ทัวร์อินไทย.คอม กำลังทำเว็บไซด์ใหม่ เพื่อให้คำปรึกษาด้านท่องเที่ยว พักผ่อน และ สัมมนา หากต้องการเป็นพันธมิตร กรุณาติดต่อที่ อีเมล์ info@tourinthai.com  
 
 หน้าแรก | ที่พัก โรงแรม | สถานที่ท่องเที่ยว | จองที่พัก โกลเด้นบีช ชะอำ | ติดต่อ จัดสัมมนา
 โรงแรม ภาคกลาง
ที่พัก สมุทรสงคราม อัมพวา
ที่พักชะอำ-โรงแรมชะอำ
ที่พักหัวหิน -โรงแรมหัวหิน
ที่พักปราณบุรี บ้านกรูด กุยบุรี
ที่พักเขาใหญ่-มวกเหล็ก-ปากช่อง
ที่พักกาญจนบุรี-แพกาญจนบุรี
ที่พักนครนายก-ที่พักเขาใหญ่(ปราจีน)
ที่พักสวนผึ้ง-ที่พักราชบุรี
ที่พักสุโขทัย
ที่พักกรุงเทพ
ล่องเรือ-ทานอาหารค่ำ-สยามนิรมิต
แพ็คเกจทัวร์ เกาะทะลุ
 โรงแรม ภาคตะวันออก
ที่พักเกาะช้าง-ที่พักเกาะกูด
ที่พักพัทยา-โรงแรมพัทยา
ที่พักระยอง-โรงแรมระยอง
ที่พักเกาะเสม็ด-ที่พักเสม็ด
แพ็คเกจเกาะช้าง-แพ็คเกจเกาะกูด
 โรงแรม ภาคเหนือ
ที่พักเชียงใหม่-โรงแรมเชียงใหม่
ที่พักปาย-ที่พักแม่ฮ่องสอน
ที่พักเชียงราย-โรงแรมเชียงราย
ที่พักเขาค้อ-ที่พักเพชรบูรณ์
 โรงแรม ภาคใต้
ที่พักเกาะสมุย-ที่พักเกาะพงัน
ที่พักภูเก็ต
โรงแรมกระบี่ เกาะลันตา เกาะพีพี
แพ็คเกจทัวร์ เกาะภูเก็ต เกาะสมุย


www.รับจัดสัมมนา.com
 ทัวร์ต่างประเทศ
ทัวร์กัมพูชา (เขมร) 2558
ทัวร์จีน 2558
ทัวร์ญี่ปุ่น 2558
ทัวร์บาหลี 2558
ทัวร์พม่า 2558
ทัวร์มาเลเซีย ทัวร์สิงคโปร์ 2558
ทัวร์ยุโรป 2558
ทัวร์ลาว หลวงพระบาง 2558
ทัวร์ออสเตรเลีย ซิดนีย์ 2558
ทัวร์ฮ่องกง มาเก๊า 2558
ทัวร์เกาหลี 2558
ทัวร์เวียดนาม 2558

  ปฏิทินท่องเที่ยว
งานมหกรรมดนตรี วิถีไทย วิถีแห่งความสุข
31/10/2014 - 01/11/2014
งานมหากุศล อิ่มบุญ อิ่มใจ เทศกาลกินเจ เมืองพัทยา
24/10/2014 - 01/11/2014
ประเพณีถือศีลกินผัก
23/09/2014 - 02/10/2014
งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำและเทศกาลอาหารอร่อยจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2557
22/09/2014 - 26/09/2014
งานรำลึก 100 ปี ชาวเกาะสีชัง
19/09/2014 - 20/09/2014
บุญเดือนสิบ
18/09/2014 - 27/09/2014
River Kwai Half Marathon 2014
15/09/2014 - 15/09/2014
เทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก ประจำปี 2557
13/09/2014 - 21/09/2014
สมุยเมาเท่นไบค์ ครั้งที่ 4
07/09/2014 - 07/09/2014
เทศกาลหมูย่างเมืองตรัง
07/09/2014 - 07/09/2014
ประเพณีไหว้พระจันทร์
06/09/2014 - 08/09/2014
วันกล้วยไม้โคราช 2557
03/09/2014 - 07/09/2014
งานเทศกาลลางสาดหวาน และมหกรรมของดีเมืองอุตรดิตถ์
02/09/2014 - 02/09/2014
ประเพณีทำบุญตักบาตรขนมครกชาวตำบลบางพรม
01/09/2014 - 01/09/2014
มหัศจรรย์กุ้งเดินขบวน
01/09/2014 - 30/09/2014
งานแสดงดอกไม้ประจำปี
01/09/2014 - 30/09/2014
งานสารทไทย กล้วยไข่ เมืองกำแพง
01/09/2014 - 31/10/2014
ถนนสายวัฒนธรรมเมือง กะทู้ จังหวัดภูเก็ต
01/07/2014 - 31/08/2014
เทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวงาม
01/06/2014 - 31/08/2014

ข่าวสาร ท่องเที่ยว แผนที่
ความรู้เรื่อง GPS
ตลาดน้ำ
ท่องเที่ยว ภาคกลาง
ท่องเที่ยว ภาคตะวันออก
ท่องเที่ยว ภาคเหนือ
ท่องเที่ยว ภาคใต้
พระเครื่อง พระเกจิอาจารย์
ร้านอาหาร
วัด
สถานการณ์น้ำท่วม
สถานที่ท่องเที่ยวหัวหิน
สวนสาธารณะ
เที่ยวเชียงคาน


  • อำเภอเล็ก ๆ อำเภอหนึ่งทางเหนือของจังหวัดแม่อ่องสอนภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าต่าง ๆ เช่น........

  • บ่อเกลือสินเธาว์ อยู่ห่างจากตัวเมืองน่าน 110 กิโลเมตร ชาวอำเภอบ่อเกลือนอกจากจะมีอาชีพทำนาทำไร่แล้วยังมีอาชีพทำเกลือสินเธ........

  • เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสุราษฏร์ธานี หางจากตัวเมืองประมาณ 84 กิโลเมตร พื้นที่ 1 ใน 3 เป็นที่ราบล้อมรอบด้วยภูเขาสูง ชาวสม........

  • วัดศรีมงคล(วัดนาทราย) เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๒ บ้านนาทราย ตำบลวังบาล ความน่าสนใจของวัดนี้อยู่ที่ผนังภายในโบสถ์ท........

  • โบราณสถานเมืองเสมา ตั้งอยู่ที่ตำบลเสมา ห่างจากนครราชสีมาประมาณ ๓๗ กิโลเมตร จากตลาดอำเภอสูงเนิน เดินทางข้ามลำตะคองและผ่า........

  • รับจัดสัมมนา ชะอำ ราคาถูกกว่า จัดให้ตามงบประมาณลูกค้า ห้องพักชะอำสวย ปรับปรุงใหม่ ริมหาดชะอำ ห้องพัก 200 กว่าห้อง ห้องสัมมนา ขนาดใหญ่ ขนาด 600 ท่าน

    อุทยานแห่งชาติเอราวัณ น้ำตกเอราวัณ ถ้ำพระธาตุ เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ

    อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ครอบคลุมอยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี น้ำตกเอราวัณเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ด้วยอาณาเขตกว้างขวางประกอบไปด้วยภูเขาสูง หน้าผา น้ำตก ถ้ำ และทิวทัศน์ที่งดงามตามธรรมชาติ ทั้งการคมนาคมที่สะดวก จึงทำให้อุทยานแห่งชาติเอราวัณเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอันมาก โดยมีเนื้อที่ประมาณ 550 ตารางกิโลเมตร หรือ 343,750 ไร่
    การเดินทาง :
    การเดินทางจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปยังอุทยานแห่งชาติเอราวัณสามารถใช้ได้ 2 เส้นทาง คือ

    สายที่ 1 เริ่มต้นจากจังหวัดกาญจนบุรีไปตามทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 323 ถึงเขตของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเขื่อนศรีนครินทร์ ข้ามสะพานไปยังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ แล้วจึงเลยเข้าไปยังที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 66 กิโลเมตร

    สายที่ 2 เดินทางมาจากอุทยานแห่งชาติไทรโยค จะมีเส้นทางบริเวณบ้านวังใหญ่อยู่ตอนใต้น้ำตกไทรโยคน้อยประมาณ 6 กิโลเมตร ลัดออกไปบ้านโป่งปัดบริเวณเขื่อนท่าทุ่งนาระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนหมายเลข 323 อีกประมาณ 30 กิโลเมตร

    ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 02-579-7223, 02-579-5734

    ลักษณะภูมิประเทศ :
    อุทยานแห่งชาติเอราวัณ มีลักษณะเป็นพื้นที่ภูเขาสูงชันอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 165.966 เมตร สลับกับพื้นที่ราบ โดยภูเขาส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาหินปูน(Lime stone) ในแถบตะวันออกของพื้นที่จะยกสูงขึ้นเป็นแนว โดยเฉพาะบริเวณใกล้น้ำตกเอราวัณ จะมีลักษณะเป็นหน้าผา ในพื้นที่ซีกตะวันออกจะมีลำห้วยที่สำคัญคือ ห้วยม่องไล่ และห้วยอมตะลา ซึ่งไหลมาบรรจบกันกลายมาเป็นน้ำตกเอราวัณ ทางตอนเหนือของพื้นที่จะพบห้วยสะแดะ และห้วยหนองมน โดยห้วยสะแดะจะระบายน้ำลงสู่เขื่อนศรีนครินทร์ ส่วนห้วยหนองมนจะไหลไปรวมกับห้วยไทรโยค ก่อให้เกิดน้ำตกไทรโยค ส่วนทางด้านทิศใต้เป็นต้นกำเนิดของลำห้วยหลายสาย เช่น ลำห้วยเขาพัง ก่อให้เกิดน้ำตกที่สวยงามซึ่งเรียกกันว่าน้ำตกเขาพัง หรือน้ำตกไทรโยคน้อย

