหญ่หลายสิบสาขาไหลผ่าน มีทิวทัศน์ที่สวยงาม โดยเฉพาะพื้นที่ป่าที่ตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของลำน้ำปิง ตอนเหนือของอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล   อุทยานแห่งชาติแม่ปิงมีเนื้อที่ประมาณ 1,003 ตารางกิโลเมตร หรือ 626,875 ไร่ จัดเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 32 ของประเทศไทย
    การเดินทาง :
    จากอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1087 สายลี้-ก้อ ที่ทำการอุทยานฯจะตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของถนนบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 19-20 นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางได้จากอ่างเก็บน้ำดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านลำน้ำปิงไปยังอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก หรือจะเดินทางจากเขื่อนภูมิพลไปยังดอยเต่าก็ได้

    สิ่งอำนวยความสะดวก :
    อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ยังไม่มีบริการบ้านพัก สำหรับนักท่องเที่ยวผู้ที่ต้องการพักแรม ต้องนำเต็นท์และอาหารมาเอง ติดต่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมที่ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 02-579-7223, 02-597-5734

    ลักษณะภูมิประเทศ :
    สภาพภูมิประเทศประกอบไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน มียอดเขาที่สูงที่สุดชื่อ "ดอยห้วยหลาว" มีความสูงประมาณ 1,238 เมตร เทือกเขาเหล่านี้เป็นต้นน้ำลำธารของลำห้วยหลายสาย อาทิ ห้วยแม่หาด ห้วยแม่ก้อ ห้วยโป่งกะ ซึ่งห้วยต่างเหล่านี้ไหลลงสู่แม่น้ำปิง

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
    พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าผลัดใบ และยังมีป่าดงดิบอยู่ตามหุบเขาและลำห้วย พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ เต็ง รัง มะค่าโมง ประดู่ รถฟ้า สมพง สลัดได หวาย เป็นต้น

    สัตว์ป่าในอุทยานฯมีชุกชุม โดยเฉพาะตามป่าริมฝั่งแม่ปิง อาทิเช่น เก้ง กวาง เลียงผา วัวแดง หมีควาย หมูป่า และนกนานาชนิด นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งพันธุ์ปลาน้ำจืดที่สำคัญอีกด้วย

    จุดเด่นที่น่าสนใจ :
    น้ำตกก้อหลวง
    อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯไปประมาณ 20 กิโลเมตร รถยนต์สามารถเข้าถึงได้ เป็นน้ำตกหินปูนที่เกิดจากลำน้ำในห้วยแม่ก้อ มีความสูงต่างระดับลดหลั่นกันลงมาทั้งหมด 7 ชั้น และเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นหินปูนประกอบกับมีน้ำไหลตลอดปี จึงทำให้บริเวณน้ำตกมีหินงอกหินย้อยมากมาย มีความสวยงามตามธรรมชาติ

    ทุ่งกิ๊ก ทุ่งนาง
    เป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติที่กว้างใหญ่ อยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบและเนินเขา ปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าสลับป่าเต็งรัง มีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าจำพวก เก้ง กวาง กระต่าย และไก่ป่าชนิดต่างๆมากมาย

    ห้วยถ้ำ
    อยู่ในเขตท้องที่อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจุดชมวิวริมฝั่งแม่น้ำปิง สามารถมองเห็นทิวทัศน์บริเวณอ่างเก็บน้ำดอยเต่าได้อย่างสวยงาม รถยนต์สามารถเข้าถึงบริเวณนี้ได้

    ผาดำ-ผาแดง
    มีลักษณะเป็นหน้าผาสูง สภาพแวดล้อมยังเป็นป่าที่สมบูรณ์มาก จากจุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ในระยะไกล การเดินทางต้องใช้การเดินเท้าเท่านั้น

    ถ้ำยางวี
    เป็นถ้ำที่อยู่ในเขตท้องที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่มีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก ไม่ไกลจากบริเวณถ้ำจะมีป่าสนเขาขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ มีชื่อเรียกกันว่า "ป่าพระบาทยางวี" เหมาะสำหรับเป็นที่พักแรมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติ

    แก่งก้อ
    เป็นอ่างเก็บน้ำที่มีทิวทัศน์สวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือชมภูมิประเทศและสถานที่น่าสนใจต่างๆ เช่น น้ำตกอมเป น้ำตกอุมปาด เกาะคู่สร้างคู่สม ผาเต่า ผาพระนอน ผาคันเบ็ด แก่งสร้อย ถ้ำแก่งสร้อย พระธาตุแก่งสร้อย พระบาทบ่อลม เขื่อนภูมิพล เป็นต้น

    ออบหลวง น้ำตกแม่บัวคำ น้ำตกแม่จอน ดินแดนมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ดอยผาช้าง

    อุทยานแห่งชาติออบหลวง มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอจอมทอง อำเภอออบและอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ด้วยระบบนิเวศน์ทุกประการ ทั้งมีความสวยงามและความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ มีคุณค่าทางโบราณคดี ทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมของมนุษยชาติ   อุทยานแห่งชาติแม่ปิงมีเนื้อที่ประมาณ 1,003 ตารางกิโลเมตร หรือ 626,875 ไร่ จัดเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 32 ของประเทศไทย
    การเดินทาง :
    ที่ทำการ อุทยานแห่งชาติออบหลวง ตั้งอยู่บริเวณตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

    ลักษณะภูมิประเทศ :
    ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อนติดต่อกันเป็นเทือกเขายาวในแนวเหนือใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาถนนธงชัยต่อจากดอยอินทนนท์ มีแม่น้ำสายใหญ่ คือ ลำน้ำแม่แจ่มคั่นกลาง อันเป็นเขตแบ่งระหว่างอำเภอจอมทองและอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าต้นน้ำลำธารชั้นหนึ่ง มีลำห้วยลำธารหลายสายไหลลงลำน้ำแม่แจ่มและแม่ปิงตอนล่าง ภูมิประเทศที่เป็นที่ราบหาแทบไม่ได้ในป่าแห่งนี้

    จากสภาพพื้นที่ที่เป็นภูเขา หน้าผาสูงชันและมีโขดหินขนาดใหญ่น้อยมากมาย หินที่เป็นองค์ประกอบหลักของพื้นที่ได้แก่ หินแกรนิตและแกรโนไดออไรท์ สลับกับหินบะซอลท์และหินตระกูลแกรนิตชนิดมิคมาไทด์ ในชุดหินบลูโดนิค ของยุคครีเตเซียส และไทรแอสสิค ประกอบด้วยแร่ ควอร์ท และเฟสต์สปาร์ ในท้องน้ำแม่แจ่มมีเกาะแก่งหินขนาดใหญ่มากมาย ริมฝั่งลำน้ำจะมีหาดทรายที่เกิดจากน้ำพัดพามาเป็นช่วงๆหลายแห่ง มีก้อนหินกลมกรวดท้องน้ำของหินควอร์ทไซด์ ควอร์ท-แจสเปอร์ และหินชนิดอื่นๆอยู่หนาแน่น

    ลักษณะภูมิอากาศ :
    สภาพภูมิอากาศ ในเขตอุทยานฯแบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ
    ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม
    ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคม มีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 6 องศาเซลเซียส
    ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน มีอุณหภูมิสูงสุดประมาณ 38 องศาเซลเซียส

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
    เนื่องจากสภาพป่ามีทั้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่งดงดิบแล้ง ป่าดงดิบเขาและป่าสนเขา จึงมีพันธุ์ไม้ที่แตกต่างกันหลายชนิด เช่น ไม้สัก ยาง ประดู่ แดง ตะเคียน ยมหอม มะค่าโมง ขะเจ๊าะ มะเกลือ เก็ตดำ เก็ดแดง รกฟ้า ตะแบก อินทนิล กะบาก จำปีป่า สารภีป่า แคหิน เหียง พลวง เต็ง รัง และไม้สนเขา หรือ เกี๊ยะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีไม้ตระกูลกอต่างๆ ไม้พื้นล่างที่สำคัญ มีไม้ไผ่ ปาล์ม และเฟิร์น

    สัตว์ป่าที่พบเห็นได้แก่ เลียงผา เสือ หมี กวาง หมูป่า เก้ง ชะนี ลิง ชะมด กระต่าย นิ่ม ตะกวด และนกประมาณ 200 ชนิด เช่น นกกางเขนดง นกพญาไฟ นกเขาใหญ่ นกเขาเขียว นกดุเหว่า นกหัวขวาน นกกะปูด นกขุนทอง นกแก้ว เหยี่ยวรุ้ง นกยูง ไก่ฟ้า ไก่ป่า นกกะทา เป็นต้น

    จุดเด่นที่น่าสนใจ :
    ออบหลวง
    ตั้งอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 17 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 คาบเกี่ยวระหว่างตำบลหางดง และตำบลบ้านแบะ อำเภอจอมทอง เป็นช่องแคบเขาขาดที่มีหน้าผาหินขนาบลำน้ำ ทำให้เกิดเป็นหุบผาลึก ความลึกของหน้าผาวัดจากสะพานถึงระดับน้ำปกติ ประมาณ 32 เมตร ส่วนแคบสุด 2 เมตร ความยาวของช่องแคบประมาณ 300 เมตร

    ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ความน่าพิศวงให้กับแผ่นดินส่วนนี้อย่างน่ามหัศจรรย์ คำว่า"อ๊อบ" หรือ "ออบ" เป็นภาษาท้องถิ่น หมายถึงช่องแคบ "หลวง" หมายถึงใหญ่ "ออบหลวง" คือชื่อเฉพาะที่ใช้เรียกช่องแคบหินขนาดยักษ์ที่มีลำน้ำแม่แจ่มบีบตัวแทรกผ่านไป อีกนัยหนึ่งคือ หุบผาที่มีสายธารไหลผ่าน(Canyon) ภายในออบ น้ำตกลงไปกระทบแก่งหินไอน้ำกระจายฟุ้งเสียงดังสนั่นหวั่นไหวตลอดเวลา ลานหินและโตรกผาที่ถูกน้ำอันเชี่ยวกรากกัดกร่อนปีแล้วปีเล่า ทำให้เห็นเป็นลวดลายรูปร่างแปลกตาสวยงามมาก ทำให้ผู้ไปเยือนต้องพิศวงว่ากำแพงหินสูงใหญ่ที่ขวางลำน้ำอยู่นั้นแตกทะลุหรือแยกตัวให้น้ำผ่านไปได้อย่างไร

    น้ำตกแม่บัวคำ
    เกิดจากห้วยแม่บัวคำอยู่ในเขตตำบลหางดง อำเภอออด ห่างจากดอนหลวงไปทางทิศใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามมีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติอยู่มาก น้ำตกจากหน้าผาสูงประมาณ 50 เมตร ลดหลั่นลงมาเป็นเชิงชั้นลงสู่อ่างหินซึ่งซ้อนตัวอยู่ในหลืบผาและแมกไม้ ด้านหน้าน้ำตกมีลานหินกว้าง

    น้ำตกแม่จอน
    เกิดจากห้วยแม่จอนหลวง อยู่ในเขตตำบลบ้านแบะ อำเภอจอมทอง จากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 สายฮอด-แม่สะเรียง ตรงกิโลเมตรที่ 9 เดินตามลำห้วยแม่จอนเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกสูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ลักษณะของน้ำตกนี้เป็นหน้าผาที่กว้างใหญ่มีความสูงไม่น้อยกว่า 100 เมตร ความกว้างประมาณ 80 เมตร น้ำตกที่ตกลงมาเป็นสายเหมือนใยแก้ว กระจายอยู่ทั่วแผ่นผาไม่ขาดสาย และลานหินกว้างสะอาดตา หน้าตาน้ำตกสวยงามมากเป็นหินแกรนิตผสมหินแปรสีขาวเจือสีเทาอ่อน สูงขึ้นไปยังมีน้ำตกเล็กๆสวยงามแปลกตาอีกสองชั้น อยู่ห่างประมาณ 500 เมตรและ 1,500 เมตรตามลำดับ

    น้ำตกแม่เดี๊ยะ
    อยู่บริเวณกลางป่าลึกในห้วยแม่เดี๊ยะตอนกลาง อยู่ในท้องที่ตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง เป็นน้ำตกที่สวยงามสูงประมาณ 80 เมตร ความกว้าง 40 เมตร น้ำในห้วยแม่เดี๊ยะมีมากตลอดปีทำให้น้ำตกมีความงามตลอดเวลา ซึ่งต้องเดินเท้าจากบ้านแม่เดี๊ยะเข้าไปประมาณ 8 กิโลเมตร

    ดินแดนมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์
    อยู่ใกล้เคียงกับช่องแคบออบหลวง กองโบราณคดี กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ ได้ขุดค้นเพื่อศึกษาวิจัยร่วมกับประเทศฝรั่งเศส เรื่อง Research on Chronology and Evolution of the Prehistoric Cultures of Northern Central Thailand and their Antropological Characteristics โดยเริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2527 เป็นต้นมา

    บริเวณออบหลวงทั้งฝั่งอำเภอจอมทอง และฝั่งอำเภอฮอด ได้ขุดค้นพบโบราณวัตถุและหลักฐานทางโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์จำนวนมาก เช่น เครื่องมือหินกระเทาะแกนหิน และสะเก็ตหิน ขวานหิน ชิ้นส่วนเครื่องประดับและภาชนะสัมฤทธิ์ ภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ ที่สำคัญคือพบโครงกระดูกมนุษย์ในสมัยยุคสัมฤทธิ์มีอายุระหว่าง 2,500-3,500 ปีก่อนคริสตกาล เป็นหลักฐานทางโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์

    นอกจากนี้ยังพบภาพเขียนโบราณที่บริเวณเชิงผาด้านตะวันออกของดอนผาช้างซึ่งเป็นภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

    ดอยผาช้าง
    เป็นหินแกรนิตชนิดมิคมาไทด์ทั้งแท่งก้อนใหญ่มหึมา ยาวประมาณ 300 เมตร สูงประมาณ 80 เมตร จากระดับพื้นดินมีลักษณะเหมือนช้างตัวใหญ่นอนหมอบอยู่ บนยอดดอยผาช้างเป็นจุดชมวิว มองลงไปทางทิศใต้จะเห็นน้ำตกแม่บัวคำอยู่อุบลฯ ใกล้เข้ามาตรงหน้าดอยผาช้างเห็นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 ลดเลี้ยวเลียบเหลี่ยมเขาผ่านหน้าผาออบหลวง ลึกจากผาออบหลวงลงไปจะมองเห็นสายธารแม่แจ่มไหลคดเคี้ยวซอกซอนผาหินหายลับไปทางตะวันออก

    ที่ดอยผาช้างด้านตะวันตกมีเพิงผาคล้ายถ้ำ เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์โบราณก่อนประวัติศาสตร์ และได้วาดภาพช้างด้วยสีขาวและสีแดงไว้ จากรายงานของนักโบราณคดี กรมศิลปากร ยืนยันว่าเป็นครั้งแรกที่พบภาพเขียนโบราณในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนในเขตจังหวัดเชียงใหม่ สันนิษฐานว่าภาพเขียนนี้มีอายุไม่น้อยกว่า 7,500-8,500 ปีมาแล้ว

    บ่อน้ำร้อนเทพพนม
    อยู่ในเขตป่าแม่แจ่ม ตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่ม ห่างจากออบหลวง 14 กิโลเมตร แยกจากทางหลวงฯหมายเลข 108 ตรงกิโลเมตรที่ 22 เข้าไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติเกิดจากความร้อนใต้พิภพ มีแรงดันพุ่งขึ้นมากระทบน้ำเย็นใต้ดินเกิดเป็นไอร้อนคุตลอดเวลา ความร้อนสูงถึง 99 องศาเซลเซียส บริเวณเป็นที่ราบโล่งเตียนประมาณ 10 ไร่ มีลำห้วยเล็กๆคือห้วยโป่งไหลผ่าน จึงมีทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็นในบริเวณเดียวกัน

    ถ้ำตอง
    อยู่ในท้องที่ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง "ดอยผาเลียบ" เป็นภูเขาหินแกรนิตและหินปูนที่มีรูปร่างเหมือนถูกผ่าครึ่งแล้วแยกกันอยู่คนละฝั่งลำน้ำแม่เปาะ ซีกที่อยู่ทางฝั่งขวามีถ้ำลึกที่มีตำนานเล่าขานกันว่า ถ้ำนี้เป็นอุโมงค์หินที่มีความยาวมาก กล่าวว่าทะลุถึงดอยเชียวดาวทางเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ทีเดียว บริเวณปากอุโมงเป็นคูหาขนาดประมาณ 5 x 10 เมตร สูง 3 เมตร ลึกเข้าไปจากนั้นเป็นโพรงหินเล็กๆขนาดพอตัวคนคลานเข้าไปได้ สภาพภายในคูหาปากถ้ำถูกสกัดตกแต่งใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของสำนักวิปัสสนาถ้ำตอง โดยรอบๆในหุบเขาร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่าดงดิบที่มีขนาดใหญ่ๆเช่น มะม่วงป่า ตะเคียนทอง มะหาด กระท้อน หน้าถ้ำมีธารน้ำแม่แปะไหลผ่าน ต้นแม่น้ำแปะห่างจากถ้ำตองขึ้นไปประมาณ 1 กิโลเมตรมีน้ำตกเล็กๆ

    ถ้ำตุ๊ปู่
    อยู่ในท้องที่ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง เป็นถ้ำหินปูนขนาดเล็ก ปากถ้ำแคบ กว้างยาวประมาณ 1x1.5 เมตร ต้องนั่งยองๆเข้าไป ภายในกว้างขวางรูปร่างค่อนข้างกลมเหมือนคนโทขนาดใหญ่ มีน้ำหยดจากเพดานถ้ำตลอดเวลา ทำให้เกิดหินงอกหินย้อยอยู่ทั่วไป ตรงเพดานค่อนข้างไปทางก้นถ้ำทะลุเป็นวงกลมใหญ่ๆ 3 ช่องติดกัน จึงทำให้ถ้ำสว่างไสวไม่มืดทึบเหมือนถ้ำโดยทั่วไป

    ลำน้ำแม่แจ่ม
    ธารน้ำแจ่มหรือแม่น้ำสลักหิน กำเนิดจากเทือกเขาในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไหลผ่านอำเภอแม่แจ่ม ออกสู่แม่น้ำปิงที่อำเภอฮอด เป็นลำน้ำใหญ่ที่มีน้ำไหลเชี่ยวคดเคี้ยวไประหว่างเนินเขาและหุบผา มีเกาะแก่งและหาดทรายเป็นช่วงๆ นักท่องเที่ยวนิยมไปล่องแพ จากบ้านอมขูดถึงบ้านท่าเรือในท้องที่อำเภอแม่แจ่มอยู่เป็นประจำ

    ห้วยน้ำดัง ดอยกิ่วลม แม่มาลัย จุดชมวิวดอยช้าง น้ำตกห้วยน้ำดัง โป่งร้อน น้ำตกแม่เย็น

    ห้วยน้ำดัง มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีสภาพป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์ ภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงามและจุดชมวิวที่สามารถชมบรรยากาศอันร่มเย็นสวยงาม โดยเฉพาะบริเวณห้วยน้ำดังที่มีชื่อว่ามีทะเลหมอกที่งดงามยิ่ง เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศไปเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก
    การเดินทาง :
    จากอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 107 และเข้าทางแยกซ้ายมือที่ตลาดแม่มาลัย (อำเภอแม่แตง) ไปตามทางหลวงหมายเลข 1095 (สายมาลัย-ปาย) จนถึงช่วงหลักกิโลเมตรที่ 65-66 มีทางแยกขวามือซึ่งมีป้อมยามตั้งอยู่ทางเข้าถึงบริเวณห้วยน้ำดัง ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นทางลูกรัง แล้วเดินทางต่อไปอีกระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะถึงจุดชมวิวดอยช้าง ถ้าเดินทางต่อไปอีกตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1095 จากหลักกิโลเมตรที่ 66 ไปยังอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถึงบ้านแม่ปิง จะมีทางแยกขวามือเป็นทางลูกรังของ รพช. หมายเลข มส. 11024 อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่ง

    สถานที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก :
    รายละเอียดสอบถามได้ที่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่ หรือที่ ฝ่ายนันทนาการและสื่อความหมาย ส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้

    ลักษณะภูมิประเทศ :
    สภาพภูมิประเทศ เป็นเทือกเขาและภูเขาสูงที่สลับซับซ้อนทอดตัวยาวตามแนวเหนือ-ใต้ และอยู่ในแนวเดียวกันกับเทือกเขาเชียงดาว ภูเขาต่างๆในพื้นที่มีความสูงชันตั้งแต่ 500-1,962 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีภูเขาที่สูงที่สุดคือ ดอยช้าง เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีลำห้วยใหญ่มากมาย ได้แก่ ห้วยแม่เย็นกลาง ห้วยแม่ฮี้ ห้วยแม่ปิง ห้วยแม่จอกหลวง ห้วยน้ำดัง เป็นต้น รวมกันไหลลงสู่แม่น้ำปาย แม่น้ำปิงน้อย แม่น้ำแตง

    ลักษณะภูมิอากาศ :
    สภาพภูมิอากาศ แบ่งออกเป็น 3 ฤดู
    ฤดูฝน ระหว่างเดือน พฤษภาคม-ตุลาคม
    ฤดูหนาว ระหว่างเดือน พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ จะมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 9 องศาเซลเซียส
    ฤดูร้อน ระหว่างเดือน มีนาคม-เมษายน จะมีอุณหภูมิสูงสุดประมาณ 34 องศาเซลเซียส

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
    สภาพป่าประกอบด้วยป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าสนเขา มีพันธุ์ไม้ได้แก่ ไม้ตะเคียน ยาง จำปีป่า ยมหอม มะม่วงป่า ยมป่า เสลา คงคำ แดง ประดู่ ตะแบก ตีนนก งิ้วป่า สนสองใบ สนสามใบ ไม้ก่อต่างๆ เต็ง รัง เป็นต้น

    สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ได้แก่ ช้างป่า กวาง เก้ง เลียงผา หมี เสือ หมูป่า ชะมด ลิง พังพอน เม่น ไก่ป่า ไก่ฟ้า และนกนานาชนิด อาทิเช่น นกเปล้า นกแก้ว นกขุนทอง นกขมิ้น นกปรอท และนกเหยี่ยว เป็นต้น

    จุดเด่นที่น่าสนใจ :
    จุดชมวิวบริเวณห้วยน้ำดัง (ดอยกิ่วลม)
    เป็นที่ตั้งของหน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ 2 (ห้วยน้ำดัง) เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากที่สุดและมีชื่อเสียงมากในด้านการท่องเที่ยวที่จะชมทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่ และเป็นที่รู้จักของชาวไทยและชาวต่างประเทศ เพื่อคอยชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกอันกว้างใหญ่ในช่วงฤดูหนาว

    สภาพธรรมชาติที่สวยงามของจุดชมวิวนี้ เมื่อยืนอยู่ที่บ้านพักของห้วยน้ำดังแล้วมองไปทางทิศตะวันออก ทำให้มองเห็นสภาพธรรมชาติที่สวยงาม ทิวทัศน์ของทิวเขาอันสลับซับซ้อนซึ่งมีดอยหลวงเชียงดาวที่สูงที่สุดอยู่ใจกลาง และในช่วงเช้าตรู่ของฤดูหนาวจะเกิดทัศนียภาพของทะเลหมอกที่สวยงาม ทางเข้าแยกจากถนนสายแม่มาลัย-ปาย ที่หลักกิโลเมตร 65-66 เป็นทางลูกรังประมาณ 6 กิโลเมตร

    จุดชมวิวดอยช้าง
    อยู่บนดอยช้างขึ้นไปทางเหนือของห้วยน้ำดัง มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,962 เมตร เห็นสภาพธรรมชาติของทิวเขาสลับซับซ้อน และทะเลหมอกในตอนเช้าตรู่

    น้ำตกห้วยน้ำดัง
    เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยน้ำดัง มีโขดหินมากมาย มีความสูงประมาณ 50 เมตร กว้าง 10 เมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามมากมีความสูง 3-4 ชั้น และสภาพโดยทั่วไปชุ่มชื้นไปด้วยพันธุ์ไม้ป่าดิบชื้น

    โป่งร้อน
    อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติแม่ปายฝั่งซ้ายตอนบน ท้องที่ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เส้นทางเข้าโป่งร้อนเป็นทางลูกรัง โดยแยกเข้าทางบ้านแม่ปิง ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร สภาพธรรมชาติของโป่งร้อนเป็นบ่อน้ำร้อนเปรียบเสมือนน้ำกำลังเดือดขึ้นเป็นฟอง และมีหมอกควันปกคลุมพื้นที่พร้อมทั้งมีน้ำร้อนไหลเรื่อยๆทั่วบริเวณกว้าง บ่อน้ำร้อนแห่งนี้มีบ่อใหญ่ 2 บ่อ นอกนั้นมีลักษณะเป็นน้ำผุดบางจุด และรอบๆโป่งร้อนเป็นต้นสักที่สมบูรณ์มาก ความร้อนของน้ำประมาณ 80 องศาเซลเซียส

    น้ำตกแม่เย็น
    เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยแม่เย็นหลวง ซึ่งจะไหลลงมาสู่แม่น้ำปายต่อไป สภาพน้ำตกเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดปี

    อุทยานแห่งชาติศรีลานนา น้ำตกม่อนหินไหล อ่างเก็บน้ำโครงการชลประทานเขื่อนแม่งัด น้ำพุเย็น น้ำตกเย็น ถ้ำบวกตอง

    อุทยานแห่งชาติศรีลานนามีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอเชียงดาว อำเภอพร้าว และอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วยสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นป่าต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำแม่ปิงตอนบน มีสัตว์ป่านานาชนิด และจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกตาดหิน อ่างเก็บน้ำ เป็นอุทยานแห่งชาติ 1 ใน 5 แห่ง ของโครงการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติเพื่อการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ วันที่ 5 ธันวาคม 2530 มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 1,406 ตารางกิโลเมตร หรือ 878,750 ไร่
    การเดินทาง :

    การเดินทางสามารถใช้ได้ 4 เส้นทาง คือ
    1. ทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง ลัดเลาะเลียบแม่น้ำปิง ป่าเชียงดาวฝั่งซ้าย แม่น้ำปิงช่วงอำเภอเชียงดาว เป็นถนนลาดยางสภาพดี
    2. ทางหลวงหมายเลข 1001 สายเชียงใหม่-พร้าว ผ่านป่าแม่แตง ป่าแม่งัด เป็นถนนลาดยางสภาพดี และตรงกิโลเมตรที่ 79 บ้านประดู่ ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว มีทางแยกเข้าอ่างเก็บน้ำชลประทานแม่แตงเข้าสู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ และน้ำตกม่อนหินไหลได้
    3. ทางหลวงหมายเลข 1150 สายปิงโค้ง เชียงดาว-พร้าว เป็นทางหลวงสายที่แยกจากทางหลวงหมายเลข 107 ผ่านป่าเชียงดาวตอนบนและป่าแม่งัดตอนบน
    4. ทางหลวงหมายเลข 1150 สายเชียงใหม่-เชียงราย ผ่านอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านไปยังอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย สภาพถนนลาดยางดีมาก

    ลักษณะภูมิประเทศ :
    สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนติดต่อกันกว้างขวาง เป็นป่าผืนใหญ่ในแนวเหนือใต้ เป็นต้นน้ำลำธารของ ลำห้วยต่างๆที่ไหลลงสู่แม่น้ำแม่ปิงตอนบน น้ำแม่งัด น้ำแม่กวง และน้ำแม่ฝาง ส่วนใหญ่ดินจะมีลักษณะเป็นดินร่วน มีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดี ดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง บางส่วนเกิดจากการสลายตัวของหินทราย หินปูน และหินดินดาน

    ลักษณะภูมิอากาศ :
    สภาพอากาศแบ่งออกได้เป็น 3 ฤดู คือ
    ฤดูฝน อยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม
    ฤดูหนาว อยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์
    ฤดูร้อน อยู่ระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
    สภาพป่าประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบชื้น และป่าดิบเขา มีพันธุ์ไม้นานาชนิด ได้แก่ ไม้ยาง กะบาก ยมหอม อบเชย ตะเคียนทอง ตะแบก สัก แดง ประดู่ กะบก เต็ง รัง เหียง พลวง ชิงชัน เป็นต้น ไม้พื้นล่างจะเป็นไม้ไผ่หลายชนิด ปาล์มต่างๆ เฟิร์น และไม้ตระกูลก่อสกุลต่างๆ เช่น ก่อเดือน ก่อตาหนู เป็นต้น

    สัตว์ป่า ประกอบด้วย เสือ เก้ง เลียงผา หมี หมูป่า ลิง กระต่ายป่า ไก่ป่า และนกนานาชนิด สำหรับบริเวณอ่างเก็บน้ำชลประทานแม่งัด จะมีนกสำคัญๆ เช่น นกเป็ดน้ำ นกกระยางขาว นกนางนวล

    จุดเด่นที่น่าสนใจ :
    น้ำตกม่อนหินไหล
    อยู่บริเวณป่าแม่งัดตอนห้วยแม่แพง ตำบลแม่ปั๋ง ตำบลแม่แวน ตำบลน้ำแพร่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ตอนบนของลำห้วยแม่แพงเป็นน้ำตกมีความสูงถึง 6 ชั้น แต่ละชั้นสูงประมาณ 5.15 เมตร โดยเฉพาะน้ำตกชั้นที่ 1,2,3 เป็นตาดหินลาดตลอดลงมา มีความสูงประมาณ 40 เมตร ส่วนตอนล่างของลำห้วยแม่แพง ประกอบด้วย 3 ชั้น แต่ละชั้นมีลักษณะเด่นที่แปลก ชั้นที่ 3 เป็นชั้นที่สวยงามที่สุด มีความสูงประมาณ 100 เมตร ความกว้างของน้ำตกประมาณ 15 เมตร เป็นตาดหินลาดเทเป็นแนวตรงลงมา มีน้ำตกไหลตลอดปี

    อ่างเก็บน้ำโครงการชลประทานเขื่อนแม่งัด
    เป็นอ่างเก็บน้ำที่ครอบคลุมอาณาเขตที่น้ำท่วมในบริเวณแม่แตง และป่าแม่งัด สภาพป่าธรรมชาติรอบๆอ่างเก็บน้ำ มีความสมบูรณ์มาก มีทิวทัศน์อันสวยงาม เหมาะที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำที่น่าสนใจ

    สภาพป่าธรรมชาติ
    มีทิวทัศน์สวยงามบริเวณเขตติดต่อระหว่างป่าแม่งัด อำเภอพร้าว และป่าเชียงดาว อำเภอเชียงดาว เป็นป่าสองข้างทางหลวง หมายเลข 1150 ประกอบด้วยป่าดงดิบชื้นที่สมบูรณ์สลับกับป่าเบญจพรรณ และเทือกเขาหินปูนอันสูงชัน คือ เทือกเขาดอย เผาสามเส้า ปรากฏเด่นเป็นฉากหลังสูงๆ ต่ำๆสวยงามมาก

    น้ำพุเย็น น้ำตกเย็น และถ้ำบวกตอง
    ตั้งอยู่บริเวณ กม.ที่ 42 ของถนนสายเชียงใหม่-พร้าว ตำบลหอพระ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นน้ำแร่มี CaCo3 พุพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน แล้วไหลเป็นลำธารและน้ำตกขนาดเล็ก พื้นลำธารแข็งเพราะมีสาร CaCo3 เคลือบอยู่แปลกตามาก

    ดอยเวียงผา

    อุทยาน แห่งชาติดอยเวียงผา ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อที่ประมาณ 364,375 ไร่ หรือ 583 ตารางกิโลเมตร จัดตั้งขึ้นตามนโยบายป่าแห่งชาติ ที่ต้องสงวนพื้นที่อนุรักษ์ ให้ร้อยละ 25 ของพื้นที่ประเทศ เดิมเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง , ป่าแม่ลาวฝั่งซ้าย
    อาณาเขตติดต่อกับ
    ทิศเหนือ จด แนวถนนทางหลวงหมายเลข 109 (ฝาง - แม่สรวย) ตำบลแม่คะ อำเภอแม่ฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
    ทิศใต้ จด แนวเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
    ทิศตะวันออก จด แนวเขตหมู่บ้าน ตำบล ท่าก๊อ ตำบล ศรีถ้อย ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
    ทิศตะวันตก จด แนวเขตหมู่บ้าน ตำบล ศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่

    การเดินทาง :
    ระยะทางจากจังหวัด เชียงใหม่ ถึงอำเภอไชยปราการ ประมาณ 128 กิโลเมตร และ ระยะทางจากอำเภอไชยปราการ ถึงสำนักงานอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา 12 กิโลเมตร

    สภาพถนนเป็นถนนลาดยาง ประมาณ 128 กิโลเมตร และถนนลูกรัง 12 กิโลเมตร

    สถานที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก :
    อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีเจ้าหน้าที่ประจำในการติดต่อสอบถาม ให้รายละเอียดเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

    มีเส้นทางเดินไพรศึกษาธรรมชาติ โดยเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก และมีสถานที่กางเต้นท์ไว้รองรับนักท่องเที่ยวท่านที่ต้องการค้างแรมใกล้ชิดกับธรรมชาติอีกด้วย

    สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์อุทยานแห่งชาติภาดเหนือ สำนักงานป่าไม้เขตเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50100 โทร. (053)818348 โทรสาร. (053) 818348

    หรือติดต่อสอบถามได้ที่งานบริการบ้านพักฝ่ายนันทนาการและสื่อความหมาย ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ กรุงเทพฯ โทร. 02-5797223 , 02-5614292-4 ต่อ 724 , 725

    ลักษณะภูมิประเทศ :
    ภูมิประเทศ มีลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อน วางตัวในแนวเหนือใต้ เป็นจุดกำเนิดของแม่น้ำฝาง มียอดดอยเวียงผาสูงสุดในพื้นที่ มีความสูง 1,834 เมตรจากระดับน้ำทะเล ต่ำสุด 400 เมตร และสูงสุด 1,834 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่มีความลาดสูงมากกว่า 35%

    มีแหล่งน้ำอุปโภคบริโภค ได้แก่ น้ำแม่ฝาง ห้วยทราย น้ำแม่ฝางหลวง น้ำห้วยไคร้ น้ำแม่ยางมิ้น และน้ำแม่ต๋ำ

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
    อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา มีนกอยู่กว่า 20 ชนิด และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ที่เป็นลักษณะเด่นของอุทยาน คือ เวียงผา หมี เก้ง ส่วนสัตว์ที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ได้แก่ ไก่ป่า และหมูป่า

    อำเภอเมือง เส้นดอยสุเทพ ทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๔

    วัดเจ็ดยอด หรือ วัดโพธารามมหาวิหาร ตั้งอยู่บนถนนซูเปอร์ไฮเวย์(เชียงใหม่-ลำปาง) ห่างจากตัวเมือง ๔ กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๐๒๐ โดยพระเจ้าติโลกราชกษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งราย สถาปัตยกรรมสำคัญของวัดนี้ ได้แก่
    เจดีย์เจ็ดยอด ลักษณะคล้ายกับมหาวิหารโพธิที่พุทธคยาในประเทศอินเดีย ที่ฐานเจดีย์ประดับปูนปั้นรูปเทวดา ด้านนอกพระเจดีย์ก็เช่นกันประดับงานปูนปั้นรูปเทวดาทั้งนั่งขัดสมาธิและยืนทรงเครื่องที่มีลวดลายต่างกันไปดูงามน่าชม  สถูปเจดีย์พระเจ้าติโลกราช เมื่อพระเจ้าติโลกราชสวรรคตในปี พ.ศ.๒๐๓๐ พระยอดเชียงราย ราชนัดดาได้สืบราชสมบัติแทน และโปรดให้สร้างสถูปใหญ่บรรจุอัฐิของพระอัยกาธิราช และ สัตตมหาสถาน คือสถานที่สำคัญในพุทธประวัติเจ็ดแห่ง ได้แก่ โพธิบัลลังก์ อนิมิตเจดีย์ รัตนจงกรมเจดีย์ รัตนฆรเจดีย์ อชปาลนิโครธเจดีย์ ราชายตนเจดีย์ ปัจจุบันเหลืออยู่ที่วัดเจ็ดยอดเพียงสามแห่ง คือ อนิมิตเจดีย์  รัตนฆรเจดีย์  มุจจลินทเจดีย์

    ที่วัดนี้เป็นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือ ในรัชสมัยพระเจ้าติโลกราช พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาก ทรงสนับสนุนคณะสงฆ์นิกายสิงหล (ลังกาวงศ์) ทรงส่งเสริมการเล่าเรียนทางด้านปริยัติธรรม ทำให้ภิกษุล้านนามีความเชี่ยวชาญภาษาบาลี และในปีพ.ศ. ๒๐๒๐ โปรดให้ประชุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่เพื่อชำระพระไตรปิฎก ณ วัดโพธารามมหาวิหาร (วัดเจ็ดยอดในปัจจุบัน) ใช้เวลา ๑ ปีจึงเสร็จ นับเป็นการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ ของโลก เป็นครั้งแรกของไทย และถือเป็นหลักปฏิบัติของสงฆ์ในล้านนา

    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่  ตั้งอยู่บนถนนซูเปอร์ไฮเวย์ (เชียงใหม่-ลำปาง) ใกล้ๆ กับวัดเจ็ดยอด  รวบรวมสิ่งของที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของภาคเหนือไว้  เช่น พระพุทธรูปสกุลช่างสมัยล้านนาต่างๆ และพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน เครื่องไม้แกะสลัก เครื่องถ้วยภาคเหนือ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวล้านนาและชาวเขาเผ่าต่างๆ ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่  

    พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. หยุดช่วงวันสงกรานต์ และวันปีใหม่ ค่าเข้าชม คนไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท นักเรียน นักศึกษาฟรี รายละเอียด โทร. ๐ ๕๓๒๒ ๑๓๐๘

    พิพิธภัณฑ์แมลงโลกและสิ่งมหัศจรรย์ธรรมชาติ  รวบรวมแมลงชนิดต่างๆจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ด้วง กว่าง ผีเสื้อ ตั๊กแตน นอกจากแมลงแล้ว ยังมีซากพืชและสัตว์ดึกดำบรรพ์ต่างๆ  และหินสะสมสวยงามประเภทต่างๆไว้ด้วย แต่สิ่งที่ทำให้พิพิธภัณฑ์นี้มีความเป็นพิเศษขึ้นมาอีก คือ เป็นแหล่งรวมยุงในประเทศไทยสี่ร้อยกว่าชนิดที่ใช้เวลาสี่สิบกว่าปีในการรวบรวม เพื่องานวิจัยทางการแพทย์ ที่ตั้ง ๗๒ ถ.นิมมานเหมินทร์ ซ. ๑๓ (ศิริมังคลาจารย์ ซ. ๓) ต.สุเทพ อ.เมือง โทร.๐ ๕๓๒๑ ๑๘๙๑ โทรสาร ๐ ๕๓๔๑ ๐๙๑๖ E-mail address: insects_museum@hotmail.com ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๑๐๐ บาท เด็ก ๕๐ บาท เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น.

    วัดสวนดอก หรือวัดบุปผาราม ตั้งอยู่ที่ถนนสุเทพ ในเขตอำเภอเมือง พญากือนาทรงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๑๔  (ศักราชนี้ถือตามหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ของพระรัตนปัญญาเกตุ) เพื่อให้เป็นที่จำพรรษาของพระมหาเถระสุมน   ผู้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ในล้านนา  วัดนี้แต่เดิมเป็นพระราชอุทยานของกษัตริย์ล้านนาไทยสมัยแรกเริ่ม  มีสถาปัตยกรรมสำคัญ  คือ  เจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทรงกลม  กู่บรรจุอัฐิเจ้าตระกูล  ณ เชียงใหม่ และวิหารโถง นอกจากนี้ ยังเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าเก้าตื้อ  ซึ่งพญาเมืองแก้วโปรดให้หล่อขึ้น เป็นพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ ศิลปะล้านนาผสมกับศิลปะสุโขทัย

    วัดอุโมงค์  ตั้งอยู่ที่ถนนสุเทพ อำเภอเมือง หากไปจากตลาดต้นพยอม วิ่งผ่านสี่แยกคลองชลประทานด้านหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ประมาณ ๕๐๐ เมตร เข้าซอยทางด้านซ้ายมือไปประมาณ ๒ กิโลเมตร วัดอุโมงค์สร้างขึ้นในสมัยพญามังรายราวปี พ.ศ. ๑๘๓๙ เพื่อให้ฝ่ายอรัญวาสีจำพรรษา ต่อมาพญากือนา ทรงสร้างอุโมงค์ขึ้นเพื่อให้พระมหาเถระจันทร์ใช้เป็นที่วิปัสสนากรรมฐาน อุโมงค์นี้มีลักษณะเป็นกำแพงภายในเป็นทางเดินหลายช่องทะลุกันได้  ภายในอุโมงค์เคยมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง สันนิษฐานว่าวาดในระหว่าง พ.ศ.๑๙๐๐-๒๐๐๐ แต่เดิมคงเป็นภาพจิตรกรรมเต็มบริเวณของทุกห้อง ส่วนใหญ่เป็นภาพดอกบัว ดอกโบตั๋น และ นกต่างๆ เช่น นกยูง นกกระสา นกแก้ว และนกเป็ดน้ำ

    ด้านบนอุโมงค์เป็นเจดีย์ที่มีอายุเก่าแก่ของล้านนา นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าสร้างประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๐ เป็นเจดีย์ทรงระฆัง มีชั้นทรงกลมประมาณ ๓ ชั้นเหมือนกลีบบัวซ้อนกันอยู่ ด้านบนมีปลียอด
    ด้านหน้าอุโมงค์มีเศียรพระพุทธรูปหินสลักสกุลช่างพะเยา พ.ศ.๑๙๕๐-๒๑๐๐ บริเวณวัดเป็นสวนพุทธธรรม ร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เป็นสวนป่าที่เหมาะกับการนั่งวิปัสสนา ด้านหลังเป็นสวนป่าและสวนสัตว์ซึ่งเป็นเขตอภัยทาน เดินเล่นได้ และเป็นสถานที่ดูนกที่ดีอีกแห่งหนึ่ง

    สวนรุกขชาติห้วยแก้ว  เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้นานาชนิดไว้ศึกษา เป็นสถานที่ร่มรื่น เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนและยังมีสวนสุขภาพสำหรับออกกำลังกาย ตั้งอยู่ถัดจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทางขึ้นดอยสุเทพ

    สวนสัตว์เชียงใหม่  ตั้งอยู่ที่ถนนห้วยแก้ว ใกล้กับสวนรุกขชาติ เป็นสวนสัตว์ขนาดใหญ่ได้รับการจัดสภาพอย่างดี บริเวณกว้างขวาง มีบรรยากาศร่มรื่น และมีสัตว์อยู่มากกว่า ๒,๐๐๐ ชนิด ทั้งที่มีอยู่ในเมืองไทยและนำมาจากต่างประเทศ ภายในสวนสัตว์ยังมีอุทยานสัตว์น้ำ ๗๐๐ ปี ศรีนครพิงค์ สวนนกเพนกวิน และสวนนกฟิ้นซ์ซึ่งเป็นนกขนาดเล็กที่มีสีสันสวยงามจนได้รับการขนานนามว่าเป็น อัญมณีบินได้

    เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. เปิดขายบัตรถึงเวลา ๑๗.๐๐ น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ ๓๐ บาท เด็ก ๕ บาท ค่ารถคันละ ๕๐ บาท และยังมีร้านอาหาร สถานที่แค้มปิ้งพร้อมเต็นท์ ไว้บริการนักท่องเที่ยว ติดต่อจองล่วงหน้าที่ โทร. ๐ ๕๓๒๒ ๑๑๗๙ โทรสาร ๐ ๕๓๒๒ ๒๒๘๓ เข้าไปชมรายละเอียดได้ที่ www.zoothailand.org  E-mail: chiangmai@zoothailand.org

    อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ตั้งอยู่ตรงทางขึ้นดอยสุเทพ ก่อนถึงน้ำตกห้วยแก้ว ครูบาศรีวิชัยเป็นนักบุญแห่งล้านนาไทยผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเชียงใหม่และประชาชนโดยทั่วไป ผู้ที่จะขึ้นไปดอยสุเทพมักจะแวะนมัสการอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยเพื่อความเป็นสวัสดิมงคล ครูบาศรีวิชัยเป็นผู้ริเริ่มชักชวนให้ประชาชนชาวเหนือร่วมแรงร่วมใจกันสร้างถนนจากเชิงดอยขึ้นไปสู่วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ โดยเริ่มลงมือ เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๔๗๗ และแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๘ รวมระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร

    วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร  เดินทางตามถนนห้วยแก้ว ผ่านอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ไปตามทางคดเคี้ยวขึ้นเขา ระหว่างทางจะมองเห็นตัวเมืองเชียงใหม่อยู่เบื้องล่าง ระยะทางจากเชิงดอยถึงวัดประมาณ ๑๑ กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง  วัดพระธาตุดอยสุเทพนี้เป็นปูชนียสถานคู่เมืองเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางมาที่จังหวัดนี้จะต้องขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุกันทุกคน ถ้าหากใครไม่ได้ขึ้นไปนมัสการแล้ว ถือเสมือนว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่ มีงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุในวันเพ็ญวิสาขบูชาทุกปี
    นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดนาคไป ๓๐๐ ขั้น เพื่อไปยังวัด หรือใช้บริการรถกระเช้าขึ้น-ลงดอยสุเทพได้ ระหว่างเวลา ๐๕.๓๐-๑๙.๓๐ น. นักท่องเที่ยวที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางมาที่วัดโดยรถสองแถวประจำทางจากบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้านถนนห้วยแก้ว ซึ่งบริการระหว่างเวลาประมาณ ๐๕.๐๐-๑๗.๐๐ น.

    อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย  มีพื้นที่ประมาณ ๒๖๒.๕๐ ตารางกิโลเมตร หรือ ๑๖๓,๑๖๒.๕๐ ไร่ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่ริม อำเภอหางดง และอำเภอเมือง

    การเดินทาง ไปยังที่ทำการอุทยานฯ  จากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามถนนห้วยแก้ว-มหาวิทยาลัยเชียงใหม่-สวนสัตว์เชียงใหม่ ถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ จากนั้นเดินทางต่อไปอีกเล็กน้อยถึงทางแยกขวามือ มีป้ายบอกทางเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย
    สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ

    น้ำตกห้วยแก้ว  เป็นน้ำตกเล็กๆ สูงประมาณ ๑๐ เมตร อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ ๖ กิโลเมตร มีน้ำไหลตลอดปี รอบๆ บริเวณสวยงามด้วยทิวทัศน์และร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด นอกจากนี้ยังมีที่พักผ่อนนำอาหารไปนั่งรับประทานกันที่ผาเงิบและวังบัวบานอันเป็นสุสานแห่งความรักของสาวบัวบานผู้ถือรักเป็นสรณะ

    พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ จากวัดพระธาตุดอยสุเทพไปยังพระตำหนักฯ ระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร เป็นพระตำหนักประทับแปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๕  ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า  โดยปกติแล้วจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมทุกวัน ทั้งนี้จะต้องเป็นช่วงเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มิได้เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับ ซึ่งปกติจะปิดในช่วงเวลาตั้งแต่ประมาณกลางเดือนธันวาคม-ต้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามจากสำนักงาน ททท.ภาคเหนือเขต ๑ (สำนักงานเชียงใหม่) จำหน่ายบัตรเวลา ๐๘.๓๐-๑๑.๓๐  น. และ ๑๓.๐๐-๑๕.๓๐ น. ค่าเข้าชม  เด็ก ๑๐ บาท ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท

    หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง (แม้ว) ดอยปุย  บริเวณรอบๆ หมู่บ้านมีทิวทัศน์ที่สวยงามอย่างยิ่งและยังสามารถมองเห็นดอยอินทนนท์เบื้องหน้าได้อย่างชัดเจนอีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถไปเยี่ยมชมได้สะดวกเพราะอยู่ใกล้ตัวเมือง โดยใช้เวลาในการเดินทางจากตัวเมืองประมาณ ๑ ชั่วโมงเท่านั้น ภายในหมู่บ้านมีร้านขายของที่ระลึกซึ่งมีทั้งผลิตภายในหมู่บ้านและนำมาจากที่อื่นวางขายให้แก่นักท่องเที่ยวด้วย
    การเดินทาง หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่บนดอยปุย ห่างจากพระตำหนักฯ ๓ กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอด สามารถเข้าไปเที่ยวด้วยตนเองได้ หรือจะเช่ารถสองแถวจากดอยสุเทพขึ้นไปได้ทุกฤดูกาล  บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะมีคิวรถรับจ้างขึ้นดอยสุเทพ, พระตำหนักฯ, ดอยปุย, ไป-กลับ ราคา ๖๐, ๑๐๐, ๑๕๐ บาท ตามลำดับ

    เส้นทางเชียงใหม่ – ฮอด ทางหลวง ๑๐๘ : ออบขาน ห้วยหญ้าไซ บ้าน ๑๐๐ อัน ๑,๐๐๐ อย่าง เวียงท่ากาน วัดพระธาตุดอยน้อย

    โรงพยาบาลบรรเทาทุกข์โบราณภาคเหนือ มูลนิธิหมอชีวกโกมารภัจจ์  ให้บริการตรวจรักษาโรคทุกชนิดตามหลักวิชาการแพทย์แผนโบราณ ใช้ยาสมุนไพร ยาแผนโบราณ การอบไอยาสมุนไพร และนวดไทยบำบัด นอกจากนั้นยังมีการอบรมสอนการแพทย์แผนโบราณสาขาเภสัชกรรม สาขาเวชกรรม และการนวดไทยพื้นฐานให้ผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เปิดทำการทุกวัน ยกเว้นวันพระ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. โรงพยาบาลบรรเทาทุกข์ฯ ตั้งอยู่เลขที่  ๗๘/๑ ถ.วัวลาย ต.หายยา อ.เมือง โทร. ๐ ๕๓๒๗ ๕๐๘๕
    อุทยานแห่งชาติออบขาน มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๔๘๔ ตารางกิโลเมตร  หรือ ๓๐๒,๕๐๐ ไร่ครอบคลุมพื้นที่อำเภอต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ สะเมิง หางดง แม่วาง และสันป่าตอง ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินปูนและหินอัคนี ประกอบด้วยป่าประเภทต่างๆ ได้แก่ ดิบเขา สนเขา ดิบแล้ง เบญจพรรณ และ เต็งรัง เป็นต้นกำเนิดน้ำแม่วาง น้ำแม่วิน และน้ำแม่ขาน และที่นี่เป็นแหล่งที่พบเอื้องมณีไตรรงค์แห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งจะบานในช่วงเดือนมกราคม

    สิ่งที่น่าสนใจในอุทยานฯ ได้แก่
  • ออบขาน มีลักษณะคล้ายออบหลวง เป็นช่องหน้าผาชันแต่มีขนาดเล็กกว่าสูงประมาณ ๓๐ เมตรซึ่งมีแม่น้ำแม่ขานไหลผ่านกลาง และมีลักษณะเว้าแหว่งเป็นรูปทรงต่างๆซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำ
    การเดินทาง จากเมืองเชียงใหม่ ใช้ถนนเลียบคลองชลประทาน (ทางหลวงหมายเลข ๑๒๑) เป็นทางลาดยาง ไปทางอำเภอหางดงประมาณ ๑๕ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาตามถนน รพช. สายน้ำแพร่-ออบขานไปอีก ๑๐ กิโลเมตร(เป็นทางลาดยาง สลับทางลูกรังมีความชันและโค้ง)  ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติออบขาน จากนั้นเดินต่อไปอีกประมาณ ๔๕๐ เมตร จะถึงออบขาน

  • ห้วยหญ้าไซ มีระดับน้ำค่อนข้างตื้น เหมาะสำหรับลงเล่นน้ำ บริเวณริมฝั่งมีหญ้าไซขึ้นปกคลุมเขียวขจีและออกดอกสวยงาม ถัดจากห้วยหญ้าไซไปเพียง ๕๐๐ เมตร มีผาเตี้ยๆ เรียกว่า ผาตูบ ลักษณะเป็นชะง่อนหินใหญ่ที่ถูกสายน้ำกัดเซาะจนมีรูปร่างแปลกตาน่าชม ห้วยหญ้าไซอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ ๑ กิโลเมตร

    สถานที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น ห้วยโป่งที่อยู่ห่างจากที่ทำการไปประมาณ ๒ กิโลเมตร สามารถลงเล่นน้ำได้ ผาลาย น้ำตกขุนป๋วย น้ำตกแม่เตียน ถ้ำดอยโตน น้ำพุร้อนแม่โต๋ น้ำตกมรกต น้ำตกแม่มูด น้ำตกขุนวิน น้ำตกแม่วาง และ ถ้ำตั๊กแตน และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่จัดไว้เหมาะสำหรับพาเด็กนักเรียนมาเข้าค่ายธรรมชาติ

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก มีจุดพักแรม และ บ้านพักบริการแต่ต้องติดล่วงหน้าที่ อุทยานแห่งชาติออบขาน ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ๕๐๒๓๐ หรือ ศูนย์ประสานงานอุทยานแห่งขาติกลุ่มนครพิงค์ สำนักงานป่าไม้เขตเชียงใหม่ โทร. ๐ ๕๓๘๑ ๘๓๔๘ มีร้านค้าสวัสดิการให้บริการระหว่างเวลา  ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น.  

