ที่พัก ภาคกลาง |
ที่พัก ภาคตะวันออก |
ที่พัก ภาคเหนือ |
ที่พัก ภาคใต้ |
|
| ข่าวสาร ท่องเที่ยว แผนที่ |
|
........
........
........
........
........
|
|
กิจกรรม ล่องแก่งนครนายก จักรยานเสือภูเขา วังตะไคร้ เขาชะโงก ท่องไพร เขาใหญ่ เดินทาง | | ล่องแก่งในลำน้ำนครนายก นิยมใช้เรือแคนูและเรือยาง ช่วงที่เหมาะกับการล่องแก่งจะเริ่มประมาณเดือนมิถุนายน-ตุลาคม (ในช่วงฤดูฝน) จุดเริ่มต้นอยู่ที่บริเวณเชิงสะพานวังตะไคร้ หรือเชิงสะพานท่าด่าน คลองนางรอง บริเวณบ้านป่าหมากเรื่อยมาตามลำน้ำนครนายก ผ่านเกาะแก่งต่าง ๆ (แก่งที่น้ำเชี่ยวที่สุดคือแก่งสามชั้น) มีจุดนำเรือขึ้นฝั่งและออกมายังถนนใหญ่ได้หลายจุด เช่น ที่บ้านดง แก่งสามชั้น วังกุตภา และวังยาว ระยะทางในการล่องแก่งแต่ละช่วงประมาณ ๒-๗ กิโลเมตร การล่องแก่งเป็นการท่องเที่ยวผสมผสานไปกับการกีฬาทางน้ำที่สนุกตื่นเต้นท้าทาย เป็นการพักผ่อนและการออกกำลังกายซึ่งได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลางเขต ๘ โทร. ๐ ๓๗๓๑ ๒๒๘๒, | จักรยานเสือภูเขา เป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้ทั้งปี การขี่จักรยานควรเริ่มตั้งแต่เช้ามืด เพราะการขี่แต่ละเส้นทางใช้เวลาอย่างน้อย ๒ ชั่วโมงขึ้นไป นอกจากแดดไม่ร้อนแล้วยังได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติ สวย ๆ ยามเช้าได้อย่างเต็มที่ ททท. สำนักงานภาคกลางเขต ๘ จัดเส้นทางไว้ทั้งหมด ๔ เส้นทาง ได้แก่
เส้นทางที่ ๑ วังตะไคร้-วังยาว ระยะทางประมาณ ๒๒ กิโลเมตร เริ่มต้นที่บริเวณเชิงสะพานวังตะไคร้ มองเห็นวิวทิวทัศน์ และผ่านที่ตั้งแค้มป์
เส้นทางที่ ๒ เขาชะโงก-เขาทุเรียน ระยะทางประมาณ ๒๔ กิโลเมตร เริ่มต้นที่จักรดาวรีสอร์ท บรรยากาศระหว่างทางจะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของ รร.นาย จปร. เทือกเขาและอ่างเก็บน้ำ
เส้นทางที่ ๓ วัดพราหมณี-เขามดดำ ระยะทาง ๓๑ กิโลเมตร เริ่มต้นที่บริเวณวัดพราหมณี มองเห็นวิวทิวทัศน์ของเทือกเขา และสวนนก
เส้นทางที่ ๔ วัดคีรีวัน-วัดเนินหอม ระยะทาง ๔๓ กิโลเมตร เริ่มต้นที่วัดคีรีวันผ่านอ่างเก็บน้ำคลองสีเสียด วัดเขาพระธรรมขันธ์ไปถึงแยกเนินหอม จังหวัดปราจีนบุรี ทิวทัศน์เป็นทุ่งนา บ้านพักอาศัย และเทือกเขา เส้นทางนี้สามารถขี่จักรยานได้ในเวลาเย็นอีกด้วย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลางเขต ๘ โทร.