    ลักษณะภูมิอากาศ :
    อุทยานแห่งชาติเอราวัณ แบ่งออกเป็น 3 ฤดูกาล คือ
    ฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม
    ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม
    ฤดูร้อน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน

    แต่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และตะวันออกเฉียงเหนือช่วยพัดพาให้เกิดฝน เนื่องจากพื้นที่อยู่ในเขตเงาฝน จึงมีปริมาณน้ำฝนตกไม่มากนักและอากาศค่อนข้างร้อน จากลักษณะอากาศดังกล่าว จึงไม่เป็นปัญหาต่อการเที่ยวชมอุทยานฯในแต่ละฤดู

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
    สภาพป่า ส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ มะค่าโมง ตะเคียนทอง มะกอก ยมหอม ตะแบก ฯลฯ นอกนั้นเป็นป่าเต็งรัง มีพันธุ์ไม้คือ เต็ง รัง เหียง พลวง พะยอม เป็นต้น

    สัตว์ป่าประกอบไปด้วยสัตว์นานาชนิด ได้แก่ นกแว่น นกกระแตแต้แว้ด ไก่ฟ้าพญาลอ นกกะปูด นกกางเขนดง นกสาลิกา นกขุนทอง ชะนี เก้ง กวาง หมูป่า กระต่ายป่า กระรอกบิน เสือ เป็นต้น

    น้ำตกเอราวัณ
    เป็นน้ำตกที่มีระยะทางยาวประมาณ 1,500 เมตรติดต่อกัน ซึ่งแบ่งออกเป็นชั้นๆได้ 7 ชั้นด้วยกัน แต่ละชั้นมีความสวยงาม ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ทั้งเถาวัลย์พันเกี่ยวทอดตัวไปบนต้นไม้ใหญ่ กล้วยไม้ป่าหลายชนิดบนคาคบไม้ สายธารน้ำที่ไหลตกลดหลั่นลงมาบนโขดหินสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง และเสียงเพรียกของนกป่า ทำให้สภาพความเป็นธรรมชาติสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น นับเป็นบรรยากาศที่เรียกเอาความมีคุณค่าของป่าเขาลำเนาไพรซึมซับเข้าสู่อารมณ์ของผู้ใฝ่หาความสันโดษ และรักธรรมชาติโดยแท้จริง ในชั้นที่ 7 อันเป็นชั้นบนสุดของน้ำตก เมื่อมีน้ำตกไหลบ่าจะมีรูปคล้ายหัวช้างเอราวัณจนคนทั่วไปรู้จักและขนานนามว่าน้ำตกเอราวัณ

    น้ำตกผาลั่น
    เป็นน้ำตกชั้นเดียวมีน้ำเฉพาะฤดูฝนเท่านั้น

    ถ้ำพระธาตุ
    เป็นถ้ำที่สวยงาม มีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 790 เมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 12 กิโลเมตร

    ถ้ำวังบาดาล
    เป็นถ้ำขนาดใหญ่ แบ่งเป็นห้องๆ มีหินงอกหินย้อย ที่เป็นประกาย รูปลักษณะต่างๆกัน อยู่ที่ ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 54 กิโลเมตร

    เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ

    1. เส้นทางขันหมากหมูกลิ้ง
    เป็นเส้นทางเดินเท้าระยะทาง 1,390 เมตร เป็นเส้นทางเดินเป็นวงกลม เริ่มจากสถานที่จอดรถและวนกลับมาลานจอดรถเหมือนเดิม เป็นเส้นทางเดินสบาย ใช้เวลาในการเดินตลอดเส้นทาง ประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง โดยตลอดเส้นทางจะปรากฎความหลากหลายของสังคมพืช สามารถจำแนกชนิดของป่าออกตาม ลักษณะของสังคมพืชได้เป็น 2 ชนิด คือ ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง

    เส้นทางนี้เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป เป็นเส้นทางเดินที่ไม่ลำบากมากนัก จุดเด่นของเส้นทางนี้ก็คือ ว่านขันหมากและกล้วยไม้ดินหมูกลิ้งที่มีมากในเส้นทาง

    สถานีในเส้นทางนี้ประกอบด้วย บ้านโบราณ-ผู้ย่อยสลาย-พรมธรรมชาติ-เหลือแต่ตอ-ยาอายุวัฒนะ- หญ้าที่สูงที่สุดในโลก-ความพิการของต้นไม้-หมูกลิ้ง-สังคมใหม่

    2. เส้นทางเขาหินล้านปี
    เป็นเส้นทางเดินเท้ายาวประมาณ 1,940 เมตร เริ่มต้นจากลานจอดรถไปบรรจบกับ เส้นทางในน้ำตกบริเวณสะพานน้ำตกชั้นที่ 4 ใช้เวลาเดินประมาณสองชั่วโมง

    ตลอดเส้นทางจะปรากฏความหลากหลายของสังคมพืช สามารถจำแนกลักษณะของป่าออกเป็น 3 ชนิด คือ ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้งและป่าเต็งรัง และในเส้นทางนี้จะมีจุดชมวิวที่สวยงามหลายจุด สามารถมองเห็น น้ำตก(หัวช้างเอราวัณ) ในฤดูน้ำหลากได้ชัดเจนที่สุด และใกล้ที่สุดอีกด้วย

    เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความท้าทาย และจะต้องมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงพอสมควร จุดเด่นของเส้นทางนี้ จะเป็นภูเขาหินปูนและความหลากหลายทางธรรมชาติ

    สถานี้ในเส้นทางนี้ประกอบด้วย การทดแทน-บ้านโบราณ-บ้านเลียงผา-เล็กพริกขี้หนู-กล้วยไม้ดิน-หินแยก- จันทร์ผาล้านปี-ป่าเต็งรัง-อัญมณีแห่งป่า-เขาหินล้านปี-ผาไทรงาม-ป่าดิบแล้ง

    3. เส้นทางป่าดิบแล้งม่องไล่
    เป็นเส้นทางเดินเท้ายาวประมาณ 1,010 เมตร เป็นเส้นทางเดินเลียบริมห้วยม่องไล่ เริ่มจากสะพานค่ายพัก ไปบรรจบเส้นทางเดินในน้ำตกชั้นที่ 3 เส้นทางจะเลาะแนวน้ำตกเกือบตลอดเส้นทาง สภาพป่าในเส้นทางนี้จะเป็นป่าดิบแล้ง และป่าทดแทน

    เส้นทางนี้เหมาะสำหรับบุคคลที่ชอบเดินสบายไม่ลำบากมากนัก และมีความต้องการที่จะเดินชมน้ำตก เหมาะสำหรับบุคคลทุกวัย

    จุดเด่นของเส้นทางนี้อยู่ที่ความหลากหลายของป่าดิบแล้ง ที่มีพรรณไม้หลากหลายชนิด และความร่มรื่นของเส้นทาง และได้ชมน้ำตกด้วย

    สถานี้ในเส้นทางประกอบไปด้วย กระจอกที่ไม่กระจอก-รากไม้มหัศจรรย์-การปรับตัวของไม้ใหญ่-ภัยธรรมชาติ- แก่หรือไม่แก่-เกิดจากป่า-ภัตตาคารป่า-ชีวิตใหม่ในป่าทดแทน

    4. เส้นทางถ้ำวังบาดาล
    เป็นเส้นทางเดินเท้ายาวประมาณ 1,350 เมตร เริ่มต้นจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเอราวัณ (วังบาดาล) ผ่านป่าไผ่และป่าดิบแล้ง ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ตลอดเส้นทางจะพบพืชที่ไม่ค่อยได้พบบ่อยครั้งนัก เช่น เห็ดถ้วยและดอกดิน ที่จะพบได้ในฤดูฝน

    เส้นทางนี้เป็นเส้นทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะไปชมถ้ำวังบาดาล จุดเด่นของเส้นทางนี้ก็คือ ถ้ำวังบาดาลนั่นเอง

    สถานีในเส้นทางประกอบไปด้วย หญ้าหนามที่แข็งที่สุดในโลก-แหธรรมชาติ-ไม้มหัศจรรย์-ป่าดิบแล้ง-ค้ำยัน-ถ้ำวังบาดาล