    บ้าน ๑๐๐ อัน ๑,๐๐๐ อย่าง (บ้านร้อยอันพันอย่าง) เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่รวบรวมงานแกะสลักไม้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้สัก งานแต่ละชิ้นได้รับการแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง เช่นไม้ขี้เหล็กสลักภาพครูบาศรีวิชัยไม้ขี้เหล็กเนื้อแข็งมากและแกะยากจนอาจทำให้เครื่องมือเสียได้ ผู้แกะใช้ไม้เนื้อนี้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่ครูบาศรีวิชัยได้ต่อสู้ฝ่าฟันมา  นอกจากนี้ยังมีไม้แกะพญางิ้วดำซึ่งเป็นไม้หายาก ค่าเข้าชม ๑๐๐ บาท นักศึกษามาเป็นคณะ คนละ ๕๐ บาท นักเรียนมาเป็นคณะคนละ ๑๐ บาท ชาวต่างชาติ ๒๐๐ บาท รายละเอียดติดต่อ โทร. ๐ ๕๓๓๕ ๕๘๑๙, ๐ ๕๓๘๒ ๒๖๔๙  

    การเดินทาง อยู่ในพื้นที่อำเภอหางดง ริมทางหลวงสาย ๑๐๘ เชียงใหม่-สันป่าตอง-จอมทอง ระหว่างหลักกม.ที่ ๑๙-๒๐ หากมาจากเชียงใหม่จะอยู่ฟากซ้ายมือ และจากประตูเชียงใหม่มีรถโดยสารสีเหลืองผ่านหลายสาย ได้แก่  สายทุ่งเสี้ยว,  หนองตอง, จอมทอง, บ้านกาด, มะขามหลวง เป็นต้น ค่าโดยสารไม่เกิน ๑๕ บาท บริการระหว่างเวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น.

    เวียงท่ากาน  เป็นเวียงเก่าแก่เวียงหนึ่งในสมัยหริภุญชัย สันนิษฐานว่าสร้างประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๓   สมัยพระเจ้าอาทิตยราชกษัตริย์ผู้ครองแคว้นหริภุญชัยสืบต่อมาจนถึงสมัยพญามังรายช่วงก่อนสร้างเมืองเชียงใหม่  โบราณสถานที่สำคัญอยู่บริเวณกลางเมืองในเขตโรงเรียน คือ วัดท่ากาน และวัดต้นกอก โบราณวัตถุที่พบ ได้แก่ พระพุทธรูปหินทราย พระพุทธรูปดินเผา พระพิมพ์จำนวนมาก ไหเคลือบสีน้ำตาลบรรจุกระดูก เครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หยวน (พ.ศ.๑๘๒๓-๑๙๑๑) และพระบุทองคำ

    ปัจจุบัน เวียงท่ากานอยู่ในเขตท้องที่บ้านท่ากาน ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง ห่างจากเมืองเชียงใหม่ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๘  ประมาณ ๓๔ กิโลเมตร  ผ่านอำเภอสันป่าตองแล้วเลี้ยวซ้ายที่บ้านทุ่งเสี้ยว เข้าไปอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร หรือโดยสารรถประจำทางสายโรงวัว-ท่าวังพร้าว คิวรถอยู่ข้างประตูเชียงใหม่ บริการระหว่างเวลา ๐๕.๐๐-๐๘.๐๐ น. ค่าโดยสาร ๒๐ บาท

    วัดพระธาตุดอยน้อย  ตั้งอยู่ที่ตำบลดอยหล่อ อำเภอจอมทอง ตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ ระหว่างกิโลเมตรที่ ๔๓-๔๔ หากมาจากเชียงใหม่จะอยู่ฝั่งซ้ายมือ ตามประวัติว่าสร้างโดยพระนางจามเทวี เมื่อปี พ.ศ. ๑๒๐๑ โบราณสถานและโบราณวัตถุที่พบ ได้แก่ พระบรมธาตุ โข่งพระ (กรุพระ) โบสถ์ วิหาร และพระพุทธรูปหินอ่อนแกะสลัก ทั้งองค์เล็กองค์ใหญ่มากมาย บริเวณวัดตั้งอยู่บนภูเขาติดลำน้ำปิง มองเห็นทิวทัศน์โดยรอบทุกทิศ มีบันไดนาคขึ้นไป ๒๔๑ ขั้น
  • เชียงใหม่ จอมทอง ดอยอินทนนท์ แม่แจ่ม ทางหลวง ๑๐๐๙ : ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ หมู่บ้านม้งแม่ขุนวาก น้ำตกสิริรัตน์ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร น้ำตกแม่เตี๊ยะ ดอยอินทนนท์ น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง

    ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) เป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยเกษคตรหลวงเชียงใหม่ซึ่งอยู่ในวงล้อมของแนวเทือกเขาอินทนนท์ แม้ขุนวางจะอยู่ห่างจากถนนสายหลักลึกเข้ามาถึง ๑๖ กม. อันทำให้การเดินทางมาที่นี่ จำเป็นต้องใช้พาหนะส่วนตัว หรือมิเช่นนั้นนักท่องเที่ยวก็จะต้องเหมารถจากปากทางของดอยอินทนนท์เพื่อเข้ามายังที่นี่แต่มิใช่อุปสรรคสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะมาพักผ่อนศึกษาธรรมชาติ หรือท่องเที่ยวทางการเกษตร ณ ที่แห่งนี้ เพราะขุนวางพร้อมจะต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนด้วยพันธุ์ไม้เมืองหนาวนานาชนิดที่พร้อมใจกันออกดอกบานสะพรั่งยามหน้าหนาว ออกผลเต็มต้นให้เด็ดชิมได้ในช่วงฤดูร้อน แถมยังมีนกของเทือกเขาดอยอินทนนท์นานาชนิดให้ศึกษา รวมทั้งมีทิวทัศน์ที่เขียวชอุ่มแวดล้อมด้วยไม่ใหญ่เปลี่ยนสีสันตามฤดูกาลโอบล้อมอยู่โดยรอบ
    การเดินทาง ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงดอยขุนวาง ตั้งอยู่หมู่ที่ ๑๐ ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่

    - โดยรถยนต์ส่วนตัวนักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้เส้นทางได้ ๒ เส้นทาง

  • เส้นทางแรก จากจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านอำเภอสันป่าตอง เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๐๑๓ ไปอำเภอแม่วาง ผ่านอำเภอแม่วางไป จะมีทางแยกซ้ายมือให้เลี้ยวซ้าย จากนั้นเส้นทางจะลัดเลาะขึ้นภูเขาไปอีกประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ช่วงสุดท้ายของเส้นทางนี้จะเป็นถนนดินแดงประมาณ ๕ กิโลเมตร หน้าฝนจำเป็นต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ เส้นทางนี้รวมระยะทาง ๘๖ กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที

  • เส้นทางที่สอง จากจังหวัดเชียงใหม่ไปอำเภอจอมทองก่อนเข้าตัวอำเภอจอมทอง เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางหมายเลข ๑๐๐๙ ขึ้นดอยอินทนนท์ จนถึงกิโลเมตรที่ ๓๑ เลี้ยวขวา เป็นถนนลาดยางไปประมาณ ๑๗ กิโลเมตร ก็จะถึงที่ตั้งศูนย์วิจัยเกษตรหลวงดอยขุนวาง รวมระยะทาง ๑๑๕ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๒ ชั่วโมง

    - โดยรถโดยสารประจำทาง จากประตูเชียงใหม่ มาถึงจอมทอง จากนั้นต้องต่อรถสองแถวจากจอมทอง-แม่แจ่ม ลงตรงทางแยกขึ้นดอยอินทนนท์ที่กิโลเมตร ๓๑ จากจุดนี้ต้องเหมารถสองแถวให้ขึ้นไปส่งที่ขุนวาง หรือเหมารถตั้งแต่ที่อำเภอจอมทอง

    จุดท่องเที่ยวภายในศูนย์  ภายในพื้นที่ ๔๕๐ ไร่ของศูนย์วิจัยเกษตรหลวง (ขุนวาง) หลากลายด้วยแปลงไม้ผลเมืองหนาวต่างๆ หากไปถึงในช่วงฤดูกาลผลไม้เมืองหนาวผลิดอกออกผล ไม่ว่าจะเป็นสาลี่ พลัม ท้อ แนคตารีน หรือสตรอเบอรี่ นักท่องเที่ยวก็สามารถเด็ดชิมได้จากต้นเลยทีเดียว หรือหากไปเยี่ยมชมในช่วงฤดูหนาว ก็จะได้สัมผัสบรรยากาศอีกรูปแบบหนึ่งโดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่กลางเดือนมกราคม-เดือนกุมภาพันธ์ ที่ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระดอยจะออกดอกสีชมพูทั้งต้น ขับให้ดอยขุนวางกลายเป็นสีชมพูไปทั้งดอย

    นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินชมศึกษาแปลงทดลองการเกษตรภายในศูนย์ได้ โดยมีเจ้าหน้าที่นำชมตามเส้นทางที่กำหนด พาหนะที่ใช้ในการเดินทางภายในศูนย์ ควรเป็นรถปิกอัพ หรือ รถขับเคลื่อนสี่ล้อ และจักรยาน โดยจุดที่น่าสนใจต่างๆ ได้แก่ แปลงไม้ผลเมืองหนาว  แปลงกาแฟ  โรงกะเทาะเปลือกกาแฟ  และแปลงทดสอบพันธุ์มะคาเดมีย ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในออสเตรเลีย นักท่องเที่ยวสามารถทอลองเก็บผล และชิมเนื้อสดๆซึ่งมีรสชาติหอมหวานมัน หรือจะชิมแบบอบคั่วเกลือทางศูนย์ก็มีให้ชิม  และยังมีการทดลองสกัดน้ำมันจากผลไปทำเครื่องสำอางด้วย  

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก  ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงขุนวางเปิดทำการทุกวัน ระหว่างเวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น.  มีบ้านพักรับรองนักท่องเที่ยวได้ประมาณ ๔ หลัง แต่ละหลังพักได้ตั้งแต่ ๔-๘ คน มีที่กางเต็นท์ ๒ จุด คือ บริเวณลานหญ้าหน้าอาคารสำนักงาน และบริเวณหุบรับเสด็จ ทั้งสองจุดรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ ๑๐๐ คน มีอาหารบริการในราคากันเอง แถมกาแฟอาราบิกาให้ชิมฟรีตลอดทั้งวัน ทั้งนี้ควรติดต่อไปล่วงหน้า โทร.  ๐ ๕๓๔๓ ๒๒๗๕-๖

    สถานีทดลองเกษตรที่สูงแม่จอนหลวง พืชพันธุ์ที่นำมาวิจัยที่นี่ต่างมีฤดูกาลติดดอก และพักตัวผลัดเปลี่ยนกันตลอดทั้งปี ไม่ว่าวันหยุดพักผ่อนจะเป็นช่วงเดือนไหน เมื่อมาที่นี่เป็นไม่เสียเที่ยว เพราะถึงจะพลาดชมความงามของดอกซากุระ นักท่องเที่ยวก็จะได้ชิมสตรอเบอรี่ปลอดสารพิษสดจากไร่แทน หรือ ถ้ามาไม่ทันช่วงท้อติดผล ก็จะได้เห็นความงามของดอกสาลี่สีขาว และไม้ดอกเมืองหนาวนานาพันธุ์พร้อมกับนั่งจิบชาทอดอารมณ์ ชมวิวบนยอดดอย ยิ่งบนดอยสูงอย่างที่แม่จอนหลวงนี้มีการปรับแต่งพื้นที่แบบขั้นบันได ช่วยขยายมุมมองทัศนียภาพโดยรอบได้กว้างยิ่งขึ้น

    สำหรับผู้ที่นิยมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร หากได้มาเยือนที่นี่คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะซึมซับความรู้ในงานวิชาการและความงามทางธรรมชาติกลับบ้านไปพร้อมกัน

    การเดินทาง  สถานีเกษตรแม่จอนหลวงตั้งอยู่ในเขตบ้านม้งขุนแม่วาง หมู่ที่ ๖ ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม การเดินทางไปสถานีเกษตรที่สูงแม่จอนหลวงนั้นไม่มีรถประจำทางผ่านในเส้นนี้ นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องใช้พาหนะส่วนตัวซึ่งควรเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือไม่ก็เหมารถสองแถวจากปากทางขึ้นดอยอินทนนท์

    โดยรถยนต์ส่วนตัวสามารถเดินทางได้ ๒ เส้นทาง

    - เส้นทางแรก ออกจากตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ไปบนเส้นทางสายเชียงใหม่-ฮอด ผ่านอำเภอจอมทองเลี้ยวขวาขึ้นดอยอินทนนท์ เมื่อถึง กม.ที่ ๓๑ เลี้ยวขวาผ่านศูนย์พัฒนาโครงการหลวงดอยอินทนนท์ ผ่านทางลาดยางประมาณ ๑๖ กิโลเมตร จะถึงศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ให้เลี้ยวซ้ายผ่านศูนย์ขุนวางไปอีกประมาณ ๖ กิโลเมตร ผ่านทางดินลูกรังจึงถึงสถานีเกษตรที่สูงแม่จอนหลวงรวมระยะทางประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ ๒ - ๓ ชั่วโมง

    - เส้นทางที่ ๒ จากจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านอำเภอสันป่าตอง แยกขวาที่สันป่าตองเข้าสู่เส้นทางหมายเลข ๑๐๑๓ ไปอำเภอแม่วาง เมื่อผ่านอำเภอแม่วางไปจะมีทางแยกซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้าย จากนั้นเส้นทางจะลัดเลาะขึ้นภูเขา ผ่านบ้านหนองเต่า บ้านป่ากล้วย ป้านโป่งลมแรง แล้วเลี้ยวขวาไปอีก ๙ กิโลเมตรจึงถึงสถานีทดลองเกษตรที่สูงแม่จอนหลวง (เส้นทางระหว่างบ้านหนองเต่าจนถึงสถานียังเป็นทางดินลูกรังราว ๑๕ กิโลเมตร) ระยะทางรวม  ๙๒ กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ ๒ ถึง ๒ ชั่วโมงครึ่ง

    จุดท่องเที่ยวภายในสถานีฯ การเที่ยวชมงานภายในสถานีบริเวณใกล้ๆที่พักซึ่งเป็นพื้นที่ลาดชันที่ถูกปรับแต่งให้เป็นทางเดินนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าเที่ยวชมได้ ส่วนจุดที่ไกลออกไปจำเป็นต้องใช้รถในการเดินทางไปเที่ยวชม แปลงทดลองต่างๆ ได้แก่ แปลงสาลี่ แปลงไม้ดอกเมืองหนาว แปลงสตรอเบอรี่และผักปลอดสารพิษ แปลงชาพันธุ์ต่างๆซึ่งนักท่องเที่ยวอาจจะได้ชมกระบวนการแปรรูปชา ทั้งชาจีนและชาเขียวที่โรงแปรรูปชา สามารถซักถามรายละเอียดจากนักวิชาการที่ดูแลงานด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้ลิ้มรสชาเขียวเท่านั้น อาจโชคดีได้ลองชิมยำใบชาสูตรพิเศษที่จะหาชิมได้ที่นี่แห่งเดียว นอกจากนี้ยังมีแปลงทดสอบพันธุ์มะคาเดเมียนัท แปลงทดสอบพันธุ์เสาวรส  แปลงเกาลัดจีน เป็นต้น

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก  มีบ้านพักรับรองนักท่องเที่ยว แบ่งเป็นเรือนพักชายและหญิง ๒ หลัง มีสถานที่สำหรับประกอบอาหาร และมีเรือนรับรองหลังใหญ่ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ราว ๔๐-๕๐ คน มีจุดชมวิวที่สามารถกางเต็นท์ได้สองจุด รับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ ๑๐๐ คน ส่วนอาหารนักท่องเที่ยวสามารถเตรียมขึ้นมาประกอบเอง หรือแจ้งล่วงหน้าให้กับเจ้าหน้าที่ของทางสถานีเพื่อให้จัดเตรียมให้

    สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
    - หมู่บ้านม้งแม่ขุนวาก  จากสถานีทดลองเกษตรแม่จอนหลวง มีเส้นทาแยกไปทางเหนือเล็กน้อย เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านแม่ขุนวาก ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวสถานีโดยทางรถไปไม่ถึง ๒๐ นาที นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวม้ง และชมงานปักผ้าของหญิงชาวม้งในหมู่บ้านได้
    - น้ำตกสิริรัตน์ ออกจากเขตสถานีฯ ไปทางทิศตะวันตก จะพบทางแยกไปน้ำตกสิริรัตน์ รถเข้าไม่ถึง ต้องเดินเท้าไปประมาณ ๑๐ นาที เส้นทางไปเที่ยวน้ำตกเป็น เส้นทางปรับแต่งแล้ว สะดวกต่อการเดินเท้า แต่ควรสวมรองเท้าที่เหมาะสมต่อการเดินขึ้นเขาน้ำตกสิริรัตน์ไหลแรงมีน้ำตลอดปีเหมาะแก่การนั่งรับประทานอาหาร แต่อย่าลืมเก็บขยะออกมาทิ้งด้านนอกด้วยทุกครั้ง

    วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร  จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าไปตามถนนสายเชียงใหม่-ฮอด ๕๘ กิโลเมตร เป็นวัดสำคัญคู่เมืองจอมทองและเป็นที่เคารพสักการะของชาวเหนือโดยทั่วไป ประเพณีเด่นของวัดคือ “การแห่ไม้ค้ำโพธิ์” ซึ่งเป็นประเพณีของชาวล้านนาที่ถือว่าการเอาไม้มาค้ำโพธิ์เป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา

    น้ำตกแม่เตี๊ยะ  ตั้งอยู่ที่ตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติออบหลวง น้ำตกแม่เตี๊ยะตั้งอยู่บริเวณกลางป่าลึก ตัวน้ำตกสูงประมาณ ๘๐ เมตร กว้างประมาณ ๑๕ เมตร  น้ำตกมีทั้งหมด ๔ ชั้น มีระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร มีน้ำตลอดปี ชาวสบเตี๊ยะนำน้ำจากที่นี่ไปใช้ในการเกษตร เหมาะสำหรับเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ

    การเดินทาง  จากเชียงใหม่โดยรถยนต์ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๘ ถึงอำเภอจอมทอง เลี้ยวขวาข้างที่ว่าการอำเภอ หรือเลี้ยวขวาข้างวัดสบเตี๊ยะ มีระยะทางโดยรวม ๑๕ กิโลเมตร หรือโดยสารรถประจำทาง เชียงใหม่-จอมทอง จากนั้นต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

    อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์  แต่เดิมดอยอินทนนท์มีชื่อว่า “ดอยหลวง” หรือ “ดอยอ่างกา” ดอยหลวง หมายถึงภูเขาที่มีขนาดใหญ่ ส่วนที่เรียกว่าดอยอ่างกานั้น มีเรื่องเล่าว่า ห่างจากดอยอินทนนท์ไปทางทิศตะวันตก ๓๐๐ เมตร มีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งลักษณะเหมือนอ่างน้ำ แต่ก่อนนี้มีฝูงกาไปเล่นน้ำกันมากมาย จึงเรียกว่า อ่างกา ต่อมาจึงรวมเรียกว่า ดอยอ่างกา  

    ดอยอินทนนท์นี้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยซึ่งพาดผ่านจากประเทศเนปาล ภูฐาน พม่า และมาสิ้นสุดที่นี่ สิ่งที่น่าสนใจของดอยนี้ไม่เพียงแต่เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศเท่านั้น แต่สภาพภูมิประเทศและสภาพป่าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป่าดงดิบ ป่าสน ป่าเบญจพรรณ และอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีหมอกปกคลุมเกือบทั้งวันและบางครั้งน้ำค้างยังกลายเป็นน้ำค้างแข็ง สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้มีผู้มาเยือนที่นี่อย่างไม่ขาดสาย

    การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองขึ้นไปจนถึงยอดดอยอินทนนท์ประมาณ  ๑๐๖ กิโลเมตร ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ เชียงใหม่-จอมทอง ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๕๗ ก่อนถึงอำเภอจอมทอง ๑ กิโลเมตร แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙ สายจอมทอง-อินทนนท์ ระยะทาง ๔๘ กิโลเมตรถึงยอดดอยอินทนนท์ เป็นถนนลาดยางอย่างดีแต่ทางค่อนข้างสูงชัน รถที่นำขึ้นไปจะต้องมีสภาพดี ผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวสามารถนั่งรถสองแถวสายเชียงใหม่-จอมทองบริเวณประตูเชียงใหม่ จากนั้นขึ้นรถสองแถวที่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารหรือที่น้ำตกแม่กลาง ซึ่งจะเป็นรถโดยสารประจำทางไปจนถึงที่ทำการอุทยานฯตรงหลักกิโลเมตรที่ ๓๑ และหมู่บ้านใกล้เคียง แต่หากต้องการจะไปยังจุดต่างๆต้องเหมาไปคันละประมาณ ๘๐๐ บาท

    มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ ๙ ของเส้นทางหมายเลข ๑๐๐๙ มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ และมีนิทรรศการเกี่ยวกับธรรมชาติ สัตว์ป่า และอื่นๆ  

    บริเวณที่ทำการมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม สำรองที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย ๑ อาทิตย์ที่กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. ๐ ๒๕๗๙ ๗๒๒๓, ๐ ๒๕๗๙ ๕๗๓๔  อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โทร. ๐ ๕๓๓๕ ๕๗๒๘, ๐ ๕๓๓๑ ๑๖๐๘ ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติ คนไทย ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท

    สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ
    น้ำตกแม่ยะ  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสวยงามมากแห่งหนึ่ง เพราะน้ำซึ่งไหลลงมาจากหน้าผาที่สูงชัน ๒๘๐ เมตร ลงมากระทบโขดหินเป็นชั้นๆ เหมือนม่าน แล้วลงไปรวมกันที่แอ่งน้ำเบื้องล่าง น้ำใสเย็นเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งบริเวณรอบๆ น้ำตกเป็นป่าเขาอันสงบเงียบ และมีศูนย์ประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยวตั้งอยู่ด้วย บริเวณน้ำตกสะอาดและจัดการพื้นที่ได้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม  การเดินทาง จากทางแยกเข้าทางหลวง  ๑๐๐๙ ไปประมาณ ๑ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าไป ๑๔ กิโลเมตร และต้องเดินเท้าเข้าไปอีก ๒๐๐ เมตร