๐ ๓๗๓๑ ๒๒๘๒, ๐ ๓๗๓๑ ๒๒๘๔
ท่องไพรเขาใหญ่-นครนายก จัดในช่วงเดือนธันวาคม-มิถุนายน ของทุกปี (กิจกรรมนี้งดในช่วงฤดูฝน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเพื่อศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศวิทยา เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนให้นักท่องเที่ยวเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นด้วย
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ ๔ จังหวัด ได้แก่ นครนายก นครราชสีมา ปราจีนบุรี และสระบุรี มีเนื้อที่ประมาณ ๒,๑๖๘ ตารางกิโลเมตร หรือ ๑,๓๕๕,๓๙๖ ไร่ ลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วยป่าดิบ ป่าโปร่ง ธารน้ำ น้ำตก สัตว์ป่า และพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด สามารถไปเที่ยวได้ทุกฤดูกาลแต่ช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวมากที่สุดคือ ในช่วงฤดูหนาว ประมาณเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งในตอนกลางคืนอากาศหนาวเย็นจนถึงเช้า ยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาใหญ่ คือ ยอดเขาร่ม มีความสูงจากระดับน้ำทะเล ๑,๓๕๑ เมตร และที่นี่ยังได้รับสมญานามว่าเป็น อุทยานมรดกของอาเซียน อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๕ นับเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศ
สำหรับเส้นทางในการเดินป่าท่องไพรที่ทางจังหวัดนครนายกจัดขึ้น มีด้วยกัน ๔ เส้นทางเริ่มต้นจากน้ำตกนางรอง โดยใช้เส้นทางในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และใกล้เคียงเป็นหลัก
เส้นทางที่ ๑ น้ำตกนางรอง-อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ผ่านน้ำตกไทรยองหิน น้ำตกเหวมหศักดิ์ น้ำตกนางนอน น้ำตกตาดตาโม่ง น้ำตกตาดตาคง น้ำตกตาดตาภู่ น้ำตกมะนาว ระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ๓ วัน ๒ คืน
เส้นทางที่ ๒ น้ำตกนางรอง-น้ำตกแม่ปล้อง เดินไปตามลำคลองวังตะไคร้ ห้วยสมพุงใหญ่ ผ่านชายหาดแก่งหินและลานหิน จนถึงน้ำตกแม่ปล้อง ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ๒ วัน ๑ คืน
เส้นทางที่ ๓ น้ำตกนางรอง- น้ำตกไทรยองหิน-คลองร่วมเขาทะโมน เดินลัดเลาะไปตามลำคลองนางรอง ผ่านกลุ่มน้ำตกไทรยองหิน ถ้ำค้างคาว คลองร่วม เดินลงทางเขาทะโมน ระยะทางประมาณ ๑๔ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ๒ วัน ๑ คืน
เส้นทางที่ ๔ น้ำตกนางรอง-น้ำตกไทรยองหิน เดินตามลำคลองนางรอง ผ่านกลุ่มน้ำตกไทรยองหิน ถ้ำค้างคาว ชมน้ำตกเหวมหศักดิ์ และเดินกลับเส้นทางเดิม ระยะทาง ๔ กิโลเมตร ใช้เวลา ๑ วัน
ทางจังหวัดนครนายกจะจัดคนนำทางและลูกหาบให้ นอกจากนี้ยังมีเต็นท์ เปล และถุงนอน ฯลฯ ไว้บริการให้เช่าด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สำนักงานจังหวัดนครนายก โทร. ๐ ๓๗๓๑ ๑๒๗๓
การเตรียมตัวในการเที่ยวป่า
- ศึกษาข้อมูลของสถานที่ที่จะไปให้มากที่สุด เพื่อจะได้เตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อมเนื่องจากแต่ละสถานที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแตกต่างกันไป
- เตรียมชุดที่รัดกุมแต่ใส่สบาย นำหมวก ถุงเท้า แจ็คเก็ต ไปด้วย และใช้โทนสีที่กลมกลืนกับธรรมชาติ เช่น เขียวน้ำตาล น้ำเงิน เทา หรือดำ
- เตรียมอุปกรณ์เดินป่าที่เบา คล่องตัว และจำเป็น ได้แก่ เป้หลัง เต็นท์ หรือเปลนอน ถุงนอน อาหาร น้ำดื่ม ผ้ายางกันฝน ยารักษาโรค ไฟฉาย มีดพก เข็มทิศ เสื้อกันหนาว รองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าเดินป่า ยาไล่แมลง ยากันทาก และอื่น ๆ ที่เห็นสมควร
- ไม่ใช้เครื่องหอมใด ๆ ในระหว่างเดินป่าเพราะอาจกลายเป็นการล่อแมลง เช่น ผึ้งโดยเข้าใจผิดว่าเป็นน้ำหวานก่อให้เกิดอันตรายแก่ตัวท่านเอง หรือถ้าสัตว์ป่าได้กลิ่นฉุนที่ผิดธรรมชาติอาจจะไม่กลับมาหากินแถวนั้นอีกเลย | ล่องแก่ง | | การล่องแก่งแม่น้ำเพชรบุรี เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่รักการล่องแก่งที่ตื่นเต้นและผจญภัย เพราะมีแก่งหลายแก่งที่จะสร้างความสนุกสนานและตื่นเต้นให้กับนักล่องแก่ง โดยวัดระดับความยากประมาณ ๓ - ๕ ตลอดเส้นทางของการล่องแก่งแม่น้ำเพชรบุรี ประมาณ ๓๓ กิโลเมตร ต้องใช้เวลาประมาณ ๔-๕ วัน และต้องพักแรมในป่า | | เส้นทางล่องแก่งแม่น้ำเพชรบุรี จะเริ่มจากจุดเริ่มต้นที่ เค.ยู.แคมป์ถึงบริเวณที่ทำการอุทยานฯ โดยจะผ่านแก่งต่าง ๆ เช่น แก่งขุนกระเวน ซึ่งเป็นแก่งที่ยากลำบากและท้าทายสำหรับนักล่องแก่งทีเดียว แต่ถ้าหากนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการจะพักค้างแรมก็สามารถจะล่องแก่งจากโป่งลึก - น้ำเอ่อ ซึ่งใช้เวลาในการล่องแก่งประมาณ ๕ ชั่วโมง สองข้างทางของเส้นทางล่องแก่งเป็นป่าที่มีความร่มรื่นและสมบูรณ์ จะเห็นดอกไม้ป่าสีสวย นอกจากนั้นระหว่างทางยังสามารถเยี่ยมชมบ้านกะเหรี่ยง เห็นวิถีชีวิตและบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของชาวกะเหรี่ยง สำหรับการเดินทางที่จะเข้าไปในจุดล่องแก่งบริเวณโป่งลึก ต้องใช้เวลาในการนั่งรถประมาณ ๓ ชั่วโมง และรถที่ใช้ต้องเป็นรถที่มีสมรรถนะสูงเพราะเส้นทางเป็นทางดินลูกรังค่อนข้างทุรกันดาร |
|