    น้ำตกไทรโยค แม่น้ำแควน้อย ถ้ำดาวดึงส์ ถ้ำละว้า ค้างคาวคุณกิตติ

    อุทยาน แห่งชาติไทรโยค มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ตั้งแต่ครั้งสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสน้ำตกไทรโยค และได้ลงสรงน้ำในธารน้ำ  หลังจากนั้นน้ำตกไทรโยคจึงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและผู้คนโดยทั่วไป ดั่งเพลง"เขมรไทรโยค" เป็นเพลงไทยอมตะ บรรยายถึงความซาบซึ่งในธรรมชาติ และความงามของน้ำตกไทรโยค ยังความประทับใจแก่ชาวไทยมาตราบเท่าทุกวันนี้  อุทยานแห่งชาติไทรโยค มีเนื้อที่ 500 ตารางกิโลเมตร หรือ 312,500 ไร่
    การเดินทาง :
    ทางรถไฟ
    หลังจากลงรถไฟที่สถานีน้ำตก(ไทรโยคน้อย) สามารถเหมารถสองแถวเล็กได้ที่นี่ไปอีก 34 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ ตรงหลักกิโลเมตรที่ 97 เลี้ยวซ้ายเข้าน้ำตก 3 กิโลเมตร

    ทางรถยนต์
    จากสถานีขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี ต่อด้วยรถโดยสารประจำทางสายทองผาภูมิถึงปากทางเข้าอุทยานฯ แล้วต่อด้วยรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้าไปยังน้ำตกไทรโยคอีก 3 กิโลเมตร

    สิ่งอำนวยความสะดวก :
    อุทยานแห่งชาติไทรโยค มีบ้านพักสำหรับบริการนักท่องเที่ยว จำนวน 9 หลัง พักได้หลังละ 8-15 คน และมีค่ายพัก 2 หลัง ไม่มีเครื่องนอนพักได้หลังละ 80 คน สำหรับอาหารและเครื่องดื่มมีขายตลอดเวลาที่บริเวณน้ำตกไทรโยค

    รายละเอียดติดต่อกองอุทยานแห่ชาติ โทร. 02-579-7223, 02-579-5734

    ลักษณะภูมิประเทศ :
    อุทยานแห่งชาติไทรโยค ครอบคลุมพื้นที่ป่าวังใหญ่ ป่าแม่น้ำน้อย และป่าห้วยเขยง ส่วนหนึ่งอยู่ในป่าโครงการไม้กระยาเลย มีสภาพป่าเขาสูงๆต่ำๆสลับซับซ้อน ภูเขาส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน ส่วนหนึ่งของภูเขาเทือกนี้ทอดตัวยาวจากเหนือลงมาใต้ ด้านทิศตะวันตกจรดชายแดนประเทศพม่า ส่วนที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาแขวะ สูงประมาณ 1,327 เมตร รองลงมาคือ ยอดเขาเราะแระ สูงประมาณ 1,125 เมตร จากระดับน้ำทะเล

    ลักษณะภูมิอากาศ :
    อุณหภูมิ เฉลี่ยประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส ในฤดูหนาวอากาศค่อนข้างหนาว มีหมอกจัดในฤดูฝน ฝนตกชุกระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม และแล้งที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ฤดูหนาวเหมาะแก่การเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคมากที่สุด ด้วยสภาพป่าที่เขียวขจี ธารน้ำไหลแรงที่สายน้ำตก กลุ่มหมอกที่ไหลเรี่ยลำแควน้อยเป็นมนต์ขลังแก่ผู้มาเยือนยิ่งนัก

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
    สภาพป่า ส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง มีไม้ไผ่เป็นพื้น เช่น ไม้รวก ไม้ไผ่ป่า ไม้ไผ่นวล เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีป่าสัก ซึ่งขึ้นอยู่ในแนวแคบๆสองฝั่งแม่น้ำแควน้อย ป่าเต็งรังมีเป็นส่วนน้อย ส่วนป่าดงดิบชื้นจะมีอยู่ทางด้านตรงข้ามฝั่งแม่น้ำแควน้อย ไปจนติดชายแดนประเทศพม่า

    สัตว์นานาชนิด จากการสำรวจ พบรอยเท้า เก้ง กวาง ในบริเวณถ้ำหลายแห่ง และจากคำบอกเล่าของชาวบ้านที่เชื่อถือได้พบว่า มีสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น ช้าง กระทิง วัวแดง เสือ หมี ชะนี ไก่ฟ้า นกนานาชนิด ซึ่งสัตว์เหล่านี้หากินข้ามเขตเทือกเขาของไทยและพม่า

    จุดเด่นที่น่าสนใจ :
    น้ำตกไทรโยค
    เป็นน้ำตกที่ไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อยแยกเป็น 2 แพร่ง ต้นกำเนิดของสายน้ำเชื่อว่าเกิดจากอุทยานแห่งชาติเอราวัณส่วนที่อยู่ทางตอนเหนือ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ชั้นเดียวรองรับด้วยชั้นหินสลับกันเป็นชั้นๆมีความสูงประมาณ 8 เมตร ทางด้านใต้เป็นน้ำตกที่มีความสูงมากกว่า สายน้ำที่พุ่งตกลงมากระเซ็นสู่ลำน้ำแควน้อย เราสามารถชมทัศนียภาพของน้ำตกไทรโยคได้โดยการเดินข้ามสะพานแขวนไปยังฝั่งตรงข้าม หรือโดยทางน้ำในฤดูหนาว นักท่องเที่ยวนิยมไปสัมผัสบรรยากาศของความหนาวเย็นแห่งสายน้ำและขุนเขา กลุ่มหมอกที่ลอยตัวเรี่ยผิวน้ำผ่านน้ำตกมีเสน่ห์ชวนให้หลงไหลยิ่งนัก

    น้ำตกไทรโยคน้อย (เขาพัง)
    เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมาช้านาน ต้นกำเนิดเป็นน้ำผุดจากภูเขามาตามลำธารเล็กๆไหลตกลงที่ผาหินปูน แผ่กระจายไปตามพื้นเขาลาดเอียงภายใต้ร่มเงาของพันธุ์ไม้นานาชนิด ในลำธารมีต้นกกขึ้นอยู่กระจัดกระจาย นับเป็นบรรยากาศที่ชวนให้ไปสัมผัสอีกแห่งหนึ่ง

    การเดินทางสะดวกมากเพราะอยู่ติดกับถนนสายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ ด้วยระยะทาง 56 กิโลเมตร จากจังหวัดกาญจนบุรี หรือทางรถไฟ เริ่มต้นจากสถานีธนบุรีไปสิ้นสุดที่สถานีน้ำตก ตำบลท่าเสา ห่างจากตัวน้ำตกประมาณ 1 กิโลเมตร

    แม่น้ำแควน้อย
    เป็นสภาพแม่น้ำฝั่งตะวันตกของประเทศ มีโขดเขาเกาะแก่งที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ร่องน้ำที่ลัดเลาะไปตามซอกเขาหินปูน ความแตกต่างของพื้นที่และเกาะแก่งเป็นเหตุให้แม่น้ำสายนี้ ไหลเชี่ยวกราก บางตอนเป็นหาดทรายยื่นออกมาในลำน้ำเป็นที่ชื่นชอบของนักล่องแพโดยทั่วไป

    ถ้ำดาวดึงส์
    เป็นถ้ำที่มีชื่อเสียงและงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ถ้ำลึกประมาณ 100 เมตร แบ่งเป็นห้องได้ถึง 8 ห้อง มีชื่อตามลักษณะของหินงอก หินย้อย โดยทั่วไปมีสีขาว เช่น ห้องโคมระย้า ห้องเจดีย์ ห้องจีบม่านฟ้า เป็นต้น

    ถ้ำละว้า
    อยู่ห่างจากน้ำตกไทรโยคโดยทางน้ำประมาณ 20 กิโลเมตร ไปทางตอนใต้ของอุทยานฯ ปากถ้ำแคบ แต่ภายในกว้างขวาง หินงอก หินย้อย สวยงามมากแห่งหนึ่ง และมีห้องโถงกว้างใหญ่คล้ายท้องพระโรง

    ค้างคาวคุณกิตติ
    ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Crasoonyeteris thonglongyai เป็นเกียรติแก่ผู้ค้นพบคือ คุณกิตติ ทองลงยา ค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2516 นับเป็นค้างคาววงศ์ใหม่มีเพียงชนิดเดียวในโลก และนับเป็นค้างคาวที่เล็กที่สุดในประเทศ และเท่าที่สำรวจพบ ปรากฏว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เล็กที่สุดในโลก มีน้ำหนัก 1.5-2 กรัม ลำตัวยาว 2.5-3 เซ็นติเมตร มีสีน้ำตาล กางปีกออกจะกว้างประมาณ 10 เซ็นติเมตร หูค่อนข้างใหญ่ จมูกคล้ายจมูกหมู อาศัยอยู่ตามถ้ำโดยทั่วไป จะอพยพย้ายถิ่นทันที่หากถูกรบกวนโดยมนุษย์ ปัจจุบันพบอยู่แห่งเดียวที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค

    นอกจากนั้น ยังมีถ้ำอีกหลายแห่งในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค มีความสวยงามตามธรรมชาติและมีความสำคัญต่อทางโบราณคดี ที่พาดพิงถึงประวัติอันยาวนานของมนุษย์ยุคหินเท่าที่เคยขุดพบที่ถ้ำพระ ถ้ำละว้า และถ้ำไทรโยค

    ดอยอินทนนท์ น้ำตกสิริภูมิ อ่างกา น้ำตกแม่ปาน น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ ผาหมอน พระมหาธาตุนภเมทนีดล พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ

    ดอยอินทนนท์ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอสันป่าตอง อำเภอจอมทองและอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีดอยอินทนนท์ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย สภาพป่าเป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย และเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำปิงที่ให้พลังงานไฟฟ้าที่เขื่อนภูมิพล มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกต่างๆ โดยเฉพาะน้ำตกแม่ยะ ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดของประเทศ  อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์มีเนื้อที่ประมาณ 482 ตารางกิโลเมตร หรือ 301,500 ไร่
    การเดินทาง :

    ทางรถยนต์
    จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามถนนสายเชียงใหม่ - ฮอด ประมาณ หลักกิโลเมตรที่ 58 ก่อนถึงตลาด อำเภอจอมทอง มีถนนแยกไปทางขวา คือ ถนนสายจอมทอง - ดอยอินทนนท์ ซึ่งมีระยะทาง ถึงยอดดอยประมาณ 48 กิโลเมตร ซึ่งที่ทำการเขตจะอยู่ บริเวณหลัก กม. ที่ 31

    เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ :
    1. เส้นทางสายอ่างกา
    เป้นเส้นทางที่มีความสำคัญมีเอกลักษณ์เฉพาะ ระยะทาง 360 เมตร ใช้เวลาเดินศึกษา ธรรมชาติประมาณ 15 - 20 นาที เป็นลักษณะของป่าดิบเขาระดับสูง มีพรรณไม้เขตอบอุ่น ผสมกับเขตร้อน ที่พบเฉพาะในระดับสูง เป็นแบบป่าโบราณ มีพืชที่อาศัยเกาะติดต้นไม้มากมาย ตามพื้น จะพบพวกข้าวตอกฤๅษีเป็นบริเวณกว้าง ในหน้าหนาวจะพบกุหลาบพันปี สีแดงสวย และได้ยินเสียงนกร้อง อยู่เป็นระยะๆ มีความชุ่มชื้น และเป็นต้นกำเนิด ของสายน้ำแม่ปิง มีความหลากหลาย ทางชีวภาพและ อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก

    2. เส้นทางสายยอดดอย - น้ำตกสิริภูมิ
    เป็นทางเดินระยะไกลประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 5 ชม. เหมาะสำหรับศึกษา เรื่องความแตกต่างของพันธุ์ไม้ ในระดับความสูงที่แตกต่างกัน ความหลากหลายของสังคมพืช การทดแทนของพันธุ์ไม้ ที่ถูกทำลาย การฟื้นฟูสภาพป่า การส่งเสริมอาชีพชาวเขา และทิวทัศน์ของหุบเขาด้านล่าง

    3. เส้นทางสายกิ่วแม่ปาน
    เป็นทางเดินป่าระยะสั้น ประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชม. เหมาะสำหรับเรื่องการศึกษาป่าดิบเขา ในระดับต่ำลงมา สังคมทุ่งหญ้าที่เกิดขึ้นภายหลัง การทำลายสภาพป่าเดิม ลักษณะพืชเด่น ตามเส้นทางเดิน ทิวทัศน์ของ หน้าผาที่สวยงาม ตลอดจน ลักษณะการเกิดผลกระทบ ต่อเนื่องบริเวณรอยต่อ ระหว่างบริเวณรอยต่อ ระหว่างพื้นที่ป่าสมบูรณ์ กับพื้นที่ที่ถูกทำลาย หรือที่เรียกว่า EDGE EFFECT

    4. เส้นทางสายน้ำตกแม่ปาน
    เป็นทางระยะสั้นประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชม. เหมาะสำหรับการศึกษาสภาพป่า ข้างลำธาร ความสำคัญของต้นน้ำ ชมน้ำตกตลอดการทาง

    5. เส้นทางสายถ้ำบริจินดา
    เป็นทางระยะสั้นใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชม. เหมาะสำหรับการศึกษาในเรื่องกำเนิดถ้ำ สิ่งมีชีวิตในถ้ำ การเกิดหินงอกหินย้อย

    6. เส้นทางสายสบหาด - บ้านแม่กลาง
    ระยะทางประมาณ 900 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชม. เหมาะกับการศึกษาในเรื่องของ สังคมป่าเต็งรังผสมสน และชมน้ำตกตาดน้อย

    7. เส้นทางสายผาแว่น - น้ำตกวชิรธาร
    ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชม. เหมาะกับการศึกษาในเรื่องของ สังคมป่าผสมผลัดใบ ความร่มรื่น ชมทิวทัศน์ของน้ำตกแม่กลาง น้ำตกวชิรธาร และการทำเกษตรของชาวเขา

    8. เส้นทางสาย กม.ที่ 38 - น้ำตกสิริภูมิ
    เป็นเส้นทางเดินป่าระยะไกล ประมาณ 5.5 กิโลเมตร. ใช้เวลาเดินประมาณ 3 ชม. เหมาะสำหรับการดูนก ที่อาศัยอยู่ในป่าดิบเขาระดับ 1500 เมตร

    . เส้นทางสายปางสมเด็จ - ผาหมอน
    เป็นระยะทางไกลประมาณ 6 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 3 ชม. เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการเดินป่า โดยเฉพาะ และต้องการศึกษาเส้นทาง สมัยที่ยังไม่มีถนน ตัดขึ้นดอยอินทนนท์

    ลักษณะภูมิประเทศ :
    สภาพภูมิประเทศทั่วไปประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อน มีดอยอินทนนท์เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด สูงจาก ระดับน้ำทะเล 2,565 เมตร ยอดเขาที่มีระดับสูงรองลงมาคือ ดอยหัวมดหลวง สูงจากระดับน้ำทะเล 2,330 เมตร ป่าอินทนนท์นี้เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำแม่กลาง แม่ป่าก่อ แม่ปอน แม่หอย แม่ยะ แม่แจ่ม แม่ขาน และเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำแม่ปิงที่ให้พลังงานไฟฟ้าที่เขื่อนภูมิพล

    ลักษณะภูมิอากาศ :
    เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงถึง 2,565 เมตร อากาศจึงหนาวเย็นตลอดปี ความชื้นสูงมาก โดยเฉพาะบนดอย ในฤดูหนาวอุณหภูมิจะต่ำกว่าศูนย์องศงเซลเซียสทุกปี ในฤดูร้อนก็ยังมีอากาศหนาวเย็นอยู่ ต้องสวมเสื้อกันหนาว

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
    สภาพทั่วๆ ไปเป็นที่โล่ง สลับกับป่าไม้ เนื่องจากถูกชาวเขา เผ่าแม้ว และกระเหรี่ยง ถางป่าทำไร่ จะเห็นได้จากบริเวณสองข้างทาง ขึ้นยอดดอยอินทนนท์ เป็นภูเขาหัวโล้น เกือบทั้งหมด ซึ่งเป็นทิวทัศน์ ที่แตกต่างจากอุทยานฯ อื่นๆ ป่าไม้ในเขตอุทยานฯ มีหลายชนิด ได้แก่ ป่าดงดิบ ป่าสน ป่าเต็งรัง หรือป่าเบญจพรรณ มีพันธุ์ไม้มีค่าทางเศรษฐกิจดังนี้คือ สัก ตะเคียน สนเขา เต็ง เหียง มะเกลือ แดง ประดู่ รกฟ้า มะค่า เก็ตแดง จำปีป่า ตะแบก เป็นต้น

    นอกจากนี้ ยังมีดอกไม้ป่าที่สวยงามหลายชนิด เช่น ฟ้ามุ่ย ช้างแดง รองเท้านารี และกุหลาบป่า สำหรับ มอส ข้าวตอกฤๅษี ออสมันด้า มีอยู่ทั่วไปในระดับสูง

    สัตว์ป่า ในบริเวณอุทยานฯ มีจำนวนลดลงไปมาก เนื่องจากถูกชาวเขาเผ่าต่างๆ ล่าเป็นอาหาร และป่าซึ่งเป็น ที่อยู่อาศัยถูกถางลงมากมาย ทำให้สัตว์ใหญ่บางชนิดหมดไปจากป่านี้ ปัจจุบันมีสัตว์ที่หลงเหลืออยู่บ้าง ได้แก่ เลียงผา กวาง เสือ หมูป่า หมี ชะนี ชะมด กะต่ายป่า และไก่ป่า

    จุดเด่นที่น่าสนใจ :
    ปัจจุบันทางทหารได้ตัดถนนขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์ จึงสามารถเดินทางโดยรถยนต์ได้สะดวก สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง ก็อาจเลือกวิธีเดินเท้า ที่นิยมมักเริ่มต้นจากน้ำตกแม่กลาง คืนแรกพักที่หมู่บ้านกะเหรี่ยงแม่แอบ คืนที่สองพักที่หมู่บ้านกะเหรี่ยงผาหม่อน คืนที่สามพักที่ปางสมเด็จ แล้วขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์ ในระหว่างทางจะได้รับความเพลิดเพลินกับบรรยากาศป่าเขา และได้ศึกษา ความเป็นอยู่ของชาวกะเหรี่ยงไปด้วย