    น้ำตกแม่กลาง  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ชั้นเดียว สูงประมาณ ๑๐๐ เมตร ต้นน้ำอยู่บนดอยอินทนนท์ มีน้ำไหลตลอดปี มีความสวยงามตามธรรมชาติ การเดินทาง จากทางแยกเข้าทางหลวง ๑๐๐๙ ไปอีก ๘ กิโลเมตร แยกซ้าย ๕๐๐ เมตร เป็นทางลาดยางตลอด

    ถ้ำบริจินดา  ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ ๘-๙ ของทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙ ใกล้กับน้ำตกแม่กลาง จะเห็นทางแยกขวามือมีป้ายบอกทางไปถ้ำบริจินดา ภายในถ้ำลึกหลายกิโลเมตร เพดานถ้ำมีหินงอกหินย้อย หรือชาวเหนือเรียกว่า “นมผา” สวยงามมาก มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในถ้ำด้วย นอกจากนั้น ยังมีธารหิน เมื่อมีแสงสว่างมากระทบจะเกิดประกายระยิบระยับดังกากเพชรงามยิ่งนัก ลักษณะของถ้ำเป็นถ้ำทะลุสามารถมองเห็นภายในได้ถนัด เพราะมีอุโมงค์ซึ่งแสงสว่างลอดเข้ามา บริเวณปากถ้ำจะมีป้ายขนาดใหญ่ตั้งอยู่ อธิบายประวัติการค้นพบถ้ำนี้

    น้ำตกวชิรธาร  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เดิมชื่อ “ตาดฆ้องโยง”  น้ำจะดิ่งจากผาด้านบนตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง  ในช่วงที่มีน้ำมากละอองน้ำจะสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณรู้สึกได้ถึงความเย็นและชุ่มชื้น และสะพานไม้ที่ทอดยาวเข้าไปหาหน้าผานั้นจะเปียกลื่นอยู่ตลอดเวลา แต่หากเดินเข้าไปจนสุดจะได้สัมผัสกับความงามของน้ำตกมากที่สุด

    การเดินทาง  จากเชิงดอยอินทนนท์ขึ้นไปถึงกิโลเมตรที่ ๒๑ จะเห็นป้ายบอกทางแยกขวาเข้าน้ำตก ลงไป ๕๐๐ เมตร ถนนจะถึงที่ตัวน้ำตก  อีกเส้นทางหนึ่งซึ่งเป็นเส้นทางเดิมอยู่เลยจากทางแยกแรกไปประมาณ ๑ กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามป้ายและเดินจากลานจอดรถลงไปอีก ๓๕๑ เมตร หากใช้เส้นทางนี้จะได้สัมผัสกับความงามของธรรมชาติรอบด้านตลอดทางเดิน

    น้ำตกสิริภูมิ  ไหลมาจากหน้าผาสูงชัน เป็นทางยาวสวยงามมาก สามารถมองเห็นได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เป็นสายน้ำตกแฝดไหลลงมาคู่กันแต่เดิมเรียกว่า “เลาลึ” ตามชื่อของหัวหน้าหมู่บ้านม้งซึ่งอยู่ใกล้ๆ น้ำตกสิริภูมิตั้งอยู่ตรงกิโลเมตรที่ ๓๑ ของทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙ มีทางแยกขวามือเข้าไปอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร แต่รถไม่สามารถเข้าไปใกล้ตัวน้ำตกได้ นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าเข้าไปบริเวณด้านล่างของน้ำตก

    โครงการหลวงดอยอินทนนท์  ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านขุนกลาง ตำบลห้วยหลวง อำเภอจอมทอง เดินทางตามเส้นทางสู่ดอยอินทนนท์ ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๓๑ ของทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙ มีทางแยกขวามือเป็นทางลูกรังเข้าสู่โครงการฯ อีกประมาณ ๑ กิโลเมตร โครงการหลวงอินทนนท์ รับผิดชอบส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมให้แก่กะเหรี่ยงและม้งในพื้นที่ ผลิตผลหลักของโครงการ คือ พืชผักและไม้ดอกเมืองหนาวต่างๆ  นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมแปลงปลูกดอกไม้ ห้องทดลองทำการเพาะขยายพันธุ์ และยังสามารถแวะชมแปลงปลูกดอกไม้ของชาวเขาในหมู่บ้านซึ่งอยู่บริเวณปากทางเข้าโครงการฯได้ด้วย

    พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ  ตั้งอยู่บนกิโลเมตรที่ ๔๑.๕ ทางด้านซ้ายมือ สร้างขึ้นโดยกองทัพอากาศร่วมกับพสกนิกรชาวไทย โดยพระมหาธาตุนภเมทนีดล สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ  สร้างถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕ พระมหาธาตุทั้ง ๒ องค์นี้ มีรูปทรงคล้ายคลึงกัน คือ ฐานเป็นรูป ๑๒ เหลี่ยม มีระเบียงแก้วโดยรอบเป็น ๒ ระดับ ยอดปลีขององค์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปบูชา รอบบริเวณสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของดอยอินทนนท์ได้อย่างสวยงาม
    ยอดดอยอินทนนท์  

    จุดสิ้นสุดของทางหลวงสาย  ๑๐๐๙  เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย (๒,๕๙๙ เมตร) มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี เป็นที่ตั้งสถานีเรด้าของกองทัพอากาศไทยและเป็นที่ประดิษฐานสถูปเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์สุดท้ายซึ่งเล็งเห็นความสำคัญของป่าไม้และหวงแหนดอยหลวงเป็นอย่างมากต้องการที่จะอนุรักษ์ไว้จนชั่วลูกชั่วหลาน ท่านผูกพันกับที่นี่มากจึงสั่งว่าหากสิ้นพระชนม์ไปแล้วให้แบ่งเอาอัฐิส่วนหนึ่งมาไว้ที่นี่

    ศูนย์ประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยว อยู่บริเวณใกล้กับยอดดอย แสดงนิทรรศการเรื่องราวของดอยอินทนนท์จากอดีตถึงปัจจุบัน ให้ความรู้ทั้งสภาพทางภูมิศาสตร์  ทางชีววิทยา  ป่าไม้ สิ่งมีชีวิต ซึ่งบางชนิดหาดูได้ที่นี่แห่งเดียวในเมืองไทย ผู้มาเยือนจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมาย

    น้ำตกห้วยทรายเหลือง  เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีน้ำไหลแรงตลอดปี และไหลจากหน้าผาลงมาเป็นชั้นๆ เข้าทางเดียวกับน้ำตกแม่ปาน ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่แจ่มประมาณ ๑๖ กิโลเมตร  แยกจากทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙   ตรงด่านตรวจกิโลเมตรที่ ๓๘    ไปตามเส้นทางสายอินทนนท์-แม่แจ่ม (ทางหลวงหมายเลข ๑๑๙๒) ประมาณ ๖ กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางไปน้ำตก เข้าไปประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นทางดินแดงในช่วงหน้าฝนทางลำบากมากต้องใช้รถขับเคลื่อน ๔ ล้อ

    น้ำตกแม่ปาน เข้าทางเดียวกับน้ำตกห้วยทรายเหลือง แต่อยู่เลยไปอีก ๕๐๐ เมตร  และจากจุดจอดรถต้องเดินต่อไปอีก ๘๐๐ เมตร ใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที จึงจะถึงตัวน้ำตก น้ำตกแม่ปานนับว่าเป็นน้ำตกที่ยาวที่สุดของเชียงใหม่ก็ว่าได้ น้ำจะตกลงมาจากหน้าผาซึ่งสูงกว่า ๑๐๐ เมตร เป็นทางยาว ถ้ามองดูแต่ไกลจะเห็นสายน้ำยาวสีขาวตัดกับสีเขียวของต้นไม้ทำให้ดูเด่น น้ำที่ตกลงมายังเบื้องล่างกระทบโขดหินแตกเป็นฟองกระจายไปทั่วบริเวณทำให้มีความชุ่มชื้น เบื้องล่างมีแอ่งน้ำรองรับอยู่ สามารถพักผ่อนลงอาบเล่นได้
    เส้นทางศึกษาธรรมชาติบนดอยอินทนนท์

    กิ่วแม่ปาน  ทางเข้าอยู่กิโลเมตรที่ ๔๒ ด้านซ้ายมือ ระยะทางเดิน ๓ กิโลเมตร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติโดยแท้จริง ระหว่างทางเดินจะพบป่าดิบเขา (Hill Evergreen) ก่อนผ่านเข้าสู่ทุ่งหญ้าซึ่งเคยเป็นพื้นที่ป่าถูกทำลาย เพื่อเป็นการศึกษาลักษณะการเกิดผลกระทบต่อเนื่องบริเวณรอยต่อระหว่างพื้นที่ป่าสมบูรณ์กับพื้นที่ถูกทำลาย (edge effect) หลังจากนั้นทางเดินจะเลาะริมผามีไอหมอกปลิวผ่านตลอดเวลา จะพบดอกกุหลาบพันปี หรือ Rhododendron (ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ขึ้นตามป่าในระดับสูง มีพันธุ์ดอกสีขาวและสีแดง เวลาออกดอกช่วงแรกมีลักษณะเหมือนปลีกล้วย ก่อนที่จะบานเต็มต้นในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ พบมากในแถบเทือกเขาหิมาลัยและเป็นไม้ประจำชาติของเนปาลด้วย)  มองลงไปยังเบื้องล่างจะพบทัศนียภาพที่งดงามของอำเภอแม่แจ่ม

    การใช้เส้นทางนี้ต้องลงทะเบียนขอรับใบอนุญาตให้ใช้เส้นทางโดยติดต่อที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์อุทยานฯ และควรจัดกลุ่มละไม่เกิน ๑๕ คน ทางอุทยานฯไม่อนุญาตให้นำอาหารเข้าไปรับประทานในเส้นทางในช่วงฤดูฝน และจะปิดเส้นทางเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัวไม่อนุญาติให้เข้าไปท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ถึงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ของทุกปี

    อ่างกาหลวง  เส้นทางนี้สำรวจวางแนวและออกแบบเส้นทางเดินโดย คุณไมเคิล แมคมิลแลน วอลซ์
    นักสัตววิทยาและอาสาสมัครชาวแคนาดาประจำอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์  ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ทำงานทุ่มเทให้กับอินทนนท์ และได้เสียชีวิตที่นี่ด้วยโรคหัวใจ  

    เส้นทางนี้มีระยะทาง ๑,๘๐๐ เมตร พื้นที่นี้เป็นหนองน้ำซับในหุบเขา  จุดเด่นที่น่าสนใจ คือ ป่าดิบเขาระดับสูง  ลักษณะของพรรณไม้เขตอบอุ่นผสมกับเขตร้อนที่พบเฉพาะในระดับสูง การสะสมของอินทรียวัตถุในป่าดิบเขา  ลักษณะอากาศเฉพาะถิ่น  พืชที่อาศัยเกาะติดต้นไม้ ลักษณะของต้นน้ำลำธาร และลักษณะของต้นไม้บนดอยอ่างกา เช่นต้นข้าวตอกฤาษีที่ขึ้นตามพื้นดิน (ข้าวตอกฤาษี เป็นพืชที่ต้องการความอุดมสมบูรณ์สูง จะขึ้นในที่สูงกว่า ๒,๐๐๐  เมตรเท่านั้น และเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ชุ่มชื้น อากาศเย็น) กุหลาบพันปี เป็นต้น
    ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ อีกหลายเส้น เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติ กม. ๓๘ และ เส้นทางศึกษาธรรมชาติกลุ่มน้ำตกแม่ปาน เป็นต้น แต่ละเส้นใช้เวลาในการเดินต่างกันตั้งแต่ ๒๐ นาที – ๗ ชั่วโมง และเหมาะที่จะศึกษาสภาพธรรมชาติที่ต่างกันด้วย ศึกษารายละเอียดเส้นทางได้จากที่ทำการอุทยานฯ และจะต้องติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทางจากที่ทำการฯ บริเวณหลักกิโลเมตร ที่ ๓๑
    เพื่อป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น และเป็นการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) การใช้สถานที่เพื่อการพักค้างแรมหรือจัดกิจกรรมอื่นๆนอกเหนือจากบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ต้องขออนุญาตจากหัวหน้าอุทยานฯเป็นลายลักษณ์อักษร

    กิจกรรมดูนกบนดอยอินทนนท์
    ศูนย์บริการข้อมูลนกอินทนนท์ (ร้านลุงแดง) ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ ๓๑ หน่วยจัดการต้นน้ำแม่กลาง ให้บริการด้านข้อมูลนกในดอยอินทนนท์ เช่น สมุดบันทึกการพบนกในดอยอินทนนท์ ภาพวาดลายเส้นของนักดูนก แผนที่เส้นทางดูนกดอยอินทนนท์ ภาพถ่าย สไลด์เกี่ยวกับนก ฯลฯ ให้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

    ช่วงที่นักดูนกนิยมมาดูนกกันเป็นช่วงฤดูหนาว นอกจากจะได้พบนกประจำถิ่นแล้ว ยังสามารถพบนกอพยพ เช่น นกปากซ่อมดง  นกอุ้มบาตร  นกเด้าลมหลังเทา นกเด้าลมหลังเหลือง  นกเด้าลมดง  นกเด้าลมหัวเหลือง  นกจาบปีกอ่อนเล็ก  นกจาบปีกอ่อนหงอน  นกจาบปีกอ่อนสีแดง  นกเดินดงสีน้ำตาลแดง  ฯลฯ ทางศูนย์ฯจะบริการให้คำแนะนำตลอดจนเป็นสถานที่พบปะสนทนาระหว่างนักดูนก  นักศึกษาธรรมชาติและบุคคลทั่วไป  เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ดีต่อการอนุรักษ์และรักษาสภาพธรรมชาติ  ทำให้ทราบถึงแหล่งที่อยู่อาศัย  แหล่งอาหารของนกและสัตว์ป่าในดอยอินทนนท์  ให้คงอยู่ถึงรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป
  • อำเภอแม่แจ่ม วัดป่าแดด วัดกองกาน วัดยางหลวง วัดกองแขก สวนป่าแม่แจ่ม

    อำเภอแม่แจ่มเป็นอำเภอเล็กๆในหุบเขามีวัฒนธรรมที่งดงาม ตามประวัติกล่าวว่าที่อำเภอแม่แจ่มในสมัยก่อนเป็นถิ่นอาศัยของชาวลัวะ และต่อมามีชาวไต-ยวนเข้ามา คนแม่แจ่มในปัจจุบันเป็นผู้คนที่ย้ายมาอยู่ตั้งแต่สมัยลัวะ และยังมี ปกากญอ และมอญ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในพื้นที่
    การเดินทาง ไปอำเภอแม่แจ่ม ไปได้ ๒ ทาง คือ

    ๑) จากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์  ทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙ (สายจอมทอง-อินทนนท์) เมื่อถึงด่านตรวจอำเภอแม่แจ่ม กม.ที่ ๓๘ แยกซ้ายไปประมาณ ๒๒ กิโลเมตรจะถึงตัวอำเภอแม่แจ่ม  

    ๒) จากอำเภอฮอดทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ และแยกขวาเข้าทาง ๑๐๘๘ระยะทางประมาณ ๒๖ กิโลเมตร

    หรือหากเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง ใช้บริการจอมทอง-แม่แจ่ม รถวิ่งบริการระหว่างเวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น.

    หมู่บ้านทอผ้าซิ่นตีนจก  อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่แจ่มไปประมาณ ๓ กิโลเมตร (ข้ามสะพานข้างที่ว่าการอำเภอแล้วเลี้ยวซ้ายตรงหมู่บ้านที่ ๔-๕ ต.ท่าผา ชาวบ้านที่ตำบลนี้นิยมทอผ้าซิ่นตีนจกกันมาก ซึ่งทำกันถึง ๑๕๐ ครอบครัว และแต่ละบ้านจะมีเครื่องทออยู่ใต้ถุนบ้าน ผลิตภัณฑ์พื้นเมืองชนิดนี้เป็นที่นิยมอย่างสูง เพราะมีความสวยสดงดงามและลวดลายที่ออกมามีเอกลักษณ์เฉพาะหากต้องการวิทยากรนำชมติดต่อที่ว่าการอำเภอแม่แจ่มล่วงหน้า โทร. (๐๕๓) ๔๘๕๑๑๑ ต่อ ปกครองอำเภอ

    วัดป่าแดด  ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าผา สิ่งที่น่าสนใจ คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหาร ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ วาดโดยช่างแต้มชาวไทยใหญ่ เป็นเรื่องพุทธประวัติ และชาดกต่างๆ วิหารหลังนี้สร้างขึ้น พร้อมกับการสร้างวัด เมื่อ ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๐๐
    วัดพุทธเอ้น  ตั้งอยู่ที่ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม   ตามประวัติกล่าวว่า วัดพุทธเอ้นก่อสร้างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เมื่อ ๒๐๐ กว่าปีมาแล้ว มีโบราณสถานซึ่งขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรแล้วคือ “โบสถ์น้ำ” ลักษณะคือสร้างในสระสี่เหลี่ยมโดยปักเสาลงในน้ำล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง บริเวณรอบโบสถ์จนถึงกำแพง เรียกว่า “อุทกสีมา” มีความหมายเหมือนกับ “ขันทสีมา” ของโบสถ์บนบก โบสถ์น้ำนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรแล้ว คติการบวชในโบสถ์กลางน้ำนั้นถือว่าเป็นการบวชพระภิกษุสงฆ์ที่มีความบริสุทธิ์มากที่สุด ได้รับอิทธิพลมาจากฝ่ายลังกา ปัจจุบันการบวชกลางน้ำนี้ได้ยกเลิกไปหมดแล้ว

    บริเวณด้านหลังโบสถ์น้ำมีวิหารเก่าแก่ ซึ่งภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างสกุลไทยใหญ่ ปัจจุบันหลงเหลือเพียงภาพเดียว เหนือประตูทางเข้าด้านหลัง

    วัดกองกาน  อยู่ห่างจากวัดพุทธเอ้นประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นวัดสำคัญของชาวแม่แจ่ม เนื่องจากภายในวิหารมีพระเจ้าตนหลวงซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองแม่แจ่ม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ชาวแม่แจ่มจะไปสรงน้ำองค์พระกันทุกปี พระเจ้าตนหลวงนี้เป็นแบบล้านนา และมีขนาดใหญ่ที่สุดในอำเภอแม่แจ่ม ตัววิหารเป็นไม้ และหลังคามุงแป้นเกล็ดแบบโบราณ

    วัดยางหลวง  ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าผา เส้นทางเดียวกับวัดป่าแดด ไม่ไกลกันมาก ชาวกะเหรี่ยง หรือ “ยาง” เป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นมา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๒๔ สิ่งที่น่าสนใจ คือ  กู่ปราสาท หรือ กิจกูฏ ซึ่งตั้งอยู่หลังพระประธานในวิหาร คนโบราณถือว่าเป็นประตูไปสู่สวรรค์   ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของกิจกูฏเป็นแบบพุกามจากพม่า ผสมกับล้านนาสกุลช่างเชียงแสน

    วัดกองแขก ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่แจ่ม ประมาณ ๗ กิโลเมตร บนถนนสายฮอด-เม่แจ่ม ชุมชนบ้านกองแขกนับเป็นชุมชนเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของแม่แจ่มซึ่งเป็นที่รวมของกลุ่มชาวบ้านที่อพยพมาจากที่ต่างๆ เช่น ชาวแม่พริกจังหวัดลำปาง ชาวเชียงแสนจากเชียงราย ชาวน่าน เชียงคำ เป็นต้น เมื่อมีชุมชนเกิดขึ้น การก่อสร้างวัด และศาสนสถานก็เกิดขึ้นตามมา โดยเฉพาะวิหารวัดกองแขกที่เก่าแก่ไม่น้อยกว่าร้อยปี เป็นฝีมือช่างชาวลำปางที่อพยพมาอยู่ด้วยกัน และที่สำคัญคือภาพจิตรกรรมฝาผนังคอสองของวิหารนั้น มีความแปลกเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวแม่แจ่มก็ว่าได้ เพราะภาพแต่ละภาพนั้นจิตรกรได้ใส่อารมณ์ตวัดปลายภู่กันอย่างเฉียบคมยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นรูปพุทธประวัติ รูปเทวดาฟ้อนรำ และรูปชาดกต่างๆ

    สวนป่าแม่แจ่ม เป็นสวนป่าอีกแห่งหนึ่งขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๑๖ มีเนื้อที่ประมาณ ๖,๙๓๒ ไร่ ปัจจุบันสวนป่าแม่แจ่มได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว มีลำน้ำแม่แจ่มที่ไหลผ่านในเขตสวนป่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการล่องแพ, ปั่นจักรยานเสือภูเขา หรือทำกิจกรรมอื่นๆ สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ และทางสวนป่าได้จัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับผู้มาเยือน อย่างครบครัน มีแคมป์ไฟ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลและอำนวยความสะดวกในยามค่ำคืน นอกจากนี้ทางสวนป่าแม่แจ่มยังสามารถที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้กับนักเรียน หรือประชาชนทั่วไปที่ต้องการหาความรู้ และยังสามารถจัดประชุม หรือสัมมนาของภาครัฐและเอกชนได้อีกด้วย

    การเดินทาง  โดยทางรถยนต์จากเชียงใหม่มาตามเส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ (เชียงใหม่ - อ.แม่สะเรียง) ถึงอำเภอฮอดเลี้ยวขวาไปทางอำเภอแม่สะเรียงผ่านอุทยานแห่งชาติออบหลวงประมาณหลักกิโลเมตรที่ ๒๑ มีทางแยกขวาเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๘ ไป อ.แม่แจ่มระยะทางประมาณ ๔๖ กิโลเมตร สวนป่าแม่แจ่มอยู่ทางซ้ายมือประมาณหลักกิโลเมตรที่ ๑๖ จากทางแยกเข้ามา

    สถานที่ติดต่อ สวนป่าแม่แจ่ม ม.๓ ต.กองแขก อ.แม่แจ่ม โทร. ๐ ๕๓๒๒ ๘๐๖๘,  ออป.เชียงใหม่ โทร. ๐ ๕๓๒๔ ๒๖๗๓, ๐ ๕๓๒๔ ๕๓๕๖  ฝ่ายออป.ภาคเหนือ โทร. ๐ ๕๔๒๒ ๗๖๒๓, ๐ ๕๓๒๒ ๗๐๕๑  ออป. ๐ ๒๒๘๒ ๓๒๔๓-๗

    อำเภอฮอด สถานที่กางเต็นท์ แม่โถ ทะเลสาบดอยเต่า ดอยม่อนจอง

    อุทยานแห่งชาติออบหลวง  ออบหลวงเป็นสถานที่น่าเที่ยวที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ความสวยงามและน่ากลัวไว้ในจุดเดียวกัน กล่าวคือ เบื้องล่างเป็นแม่น้ำที่ไหลคดเคี้ยวผ่านช่องเขาขาดตรงออบหลวง ช่องเขานี้มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันและแคบมาก บีบทางน้ำไหล ดังนั้น แม่น้ำตรงนี้จึงเชี่ยวจัด เสียงน้ำกระทบหน้าผาดังสนั่น รอบๆ บริเวณงดงามไปด้วยหมู่ไม้น้อยใหญ่ ร่มรื่นอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีสะพานเชื่อมช่องเขาขาดสำหรับนักท่องเที่ยวยืนชมความงดงามของทัศนียภาพออบหลวง และภายในบริเวณอุทยานฯ มีแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ด้วย
    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก  ทางอุทยานฯมีสถานที่กางเต็นท์ และมีเต็นท์ให้เช่าพร้อมเครื่องนอนในอัตราคืนละ ๕๐ บาท รายละเอียดสอบถามอุทยานฯ โทร. ๐ ๕๓๒๒ ๙๒๗๒

    การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ตามทางหลวงหมายเลข๑๐๘ สายฮอด-แม่สะเรียง ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๑๗ รวมระยะทางประมาณ ๑๐๕ กิโลเมตร สภาพทางลาดยางตลอด และช่วงระหว่างฮอดจนถึงออบหลวงนั้น ถนนจะเลียบขนานไปกับแม่น้ำแม่แจ่มหรือแม่น้ำสลักหิน และเวียนวกไปตามไหล่เขา หากเดินทางโดยรถประจำทาง มีรถบัสสีฟ้าจอดที่ท่ารถตรงวงเวียนฮอด-แม่สะเรียง วิ่งทั้งหมด ๓ เส้นทาง คือ ฮอด – แม่สะเรียง  ฮอด-แม่แจ่ม  ฮอด-อมก๋อย ซึ่งจะผ่านออบหลวงทั้งสามสาย

    สถานีทดลองปลูกพรรณไม้บ่อแก้ว (สวนสนบ่อแก้ว) อยู่บนเส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง กิโลเมตรที่ ๓๖ สถานีฯเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจวัตถุดิบเพื่อทำเยื่อกระดาษ เป็นแปลงทดลองปลูกพืชจำพวกสน และยูคาลิบตัส ในเนื้อที่ทั้งหมด ๒,๐๗๒ ไร่ อากาศของที่นี่ชื้นและเย็นตลอดปี งามด้วยทิวสนที่ปลูกอย่างเป็นระเบียบงามตาจึงทำให้บริเวณสถานีกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่ง