    ยอดดอยอินทนนท์
    ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของประเทศ ซึ่งคนไทยส่วนมากต้องการไปสัมผัสเพื่อเป็นประวัติของชีวิต อากาศบนยอดดอยหนาวเย็น ยามฤดูหนาวอากาศหนาวจัด มีเมฆหมอกครึ้ม บรรยากาศดังกล่าวหาได้ยาก ในประเทศไทย ต้นไม้ในบริเวณยอดดอยแตกต่างจากที่อื่นเพราะมีสภาพเป็นป่าโบราณ ตามต้นไม้มีเฟิร์น หลายชนิดและมอสจับเขียวครึ้ม พันธุ์ไม้ดอกเช่น กุหลาบป่า คล้ายกับภูกระดึง แต่สูงใหญ่กว่ามาก จนเรียกกันว่า "กุหลาบพันปี" นอกจากนี้ ยังมี ลานข้าวตอกฤๅษี ซึ่งเป็นมอสชนิดหนึ่ง ขึ้นอยู่หนาแน่นมีสีเขียว สลับสีน้ำตาลอ่อนๆ มอสชนิดนี้จะขึ้นได้เฉพาะที่สูง ความชื้นมาก และอากาศหนาวเย็นเท่านั้น และเป็นที่ประดิษฐาน สถูปบรรจุอัฐิเจ้าอินทวิชยานนท์ อดีตเจ้าเมืองเชียงใหม่

    โครงการหลวงดอยอินทนนท์
    ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 31 แยกขวาเข้าไปอีก 1 กิโลเมตร ผลิตผลหลักคือไม้ดอกเมืองหนาว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมแปลงดอกไม้และการเพาะขยายพันธุ์

    พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ
    ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 41.5 ด้านซ้ายมือสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในปี พ.ศ. 2530 และ พ.ศ. 2535

    ดอยขุนกลาง
    บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 31 ภูมิประเทศโดยรอบจะเป็นทุ่งหญ้าคา เนื่องจากป่าถูกถางลง เมื่อ 50 กว่าปีที่แล้วมา เป็นดอยที่ลดหลั่นประดุจดังคลื่น โดยเฉพาะในฤดูฝนจะเขียวขจีเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตา

    น้ำตกแม่กลาง
    อยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ จากถนนสายจอมทอง-อินทนนท์ ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 8 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกแม่กลาง

    น้ำตกแม่ยะ
    อยู่ทางทิศใต้ของเขตอุทยานฯ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เกิดจากลำห้วยแม่ยะ มีความสูงถึง 260 เมตร จนกล่าวกันว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของประเทศ เหมือนกับเอาน้ำตกต่างๆมารวมกันไว้ ณ ที่นี้ ทางเข้าน้ำตกนี้ แยกจากถนนสายจอมทอง-ฮอด ไปทางขวามือซึ่งมีป้ายบอกไว้ที่ข้างทาง

    น้ำตกสิริภูมิ
    เดิมชื่อ น้ำตกเลาลี ตามชื่อของแม้ว ซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้านที่อยู่ใกล้น้ำตกนี้ ต่อมา มรว.จักรทอง ทองใหญ่ เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขนานนามว่า "สิริภูมิ" เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ น้ำตกนี้อยู่ใกล้ หลักกิโลเมตรที่ 31 ถนนสายจอมทอง-อินทนนท์

    น้ำตกวชิรธาร หรือน้ำตกเมืองโยง
    เกิดจากลำห้วยแม่กลางอยู่ประมาณกิโลเมตรที่ 22 ถนนสายจอมทอง-อินทนนท์ มีน้ำไหลตกจากหน้าผาสูงถึง 70 เมตร

    น้ำตกแม่ปาน
    ตั้งอยู่เชิงดอยอินทนนท์ ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่แจ่มประมาณ 16 กิโลเมตร เดินทางจากแยก ขึ้นดอยอินทนนท์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1192 อินทนนท์-แม่แจ่ม ประมาณ 6 กิโลเมตร ถึงทางแยกเข้าไป ยังน้ำตกอีก 9 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินทางอีกประมาณ 10 นาที น้ำตกแม่ปานนับว่าเป็นน้ำตกที่ยาวที่สุด ของเชียงใหม่

    น้ำตกทรายเหลือง
    ตั้งอยู่บนเส้นทางเดียวกับน้ำตกแม่ปาน และอยู่ห่างจากถนนสายดอยอินทนนท์-แม่แจ่ม ประมาณ 2 กิโลเมตร

    ถ้ำบริจินดา
    เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีหินงอกหินย้อย อยู่บนภูเขาทิศตะวันออกของอุทยานฯ

    ดอยสุเทพ ดอยปุย อนุเสาวรีย์พระครูบาศรีวิชัย วัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ น้ำตกห้วยแก้ว หมู่บ้านชาวเขา

    ดอยสุเทพ ดอยปุย มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอแม่ริม อำเภอหางดง และอำเภอเมือง เชียงใหม่ ประกอบด้วยป่าที่อุดมสมบูรณ์ ภูเขาที่สูงสลับซับซ้อน ที่สำคัญได้แก่เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธาร ทั้งมีสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญทางศาสนา และทางประวัติศาสตร์อยู่ 2 แห่ง คือ วัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร และพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ดอยปุย มีเนื้อที่ประมาณ 262.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 163,162.50 ไร่
    การเดินทาง :
    ที่ทำการอุทยานฯ อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 5 กิโลเมตร เดินทางโดยรถยนต์ไปตามถนนห้วยแก้ว-มหาวิทยาลัยเชียงใหม่-สวนสัตว์เชียงใหม่ ถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร จากนั้นเดินทางต่อไปอีกเล็กน้อยถึงทางแยกด้านขวามือ มีป้ายบอกทางเข้าที่ทำการอุทยานฯ

    ลักษณะภูมิประเทศ :
    สภาพโดยทั่วไป เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนกันหลายลูก ที่สำคัญได้แก่ ดอยสุเทพ ดอยบวกห้า และดอยปุย ซึ่งมีความสูงมากที่สุด ประมาณ 1,685 เมตร จากระดับน้ำทะเล ภูเขาเหล่านี้เชื่อมเป็นพื้นที่ติดต่อกันโดยตลอด เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธาร ลำห้วย เช่น ห้วยแก้ว ห้วยช่างเคี่ยน ห้วยแม่ปาน เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งต้นน้ำลำธารที่ไหลลงสู่แม่น้ำปิง

    ลักษณะภูมิอากาศ :
    เนื่องจาก เป็นยอดเขาสูง อากาศจึงเย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 16 องศาเซลเซียส ในฤดูหนาวอากาศจะหนาวมาก ในเดือนกุมภาพันธ์ อากาศปลอดโปร่ง ท้องฟ้าแจ่มใส ทำให้มองเห็นภูมิประเทศได้โดยรอบอย่างชัดเจน ส่วนในฤดูฝน อากาศเย็นสบาย ฝนตกมากที่สุดในเดือนสิงหาคม-กันยายน ในฤดูร้อนอากาศไม่ค่อยร้อนอบอ้าวเท่าใด

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
    สภาพป่าประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าสนเขา มีพันธุ์ไม้นานาชนิด ได้แก่ ไม้เต็ง รัง เหียง พลวง ประดู่ เสลา เก็ตดำ เก็ตแดง ไม้ก่อกว่า 10 ชนิด ยางแดง ตาเสือ ดงดำ ตะเคียน กระบาก มะม่วงป่า และไม้สนเขาจะมีมากที่ยอดดอยปุยเป็นต้น

    สัตว์ป่าส่วนใหญ่ถูกรบกวนจากชาวเขาและขาวไทยบริเวณใกล้เคียง ที่พบอยู่ได้แก่ เก้ง กวาง หมี ชะนี ลิง ค่าง และนกนานาชนิดกว่า 200 ชนิด เช่นพวกเหยี่ยว ไก่ป่า ไก่ฟ้า นกขมิ้น นกห้วขวาน นกแก้วและนกพญาไฟ เป็นต้น

    จุดเด่นที่น่าสนใจ :
    อนุเสาวรีย์พระครูบาศรีวิชัย
    ประดิษฐานตระหง่านอยู่เชิงเขา พระครูบาศรีวิชัยเป็นนักบวชที่มีชื่อเสียงของล้านนาไทย เป็นผู้นำชักชวนชาวเมืองเหนือสร้างถนนขึ้นไปสู่พระบรมธาตุดอยสุเทพจนสำเร็จ

    วัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร
    พระบรมธาตุนี้ประดิษฐานอยู่ในเจดีย์บนดอยสุเทพ ซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 950 เมตร เมื่อปี พ.ศ. 1972 เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ โปรดให้สร้างพระเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุขึ้นที่วัดพระธาตุดอยสุเทพนี้ เป็นสถานที่เคารพบูชา เป็นที่รู้จักและนิยมไปสักการะของประชาชนทั่วไป

    พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์
    เป็นพระตำหนักสำหรับแปรพระราชฐานเป็นที่ต้อนรับพระราชอคันตุกะจากต่างประเทศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระตำหนักตั้งอยู่บนยอดดอยบวกห้า จะประดับไปด้วยดอกไม้นานาชนิด ปกติพระตำหนักจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมในบริเวณภายนอกเฉพาะในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ

    น้ำตกห้วยแก้ว
    เกิดขึ้นในลำห้วยแก้ว อยู่บริเวณเชิงดอยใกล้ทางขึ้นดอยสุเทพ และเหนือน้ำตกห้วยแก้วขึ้นไปเล็กน้อยจะเป็น วังบัวบาน เป็นสถานที่ที่กล่าวถึงตำนานรักอันอมตะที่ลือชื่อของสาวเหนือ มีความสวยงามมาก