    การเดินทาง หากไม่มีรถยนตร์ส่วนตัวสามารถนั่งรถประจำทางสีฟ้าสายเชียงใหม่-ฮอด-ดอยเต่ามาลงที่หน้าสถานีฯ

    อุทยานแห่งชาติแม่โถ  มีพื้นที่ประมาณ ๙๙๐ ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ อ.ฮอด และ อ.แม่แจ่ม ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน โดยมีดอยกิ่งไร่มงเป็นยอดเขาสูงสุด มีความสูง ๑,๗๑๕ เมตร จากระดับน้ำทะเล เทือกดอยเหล่านี้ปกคลุมด้วยป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำแม่แจ่มและลำน้ำแม่ลิด สำหรับสัตว์ป่ายังคงพบเลียงผา  เก้ง หมีควาย หมูป่า รวมทั้งนกนานาชนิด

    สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ จุดชมทิวทัศน์  อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ มองลงมายังหุบบเขาเบื้องล่างจะเห็นนาข้าวขั้นบันไดของชาวยาง(กะเหรี่ยง) เป็นเส้นคดเคี้ยวดูคล้ายแม่น้ำ  โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนนาข้าวจะเขียวขจีชุ่มชื้น  หากอากาศปลอดโปร่งจะมองเห็นยอดดอยอินทนนท์ ตอนเช้าหมอกจะหนามาก และอากาศเย็นตลอดปี น้ำตกแม่แอบ เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามบรรยากาศโดยรอบร่มรื่นน่าเที่ยวชม

    หากต้องการมาพักแรมตรงที่ทำการฯ ต้องเตรียมเครื่องนอน และอาหารมาเอง สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์ประสานงานอุทยานแห่งชาติและวนอุทยานกลุ่มนครพิงค์ โทร. ๐ ๕๓๘๑ ๘๓๘๔

    การเดินทาง  อุทยานฯอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ ๑๖๐ กิโลเมตร ไปตามเส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง ถึงกิโลเมตรที่ ๕๕ แล้วแยกเข้าเส้นทางไปแม่โถอีก ๑๖ กิโลเมตร ช่วงนี้สภาพถนนลาดยางสลับลูกรัง ลาดชันและคดเคี้ยวจึงควรใช้รถที่มีกำลังและสภาพดี  
    ทะเลสาบดอยเต่า  อยู่ในเขตอำเภอดอยเต่า เป็นพื้นที่น้ำท่วมถึงภายหลังการสร้างเขื่อนภูมิพล  เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่เหนือเขื่อนภูมิพล เคยใช้ในการเกษตรกรรม การประมง

    ในบริเวณอ่างเก็บน้ำ หากมีน้ำมากพอ (โดยมากจะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม-เมษายน) จะมีบริการแพพัก ราคา ๑,๐๐๐-๑,๕๐๐ บาท และเรือนำเที่ยวไปยังเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก รายละเอียดติดต่อ บริษัท ท่องนที จำกัด โทร. ๐ ๒๔๕๗ ๖๘๗๓-๔, ๐ ๒๔๕๗ ๓๔๒๘

    การเดินทาง จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ ไปยังอำเภอฮอด ระยะทาง ๙๐ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๑๐๓ ไปยังทะเลสาบดอยเต่าอีก ๓๕ กิโลเมตร รวมระยะทางจากจังหวัดเชียงใหม่ ๑๒๕ กิโลเมตร

    ดอยม่อนจอง ขึ้นอยู่กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และ อำเภอสามเงา จังหวัดตาก สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องไพรมายังดอยม่อนจองก็คือ กวางผาหรือม้าเทวดาซึ่งมีถิ่นอาศัยอยู่ที่นี่ และทิวทัศน์ที่สวยงามของทิวเขา และถ้ามาในช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค.จะได้พบดอกกุหลาบพันปีที่กำลังบาน ว่ากันว่าต้นนี้เป็นต้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นกหายากที่พบที่นี่ ได้แก่ เหยี่ยวนกเขาท้องขาว นกอินทรีแถบปีกดำ นกอินทรีเล็ก นกเปล้าท้องขาว นกมุ่นรกคอแดง นกเดินดงคอดำ เป็นต้น

    การเดินขึ้นดอยม่อนจองสามารถไปเช้าเย็นกลับได้ แต่จะเหนื่อยมาก ต้องเริ่มออกเดินตั้งแต่ ๐๖.๓๐ น. เป็นอย่างน้อย หากเดินแบบไม่เหนื่อยเกินไปนักควรใช้เวลา ๒ วัน ๑ คืน ก่อนเดินขึ้นดอยต้องติดต่อขออนุญาตจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย หน่วยมูเซอซึ่งเป็นที่ตั้งที่ทำการเขตรักษาพันธุ์ฯ

    การเดินทาง ไปยังเขตรักษาพันธุ์ฯ (หน่วยมูเซอ) จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ แล้วแยกซ้ายจากอำเภอฮอดเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๙ ไปจนถึงตัวอำเภออมก๋อย และตรงต่อไปตามทางหลวง ๑๐๙๙ ประมาณ ๔๐ กิโลเมตร จะพบหน่วยมูเซออยู่ทางด้านซ้ายมือ จากหน่วยฯไปยังจุดเริ่มเดินอีกประมาณ ๑๖ กิโลเมตร ทางในช่วงนี้จำเป็นต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อและคนขับที่มีความชำนาญเป็นอย่างมาก เนื่องจากสภาพทางเป็นลูกรัง และแคบคดเคี้ยวริมผา

    ผู้ที่เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง จากอำเภอเมืองเชียงใหม่มีคิวรถจากประตูช้างเผือก มายังอมก๋อย รถออกประมาณ ๐๘.๐๐ น. สามารถติดต่อเช่ารถไปส่งที่จุดเริ่มเดินที่ คุณเดช เสริมมติวงศ์ โทร. ๐ ๕๓๔๖ ๗๑๐๙ รับ-ส่ง ส่วนเสบียงข้าวของต่างๆ หาซื้อได้ที่ตัวอำเภออมก๋อย และค่าบริการลูกหาบ ๑๕๐ บาท/วัน/คน

    เส้นทางหางดง สะเมิง ทางหลวง ๑๒๖๙ : โครงการหลวงห้วยผักไผ่ วัดต้นแกว๋น

    ตามเส้นทางสายหางดง-สะเมิง-แม่ริม มีรีสอร์ทหลายแห่งที่มีการตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับอย่างสวยงามและเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม หรือไปแค้มปิ้งได้ เช่น กฤษดาดอย อุทยานล้านนา สวนบัวธานี ยอดดอยรีสอร์ท บ้านกลางดอย  เป็นต้น (ดูรายละเอียดในข้อมูลที่พัก )
    สิ่งที่น่าสนใจอื่นๆในเส้นทางนี้ ได้แก่
    โครงการหลวงห้วยผักไผ่ (ทุ่งเริง) ตั้งอยู่ที่บ้านแม่ฮะ ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง บนเส้นทางสายหางดง-สะเมิง (ทางหลวงหมายเลข ๑๒๖๙) ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ ๑๕-๑๖  หากไปทางหางดงจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ แยกเข้าไปประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร สามารถเดินทางจากเชียงใหม่ได้สองทาง คือ ตามทางสายเชียงใหม่-แม่ริม-สะเมิง-หางดง ระยะทาง ๓๒ กิโลเมตร และเส้นทางสายเชียงใหม่-หางดง-สะเมิง ระยะทาง ๔๓ กิโลเมตร พันธุ์ไม้ที่ปลูกคือ กุหลาบหนูที่จะปลูกกันทั้งปี  และยังมีผักยอดซาโยเต้ ลูกฟักแม้ว มะเขือม่วงก้านเขียว ถั่วแขก และมะระขาว เป็นต้น

    วัดต้นแกว๋น (วัดอินทราวาส) ตั้งอยู่ที่บ้านต้นแกว๋น ต.หนองควาย อ.หางดงเป็นวัดเก่าแก่ที่มีลักษณะงดงามมาก สิ่งที่น่าสนใจ คือศาลาจัตุรมุขซึ่งพบเพียงหลังเดียวในภาคเหนือ นอกจากนี้ ศิลปกรรมล้านนาดั้งเดิมภายในวัดนี้ยังจัดว่าเป็นต้นแบบที่สมบูรณ์และมีคุณค่ามาก สมาคมสถาปนิกสยามประกาศให้เป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๒

    การเดินทาง ใช้ทางหลวงสายหางดง-สะเมิง เมื่อเข้าเขตบ้านต้นแกว๋น ให้สังเกตทางเข้าวัดทางด้านซ้ายมือ ประมาณ กิโลเมตรที่ ๓๗ เข้าไปประมาณ ๗๐ เมตร  หากเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางมีรถสองแถวสาย เชียงใหม่-หางดงลงบริเวณทางเข้าแยกสะเมิง แล้วต่อรถสายบ่อหลวงเข้าไป

    เส้นทางสายเหนือ เชียงใหม่-ฝาง ทางหลวง ๑๐๗ : พิพิธภัณฑ์ชาวเขา พระตำหนักดาราภิรมย์ บ้านควายไทย ป่าเกี๊ยะ แม่ตะมาน ถ้ำเชียงดาว ดอยเชียงดาว

    พิพิธภัณฑ์ชาวเขา ตั้งอยู่ในบริเวณสวนล้านนา ร.๙ ถนนโชตนาริมถนนสายเชียงใหม่ - แม่ริม อยู่ในความดูแลของสถาบันวิจัยชาวเขา กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม  เป็นพิพิธภัณฑ์เฉพาะทางด้านชาติพันธุ์วิทยา จัดเก็บรวบรวมวัตถุพยานหลักฐานวัฒนธรรมของชนเผ่าบนที่สูง หรือ “ชาวเขา” ประกอบด้วยกลุ่มชนจำนวน ๙ กลุ่ม คือ กะเหรี่ยง แม้ว เย้า ลีซอ อีก้อ มูเซอ ลัวะ ถิ่น ขมุ และกลุ่มชนเล็กที่สุดอีกกลุ่มหนึ่งคือ มลาบรี หรือผีตองเหลือง มีลักษณะวัฒนธรรมของตนเองที่แตกต่างกันไป จัดเป็นแหล่งความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมชาวเขาที่เป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าสำหรับผู้สนใจทั่วไป เปิดทุกวัน เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๕๓๒๑ ๐๘๗๒, ๐ ๕๓๒๒ ๑๙๓๓
    พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์  ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายดารารัศมี อ.แม่ริม รูปแบบตัวอาคารได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมตะวันตก ซึ่งเดิมพระตำหนักดาราภิรมย์เป็นที่ประทับของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี เจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕  พระราชชายาเจ้าดารารัศมีเป็นพระธิดาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์  พระเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ ๗ ซึ่งปกครองระหว่าง พ.ศ. ๒๔๑๓-๒๔๔๐ เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้ายที่มีอำนาจปกครองบ้านเมืองตามแบบเดิมก่อนเมืองเชียงใหม่จะถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของไทย

    ภายในพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้อันเกี่ยวเนื่องกับพระราชชายาฯ โดยให้มีสภาพใกล้เคียงกับอดีตมากที่สุด อาทิเช่น ห้องพักผ่อนพระอิริยาบถ จัดแสดงจานชาม เครื่องเสวย ของใช้ส่วนพระองค์ และเครื่องดนตรี เป็นต้น เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก/นักศึกษาในเครื่องแบบ ๑๐ บาท พระสงฆ์และนักเรียนในเครื่องแบบเข้าชมฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๕๓๒๙ ๙๑๗๕

    การเดินทาง ห่างไปจากเมืองเชียงใหม่ตามเส้นทาง ๑๐๗ ติดกับที่ว่าการอำเภอแม่ริมจะมีทางแยกซ้ายเข้าไปยังค่ายดารารัศมี

    บ้านควายไทย  ตั้งอยู่ที่ ๓๐๐/๒ ถนนเชียงใหม่-ฝาง ต.ริมเหนือ อ.แม่ริม ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชมกิจกรรมต่างๆ การใช้ประโยชน์ในงาน การฝึกฝนให้รู้จักการเชื่อฟัง เช่นการไถดะ การไถพรวนไปจนถึงงานนวดข้าว ฯลฯ นักท่องเที่ยว ยังสามารถชมพิพิธภัณฑ์บ้านชาวนา ที่แสดงถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตของชาวนาไทย เครื่องมือการเกษตรประเภทต่างๆ มีการแสดงเป็นรอบ เช้า-บ่าย รายละเอียดสอบถาม โทร. ๐ ๕๓๓๐ ๑๖๒๘, ๐ ๕๓๘๔ ๔๘๑๘, ๐ ๕๓๘๔ ๔๙๑๔ หรือ E-mail : srirai@hotmail.com

    เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติศรีลานนา เป็นเขื่อนที่กรมชลประทานสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ เสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ตั้งอยู่ที่หลักกม.ที่ ๔๑ บนถนนสายเชียงใหม่-ฝาง (ทางหลวงหมายเลข ๑๐๗) เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ ๑๑ กิโลเมตร อยู่ในเขตอำเภอแม่แตง มีที่พักและร้านอาหารบนเรือนแพไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว (รายละเอียดดูในส่วนข้อมูลที่พัก)

    ป่าเกี๊ยะหรือแม่ตะมาน  (เกี๊ยะ เป็นคำเมืองแปลว่า ต้นสน) ตั้งอยู่ในเขตท้องที่อำเภอเชียงดาว ขึ้นอยู่กับส่วนอนุรักษ์ต้นน้ำ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากหน่วยงานมองเห็นยอดดอยเชียงดาวและทะเลหมอกยามเช้า มีแปลงดอกไม้ และแปลงทดลองปลูกกาแฟ  มีที่พักบริการแก่นักท่องเที่ยวแต่ควรเตรียมอาหารไปเอง ควรติดต่อขอใช้ที่พักล่วงหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ต้นน้ำ โทร. ๐ ๒๕๗๙ ๗๕๘๗

    การเดินทาง ใช้เส้นทางเชียงใหม่-ฝาง ประมาณ ๖๗ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าหน่วยงานฯ อีกประมาณ ๒๑ กิโลเมตรสภาพทางช่วงนี้ลำบากมากเป็นทางลูกรังและเป็นหลุมเป็นบ่อต้องใช้รถขับเคลื่อน ๔ ล้อเท่านั้น
    สถานีวิจัยเกษตรที่สูงป่าเกี๊ยะดอยเชียงดาว เป็นหน่วยงานของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อยู่ในทำเลที่มองเห็นเทือกดอยหลวงเชียงดาวได้อย่างชัดเจนและสวยงาม มีนกหลายชนิดที่เห็นอยู่ตลอด เช่น นกเขียวก้านตองสีส้ม นกติ๊ดใหญ่ นกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่ นกกะรองทองแก้มขาว และ อีกหลายชนิด

    ช่วงฤดูหนาวจากที่พักในช่วงเช้าจะมองเห็นทะเลหมอกหนา กลางคืนจะเห็นดาวเต็มท้องฟ้าและแสงระยิบระยับจากเมืองเชียงดาว

    การไปเยี่ยมชมควรติดต่อของอนุญาตจากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เสียก่อน โดยติดต่อสถานีวิจัยเกษตรที่สูงป่าเกี๊ยะดอยเชียงดาว คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อย่างน้อย ๑๐ วันล่วงหน้า โทร. ๐ ๕๓๒๒ ๒๐๑๔, ๐ ๕๓๙๔ ๔๐๕๒
    การเดินทาง  ใช้เส้นทางหมายเลข ๑๐๗ จากเชียงใหม่ ผ่านแม่ริม แม่มาลัย (ที่ตลาดแม่มาลัยสามารถแวะซื้อเสบียงได้) แม่แตง ถึงบ้านแม่นะมีทางแยกซ้ายมือมีป้ายเขียนว่า “หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน” ประมาณ ๒๑ กิโลเมตรจะพบทางแยกให้เลี้ยวขวาสภาพทางเป็นลูกรังจะค่อนข้างชัน ผ่านหมู่บ้านปางโฮ่งและปางฮ่าง ทางจะขึ้นชันมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงด่านที่จะแยกไปหน่วยพิทักษ์ป่าเด่นหญ้าขัด ตรงไป ขวามือจะพบทางแยกไปโรงเรียนบ้านสันป่าเกี๊ยะ จากนั้นจะถึงหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน ตรงไปอีกสัก ๕๐๐ เมตรทางจะขึ้นสูงก็จะถึงสถานีวิจัยเกษตรที่สูงป่าเกี๊ยะดอยเชียงดาว
    ในขากลับไม่ต้องย้อนทางเดิมจากสถานีฯ มีเส้นทางกลับออกสู่ถนนหมายเลข ๑๐๗ ที่บ้านแก่งปันเตาได้ จากสถานีมาสัก ๑๒ กิโลเมตรจะถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายและขวา ด้านขวามือจะเขียนว่าไปบ้านปากเอียก (เส้นทางนี้ห้ามใช้โซ่พันล้อรถในหน้าฝน ฝ่าฝืนปรับ ๕๐๐ บาท) เส้นทางนี้จะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาก็ได้เพราะจะไปออกถนนใหญ่เหมือนกัน แต่ถ้าเลี้ยวขวาจะผ่านเข้าไปในหมู่บ้านปากเอียก ผ่านไร่ชา และผ่านนิคมสงเคราะห์ชาวเขา ทางช่วงนี้จะเป็นทางคอนกรีตตลอด แต่ทางลงค่อนข้างชันจนกระทั่งถึงบ้านแก่งปันเตาและเส้นทางหมายเลข ๑๐๗

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก มีเรือนพักซึ่งปกติเป็นที่พักของนักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาฝึกงาน มีห้องน้ำและห้องครัวพร้อมเครื่องครัว ประกอบอาหารได้ แต่ต้องนำอาหารขึ้นมาด้วย เสียค่าบำรุงสถานที่คนละ ๕๐ บาทต่อคืน

    อย่าลืมเตรียมถุงดำเพื่อใส่ขยะกลับลงมา เครื่องดนตรีไม่ควรนำไป ที่โรงเรียนบ้านสันป่าเกี๊ยะเด็กๆอยากได้หนังสือไว้อ่าน หากเอาติดรถไปบ้างก็ดี

    ถ้ำเชียงดาว อยู่ในเขตอำเภอเชียงดาว การเดินทาง จากเชียงใหม่ไปยังอำเภอเชียงดาว ระยะทาง ๗๒ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตรงทางแยกเข้าไปจนถึงถ้ำอีก ๕ กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางจนถึงบริเวณถ้ำ มีบริเวณจอดรถกว้างขวาง ทางเข้าถ้ำเป็นบันไดมีหลังคามุงสังกะสี หน้าถ้ำมีธารน้ำไหลผ่านเต็มไปด้วยปลาหลายชนิด นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารปลาได้ หากต้องการชมบริเวณถ้ำ ติดต่อคนนำทางได้บริเวณหน้าถ้ำ

    ดอยเชียงดาว  อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว อำเภอเชียงดาว ยอดสูงสุดของดอยเชียงดาว เรียกว่า ดอยหลวงเชียงดาว (เพี้ยนมาจากคำที่ชาวบ้านในละแวกเปรียบเทียบดอยนี้ว่าสูง "เพียงดาว") มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนรูปกรวยคว่ำสูง ๒,๑๙๕ เมตร จากระดับน้ำทะเล นับเป็นยอดดอยที่สูงอันดับ ๓ ของประเทศรองจากดอยอินทนนท์และผ้าห่มปก  จากบนยอดดอยซึ่งเป็นที่ราบแคบๆ สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามรอบด้าน คือ ทะเลหมอกด้านอำเภอเชียงดาว ดอยสามพี่น้อง เทือกดอยเชียงดาว ตลอดจนถึงยอดดอยอินทนนท์อันไกลลิบ อากาศเย็น ลมแรง และสมบูรณ์ด้วยดอกไม้ป่าภูเขาที่หาชมได้ยากมากมายรวมทั้งนกและผีเสื้อด้วย (ไม่เหมาะที่จะขึ้นไปยืนบนยอดดอยทีละกลุ่มใหญ่ๆเพราะจะไปเหยีบย่ำทำลายพันธุ์ไม้บนนั้นได้แม้จะโดยไม่ตั้งใจก็ตาม)

    การเข้าไปใช้พื้นที่ต้องทำหนังสือขออนุญาตถึงผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ อย่างน้อย ๑๕วันก่อนการเดินทาง รายละเอียด โทร. ๐ ๒๕๖๑-๔๘๓๖

    การเดินทางสู่ยอดดอยเชียงดาวเริ่มที่ถ้ำเชียงดาว ซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถติดต่อคนนำทาง ลูกหาบ รวมทั้งรถไปส่งที่จุดเริ่มเดิน(เด่นหญ้าขัด)ได้ โดยค่าเช่ารถประมาณ ๙๐๐ บาท ค่าจ้างลูกหาบประมาณวันละ ๓๐๐ บาทต่อลูกหาบหนึ่งคน  บนดอยเชียงดาวไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ นักท่องเที่ยวต้องเตรียมไปเอง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องนอน อาหาร และน้ำ และอย่าลืมทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ดี เพื่อรักษาสภาพป่าให้อยู่ต่อไปอย่างถาวร

    ส่วนเส้นทางลงนิยมใช้ทางสายบ้านถ้ำซึ่งอยู่ใกล้กับถ้ำเชียงดาว เพราะมีทางสูงชันสามารถลงได้รวดเร็วกว่าแต่ไม่เหมาะกับการขึ้น

    อุทยานแห่งชาติเชียงดาว ครอบคลุมพื้นที่อ.เชียงดาว อ.เวียงแหง และ อ.ไชยปราการ พื้นที่ทั้งหมด ๑,๑๕๕ ตารางกิโลเมตร  จึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำปิง
    สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ

    น้ำตกศรีสังวาลย์  เป็นน้ำตกหินปูนที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง สูงประมาณ ๒๐ เมตร ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆ บรรยากาศบริเวณน้ำตกมีความร่มรื่นน่าพักผ่อน  ตัวน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการไป ๑๕๐ เมตร นอกจากนี้ยังมีน้ำตกห้วยหกซึ่งเป็นน้ำตกชั้นเดียว สูงประมาณ ๒๐ เมตร ตั้งอยู่กลางป่าลึก ต้องเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเข้าไปประมาณ ๘ ชั่วโมง

    ต้นกำเนิดแม่น้ำปิง ผู้ที่ต้องการเห็นต้นกำเนิดของแม่น้ำปิง สามารถเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เข้าไปในป่าประมาณ ๒ ชั่วโมง จะพบกับขุนน้ำรูซึ่งมีลักษณะเป็นธารน้ำเล็กๆที่ไหลออกมาจากภูเขา ชาวบ้านเชื่อว่าต้นน้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนฤดูทำนาทุกปีจะจัดพิธีไหว้และบวชป่าชุมชนขึ้นที่นี่

    บ่อน้ำร้อนโป่งอาง เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ น้ำมีอุณหภูมิสูง ๗๐-๘๐ องศาเซลเซียส บ่อน้ำร้อนตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปทางทิศใต้ประมาณ ๓ กิโลเมตร

    นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจ ได้แก่ ถ้ำผาชัน ถ้ำดอยกลางเมือง น้ำตกทุ่งแก้ว น้ำตกห้วยหก ออบปิง ถ้ำผาชัน ถ้ำห้วยจะค่าน และถ้ำดอยกลางเมือง  เป็นต้น

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก ในอุทยานฯ มีบ้านพักบริการ ๒ หลัง ติดต่อที่ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๘๐ โทร. ๐ ๕๓๘๑ ๘๓๔๘ หรือ ๐ ๑๘๘๓ ๗๓๗๑  หรือ ส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. ๐ ๒๕๗๙ ๗๒๒๓, ๐ ๒๕๗๙ ๕๗๓๔ ผู้ที่เข้าพักต้องเตรียมเสบียงมาเอง

    การเดินทาง  จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ (เชียงใหม่-ฝาง) ถึง กม.ที่ ๗๙ เข้าทางแยกซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๑๗๘ ประมาณ ๒๔ กิโลเมตร ถึงบ้านนาหวาย เลี้ยวซ้ายไปอีก ๑๕๐ เมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเชียงดาว

    โครงการหลวงห้วยลึก  ตั้งอยู่ที่ ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว ไปตามเส้นทางสายเชียงใหม่-ฝาง ประมาณกิโลเมตรที่ ๙๕ เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ ๒๐๐ เมตร โครงการนี้ดำเนินการจัดพื้นที่ทำกินให้แก่ชาวเขาเผ่าแม้ว กะเหรี่ยง และคนเมืองในบริเวณพื้นที่ โดยทำการส่งเสริม วิจัย และเพาะพันธุ์ให้แก่เกษตรกร ผลิตผล ได้แก่ ผักจำพวกผักสลัด แคนตาลูป ฯลฯ ไม้ดอก เช่น เบญจมาศ พีค็อก ฯลฯ ไม้ผล เช่น เสาวรส ทับทิม ฝรั่งคั้นน้ำ เป็นต้น ฤดูท่องเที่ยวของที่นี่จะอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม เนื่องจากมีผลิตผลให้ชมและซื้อหาได้ รายละเอียด โทร. ๐ ๕๓๔๕ ๑๑๑๖ ต่อศูนย์ห้วยลึก