    น้ำตกมณฑาธาร หรือน้ำตกสันป่ายาง
    เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากที่สุด มีชั้นน้ำตกถึง 3 ชั้น น้ำไหลตกจากหน้าผาแต่ละชั้นเกิดขึ้นอยู่ตรงกลางของลำห้วยแก้ว

    น้ำตกแม่สา
    เป็นน้ำตกที่สวยงามมาก มีน้ำไหลตลอดปี เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ มีถึง 8 ชั้น แต่ละชั้นมีระยะห่างกันประมาณ 100-500 เมตร ไปตามลำน้ำแม่สา ซึ่งจะเป็นหินผาติอต่อกันไปตามแนวลำห้วยไปตลอด การคมนาคมสะดวกสบาย

    นอกจากนี้ยังมีน้ำตกที่สวยงามอื่นๆ คือ น้ำตกตาดหมอก-วังฮาง น้ำตกตาดหมอกฟ้า น้ำตกมหิดล น้ำตกศรีสังวาลย์ น้ำตกผาลาด เป็นต้น

    หน้าผา
    ประกอบด้วย ผาเงิบ ผาลาด ผาวังบัวบาน ผาดำ เป็นผาที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ต่างๆได้สวยงาม

    ยอดดอยปุย
    อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,685 เมตร ที่บริเวณแห่งนี้จะเป็นป่าสนเขา สามารถมองเห็นทัศนียภาพได้โดยรอบ จะมีลมพัดแรง อากาศเย็นสบาย

    หมู่บ้านชาวเขา
    สำหรับผู้สนใจวัฒนธรรมของชาวเขา สามารถเยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเขาเผ่าต่างๆได้ เช่น แม้ว เย้า อีก้อ ลีซอ มูเซอร์ จะมีทางเดินไปถึงทุกหมู่บ้าน

    อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ดอยเต่า น้ำตกก้อหลวง ทุ่งกิ๊ก ทุ่งนาง ห้วยถ้ำ ผาดำ ผาแดง

    อุทยานแห่งชาติแม่ปิง เดิมมีชื่อว่า "อุทยานแห่งชาติแม่หาดแม่ก้อ" มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และอำเภอสามเงา จังหวัดตาก พื้นที่ป่าอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่า มีทิวเขาทอดยาวเหยียดสลับซับซ้อน ลำห้วยน้อยใหญ่หลายสิบสาขาไหลผ่าน มีทิวทัศน์ที่สวยงาม โดยเฉพาะพื้นที่ป่าที่ตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของลำน้ำปิง ตอนเหนือของอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล   อุทยานแห่งชาติแม่ปิงมีเนื้อที่ประมาณ 1,003 ตารางกิโลเมตร หรือ 626,875 ไร่ จัดเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 32 ของประเทศไทย
    การเดินทาง :
    จากอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1087 สายลี้-ก้อ ที่ทำการอุทยานฯจะตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของถนนบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 19-20 นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางได้จากอ่างเก็บน้ำดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านลำน้ำปิงไปยังอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก หรือจะเดินทางจากเขื่อนภูมิพลไปยังดอยเต่าก็ได้

    สิ่งอำนวยความสะดวก :
    อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ยังไม่มีบริการบ้านพัก สำหรับนักท่องเที่ยวผู้ที่ต้องการพักแรม ต้องนำเต็นท์และอาหารมาเอง ติดต่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมที่ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 02-579-7223, 02-597-5734

    ลักษณะภูมิประเทศ :
    สภาพภูมิประเทศประกอบไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน มียอดเขาที่สูงที่สุดชื่อ "ดอยห้วยหลาว" มีความสูงประมาณ 1,238 เมตร เทือกเขาเหล่านี้เป็นต้นน้ำลำธารของลำห้วยหลายสาย อาทิ ห้วยแม่หาด ห้วยแม่ก้อ ห้วยโป่งกะ ซึ่งห้วยต่างเหล่านี้ไหลลงสู่แม่น้ำปิง

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
    พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าผลัดใบ และยังมีป่าดงดิบอยู่ตามหุบเขาและลำห้วย พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ เต็ง รัง มะค่าโมง ประดู่ รถฟ้า สมพง สลัดได หวาย เป็นต้น

    สัตว์ป่าในอุทยานฯมีชุกชุม โดยเฉพาะตามป่าริมฝั่งแม่ปิง อาทิเช่น เก้ง กวาง เลียงผา วัวแดง หมีควาย หมูป่า และนกนานาชนิด นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งพันธุ์ปลาน้ำจืดที่สำคัญอีกด้วย

    จุดเด่นที่น่าสนใจ :
    น้ำตกก้อหลวง
    อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯไปประมาณ 20 กิโลเมตร รถยนต์สามารถเข้าถึงได้ เป็นน้ำตกหินปูนที่เกิดจากลำน้ำในห้วยแม่ก้อ มีความสูงต่างระดับลดหลั่นกันลงมาทั้งหมด 7 ชั้น และเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นหินปูนประกอบกับมีน้ำไหลตลอดปี จึงทำให้บริเวณน้ำตกมีหินงอกหินย้อยมากมาย มีความสวยงามตามธรรมชาติ

    ทุ่งกิ๊ก ทุ่งนาง
    เป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติที่กว้างใหญ่ อยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบและเนินเขา ปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าสลับป่าเต็งรัง มีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าจำพวก เก้ง กวาง กระต่าย และไก่ป่าชนิดต่างๆมากมาย

    ห้วยถ้ำ
    อยู่ในเขตท้องที่อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจุดชมวิวริมฝั่งแม่น้ำปิง สามารถมองเห็นทิวทัศน์บริเวณอ่างเก็บน้ำดอยเต่าได้อย่างสวยงาม รถยนต์สามารถเข้าถึงบริเวณนี้ได้

    ผาดำ-ผาแดง
    มีลักษณะเป็นหน้าผาสูง สภาพแวดล้อมยังเป็นป่าที่สมบูรณ์มาก จากจุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ในระยะไกล การเดินทางต้องใช้การเดินเท้าเท่านั้น

    ถ้ำยางวี
    เป็นถ้ำที่อยู่ในเขตท้องที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่มีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก ไม่ไกลจากบริเวณถ้ำจะมีป่าสนเขาขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ มีชื่อเรียกกันว่า "ป่าพระบาทยางวี" เหมาะสำหรับเป็นที่พักแรมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติ

    แก่งก้อ
    เป็นอ่างเก็บน้ำที่มีทิวทัศน์สวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือชมภูมิประเทศและสถานที่น่าสนใจต่างๆ เช่น น้ำตกอมเป น้ำตกอุมปาด เกาะคู่สร้างคู่สม ผาเต่า ผาพระนอน ผาคันเบ็ด แก่งสร้อย ถ้ำแก่งสร้อย พระธาตุแก่งสร้อย พระบาทบ่อลม เขื่อนภูมิพล เป็นต้น

    ออบหลวง น้ำตกแม่บัวคำ น้ำตกแม่จอน ดินแดนมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ดอยผาช้าง

    อุทยานแห่งชาติออบหลวง มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอจอมทอง อำเภอออบและอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ด้วยระบบนิเวศน์ทุกประการ ทั้งมีความสวยงามและความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ มีคุณค่าทางโบราณคดี ทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมของมนุษยชาติ   อุทยานแห่งชาติแม่ปิงมีเนื้อที่ประมาณ 1,003 ตารางกิโลเมตร หรือ 626,875 ไร่ จัดเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 32 ของประเทศไทย
    การเดินทาง :
    ที่ทำการ อุทยานแห่งชาติออบหลวง ตั้งอยู่บริเวณตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

    ลักษณะภูมิประเทศ :
    ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อนติดต่อกันเป็นเทือกเขายาวในแนวเหนือใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาถนนธงชัยต่อจากดอยอินทนนท์ มีแม่น้ำสายใหญ่ คือ ลำน้ำแม่แจ่มคั่นกลาง อันเป็นเขตแบ่งระหว่างอำเภอจอมทองและอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าต้นน้ำลำธารชั้นหนึ่ง มีลำห้วยลำธารหลายสายไหลลงลำน้ำแม่แจ่มและแม่ปิงตอนล่าง ภูมิประเทศที่เป็นที่ราบหาแทบไม่ได้ในป่าแห่งนี้

    จากสภาพพื้นที่ที่เป็นภูเขา หน้าผาสูงชันและมีโขดหินขนาดใหญ่น้อยมากมาย หินที่เป็นองค์ประกอบหลักของพื้นที่ได้แก่ หินแกรนิตและแกรโนไดออไรท์ สลับกับหินบะซอลท์และหินตระกูลแกรนิตชนิดมิคมาไทด์ ในชุดหินบลูโดนิค ของยุคครีเตเซียส และไทรแอสสิค ประกอบด้วยแร่ ควอร์ท และเฟสต์สปาร์ ในท้องน้ำแม่แจ่มมีเกาะแก่งหินขนาดใหญ่มากมาย ริมฝั่งลำน้ำจะมีหาดทรายที่เกิดจากน้ำพัดพามาเป็นช่วงๆหลายแห่ง มีก้อนหินกลมกรวดท้องน้ำของหินควอร์ทไซด์ ควอร์ท-แจสเปอร์ และหินชนิดอื่นๆอยู่หนาแน่น

    ลักษณะภูมิอากาศ :
    สภาพภูมิอากาศ ในเขตอุทยานฯแบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ
    ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม
    ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคม มีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 6 องศาเซลเซียส
    ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน มีอุณหภูมิสูงสุดประมาณ 38 องศาเซลเซียส

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
    เนื่องจากสภาพป่ามีทั้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่งดงดิบแล้ง ป่าดงดิบเขาและป่าสนเขา จึงมีพันธุ์ไม้ที่แตกต่างกันหลายชนิด เช่น ไม้สัก ยาง ประดู่ แดง ตะเคียน ยมหอม มะค่าโมง ขะเจ๊าะ มะเกลือ เก็ตดำ เก็ดแดง รกฟ้า ตะแบก อินทนิล กะบาก จำปีป่า สารภีป่า แคหิน เหียง พลวง เต็ง รัง และไม้สนเขา หรือ เกี๊ยะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีไม้ตระกูลกอต่างๆ ไม้พื้นล่างที่สำคัญ มีไม้ไผ่ ปาล์ม และเฟิร์น

    สัตว์ป่าที่พบเห็นได้แก่ เลียงผา เสือ หมี กวาง หมูป่า เก้ง ชะนี ลิง ชะมด กระต่าย นิ่ม ตะกวด และนกประมาณ 200 ชนิด เช่น นกกางเขนดง นกพญาไฟ นกเขาใหญ่ นกเขาเขียว นกดุเหว่า นกหัวขวาน นกกะปูด นกขุนทอง นกแก้ว เหยี่ยวรุ้ง นกยูง ไก่ฟ้า ไก่ป่า นกกะทา เป็นต้น

    จุดเด่นที่น่าสนใจ :
    ออบหลวง
    ตั้งอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 17 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 คาบเกี่ยวระหว่างตำบลหางดง และตำบลบ้านแบะ อำเภอจอมทอง เป็นช่องแคบเขาขาดที่มีหน้าผาหินขนาบลำน้ำ ทำให้เกิดเป็นหุบผาลึก ความลึกของหน้าผาวัดจากสะพานถึงระดับน้ำปกติ ประมาณ 32 เมตร ส่วนแคบสุด 2 เมตร ความยาวของช่องแคบประมาณ 300 เมตร

    ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ความน่าพิศวงให้กับแผ่นดินส่วนนี้อย่างน่ามหัศจรรย์ คำว่า"อ๊อบ" หรือ "ออบ" เป็นภาษาท้องถิ่น หมายถึงช่องแคบ "หลวง" หมายถึงใหญ่ "ออบหลวง" คือชื่อเฉพาะที่ใช้เรียกช่องแคบหินขนาดยักษ์ที่มีลำน้ำแม่แจ่มบีบตัวแทรกผ่านไป อีกนัยหนึ่งคือ หุบผาที่มีสายธารไหลผ่าน(Canyon) ภายในออบ น้ำตกลงไปกระทบแก่งหินไอน้ำกระจายฟุ้งเสียงดังสนั่นหวั่นไหวตลอดเวลา ลานหินและโตรกผาที่ถูกน้ำอันเชี่ยวกรากกัดกร่อนปีแล้วปีเล่า ทำให้เห็นเป็นลวดลายรูปร่างแปลกตาสวยงามมาก ทำให้ผู้ไปเยือนต้องพิศวงว่ากำแพงหินสูงใหญ่ที่ขวางลำน้ำอยู่นั้นแตกทะลุหรือแยกตัวให้น้ำผ่านไปได้อย่างไร

    น้ำตกแม่บัวคำ
    เกิดจากห้วยแม่บัวคำอยู่ในเขตตำบลหางดง อำเภอออด ห่างจากดอนหลวงไปทางทิศใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามมีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติอยู่มาก น้ำตกจากหน้าผาสูงประมาณ 50 เมตร ลดหลั่นลงมาเป็นเชิงชั้นลงสู่อ่างหินซึ่งซ้อนตัวอยู่ในหลืบผาและแมกไม้ ด้านหน้าน้ำตกมีลานหินกว้าง

    น้ำตกแม่จอน
    เกิดจากห้วยแม่จอนหลวง อยู่ในเขตตำบลบ้านแบะ อำเภอจอมทอง จากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 สายฮอด-แม่สะเรียง ตรงกิโลเมตรที่ 9 เดินตามลำห้วยแม่จอนเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกสูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ลักษณะของน้ำตกนี้เป็นหน้าผาที่กว้างใหญ่มีความสูงไม่น้อยกว่า 100 เมตร ความกว้างประมาณ 80 เมตร น้ำตกที่ตกลงมาเป็นสายเหมือนใยแก้ว กระจายอยู่ทั่วแผ่นผาไม่ขาดสาย และลานหินกว้างสะอาดตา หน้าตาน้ำตกสวยงามมากเป็นหินแกรนิตผสมหินแปรสีขาวเจือสีเทาอ่อน สูงขึ้นไปยังมีน้ำตกเล็กๆสวยงามแปลกตาอีกสองชั้น อยู่ห่างประมาณ 500 เมตรและ 1,500 เมตรตามลำดับ

    น้ำตกแม่เดี๊ยะ
    อยู่บริเวณกลางป่าลึกในห้วยแม่เดี๊ยะตอนกลาง อยู่ในท้องที่ตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง เป็นน้ำตกที่สวยงามสูงประมาณ 80 เมตร ความกว้าง 40 เมตร น้ำในห้วยแม่เดี๊ยะมีมากตลอดปีทำให้น้ำตกมีความงามตลอดเวลา ซึ่งต้องเดินเท้าจากบ้านแม่เดี๊ยะเข้าไปประมาณ 8 กิโลเมตร

    ดินแดนมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์
    อยู่ใกล้เคียงกับช่องแคบออบหลวง กองโบราณคดี กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ ได้ขุดค้นเพื่อศึกษาวิจัยร่วมกับประเทศฝรั่งเศส เรื่อง Research on Chronology and Evolution of the Prehistoric Cultures of Northern Central Thailand and their Antropological Characteristics โดยเริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2527 เป็นต้นมา

    บริเวณออบหลวงทั้งฝั่งอำเภอจอมทอง และฝั่งอำเภอฮอด ได้ขุดค้นพบโบราณวัตถุและหลักฐานทางโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์จำนวนมาก เช่น เครื่องมือหินกระเทาะแกนหิน และสะเก็ตหิน ขวานหิน ชิ้นส่วนเครื่องประดับและภาชนะสัมฤทธิ์ ภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ ที่สำคัญคือพบโครงกระดูกมนุษย์ในสมัยยุคสัมฤทธิ์มีอายุระหว่าง 2,500-3,500 ปีก่อนคริสตกาล เป็นหลักฐานทางโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์

    นอกจากนี้ยังพบภาพเขียนโบราณที่บริเวณเชิงผาด้านตะวันออกของดอนผาช้างซึ่งเป็นภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

    ดอยผาช้าง
    เป็นหินแกรนิตชนิดมิคมาไทด์ทั้งแท่งก้อนใหญ่มหึมา ยาวประมาณ 300 เมตร สูงประมาณ 80 เมตร จากระดับพื้นดินมีลักษณะเหมือนช้างตัวใหญ่นอนหมอบอยู่ บนยอดดอยผาช้างเป็นจุดชมวิว มองลงไปทางทิศใต้จะเห็นน้ำตกแม่บัวคำอยู่อุบลฯ ใกล้เข้ามาตรงหน้าดอยผาช้างเห็นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 ลดเลี้ยวเลียบเหลี่ยมเขาผ่านหน้าผาออบหลวง ลึกจากผาออบหลวงลงไปจะมองเห็นสายธารแม่แจ่มไหลคดเคี้ยวซอกซอนผาหินหายลับไปทางตะวันออก

    ที่ดอยผาช้างด้านตะวันตกมีเพิงผาคล้ายถ้ำ เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์โบราณก่อนประวัติศาสตร์ และได้วาดภาพช้างด้วยสีขาวและสีแดงไว้ จากรายงานของนักโบราณคดี กรมศิลปากร ยืนยันว่าเป็นครั้งแรกที่พบภาพเขียนโบราณในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนในเขตจังหวัดเชียงใหม่ สันนิษฐานว่าภาพเขียนนี้มีอายุไม่น้อยกว่า 7,500-8,500 ปีมาแล้ว

    บ่อน้ำร้อนเทพพนม
    อยู่ในเขตป่าแม่แจ่ม ตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่ม ห่างจากออบหลวง 14 กิโลเมตร แยกจากทางหลวงฯหมายเลข 108 ตรงกิโลเมตรที่ 22 เข้าไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติเกิดจากความร้อนใต้พิภพ มีแรงดันพุ่งขึ้นมากระทบน้ำเย็นใต้ดินเกิดเป็นไอร้อนคุตลอดเวลา ความร้อนสูงถึง 99 องศาเซลเซียส บริเวณเป็นที่ราบโล่งเตียนประมาณ 10 ไร่ มีลำห้วยเล็กๆคือห้วยโป่งไหลผ่าน จึงมีทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็นในบริเวณเดียวกัน