    วัดถ้ำตับเต่า  อยู่ในเขตอำเภอไชยปราการ บนเส้นทางสายเชียงใหม่-ฝาง ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ ๑๒๒ แยกซ้ายมือเข้าไปประมาณ ๓ กิโลเมตร ภายในบริเวณวัดร่มรื่น มีหอพระไตรปิฎกสร้างอยู่กลางน้ำ สิ่งสำคัญในวัดคือถ้ำตับเต่า มีขนาดเล็กกว่าถ้ำเชียงดาว แต่มีความสวยงามไม่แพ้กัน ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ถ้ำตับเต่านี้แยกออกเป็น ๒ ถ้ำ คือ ถ้ำผาขาว และถ้ำปัญเจค บริเวณหน้าถ้ำมีกุฏิและศาลาสำหรับพักผ่อน

    อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา มีน้ำตกให้ท่องเที่ยวหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่เส้นทางยังไม่สะดวกนัก เนื่องจากยังอยู่ในระหว่างพัฒนาพื้นที่ น้ำตกที่เข้าถึงได้สะดวกที่สุดคือ น้ำตกห้วยทรายขาว ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกับที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีแอ่งน้ำให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้แต่ในช่วงฤดูแล้งน้ำจะน้อยมาก จะมีน้ำเยอะช่วงเดือนพฤษภาคมแต่น้ำจะขุ่น น้ำจะใสช่วงหลังฝน  ชั้นบนของน้ำตกเป็นแอ่งน้ำและมีทรายอยู่เนื่องจากน้ำพัดเอาทรายมาจากการกัดกร่อนของหินทราย ชั้นบน อากาศบริเวณน้ำตกชื้นจนทำให้มีมอสจับอยู่

    มีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆในอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกแม่ฝางหลวง น้ำตกดอยเวียงผา น้ำตกห้วยหาน และจุดชมวิวดอยเวียงผา อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผามีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๕๘๓ ตารางกิโลเมตร  สภาพป่าในพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นป่าดิบเขาและป่าเบญจพรรณ นอกจากนี้ยังมีป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าสนเขา  นกที่พบ เช่น นกกินปลี และนกพญาไฟ สัตว์ป่าที่พบส่วนใหญ่จะเป็นขนาดกลางและสัตว์ขนาดเล็ก ได้แก่ กระรอก กระต่าย หมูป่า อีเห็น เก้ง เลียงผา เสือไฟ เม่น หมีควาย เป็นต้น

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานมีบริการบ้านพัก ๒ หลัง โดยติดต่อที่อุทยานโดยตรง

    การเดินทาง จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ ไปประมาณ ๑๒๕ กิโลเมตร อยู่ก่อนถึงตัวเมืองไชยปราการประมาณ ๒ กิโลเมตร ให้สังเกต โรงเรียนศรีดงเย็นทางด้านซ้ายมือ ทางเข้าอุทยานอยู่ฝั่งตรงข้าม (ด้านขวามือ) เข้าไปประมาณ ๑๒ กิโลเมตร

    ดอยอ่างขาง  บนเส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ (เชียงใหม่-ฝาง) ประมาณกิโลเมตรที่ ๑๓๗ จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าบ้านยางที่ตลาดแม่ข่า เข้าไปอีกประมาณ ๒๕ กิโลเมตร เป็นทางลาดยาง สูงและคดเคี้ยว ต้องใช้รถสภาพดีและมีกำลังสูง คนขับชำนาญ หรือจะหาเช่ารถสองแถวได้ที่ตลาดแม่ข่า อากาศบนดอยหนาวเย็นตลอดปีโดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม อากาศเย็นจนน้ำค้างกลายเป็นน้ำค้างแข็ง นักท่องเที่ยวจึงควรเตรียมเครื่องกันหนาวมาให้พร้อม เช่น หมวก ถุงมือ ถุงเท้า เสื้อกันหนาว สถานที่น่าสนใจบนดอยมีหลายแห่ง ได้แก่

    สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เรื่องกำเนิดของสถานีฯแห่งนี้เป็นเกร็ดประวัติเล่ากันต่อมาว่าครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จทางเฮลิคอปเตอร์ผ่านยอดดอยแห่งนี้และทอดพระเนตรลงมาเห็นหลังคาบ้านคนอยู่กันเป็นหมู่บ้าน จึงมีพระดำรัสสั่งให้เครื่องลงจอด เมื่อเสด็จพระราชดำเนินลงมาทอดพระเนตรเห็นทุ่งดอกฝิ่น และหมู่บ้านตรงนั้นก็คือหมู่บ้านของชาวเขาเผ่ามูเซอซึ่งในสมัยนั้นยังไว้แกละถักเปียยาว แต่งกายสีดำ สะพายดาบ พระองค์มีพระราชดำรัสที่จะแปลงทุ่งฝิ่นให้เป็นแปลงเกษตร  สถานีฯจึงเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๑๒ มีโครงการวิจัยผลไม้ ไม้ดอกเมืองหนาว งานสาธิตพืชไร่ พืชน้ำมัน โดยมุ่งที่จะหาผลิตผลที่มีคุณค่าพอที่จะทดแทนการปลูกฝิ่นของชาวเขา และทำการส่งเสริมพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมแก่ชาวเขาในบริเวณใกล้เคียง สามารถชมแปลงทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาว ได้แก่ ท้อ บ๊วย พลัม สตรอเบอรี่ สาลี่ ราสเบอรี่  พลับ กีวี  ลูกไหน เป็นต้น พืชผักเมืองหนาว เช่น แครอท ผักสลัดต่างๆ ฯลฯ แปลงไม้ดอก เช่น คาร์เนชั่น กุหลาบ แอสเตอร์ เบญจมาศ ฯลฯ  มีการจำหน่ายผลิตผลตามฤดูกาลที่ปลูกในบริเวณโครงการฯ ให้แก่นักท่องเที่ยวในสถานีฯ มีที่พักบริการแก่นักท่องเที่ยวดูรายละเอียดในข้อมูลที่พัก

    สวนบอนไซ อยู่ในบริเวณสถานีฯ เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้เขตอบอุ่นและเขตหนาวทั้งในและต่างประเทศ ปลูก ดัด แต่ง โดยใช้เทคนิคบอนไซ สวยงามน่าชม และในบริเวณเดียวกันยังมีสวนสมุนไพร ฤดูท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม

    หมู่บ้านคุ้ม  ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฯ เป็นชุมชนเล็กๆประกอบด้วยผู้อยู่อาศัยหลายเชื้อชาติอยู่รวมกัน  อาทิชาวไทยใหญ่ ชาวพม่าและชาวจีนฮ่อ ซึ่งได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณนี้และเปิดร้านค้าบริการแก่นักท่องเที่ยว  

    จุดชมวิวกิ่วลม อยู่ทางด้านซ้ายมือก่อนถึงทางแยกซึ่งจะไปหมู่บ้านปะหล่องนอแลทางหนึ่ง และบ้านมูเซอขอบด้งทางหนึ่ง สามารถชมทะเลหมอกและวิวพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตก มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากฟ้าเปิดจะมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย

    หมู่บ้านนอแล  ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย – พม่า คนที่นี่เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า แต่เดิมคนกลุ่มนี้อยู่ในพม่าและพึ่งอพยพมา  มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง นับถือศาสนาพุทธ ทุกวันพระผู้คนที่นี่หยุดอยู่บ้านถือศีล จากหมู่บ้านนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์สวยงามของธรรมชาติบริเวณพรมแดนไทย-พม่า

    หมู่บ้านขอบด้ง เป็นที่ที่ชาวเขาเผ่ามูเซอดำและเผ่ามูเซอแดงอาศัยอยู่ร่วมกัน คนที่นี่นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการส่งเสริมจากโครงการหลวงในด้านการเกษตรและด้านหัตถกรรมพื้นบ้าน (เช่น อาบูแค เป็นกำไลถักด้วยหญ้าไข่เหามีสีสันและลวดลายในแบบของมูเซอ)
    บริเวณหน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ โดยชาวบ้าน ครู และนักเรียนโรงเรียนบ้านขอบด้งช่วยกันสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้มีโอกาสเรียนรู้และศึกษาวัฒนธรรมของหมู่บ้านโดยที่ไม่เข้าไปรบกวนความเป็นส่วนตัวของเขามากเกินไป  และยังมีโครงการมัคคุเทศก์น้อยที่อบรมเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านขอบด้งเพื่อช่วยอธิบายวิถีชีวิตของพวกเขาให้ผู้มาเยือน ทั้งนี้เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกและสร้างความรักในท้องถิ่นให้เด็กๆด้วย

    หมู่บ้านหลวง ชาวหมู่บ้านหลวงเป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ และประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมเป็นหลัก อาทิ ปลูกผักผลไม้ เช่น พลัม ลูกท้อ และสาลี่

    กิจกรรมท่องเที่ยวบนดอยอ่างขาง มีหลายย่างที่สามารถทำได้เช่น เดินเท้าศึกษาธรรมชาติ ขี่ฬ่อล่องไพร เป็นต้น

    อุทยานแห่งชาติแม่ฝาง มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๕๒๔ ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนของทิวเขาผีปันน้ำ มีความสูงตั้งแต่ ๔๐๐-๒,๒๘๕ เมตร จากระดับน้ำทะเล มีดอยสำคัญได้แก่ ดอยผ้าห่มปก ดอยปู่หมื่น ดอยแหลม และดอยอ่างขาง สภาพป่าส่วนใหญ่ยังสมบูรณ์อยู่มาก ทั้งป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณในระดับเชิงเขา ป่าดิบแล้งบริเวณริมลำห้วยลำธาร ป่าสนเขาและป่าดิบเขาบนยอดเขาสูง ป่าผืนนี้เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำฝาง มีไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ตะเคียน มะไฟป่า ตะแบก สัก จำปีป่า ฯลฯ รวมทั้งพันธุ์ไม้ที่หายากของไทย เช่น เทียนหาง กุหลาบพันปี เป็นต้น ด้วยสภาพพื้นที่ที่ติดต่อกับป่าธรรมชาติในพม่า ทำให้มีสัตว์ป่าย้ายถิ่นเข้ามาอยู่เป็นประจำ ป่าแห่งนี้จึงชุกชุมด้วยสัตว์นานาชนิด เช่น เก้ง กวาง หมี หมูป่า เลียงผา ฯลฯ

    การเดินทาง ไปอุทยานแห่งชาติแม่ฝาง จากเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ ถึงตัวเมืองฝางตรงไปจนพบสามแยกไฟแดงให้เลี้ยวซ้ายไป ๙ กิโลเมตร มีป้ายบอกทางชัดเจนตลอดทาง เป็นถนนลาดยาง จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติฯ

    มีรถประจำทางปรับอากาศของ บริษัทขนส่งจำกัด และบริษัทรถร่วมเอกชน ระหว่างกรุงเทพ-ฝาง, เชียงใหม่-ฝาง เมื่อถึง อ.ฝาง จะมีรถรับจ้างคอยบริการรับส่งสู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ฝางอีกประมาณ ๑๐ กม.

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก ในอุทยานฯ ได้จัดเตรียมบ้านพัก ห้องอาบน้ำแร่ ห้องอบไอน้ำ ร้านอาหาร และ ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และลานกางเต็นท์ พร้อมเต็นท์และเครื่องนอนให้เช่าในราคา ๒๕๐-๘๐๐บาท / คืน (พักได้ ๒-๖ คน) และมีบริการให้เช่าชุดเครื่องนอนประกอบด้วย หมอน ถุงนอน ที่รองนอนและชุดสนาม ในอัตรา ๑๕๐ บาท/ชุด/คืน  หรือชุดเครื่องนอนประกอบด้วยหมอนใหญ่  ที่นอน  ผ้าห่มและชุดสนามในอัตรา ๒๐๐ บาท/ชุด/คืน โดยติดต่อและชำระค่าธรรมเนียมได้ที่ที่ทำการอุทยานฯ

    สถานที่ติดต่อ อุทยานแห่งชาติแม่ฝาง ตู้ปณ.๓๙ ต.โป่งน้ำร้อน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐ โทร. ๐ ๕๓๔๕ ๑๔๔๑ ต่อ ๓๐๒  ส่วนอุทยานแห่งชาติ โทร.๐ ๒๕๗๙ ๗๒๒๓, ๐ ๒๕๖๑ ๔๒๙๓ ต่อ ๗๒๔, ๗๒๕

    สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ
    โป่งน้ำร้อนฝาง เกิดจากพลังงานความร้อนใต้ผิวโลก น้ำมีอุณหภูมิสูงถึง ๙๐-๑๓๐ องศาเซลเซียส มีน้ำแร่ทั้งปี บริเวณกว้างโปร่งตา  โป่งน้ำร้อนฝางมีห้องบริการอาบน้ำแร่ ทั้งห้องอาบน้ำและอบไอน้ำ รวมทั้งบ่ออาบน้ำร้อนกลางแจ้ง เปิดให้บริการตั้งแต่ ๐๘.๐๐-๒๐.๐๐ น.  โป่งน้ำร้อนอยู่ในบริเวณเดียวกับที่ทำการฯ  นอกจากนี้จากที่ทำการอุทยานฯ ยังมีเส้นทางเดินขึ้นเขาผ่านป่าเบญจพรรณมาถึงโป่งน้ำร้อนระยะทางประมาณ ๑.๒ กิโลเมตร  ห่างจากบ่อน้ำร้อนประมาณ ๓๐๐ เมตรจะมี ห้วยแม่ใจ ซึ่งมีน้ำไหลมากตลอดปี

    น้ำตกโป่งน้ำดัง เป็นน้ำตกหินปูนขนาดเล็ก แต่มีเสน่ห์ไม่แพ้น้ำตกขนาดใหญ่ มีถ้ำเล็กๆ พอให้คนเข้าไปนั่งเล่นได้ ๓-๔ คน เพดานถ้ำมีน้ำหยดตลอดเวลาและเกิดเป็นหินงอกเล็กๆ ไปทั่ว

    การเดินทาง จากอ.ฝาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ (ฝาง-เชียงใหม่) ไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ถึงวัดแม่สูนหลวงเลี้ยวขวาข้างวัดเข้าไปตามทางอีกประมาณ ๕ กิโลเมตร จะถึงหน่วยพิทักษ์ อุทยานแห่งชาติ มฝ. ๓ จากนั้นต้องเดินตามเส้นทางป่าไปสู่น้ำตก ระยะทางไป-กลับประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ระหว่างทางผ่านป่าดิบแล้งที่ร่มครึ้มด้วยไม้ใหญ่ บางช่วงต้องเดินข้ามลำธารที่มีน้ำใสไหลเย็น

    ดอยผ้าห่มปก มีความสูง ๒,๒๘๕ เมตร จากระดับน้ำทะเล จึงมีเมฆหมอกปกคลุมยอดดอยและมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ดอยผ้าห่มปก คือหนึ่งในเทือกเขาแดนลาวที่ทอดตัวยาวตั้งแต่ทางตอนใต้ของยูนนานลงมาแบ่งชายแดนไทย-พม่า ตั้งแต่เชียงรายไปจนถึงแม่ฮ่องสอนจนไปจรดกับเทือกเขาถนนธงชัย
    บนดอยผ้าห่มปกมีนก และผีเสื้อที่น่าสนใจ เช่น นกปีกแพรสีม่วง นกปรอดหัวโขนก้นเหลือง ผีเสื้อมรกตผ้าห่มปกซึ่งพบที่นี่แห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย ผีเสื้อหางติ่งแววเลือน ผีเสื้อหางดาบตาลไหม้ เป็นต้น ในฤดูหนาวมีนกอพยพมาอาศัย เช่น นกเดินดงคอแดง นกเดินดงดำปีกเทา นกเดินดงสีน้ำตาลแดง เป็นต้น
    นักท่องเที่ยวตั้งแค้มป์พักแรมได้ตรงบริเวณกิ่วลม เนื่องจากทางอุทยานแห่งชาติไม่อนุญาตให้พักแรมบนยอดดอยผ้าห่มปกซึ่งเป็นหน้าผาชันและอาจเกิดอันตรายได้  การเดินทางขึ้นยอดดอยผ้าห่มปกต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๒ วัน ๑ คืน ก่อนเดินทางควรติดต่อขออนุญาต ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ฝาง  ค่าเช่ารถขึ้นจากอุทยานไปส่งที่ทางขึ้นดอยไปส่ง-รับประมาณ ๑,๕๐๐ บาท สอบถามรายละเอียดที่อุทยานฯ โทร. ๐ ๕๓๔๕ ๑๔๔๑ ต่อ ๓๐๒

    การเดินทาง จาก อ.ฝาง ใช้ทาง รพช. สายฝาง-บ้านห้วยบอน ไปจนถึงบ้านห้วยบอน ให้ตรงไปตามทางลูกรังอีกประมาณ ๕ กิโลเมตร มีทางแยกขวาขึ้นเขาชันไปประมาณ ๑๓ กิโลเมตร จะพบหน่วยจัดการต้นน้ำดอยผาหลวง ตรงไปจนพบสามแยก ถ้าตรงไปอีกประมาณ ๔ กิโลเมตร จะถึงหน่วยจัดการต้นน้ำแม่สาวถ้าไปทางแยกซ้ายประมาณ ๕ กิโลเมตร จะถึงกิ่วลมซึ่งมีลักษณะเป็นเขาและมีลานสำหรับจอดรถได้ถ้าเดินทางต่อจากกิ่วลมไปอีก ๕ กิโลเมตร จะถึงปางมงคล ผู้สนใจเดินทางขึ้นดอยผ้าห่มปกต้องติดต่อที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติก่อนการจะเดินทางขึ้นสู่จุดยอดดอยผ้าห่มปกนั้นต้องเตรียมตัวอย่างดีเพราะต้องเดินป่าปีนเขาอย่างสมบุกสมบันและที่นี่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆนักท่องเที่ยวต้องเตรียมไปเอง

    ถ้ำห้วยบอน เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ลึกประมาณ ๓๐๐ เมตร ภายนอกถ้ำอาจดูไม่น่าสนใจนัก แต่เมื่อเข้าไปถึงประมาณกลางถ้ำ จะพบโถงถ้ำใหญ่ซึ่งจุคนได้ประมาณ ๔๐-๕๐ คน สภาพถ้ำเต็มไปด้วยเสาหินและหินงอกหินย้อยขนาดต่างๆซึ่งดูน่าตื่นตาตื่นใจมากถ้ำห้วยบอนเป็นถ้ำที่ยังมีการสะสมตัวของหินปูนสังเกตได้จากการมีน้ำหยดตามผนังถ้ำและหินงอกหินย้อยต่างๆตลอดเวลา การเดินทางใช้เส้นทางเดียวกับทางไปกิ่วลมเพื่อขึ้นดอยผ้าห่มปก

    ดอยปู่หมื่น  ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย ระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ประมาณ ๑๗๔ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๔ ชั่วโมง มีทัศนียภาพอันสวยงามรอบๆหน่วยงานขนบธรรมเนียมของชาวเขาเผ่ามูเซอ ชมยอดดอยผ้าห่มปกที่สวยงาม แปลงดอกไม้ และแปลงทดลองปลูกพืชเมืองหนาวพร้อมทั้งบ้านพักทั้งหมด ๖ หลัง รับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ ๕๐ คน

    การเดินทาง ใช้เส้นทางเชียงใหม่-ฝาง ประมาณ ๑๔๐ กิโลเมตร ฝาง-แม่อาย ๙ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าหน่วยงานอีก ๑๔ กิโลเมตร ติดต่อที่พักได้ที่ ส่วนอนุรักษ์ต้นน้ำ โทร. ๐ ๒๕๗๙ ๗๕๘๖-๗

    ท่าตอน-เชียงราย  ท่าตอนเป็นหมู่บ้านหนึ่งในเขตอำเภอแม่อาย เป็นที่ซึ่งแม่น้ำกกไหลผ่านลงไปถึงตัวอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย แม่น้ำกกนี้เป็นแม่น้ำสายสำคัญในการคมนาคมระหว่าง ๒ จังหวัด ปกติแล้วจะมีเรือหางยาวบริการรับส่งผู้โดยสารจากท่าตอนล่องไปตามแม่น้ำกกจนถึงเชียงราย จะเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฟากฝั่งแม่น้ำกก ซึ่งเรือดังกล่าวออกจากท่าตอนเวลา ๑๒.๓๐ น. ไปถึงเชียงรายประมาณ ๑๗.๐๐ น. (ค่าโดยสารเรือหางยาวคนละ ๑๕๐ บาท) ชมรมเรือท่าตอน โทร. ๐ ๕๓๔๕ ๙๔๒๗  โทรสาร ๐ ๕๓๓๗ ๗๒๒๔

    วัดท่าตอน  เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาต่อเนื่องกันหลายลูก มีเนื้อที่กว่า ๔๐๐ ไร่ อยู่ติดริมแม่น้ำกก เป็นวัดเก่าแก่ และเป็นสถาบันการศึกษาสำหรับพระภิกษุ สามเณร และเยาวชน เป็นศูนย์บำบัดยาเสพติด และสงเคราะห์ชาวเขา และเนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองราชย์เป็นปีที่ ๕๐ ทางวัดได้ริเริ่มโครงการก่อสร้างเจดีย์แก้วเฉลิมพระเกียรติไว้บนยอดเขา  เป็นวัดที่มีทิวทัศน์งดงามด้านบนมีจุดชมวิวซึ่งจะมองเห็นชุมชน ทุ่งนา และแม่น้ำกกไหลคดเคี้ยวอยู่เบื้องล่าง

    อำเภอแม่อาย นอกจากวัดท่าตอนแล้วยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่นสวนส้มสาย้ำผึ้งหลายสวน มีผลผลิตแทบทั้งปี ยกเว้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน

    เส้นทางแม่ริม-สะเมิง ทางหลวง ๑๐๙๖ : สวนกล้วยไม้ ฟาร์มผีเสื้อ ฟาร์มงูแม่สา น้ำตกแม่สา สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ บ้านม้ง

    สวนกล้วยไม้และฟาร์มผีเสื้อ  ตามเส้นทางนี้มีอยู่หลายแห่งที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ได้รวบรวมพันธุ์กล้วยไม้ที่แปลกและหาดูได้ยากไว้ด้วย  อาทิ สายน้ำผึ้งพิพิธภัณฑ์กล้วยไม้ไทย ไปตามถนนสายแม่ริม-สะเมิง ๒ กิโลเมตร และแยกซ้ายอีก ๑ กิโลเมตร เป็นสวนกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ มีฟาร์มผีเสื้อ แมวไทย และสัตว์อื่นๆ ให้ชมด้วย โทร. ๐ ๕๓๒๙ ๗๑๕๒, ๐ ๕๓๒๙ ๘๗๗๑-๒  ตรงกันข้ามเป็น สวนกล้วยไม้เมาท์เท่น ออร์คิด  โทร. ๐ ๕๓๒๙ ๗๓๔๓  แม่แรมออร์คิด ตั้งอยู่ประมาณกิโลเมตรที่ ๕.๕ มีการปลูกพันธุ์กล้วยไม้นานาชนิด สาธิตการปลูกกล้วยไม้  และจัดเป็นฟาร์มผีเสื้อด้วย จำหน่ายสินค้าที่ระลึกประเภทเครื่องประดับ เช่น เข็มกลัด ต่างหู สร้อย ซึ่งทำจากกล้วยไม้ ใบไม้ และแมลงต่างๆ โทร. ๐ ๕๓๒๙ ๘๘๐๑-๒
    ฟาร์มงูแม่สา  ตั้งอยู่ประมาณกิโลเมตรที่ ๓ เส้นทางสายแม่ริม-สะเมิง เป็นสถานที่รวบรวมพันธุ์งูที่มีในเมืองไทยและศึกษาด้านการขยายพันธุ์ มีการแสดงของงูและการรีดพิษงูให้นักท่องเที่ยวชมทุกวัน แบ่งเป็นรอบๆ แต่ละรอบใช้เวลาแสดงประมาณ ๓๐ นาที ค่าผ่านประตู เด็ก ๑๐๐ บาท ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๕๓๘๖ ๐๗๑๙

    พิพิธภัณฑ์บ้านคำอูน ตั้งอยู่ประมาณกิโลเมตรที่ ๔ ริมถนนด้านขวามือ ตรงข้ามกับฟาร์มงูแม่สา เป็นแหล่งรวมของศิลปวัตถุโบราณและหายากยุคบ้านเชียงถึงปัจจุบัน บ้านสร้างด้วยไม้สักทองสวยสะดุดตา แวดล้อมด้วยพันธุ์พฤกษชาติและกล้วยไม้ป่านานาพันธุ์ให้ความร่มรื่น รายละเอียดติดต่อได้ที่ โทร. ๐ ๕๓๒๙ ๘๐๖๘ เปิดให้ชมทุกวัน ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชม เด็ก ๓๐ บาท ผู้ใหญ่ ๑๐๐ บาท

    น้ำตกแม่สา  แยกเข้าทางซ้ายมือตรงกิโลเมตรที่ ๗ เข้าเขตวนอุทยาน น้ำตกแม่สาเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของอำเภอแม่ริม แบ่งเป็นชั้นๆ ขึ้นไปตามเชิงเขาถึง ๘ ชั้น ชั้นที่สวยที่สุด คือชั้นที่ ๕-๗ ความสูงชั้นละประมาณ ๖-๘ เมตร ทั่วบริเวณปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ ทำให้สภาพอากาศร่มรื่นเย็นสบายตลอดปี เป็นสถานที่พักผ่อนที่ได้รับความนิยมมากทั้งชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวต่างถิ่น

    สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  ตั้งอยู่ในพื้นที่จำนวน ๓,๕๐๐ ไร่ ทางเข้าอยู่ด้านซ้ายมือบริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๑๒ สายแม่ริม-สะเมิง จัดทำเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทยและมีมาตรฐานระดับนานาชาติ เป็นแหล่งรวบรวมพรรณไม้ชนิดต่างๆ โดยเฉพาะไม้ประจำถิ่นและไม้ที่กำลังจะสูญพันธุ์ เพื่อจัดปลูก ขยายพันธุ์ และศึกษาวิจัย
    ลักษณะการจัดสวนของที่นี่จะแบ่งพันธุ์ไม้ตามวงศ์และความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ รวบรวมพันธุ์ไม้ทั้งในและต่างประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ สามารถขับรถเที่ยวชมรอบๆได้  จุดที่แวะชมได้ คือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ศูนย์เพาะกล้วยไม้ไทย อาคารพืชสมุนไพร พิพิธภัณฑ์พืชสมุนไพร ศูนย์วิจัย และอาคารเรือนกระจก  

    และมีเส้นทางเดินเท้าที่จัดไว้ ๓ เส้น คือ ๑. Rock Garden – Thai Orchid Nursery (สวนหิน-ศูนย์อนุบาลกล้วยไม้ไทย) ใช้เวลาประมาณ ๓๐-๖๐ นาที  ๒. Arboreta (เส้นทางศึกษาพรรณไม้)  รวบรวมพรรณไม้ไว้มากกว่า ๑๐ วงศ์ เช่น กล้วย ปาล์ม ไซแคด เฟิร์น ขิง เป็นต้น ใช้เวลา ๔๕-๖๐ นาที  ๓. Climber Collection (เส้นทางขึ้นเขา) ใช้เวลา ๑-๒ ชั่วโมง  
    เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๘.๓๐-๑๗.๐๐ น. ค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท รถรวมทั้งคนขับ ๕๐ บาท ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อที่ โทร. ๐ ๕๓๒๙ ๘๑๗๑-๕ ต่อ ๔๗๓๖, ๔๗๓๙ , และ ๐ ๕๓๒๙ ๙๗๕๓-๔ โทรสาร ๐ ๕๓๒๙ ๙๗๕๔

    บ้านม้ง (แม้ว) แม่สาใหม่  เลี้ยวซ้ายมือตรงกิโลเมตรที่ ๑๒ เข้าไปอีก ๗ กิโลเมตร แต่สภาพทางเป็นลูกรังและสูงชัน ต้องใช้รถขับเคลื่อน ๔ ล้อเท่านั้น สิ่งที่น่าสนใจ คือความเป็นอยู่และขนบธรรมเนียมประเพณี การดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพ งานศิลปหัตถกรรมของชาวเขา

    อุทยานแห่งชาติขุนขาน มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๓๙๗ ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ อ.สะเมิง และอ.แม่แจ่ม  ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนที่สูงตั้งแต่ ๕๐๐-๑,๗๐๘ เมตร จากระดับน้ำทะเล มียอดดอยสูงสุดคือ ดอยปุ้งเกี้ย พื้นที่ปกคลุมด้วยป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าสนเขา และป่าดิบเขา
    สถานที่น่าสนใจในอุทยาน ได้แก่ บ่อน้ำอุ่นธรรมชาติ ตั้งอยู่ตรงที่ทำการอุทยานฯ น้ำมีอุณหภูมิสูงประมาณ ๓๘ องศาเซลเซียส

    การเดินทาง จากเชียงใหม่ไปอุทยานแห่งชาติขุนขาน สามารถไปได้ ๒ เส้นทาง เส้นทางแรกใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ (เชียงใหม่-แม่ริม) แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๖ จนถึง อ.สะเมิง อีกเส้นทางหนึ่งใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ (เชียงใหม่-หางดง) แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๒๖๙ จนถึง อ.สะเมิง จาก อ.สะเมิง ไปตามทาง รพช. สายสะเมิง-บ้านวัดจันทร์ เส้นทางนี้มีทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามมาก โดยเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ป่าผลัดใบสองข้างทางจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือ สีส้ม สีแดง ละลานตาไปทั้งผืน

    เส้นทางแม่มาลัย ปาย ทางหลวง ๑๐๙๕ : โป่งเดือดป่าแป๋ น้ำตกหมอกฟ้า ห้วยน้ำดัง ดอยกิ่วลม ห้วยน้ำรู ดอยสามหมื่น ป่าสนบ้านวัดจันทร์

    โป่งเดือดป่าแป๋  อยู่ในท้องที่ ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง ห่างจากเชียงใหม่ประมาณ ๔๐ กิโลเมตร เป็นน้ำร้อนที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินในอดีตน้ำพุแห่งนี้สูงถึง ๕ เมตร ปัจจุบันสูงเพียง ๑ เมตร รอบๆ บริเวณซึ่งเป็นป่าทึบจะอบอวลไปด้วยกลิ่นกำมะถัน บริเวณโดยรอบสะอาด และจัดนิทรรศการได้น่าสนใจ
    น้ำพุเกิดจากปริมาณน้ำใต้ดินที่ส่วนใหญ่ได้จากน้ำฝนที่ซับสู่ใต้ดิน หากดินมีความพรุนมาก ความพรุนของดินนี้เกิดจากต้นไม้  น้ำพุร้อนที่นี่คาดว่ามีการเกิดแบบน้ำพุร้อนกีเซอร์ (Geyser type) ลักษณะของน้ำพุ่งขึ้นจากระดับผิวดินเป็นครั้งคราวตลอดเวลา และคุณสมบัติของน้ำพุร้อนอย่างหนึ่งคือ ช่วยรักษาโรคปวดตามข้อ

    การเดินทาง ใช้ถนนสายแม่มาลัย-ปาย ไปประมาณ ๓๕ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ ๖.๕ กิโลเมตร เป็นทางลาดยาง สามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทางสีส้ม สายเชียงใหม่-ปาย  ซึ่งจะวิ่งผ่านปากทางเข้า

    น้ำตกหมอกฟ้า  อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เดินทางไปตามถนนสายแม่มาลัย-ปาย กิโลเมตรที่ ๑๙ แยกซ้ายเข้าไปเป็นทางลูกรังอีกประมาณ ๒ กิโลเมตรจึงจะถึงน้ำตก เป็นน้ำตกชั้นเดียวที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่มีน้ำไหลตลอดทั้งปีและมีบรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ ในตอนเช้าจะมีแสงแดดส่องถึงลงมาสะท้อนกับสายน้ำสีขาวทำให้เกิดเป็นรุ้งประกายสวยงามมาก ที่หน้าผาจะมีมอส เฟิร์นเกาะสีเขียวชื้น และหากมาในช่วงฤดูหนาวใบไม้ร่วง จะให้บรรยากาศที่ดีไปอีกแบบ

    จากถนนหลักเข้าไปประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นทางลูกรังสลับคอนกรีต จากที่จอดรถเดินถึงตัวน้ำตกประมาณ ๓๐๐ เมตร และบริเวณริมน้ำตกมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติประมาณ ๔๐๐ เมตร และที่หน่วยฯ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ออกแบบได้กลมกลืนกับพื้นที่และสวยสบายๆ มีบ้านพัก ๔ หลัง และมีเต็นท์ให้เช่า ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ คนละ ๒๐ บาท ผู้ที่เดินทางมาเองสามารถโดยสารรถสองแถวสายแม่มาลัย-สบเปิง

    อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง  ตั้งอยู่บนเทือกเขาถนนธงชัย มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๑๗๙.๕ ตารางกิโลเมตร หรือ ๑๑๒,๑๘๗.๕ ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาและภูเขาสูงสลับซับซ้อน ภูเขาที่สูงที่สุด คือ ดอยช้าง เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีลำห้วยน้อยใหญ่มากมาย  ฤดูหนาวอากาศเย็น ลมแรง มีฝนตกชุกในเดือน พฤษภาคม-ตุลาคม ฤดูร้อนอากาศเย็นสบาย อุณหภูมิสูงสุดประมาณ ๓๔ องศาเซลเซียส สถานที่ที่มีผู้นิยมมาท่องเที่ยว ได้แก่

    จุดชมวิวบริเวณห้วยน้ำดัง (ดอยกิ่วลม)  ตั้งอยู่ที่ตำบลกึ๊ดช้าง อำเภอแม่แตง อยู่บริเวณที่ทำการอุทยาน เป็นจุดชมวิวที่สวยงามและมีชื่อเสียงมาก มองเห็นดอยเชียงดาว คอยชมพระอาทิตย์ขึ้นและชมทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่ได้  และในช่วงปลายฤดูหนาวดอกไม้กำลังบานสวยงามมาก

    หมอกที่เกิดที่นี่คือ หมอกที่เกิดขึ้นในหุบเขา (Radiation Fog) เนื่องจากเวลากลางคืนในหุบเขาอุณหภูมิจะลดต่ำลง ทำให้เกิดการกลั่นตัวเป็นละอองน้ำ และปรากฏเป็นทะเลหมอกในเวลาเช้าหรือหลังฝนตก

    และใกล้ๆกับที่ทำการจะมี เส้นทางศึกษาธรรมชาติเอื้องเงิน มีระยะทาง ๑,๔๗๐ เมตร ความลาดชันปานกลาง ใช้เวลาในการเดินประมาณ ๑ ชั่วโมง

    การเดินทาง ไปยังอุทยานฯ จากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ (สายเชียงใหม่-ฝาง) ระยะทางประมาณ ๓๗ กิโลเมตร ถึงตลาดแม่มาลัย อ.แม่แตง แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๕ (สายเชียงใหม่-ปาย) อีกประมาณ ๖๕ กิโลเมตร ถึงด่านตรวจอุทยานฯ ซึ่งอยู่ด้านขวามือเข้าไปอีก ๖ กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ และหากเดินทางต่อไปอีก ๑ กิโลเมตร ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว  หรือเดินทางโดยรถประจำทางจากสถานีขนส่งเชียงใหม่ (สายเชียงใหม่-ปาย) อัตราค่าโดยสาร ๔๐ บาท/คน ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๓ ชั่วโมง

    นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆที่อยู่ในเขตอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกห้วยน้ำดัง  โป่งน้ำร้อนท่าปาย  น้ำตกแม่เย็น  

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก  อุทยานฯมีบ้านพักบริการ รวมทั้งสถานที่กางเต็นท์ ร้านอาหาร และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว รายละเอียดติดต่อ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง หมู่ที่ ๕ ต.กี๊ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ๕๐๓๐๐ โทร. ๐ ๕๓๔๗ ๑๖๖๙ หรือ ส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. ๐ ๒๕๗๙ ๕๗๓๔, ๐ ๒๕๖๑ ๔๒๙๒-๓ ต่อ ๗๒๔, ๗๒๕

    ห้วยน้ำรู หรือ ดอยสามหมื่น  ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ตำบลเมืองคอง อำเภอเชียงดาว  มีหมู่บ้านชาวเขาเผ่าลีซอ ทัศนียภาพสวยงาม และชมการปลูกกาแฟและไม้ผลเมืองหนาว

    การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ประมาณ ๑๓๐ กิโลเมตร ใช้เส้นทางเชียงใหม่-ห้วยน้ำดัง และเลยเข้าไปทางห้วยน้ำดังอีก ๒๐ กิโลเมตร ทางยังไม่ลาดยางใช้ได้เฉพาะฤดูแล้งเท่านั้น ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๔ ชั่วโมง มีบ้านพักแต่ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย ๒ เดือน ที่ส่วนอนุรักษ์ต้นน้ำ  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  บางเขน  กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๗๙ ๗๕๘๖-๗

    ป่าสนบ้านวัดจันทร์  ผืนดินแห่งนี้กะเหรี่ยง มูเส่คี (หมายถึง ต้นน้ำแม่แจ่ม) ได้พึ่งพาอาศัยดำรงชีวิตมานับร้อยปี พวกเขาช่วยกันดูแลรักษาผืนดินผืนป่าแห่งนี้อย่างดีเหมือนเป็นสามชิกครอบครัวเลยก็ว่าได้ ตามธรรมเนียมของพวกเขาเมื่อมีเด็กเกิดใหม่จะนำสายสะดือของเด็กไปผูกไว้กับต้นไม้กำหนดว่าเป็นต้นไม้ของครอบครัวใครจะมาตัดไม่ได้  

    สนที่ขึ้นที่นี่เป็นสนเขาทั้งสนสองใบและสามใบที่จะขึ้นเฉพาะในที่สูง ๑,๐๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางขึ้นไป ยางสนนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น นำไปใช้กับเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายเป็นตัวช่วยให้ฝืดหรือนำไปสกัดเป็นน้ำมันสนที่ใช้ผสมกับสีน้ำมันช่วยให้สีแห้งเร็ว ห่างไปจากบ้านพัก ออป. คือ โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์  ตั้งอยู่ที่บ้านวัดจันทร์ ซึ่งตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ดิน และน้ำ ควบคู่กับการพัฒนาเกษตรกรรม บริเวณแหล่งต้นน้ำลำธาร  ภายในโครงการจะมีการปลูกไม้เมืองหนาว เช่น ฟักทองญี่ปุ่น สลากแก้ว กะหล่ำม่วง เป็นต้น

    บริเวณป่าสนบ้านวัดจันทร์จะมีที่ทำการ ออป. ตั้งอยู่ที่บ้านใหม่ ออป. ซึ่งเป็นจุดที่บริการบ้านพัก ผู้สนใจมาหาประสบการณ์ชีวิตจากที่นี่นำจักรยานมาปั่นได้จะดีมากเพราะอากาศที่นี่เย็นสบายตลอดปี ทิวทัศน์เป็นป่าสนสวยงาม หรือจะนำเรือยางมาพายในทะเลสาบที่นี่ก็ได้ กิจกรรมแบบนี้นอกจากไม่ก่อมลพิษแล้วเรายังได้อยู่กับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดด้วย มีบริการบ้านพัก เต็นท์และเครื่องนอนให้เช่า และอาหาร โดยต้องติดต่อจองล่วงหน้าที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) บ้านวัดจันทร์ โทร. ๐ ๕๓๒๔ ๙๓๔๙

    การเดินทาง มีหลายเส้นทางให้เลือกแต่ไม่ว่าจะใช้ทางใดก็ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น หากมาในช่วงฤดูหนาว จะพบใบไม้เปลี่ยนสีในป่าสองข้างทาง เส้นทางที่สะดวกที่สุดคือ สายแม่มาลัย-ปาย (ทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๕) จาก๑๐๙๕สามารถเข้าได้สองทางซึ่งทั้งสองเส้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางลูกรังอีกประมาณ ๔๐ กิโลเมตร คือ ๑) ตามป้ายทางหลวง ประมาณ ๘๐ กิโลเมตร จากแม่มาลัย หรือ ๒) ทางเข้าตรงวัดพระธาตุ อยู่ถัดจากวัดพระธาตุมาประมาณ ๕๐๐ เมตรแยกซ้ายเข้าตรงโค้งเล็กๆ แยกเข้าเส้นทาง จอมแจ้ง - บ้านเมืองแร่ – บ้านบ่อแร่ รวมระยะทางประมาณ ๑๖๕ กิโลเมตร

    เส้นทางอื่นๆ คือ สายสะเมิง-วัดจันทร์-บ้านบ่อแก้ว-บ้านดงสามหมื่น  เป็นทางลูกรังเช่นกันระยะทาง ๘๐ กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ ๑๕๕ กิโลเมตร อีกสองเส้นทางที่ลำบากกว่าสองทางแรกคือ อำเภอแม่แจ่ม-บ้านวัดจันทร์ และ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน-บ้าน
    วัดจันทร์ เส้นทางหลังจะมีความงามมาก
    หรือสามารถโดยสารรถปะจำทางได้เป็นรถสองแถวสีเหลือง คิวรถบ้านวัดจันทร์อยู่ที่ถนนช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ รถออกทุกวัน เวลา ๐๙.๐๐ และ ๑๑.๐๐ น. ค่าโดยสาร ๑๒๐ บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๔ ชั่วโมง รถจะวิ่งเส้นสะเมิง

    บ้านเมืองงาย เวียงแหง ทางหลวง ๑๓๒๒ : พระบรมธาตุแสนไห วัดฟ้าเวียงอินทร์ บ้านเปียงหลวง พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์

    พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ อยู่ที่บ้านเมืองงาย ประชาชนได้ร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ว่าพระองค์เคยเสด็จมาประทับแแรมที่เมืองงายแห่งนี้ก่อนที่จะกรีฑาทัพต่อไปยังเมืองอังวะของพม่า เป็นเจดีย์ฐาน ๘ เหลี่ยม ที่ฐานด้านหนึ่งประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่ละด้านของฐานเป็นแผ่นศิลาสลักเรื่องพระราชกรณียกิจของพระองค์ สลับกับแผ่นหินอ่อนที่เล่าพระราชประวัติ และประวัติการสร้างพระสถูป ด้านหลังเป็นค่ายหลวงจำลอง ภายในประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และสมเด็จพระสุพรรณกัลยา
    อำเภอเวียงแหง เป็นเมืองที่อยู่ติดชายแดนไทยพม่า มีคนหลายเชื้อชาติอยู่ด้วยกันอย่างสันติ ทั้งชาวเขา ไทยใหญ่ จีนฮ่อ แต่ละกลุ่มต่างก็ยังดำรงชีวิตตามขนบธรรมเนียมเดิมของตนเอง ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ชาวบ้านใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายเพราะความเจริญยังแพร่มาไม่มากนัก เนื่องจากการสัญจรไปมาต้องผ่านเส้นทางคดเคี้ยวสูงชันเลาะขุนเขาหลายลูกกว่าจะเข้าถึงได้

    ทางอำเภอมีนโยบายที่จะแบ่งเขตการพัฒนา โดยตำบลเมืองแหงเป็นที่อยู่อาศัยและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี โบราณสถาน  ตำบลแสนไหเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมและการเกษตร  ตำบลเปียงหลวงเป็นพื้นที่ธุรกิจการค้าขายชายแดน  อำเภอนี้มีสิ่งที่น่าชมหลายอย่าง ได้แก่

    พระบรมธาตุแสนไห อยู่ที่ตำบลเมืองแหง จากบ้านเมืองายเข้ามา ๕๕ กิโลเมตร เชื่อกันว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแต่มาได้รับการบูรณะในพ.ศ. ๒๔๕๗ เป็นศิลปะผสมระหว่างพม่าและล้านนาไทย ซึ่งสร้างทับพระธาตุเดิมที่มีขนาดเล็ก โดยของใหม่มีสัณฐาน ๘ เหลี่ยม สันนิษฐานว่าที่นี่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเมื่อครั้งยกทัพไปยังเมืองอังวะของพม่าเมื่อปี พ.ศ. ๒๑๔๗ หลังจากประชุมพลที่เมืองงาย จึงเสด็จไปทางเมืองห้างหลวงซึ่งน่าจะเป็นเมืองแหงในปัจจุบันเพราะมีคูเมืองล้อมยาวกว่า ๒ กิโลเมตร และเป็นเมืองเดียวที่อยู่ระหว่างเมืองงายกับเมืองอังวะของพม่า  เชื่อว่าพระองค์น่าจะเสด็จมาพักทัพที่พระบรมธาตุแห่งนี้และสร้างบ่อน้ำใช้ส่วนพระองค์และช้างศึกตรงบริเวณด้านหน้าเนินเขาที่ประดิษฐานพระบรมธาตุ ชาวบ้านเรียกว่าบ่อน้ำช้าง ประเพณีที่สำคัญของวัดนี้ คือ งานสรงน้ำพระบรมธาตุ ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ของทุกปี

    วัดฟ้าเวียงอินทร์  สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๐  ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบไทยใหญ่ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย หอสวดมนต์ หอฉัน ศาลาจำศีล และกุฏิสงฆ์ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน มีเจดีย์เป็นปูชนียวัตถุ  วัดนี้ตั้งอยู่ที่บ้านหลักแต่งตรงชายแดนไทย-พม่าพอดี สมัยก่อนบริเวณบ้านหลักแต่งนี้ถือเป็นเขตอิทธิพลของขุนส่า อาณาเขตของวัดนี้จึงนับเป็นดินแดนเดียวกันแต่เมื่อขุนส่ามอบตัวแก่รัฐบาลทหารพม่า ดินแดนวัดจึงถูกแยกเป็นสองส่วน มีเจดีย์สีเหลืองทองอร่ามอยู่ในแดนไทยและจะมองเห็นหลังคาโบสถ์สีแดงทรงไทยใหญ่อยู่ในฝั่งพม่า ด้านหลังเป็นศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ชาวบ้านให้ความเคารพมาก  และที่เชิงเขาด้านหลังเป็นสุสานนายพลโมเฮงอดีตผู้นำชาวไทยใหญ่ที่นี่

    บ้านเปียงหลวง อยู่ติดชายแดนไทย-พม่า มีด่าน“ช่องหลักแต่ง” เป็นด่านชั่วคราวที่เปิดการค้าขายชายแดนในระดับท้องถิ่นในยามเหตุการณ์สงบด่านจะเปิดให้ชาวบ้านในละแวกข้ามมาค้าขายกันได้  ชาวบ้านในตำบลนี้เป็นจีนฮ่อและไทยใหญ่ โดยชาวจีนฮ่อนั้นอพยพเข้ามาในสมัยเจียงไคเช็คเป็นประธานประเทศ แต่ก็ยังไม่ละทิ้งวัฒนธรรมเดิม ทุกคนจะเรียนภาษาจีนเพิ่มเติมตอนเย็นโดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลไต้หวัน

    การเดินทาง ใช้ทางหลวง ๑๐๗ และแยกซ้ายที่เมืองงายเข้าทางหลวง ๑๓๒๒ ระยะทาง ๗๒ กิโลเมตร แต่หากมาโดยรถประจำทางขึ้นรถที่ท่ารถถนนช้างเผือก สายดาวทอง (เวียงแหง-เปียงหลวง) เป็นรถสองแถวสีขาว ๖ ล้อ มีบริการ ๒ เที่ยว ช่วงเช้า ประมาณ ๗-๘ โมงเช้า จากเวียงแหงรถออกตรงหน้าตลาด ใช้เวลาเดินทาง ๔ ชั่วโมง  ค่ารถประมาณ ๗๐ บาท

    เชียงใหม่ พร้าว ทางหลวง ๑๐๐๑ : น้ำตกม่อนหินไหล น้ำตกบัวตอง น้ำพุเจ็ดสี วัดดอยแม่ปั๋ง

    อุทยานแห่งชาติศรีลานนา  จัดเป็นป่าต้นน้ำลำธารชั้นหนึ่ง ประกอบด้วยสัตว์ป่าและสภาพป่าธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ครอบคลุมเนื้อที่ป่าแม่งัด ป่าแม่แตง และป่าเชียงดาว ในท้องที่อำเภอพร้าว อำเภอแม่แตง และอำเภอเชียงดาว รวมเนื้อที่ ๖๕๒,๐๐๐ ไร่ ลักษณะเป็นป่าดิบเขา ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนทอดตัวเป็นแนวเหนือใต้ เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร ไหลสู่แม่น้ำปิง
    สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ
    น้ำตกม่อนหินไหล  ตั้งอยู่บริเวณป่าแม่งัด อำเภอพร้าว ใช้เส้นทางเชียงใหม่-พร้าว ประมาณ ๘๕ กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายเข้าน้ำตก ๑๔ กิโลเมตรซึ่งเป็นทางลูกรังจึงต้องใช้รถขับเคลื่อน ๔ ล้อเท่านั้น น้ำตกมี ๙ ชั้น เป็นตาดหินลาดเขาตรง น้ำไหลตลอดปี แต่ละชั้นมีลักษณะเด่นที่แปลกตา และบนชั้นที่ ๙ คือยอดดอยม่อนหินไหลเป็นจุดชมวิวมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของอำเภอพร้าว มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติประมาณ ๑ กิโลเมตร

    สถานที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ น้ำตกห้วยแม่ระงอง น้ำตกห้วยป่าพลู ถ้ำผาแดง  เทือกเขาหินปูน เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติบริเวณดอยแม่วะห่าง (จากที่ทำการประมาณ ๔ กิโลเมตร)

    การเดินทาง  ไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ สายเชียงใหม่-ฝาง และแยกขวาเข้าเส้นทางสู่เขื่อนแม่งัด-สมบูรณ์ชล ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ที่อุทยานฯ ยังไม่มีบ้านพักแต่มีจุดพักแรมห้วยกุ่ม ซึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิงติดกับหน่วยพิทักษ์ที่ ศล.๖ ห้วยกุ่ม ประมาณกิโลเมตรที่ ๒๖๐ เส้นทางเชียงใหม่-ฝาง รายละเอียดติดต่อ อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ตำบลบ้านเป้า อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ๕๐๑๕๐

    น้ำตกบัวตอง และน้ำพุเจ็ดสี (น้ำพุเย็น น้ำตกเย็น)  ตั้งอยู่บริเวณแยกกิโลเมตรที่ ๔๒ สายเชียงใหม่-พร้าว ตำบลหอพระ อำเภอแม่แตง เป็นน้ำแร่ซึ่งมีแคลเซียมคาร์บอเนตพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน แล้วไหลเป็นลำธารและน้ำตกขนาดเล็ก มีพื้นดินที่ใต้ลำธารแข็งสีขาวเป็นประกาย เพราะมีแคลเซียบคาร์บอเนตเคลือบอยู่ ดูแปลกตา

    วัดดอยแม่ปั๋ง  อยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว ไปตามเส้นทางสายเชียงใหม่-แม่โจ้-พร้าว ทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๑ กม.ที่ ๗๖ วัดดอยแม่ปั๋ง เป็นวัดที่หลวงปู่แหวน สุจิณโณ เคยจำพรรษาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ จนถึงมรณภาพในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ วิหารไม้ กุฏิหลวงปู่แหวน กุฏิไม้ที่เรียกว่า “โรงย่างกิเลส” หรือ “โรงไฟ” และวิหารที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงปู่แหวนเท่าองค์จริง

    เชียงใหม่ เชียงราย ทางหลวง ๑๑๘ : ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้

    ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์การพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๒๕ เพื่อศึกษาด้านการพัฒนาป่าไม้และด้านการเกษตรที่เหมาะกับบริเวณต้นน้ำลำธารของภาคเหนือ ในศูนย์แห่งนี้ประกอบด้วย งานศึกษาและพัฒนาแหล่งน้ำ ปศุสัตว์และโคนม ประมง งานปลูกหญ้าแฝก และการดำเนินงานหมู่บ้านรอบบริเวณศูนย์ห้วยฮ่องไคร้ นับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และศึกษาเกี่ยวกับนิเวศน์วิทยาได้เป็นอย่างดี ผู้ที่สนใจเข้าชมได้ทุกวัน ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. หากต้องการวิทยากรนำชมติดต่อล่วงหน้าที่ โทร. ๐ ๕๓๒๔ ๘๐๐๔, ๐ ๕๓๒๔ ๘๔๘๓ และที่นี่มีบ้านพักรับรอง หรือกางเต็นท์พักแรมได้แต่ต้องนำอุปกรณ์มาเองโดยติดต่อขออนุญาตล่วงหน้า
    การเดินทาง ใช้เส้นทางเชียงใหม่-เชียงราย ประมาณ ๒๓ กิโลเมตร และเลี้ยวขวาเข้าศูนย์อีกประมาณ ๑ กิโลเมตร

    เชียงใหม่ สันกำแพง ทางหลวง ๑๐๐๖ : สันกำแพง เครื่องไม้แกะสลัก เครื่องเงิน เครื่องเขิน เครื่องหนัง เครื่องปั้นดินเผา และผ้าฝ้าย

    สันกำแพง  สันกำแพงเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ มีชื่อเสียงในด้านการทอผ้าไหมและผ้าฝ้าย อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศตะวันออก ๑๓ กิโลเมตร นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือนเชียงใหม่ มักจะไปเที่ยวที่อำเภอสันกำแพง เพราะผ้าไหมและผ้าฝ้ายซึ่งทอมาจากอำเภอนี้ มีคุณภาพดี ราคาถูก เหมาะสำหรับเป็นของที่ระลึกแก่ญาติสนิทมิตรสหาย นอกจากนั้นยังมีโรงงานทอผ้าให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิธีการทอ รวมทั้งการเลี้ยงตัวไหมให้ชมด้วย และระหว่างเส้นทางจากอำเภอเมืองถึงอำเภอสันกำแพง (ระยะทาง ๑๓ ก.ม.) ยังมีโรงงานและร้านค้าของที่ระลึกเป็นจำนวนมาก เช่น เครื่องไม้แกะสลัก เครื่องเงิน เครื่องเขิน เครื่องหนัง เครื่องปั้นดินเผา และผ้าฝ้าย ให้นักท่องเที่ยวได้ชมและเลือกซื้ออีกด้วย
    วัดบวกครกหลวง ตั้งอยู่ที่ บ้านบวกครก ต.ท่าศาลา  อ.เมือง เลยจากทางแยกเข้าสันกำแพง (ทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๖) มาประมาณ ๑ กิโลเมตร ทางเข้าวัดอยู่ทางขวามือ มีป้ายบอกชัดเจน แต่เดิมชื่อว่าวัดม่วงคำ ไม่ทราบประวัติการก่อสร้างที่แน่นอน สันนิษฐานว่าตัววิหารน่าจะสร้างประมาณรัชกาลที่ ๕ แล้วมีการซ่อมแซมบูรณะเรื่อยมา พ.ศ.๒๔๖๘ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นปีที่มีการบูรณะวิหารหลังใหญ่ จิตรกรรมฝาผนังภายในวิหารเป็นพุทธประวัติและสะท้อนประเพณีของชาวไทยใหญ่

    บ้านจ๊างนัก สถานที่นำเสนอผลงานอันหลากหลายของศิลปิน และกลุ่มช่างฝีมือพื้นบ้านแห่งล้านนาไทย โดยได้ถ่ายทอด สร้างสรรค์จากจินตนาการที่งดงาม ลงการแกะสลักไม้รูปช้างในหลากหลายท่วงท่าและอิริยาบถ คุ้มค่าต่อการเดินทางไปชื่นชมความงามที่ศิลปินได้ถ่ายทอดลงสู่ลายไม้ได้เหมือนจริงอย่างยิ่ง บ้านจ๊างนัก ตั้งอยู่ที่ ๕๖/๑ หมู่ ๒ ต.บวกค้าง อ.สันกำแพง โทร. ๐ ๕๓๓๓ ๒๕๗๘ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวชมบ้านจ๊างนักได้ โดยใช้เส้นทางเชียงใหม่-สันกำแพง ข้ามสะพานแม่น้ำออนแล้วเลี้ยวขวาผ่านวัดแช่ช้าง วัดดอนปิน และวัดบวกค้าง บ้านจ๊างนักติดอยู่กับวัดบวกค้าง

    อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ครอบคลุมพื้นที่ใน จ.เชียงใหม่และ จ.ลำพูน มีพื้นที่ทั้งหมด ๓๕๔.๗ ตารางกิโลเมตร  สภาพพื้นที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนสูง ๔๐๐-๒,๐๓๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล มีสภาพป่าหลายประเภท ได้แก่ ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา และป่าสนขา เป็นป่าต้นน้ำของห้วยแม่ตะไคร้ ห้วยแม่ออน ห้วยแม่ทา และห้วยแม่กวง ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำปิง ในพื้นที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์ป่าน้อยใหญ่ ตั้งแต่นกชนิดต่างๆไปจนถึงเก้ง กวาง ชะนี หมูป่า

    สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ

    อ่างเก็บน้ำแม่ตะไคร้ เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติซึ่งอยู่ท่ามกลางป่าเบญจพรรณและป่าไผ่ มีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติรอบอ่างเก็บน้ำ ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร

    การเดินทาง จากเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๖ ไปทางกิ่ง อ. แม่ออน เมื่อถึงทางแยกหน้าโรงเรียนวัดเปาสามขา ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๒๒๙ ไปอีก ๔ กิโลเมตร จนถึงจุดตรวจที่ ๑ เดินทางต่อไปอีก ๑๐ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางบ้านห้วยแก้วประมาณ ๘๐๐ เมตร จะถึงอ่างเก็บน้ำ

    น้ำตกตาดเหมย เป็นน้ำตกสูงประมาณ ๑๕ เมตร ในฤดูฝนมีความสวยงามมาก น้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ประมาณ ๑๖ กิโลเมตร โดยเดินทางไปตามทางลูกรังขรุขระและเส้นทางชันพอสมควร ระหว่างทางมีจุดชมวิวซึ่งสามารถมองเห็นทิวเขาในกิ่ง อ.แม่ออน และ อ.สันทราย ในช่วงฤดูร้อนที่ฟ้าใสจะมองเห็นไกลไปถึงตัวเมืองลำพูน เชียงใหม่ ดอยสุเทพ และแม้กระทั่งดอยอินทนนท์ซึ่งทะมึนขวางขอบฟ้าไกลๆเมื่อเดินทางถึงจุดตรวจที่ ๓ ต้องเดินผ่านป่าดิบแล้งซึ่งมีต้นไม้ให้ชมมากมาย เช่น ตะเคียน ยางนา ยางแดง ฯลฯ รวมระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตรจะถึงน้ำตก

    น้ำตกแม่ตะไคร้  เป็นน้ำตกชั้นเดียว อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ ๖ กิโลเมตร ระหว่างทางผ่านป่าซึ่งมีพืชพันธุ์หลากหลายชนิด เช่น เห็ด  มะไฟ ฯลฯ ในบางฤดูมีดอกไม้ป่าออกดอกสวยงามให้ชม

    จุดชมทิวทัศน์ มี ๒ จุด จุดที่ ๑ สำหรับชมทิวทัศน์ของป่า ตัวเมืองเชียงใหม่ และดอยสุเทพ ทั้งสองจุดอยู่บนเส้นทางสายแม่ตะไคร้-ห้วยแก้ว จุดที่ ๑ ตั้งอยู่ประมาณ กม.ที่ ๖ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถชมทิวทัศน์ ของเทือกเขาที่กั้นระหว่างจังหวัดเชียงใหม่กับจังหวัดลำปาง ส่วนจุดที่ ๒ อยู่ห่างไปประมาณ ๖๐๐ เมตร จุดนี้นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวของภูเขาเป็นแนวยาว รวมทั้งทิวทัศน์ของตัวเมืองและดอยสุเทพที่ไม่สามารถหาชมได้ที่ใด อีกทั้งในยามค่ำคืนนักท่องเที่ยวยังสามารถชมความสวยงามตระการตาของดาวบนดินได้จากจุดชมวิวนี้

    ดอยลังกา หรือภูลังกาหลวงมีความสูงถึง ๒,๐๓๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล สูงเป็นอันดับที่ ๕ ของประเทศ มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีป่าหญ้าปกคลุมยอดเขาเป็นบริเวณกว้างโดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ต้นกุหลาบพันปีจะออกดอกบานสะพรั่ง ภูลังกาหลวงตั้งอยู่ทางทิศเหนือของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ไปประมาณ ๕๐ กิโลเมตร เดินทางด้วยรถยนต์ไปถึงหมู่บ้านกำแพงหิน แล้วเดินเท้าขึ้นยอดดอยระยะทางประมาณ ๑๒ กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นภูลังกาหลวงจากทางด้านอุทยานแห่งชาติขุนแจ หรือจะใช้เส้นทางกลับกันได้ การขึ้นดอยลังกาหลวงใช้เวลา ๒ คืน

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก เป็นลานกางเต็นท์ บริเวณรอบอ่าง ๒ จุด สภาพโดยรอบเป็นป่า และมีลมพัดโชยจากอ่างเก็บน้ำตลอด เหมาะสำหรับพักแรมแบบลูกเสือ และบริเวณรอบอ่างยังเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ รายละเอียดติดต่อที่ อช.แม่ตะไคร้ ต.ทาเหนือ กิ่งอ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๓๐ หรือ ศูนย์อุทยานแห่งชาติ สำนักงานป่าไม้เขตเชียงใหม่ ๕๐๐๐๐ โทร.๐ ๕๓๘๑ ๘๓๔๘

    วัดป่าตึง  ตั้งอยู่ในเขตตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง เดิมเป็นวัดร้าง คู่กับวัดเชียงแสน ก่อนที่จะสร้างวัดนี้ขึ้นมาได้พบพระบรมสารีริกธาตุ และของมีค่ามากมายหลายอย่าง อาทิ วัตถุโบราณ พระพุทธรูป เครื่องถ้วยชามสังคโลก ซึ่งปัจจุบันเก็บอยู่ใน  พิพิธภัณฑ์เครื่องถ้วยชาม ที่ตั้งอยู่ในบริเวณวัด  ในศาลาการเปรียญเป็นที่ตั้งศพของเกจิอาจารย์ชื่อดัง คือหลวงปู่หล้าซึ่งไม่เน่าเปื่อย ให้ผู้ที่มีศรัทธาได้บูชา

    บ่อน้ำพุร้อน ตามเส้นทางนี้มีบ่อน้ำพุร้อนอยู่สองแห่งตกแต่งสถานที่ด้วยสวนดอกไม้สวยงาม มีห้องอาบน้ำแร่ ที่พัก สถานที่กางเต็นท์ ร้านอาหาร ได้แก่ น้ำพุร้อนสันกำแพง  อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๓๔ กิโลเมตร สามารถไปได้ ๒ ทางด้วยกัน คือ เส้นทางเชียงใหม่-สันกำแพง-สถานีเพาะพันธุ์กล้าไม้สัก-น้ำพุร้อน (เส้นทางนี้จะผ่านถ้ำเมืองคอน ซึ่งอยู่ห่างจากน้ำพุร้อน ๔ กิโลเมตร) หรือเส้นทางเชียงใหม่-สันกำแพง-หมู่บ้านออนหลวย-น้ำพุร้อน หากเดินทางโดยรถประจำทางขึ้นรถสายดอยสะเก็ด – น้ำพุร้อนสันกำแพง จากตลาดวโรรส ด้านทิศเหนือติดแม่น้ำปิงไปยังสันกำแพง และเช่าเหมารถสองแถวจากสันกำแพงไปน้ำพุร้อนในราคาประมาณ ๒๐๐ บาทต่อคัน สำรองที่พักล่วงหน้าที่ ธุรกิจน้ำพุร้อนสันกำแพงหมู่บ้านสหกรณ์ โทร. ๐ ๕๓๙๒ ๙๐๗๗  และรุ่งอรุณน้ำพุร้อน รายละเอียดติดต่อ โทร. ๐ ๕๓๒๔ ๘๔๗๕

    ที่พัก

    ที่พัก , เบอร์โทรศัพท์ที่สำคัญ
    สถานที่พัก (รหัสทางไกล 053)
    1. กินรีเพลส 9-9/3 ถ.มูลเมือง โทร. 273567-71, 279018 โทรสาร 207109 จำนวน 80 ห้อง ราคา 400-1,000 บาท
    2. โกลเด้นอินน์ 470/23 ถ.ช้างคลาน โทร. 274550, 272263 โทรสาร 275500 จำนวน 110 ห้อง ราคา 500 บาท
    3. ควอลิตี้ เชียงใหม่ฮิลล์ 18 ถ.ห้วยแก้ว โทร. 210030-4 โทรสาร 210035 จำนวน 249 ห้อง ราคา 1,600-4,000 บาท กรุงเทพฯ โทร. 260-0050-60 โทรสาร 259-9818
    4. ชมดอยเฮ้าส์ 33/3 ถ.ห้วยแก้ว โทร. 222749, 222249 โทรสาร 211428 จำนวน 56 ห้อง ราคา 350 บาท
    5. ช้างเผือก 133 ถ.ช้างเผือก โทร. 223669, 217513 โทรสาร 223668 จำนวน 57 ห้อง ราคา 350 บาท
    6. เชียงคำ 7/35 ถ.สุเทพ โทร. 281016-9 โทรสาร 278809 จำนวน 148 ห้อง ราคา 350-1,000 บาท
    7. เชียงใหม่ภูคำ 21 ถ.ห้วยแก้ว โทร. 211026-31 โทรสาร 216421 จำนวน 576 ห้อง ราคา 1,350-1,950 บาท
    8. เชียงใหม่ภูเวียง 5-9 ถ.โชตนา ซ. 4 โทร. 221632, 215232 จำนวน 58 ห้อง ราคา 200-280 บาท
    9. เชียงใหม่ลักกี้อินน์ 3559/7 ถ.มหิดล โทร. 282061, 801251-2 จำนวน 60 ห้อง ราคา 250-500 บาท
    10. ธารินทร์ 10/7 หมู่2 ถ.เชียงใหม่-ลำปาง โทร.400131-9 โทรสาร400140 จำนวน170ห้อง ราคา880-2,500 บาท
    11. นครพิงค์ 43 ถ.ท้ายวัง โทร. 251169 โทรสาร 277696 จำนวน 15 ห้อง ราคา 150-250 บาท
    12. นครพิงค์พาเลส 471/9 ซ.ใจแก้ว ถ.เชียงใหม่-ลำพูน โทร. 281822-7 โทรสาร 801607จำนวน 117 ห้อง ราคา 600-1,400 บาท
    13. ปางสวนแก้ว 99/4 หมู่ 2 ถ.ห้วยแก้ว โทร. 224444, 224333 โทรสาร 224488, 224493 จำนวน 690 ห้อง ราคา 1,000-8,500 บาท กรุงเทพฯ โทร, 669-2900-8, 243-5180-5 โทรสาร 243-5188
    14. ปาร์คอินธนา 10 ถ.เจริญประเทศ ซ.8 โทร. 270191-3 โทรสาร 270193 จำนวน 102 ห้อง ราคา 500-2,000 บาท
    15. ปาล์มสปริงลอดจ์ 120 หมู่ 5 ถ.มหิดล โทร. 308555 โทรสาร 308564 จำนวน 800 ห้อง ราคา 1,600 บาท
    16. ริมปิงการ์เด้น 411 ถ.เจริญประเทศ โทร. 281059 โทรสาร 281059 จำนวน 20 ห้อง ราคา 600-4,119 บาท
    17. ริเวอร์วิวลอดจ์ 25 ถ.เจริญประเทศ ซ. 2โทร. 271109, 271110 โทรสาร 279019 จำนวน 36 ห้อง ราคา 1,400-2,200 บาท
    18. อมารีรินคำ 1 ถ.นิมมานเหมินทร์ โทร. 221044, 221130 โทรสาร 221915 จำนวน 158 ห้อง ราคา 2,662-7,744 บาท กรุงเทพฯ โทร. 267-9708-10 โทรสาร 255-5707
    19. ฮอลิเดย์รีสอร์ท เชียงใหม่ 39/3 ถ.ราษฎร์อุทิศ ซ. 6 โทร. 277104 โทรสาร 246386 จำนวน 30 ห้อง ราคา 700-2,500 บาท กรุงเทพฯ โทร. 391-5109 โทรสาร 392-8035
    20. บ้านจองคำ 47 ถ.ท่าแพ ซ. 4 โทร. 274823, 207043 จำนวน 20 ห้อง ราคา 350-450 บาท  

    ร้านอาหาร (รหัสทางไกล 053)
    1. กังสดาล ในโรงแรมอโนดาต ถ.รัชมังคลา โทร. 270755-9
    2. กับข้าวสวนดอก 2 ซ.28 (ซ.วัดพระนอน) ถ.โชตนา โทร. 215748 (ไทย, พื้นเมือง)
    3. กาแล 65 ถ.สุเทพ โทร. 278655 (ไทย, พื้นเมือง)
    4. แกงร้อนบ้านสวน 149/3 ซ.ชมดอน ถ.ริมคลองชลประทาน โทร. 213762 (ไทย, พื้นเมือง)
    5. ไกวัล 181 ถ.นิมมานเหมินทร์ โทร. 222147, 221435 (ไทย,จีน)
    6. ไก่โต้ง 67 ถ.คชสาร โทร. 276584
    7. ไก่ย่างน้ำผึ้ง 40-42 ถ.เจริญประเทศ โทร. 271488
    8. กำแพงดิน ในโรงแรมแม่ปิง ถ.ศรีดอนชัย โทร. 270160-8
    9. ข้าวต้มเจ๊แดง 156-158 ถ.ช้างม่อย โทร. 252567
    10. ครัวขุนแผน 81/1 ถ.อินทวโรรส โทร. 214557
    11. เครือออน 5/12 ถ.อารักษ์ โทร. 278627
    12. คุณเล็ก สโมสรสนามกอล์ฟลานนา ถ.โชตนา โทร. 213977 (ไทย,จีน)
    13. จัสมิน (ในโรงแรมรอยัล ปริ้นเซส) 112 ถ.ช้างคลาน โทร. 218033-43 (จีน)
    14. เจริญเมือง 140 ถ.เจริญเมือง โทร. 241161 (จีน)
    15. เจี่ยท้งเฮง 193/2 ถ.ศรีดอนชัย โทร. 275242 (จีน)
    16. เจ้าใหม่รสรำ 236/5 ถ.มณีนพรัตน์ โทร. 222080 (ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ,ข้าวซอย)
    17. ชายดอย 137/14 โทร. 215495
    18. ไชนาทาวน์ 58/4 ถ.อินทวโรรส โทร. 212736
    19. แซนวิชบาร์ 3 ถ.อารักษ์ โทร. 221528
    20. ดาเรส 4/5 ถ.ชัยภูมิ ประตูท่าแพ โทร. 235440  

    เบอร์โทรศัพท์ที่สำคัญ (รหัสทางไกล 053)
    1. สถานีขนส่งจังหวัด โทร.799273
    2. สถานีตำรวจ โทร.711199
    3. ไปรษณีย์จังหวัด โทร.711030

    คุ้มเจ้าบุรีรัตน์(มหาอินทร์) คุ้มเจ้าบุรีรัตน์(มหาอินทร์)

    คุ้มเจ้าบุรีรัตน์(มหาอินทร์) ตั้งอยู่ที่ถนนพระปกเกล้าด้านที่ตัดกับถนนราชดำเนิน ต.ศรีภูมิ อ.เมือง เจ้าบุรีรัตน์เป็นตำแหน่งทางราชการ คุ้มเจ้าบุรีรัตน์หลังนี้คาดว่าสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2432-2436 ปัจจุบันตกเป็นของตระกูลกิติบุตรและทิพย์มณฑล ซึ่งมอบให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดตั้งเป็นศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา ภายใต้การดูแล จัดการ และดำเนินงาน ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เพื่อเก็บข้อมูล และค้นคว้า วิจัย อันนำไปสู่แนวทางในการอนุรักษ์ที่ถูกต้อง
    คุ้มเจ้าบุรีรัตน์(มหาอินทร์) ตั้งอยู่ที่ถนนพระปกเกล้าด้านที่ตัดกับถนนราชดำเนิน ต.ศรีภูมิ อ.เมือง เจ้าบุรีรัตน์เป็นตำแหน่งทางราชการ คุ้มเจ้าบุรีรัตน์หลังนี้คาดว่าสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2432-2436 ปัจจุบันตกเป็นของตระกูลกิติบุตรและทิพย์มณฑล ซึ่งมอบให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดตั้งเป็นศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา ภายใต้การดูแล จัดการ และดำเนินงาน ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เพื่อเก็บข้อมูล และค้นคว้า วิจัย อันนำไปสู่แนวทางในการอนุรักษ์ที่ถูกต้อง

    รูปแบบทางสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างลักษณะพื้นถิ่นและตะวันตก และเป็นแบบอย่างของสถาปัตยกรรมอิทธิพลตะวันตกที่สร้างในเชียงใหม่ยุคแรก เป็นเรือนสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้บันไดอยู่ด้านนอก เสาชั้นล่างก่ออิฐหนาเป็นรูปโค้ง ฉาบปูนเป็นระเบียงโดยรอบ ชั้นบนเป็นพื้นไม้สักมีระเบียงโดยรอบ ปัจจุบันตัวอาคารยังอยู่ในสภาพดี แสดงถึงวิทยาการก่อสร้างที่แข็งแรงคงทนในอดีต

    เปิดให้ชมวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-17.30 น.
    สอบถามรายละเอียดที่โทร. 0 5327 7855
    รับจัดสัมมนา ชะอำ จัดได้ตามงบประมาณลูกค้า

    ข้อมูลท่องเที่ยว จาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    สถานที่ท่องเที่ยว : สถานที่ท่องเที่ยว หัวหิน เที่ยวพัทยา ดำน้ำ เกาะช้าง เที่ยวน้ำตก นครนายก เกาะเสม็ด ชะอำ เชียงใหม่ ล่องแพ กาญจนบุรี กระบี่ กางเต้นท์ เขาใหญ่ ตลาดน้ำอัมพวา เกาะสีชัง เที่ยววัด อยุธยา ชลบุรี เส้นทางท่องเที่ยว ปาย แม่ฮ่องสอน เที่ยว ปาย หนาว เที่ยวหน้าหนาว แม่ฮ่องสอน ดำน้ำ เกาะล้าน ตราด เที่ยวน้ำตก สระบุรี เที่ยวเกาะเกร็ด สวนสัตว์ สวนหลวง ร.9 ดอกไม้ ทะเลแหวก เขาพะเนินทุ่ง แก่งกระจาน สวนผึ้ง ราชบุรี ตลาดน้ำ ดำเนินสะดวก เขาค้อ น้ำหนาว ปางมะผ้า ดอยสุเทพ ปุย ห้วยน้ำดัง แม่มาลัย ศรีสัชนาลัย อุทยานแห่งชาติรามคำแหง เกาะพะงัน วัดโสธร ตลาดดอนหวาย สวนสามพราน เส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร เกมส์ กิจกรรม เส้นทางเดินป่า น้ำตก น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น น้ำตกเอราวัณ ตลาดน้ำ จตุจักร ล่องแก่ง ดำน้ำ ดูปะการัง สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออก สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน ท่องเที่ยว เที่ยวปาย เกาะช้าง เกาะล้าน พัทยา กาญจนบุรี 
    โรงแรม ที่พัก : รับจัดสัมมนา แพ็คเกจทัวร์เกาะกูด ล่องเรือทานอาหารค่ำ Chao Phraya Princess Grand Pearl Dinner Cruise โกลเด้น วัลเล่ย์ เขาใหญ่ สักภูเดือน เขาใหญ่ โรงแรมหัวหิน ชมวิว หัวหิน ที่พัก หัวหิน รีสอร์ท กาญจนบุรี ที่พัก เกาะช้าง โรงแรมสมุย ที่พักระยอง ล่องเรือทานอาหาร ที่พักเขาใหญ่ ที่พักนครนายก