    ถ้ำตอง
    อยู่ในท้องที่ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง "ดอยผาเลียบ" เป็นภูเขาหินแกรนิตและหินปูนที่มีรูปร่างเหมือนถูกผ่าครึ่งแล้วแยกกันอยู่คนละฝั่งลำน้ำแม่เปาะ ซีกที่อยู่ทางฝั่งขวามีถ้ำลึกที่มีตำนานเล่าขานกันว่า ถ้ำนี้เป็นอุโมงค์หินที่มีความยาวมาก กล่าวว่าทะลุถึงดอยเชียวดาวทางเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ทีเดียว บริเวณปากอุโมงเป็นคูหาขนาดประมาณ 5 x 10 เมตร สูง 3 เมตร ลึกเข้าไปจากนั้นเป็นโพรงหินเล็กๆขนาดพอตัวคนคลานเข้าไปได้ สภาพภายในคูหาปากถ้ำถูกสกัดตกแต่งใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของสำนักวิปัสสนาถ้ำตอง โดยรอบๆในหุบเขาร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่าดงดิบที่มีขนาดใหญ่ๆเช่น มะม่วงป่า ตะเคียนทอง มะหาด กระท้อน หน้าถ้ำมีธารน้ำแม่แปะไหลผ่าน ต้นแม่น้ำแปะห่างจากถ้ำตองขึ้นไปประมาณ 1 กิโลเมตรมีน้ำตกเล็กๆ

    ถ้ำตุ๊ปู่
    อยู่ในท้องที่ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง เป็นถ้ำหินปูนขนาดเล็ก ปากถ้ำแคบ กว้างยาวประมาณ 1x1.5 เมตร ต้องนั่งยองๆเข้าไป ภายในกว้างขวางรูปร่างค่อนข้างกลมเหมือนคนโทขนาดใหญ่ มีน้ำหยดจากเพดานถ้ำตลอดเวลา ทำให้เกิดหินงอกหินย้อยอยู่ทั่วไป ตรงเพดานค่อนข้างไปทางก้นถ้ำทะลุเป็นวงกลมใหญ่ๆ 3 ช่องติดกัน จึงทำให้ถ้ำสว่างไสวไม่มืดทึบเหมือนถ้ำโดยทั่วไป

    ลำน้ำแม่แจ่ม
    ธารน้ำแจ่มหรือแม่น้ำสลักหิน กำเนิดจากเทือกเขาในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไหลผ่านอำเภอแม่แจ่ม ออกสู่แม่น้ำปิงที่อำเภอฮอด เป็นลำน้ำใหญ่ที่มีน้ำไหลเชี่ยวคดเคี้ยวไประหว่างเนินเขาและหุบผา มีเกาะแก่งและหาดทรายเป็นช่วงๆ นักท่องเที่ยวนิยมไปล่องแพ จากบ้านอมขูดถึงบ้านท่าเรือในท้องที่อำเภอแม่แจ่มอยู่เป็นประจำ

    ห้วยน้ำดัง ดอยกิ่วลม แม่มาลัย จุดชมวิวดอยช้าง น้ำตกห้วยน้ำดัง โป่งร้อน น้ำตกแม่เย็น

    ห้วยน้ำดัง มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีสภาพป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์ ภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงามและจุดชมวิวที่สามารถชมบรรยากาศอันร่มเย็นสวยงาม โดยเฉพาะบริเวณห้วยน้ำดังที่มีชื่อว่ามีทะเลหมอกที่งดงามยิ่ง เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศไปเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก
    การเดินทาง :
    จากอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 107 และเข้าทางแยกซ้ายมือที่ตลาดแม่มาลัย (อำเภอแม่แตง) ไปตามทางหลวงหมายเลข 1095 (สายมาลัย-ปาย) จนถึงช่วงหลักกิโลเมตรที่ 65-66 มีทางแยกขวามือซึ่งมีป้อมยามตั้งอยู่ทางเข้าถึงบริเวณห้วยน้ำดัง ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นทางลูกรัง แล้วเดินทางต่อไปอีกระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะถึงจุดชมวิวดอยช้าง ถ้าเดินทางต่อไปอีกตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1095 จากหลักกิโลเมตรที่ 66 ไปยังอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถึงบ้านแม่ปิง จะมีทางแยกขวามือเป็นทางลูกรังของ รพช. หมายเลข มส. 11024 อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่ง

    สถานที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก :
    รายละเอียดสอบถามได้ที่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่ หรือที่ ฝ่ายนันทนาการและสื่อความหมาย ส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้

    ลักษณะภูมิประเทศ :
    สภาพภูมิประเทศ เป็นเทือกเขาและภูเขาสูงที่สลับซับซ้อนทอดตัวยาวตามแนวเหนือ-ใต้ และอยู่ในแนวเดียวกันกับเทือกเขาเชียงดาว ภูเขาต่างๆในพื้นที่มีความสูงชันตั้งแต่ 500-1,962 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีภูเขาที่สูงที่สุดคือ ดอยช้าง เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีลำห้วยใหญ่มากมาย ได้แก่ ห้วยแม่เย็นกลาง ห้วยแม่ฮี้ ห้วยแม่ปิง ห้วยแม่จอกหลวง ห้วยน้ำดัง เป็นต้น รวมกันไหลลงสู่แม่น้ำปาย แม่น้ำปิงน้อย แม่น้ำแตง

    ลักษณะภูมิอากาศ :
    สภาพภูมิอากาศ แบ่งออกเป็น 3 ฤดู
    ฤดูฝน ระหว่างเดือน พฤษภาคม-ตุลาคม
    ฤดูหนาว ระหว่างเดือน พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ จะมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 9 องศาเซลเซียส
    ฤดูร้อน ระหว่างเดือน มีนาคม-เมษายน จะมีอุณหภูมิสูงสุดประมาณ 34 องศาเซลเซียส

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
    สภาพป่าประกอบด้วยป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าสนเขา มีพันธุ์ไม้ได้แก่ ไม้ตะเคียน ยาง จำปีป่า ยมหอม มะม่วงป่า ยมป่า เสลา คงคำ แดง ประดู่ ตะแบก ตีนนก งิ้วป่า สนสองใบ สนสามใบ ไม้ก่อต่างๆ เต็ง รัง เป็นต้น

    สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ได้แก่ ช้างป่า กวาง เก้ง เลียงผา หมี เสือ หมูป่า ชะมด ลิง พังพอน เม่น ไก่ป่า ไก่ฟ้า และนกนานาชนิด อาทิเช่น นกเปล้า นกแก้ว นกขุนทอง นกขมิ้น นกปรอท และนกเหยี่ยว เป็นต้น

    จุดเด่นที่น่าสนใจ :
    จุดชมวิวบริเวณห้วยน้ำดัง (ดอยกิ่วลม)
    เป็นที่ตั้งของหน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ 2 (ห้วยน้ำดัง) เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากที่สุดและมีชื่อเสียงมากในด้านการท่องเที่ยวที่จะชมทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่ และเป็นที่รู้จักของชาวไทยและชาวต่างประเทศ เพื่อคอยชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกอันกว้างใหญ่ในช่วงฤดูหนาว

    สภาพธรรมชาติที่สวยงามของจุดชมวิวนี้ เมื่อยืนอยู่ที่บ้านพักของห้วยน้ำดังแล้วมองไปทางทิศตะวันออก ทำให้มองเห็นสภาพธรรมชาติที่สวยงาม ทิวทัศน์ของทิวเขาอันสลับซับซ้อนซึ่งมีดอยหลวงเชียงดาวที่สูงที่สุดอยู่ใจกลาง และในช่วงเช้าตรู่ของฤดูหนาวจะเกิดทัศนียภาพของทะเลหมอกที่สวยงาม ทางเข้าแยกจากถนนสายแม่มาลัย-ปาย ที่หลักกิโลเมตร 65-66 เป็นทางลูกรังประมาณ 6 กิโลเมตร

    จุดชมวิวดอยช้าง
    อยู่บนดอยช้างขึ้นไปทางเหนือของห้วยน้ำดัง มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,962 เมตร เห็นสภาพธรรมชาติของทิวเขาสลับซับซ้อน และทะเลหมอกในตอนเช้าตรู่

    น้ำตกห้วยน้ำดัง
    เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยน้ำดัง มีโขดหินมากมาย มีความสูงประมาณ 50 เมตร กว้าง 10 เมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามมากมีความสูง 3-4 ชั้น และสภาพโดยทั่วไปชุ่มชื้นไปด้วยพันธุ์ไม้ป่าดิบชื้น

    โป่งร้อน
    อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติแม่ปายฝั่งซ้ายตอนบน ท้องที่ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เส้นทางเข้าโป่งร้อนเป็นทางลูกรัง โดยแยกเข้าทางบ้านแม่ปิง ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร สภาพธรรมชาติของโป่งร้อนเป็นบ่อน้ำร้อนเปรียบเสมือนน้ำกำลังเดือดขึ้นเป็นฟอง และมีหมอกควันปกคลุมพื้นที่พร้อมทั้งมีน้ำร้อนไหลเรื่อยๆทั่วบริเวณกว้าง บ่อน้ำร้อนแห่งนี้มีบ่อใหญ่ 2 บ่อ นอกนั้นมีลักษณะเป็นน้ำผุดบางจุด และรอบๆโป่งร้อนเป็นต้นสักที่สมบูรณ์มาก ความร้อนของน้ำประมาณ 80 องศาเซลเซียส

    น้ำตกแม่เย็น
    เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยแม่เย็นหลวง ซึ่งจะไหลลงมาสู่แม่น้ำปายต่อไป สภาพน้ำตกเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดปี

    อุทยานแห่งชาติศรีลานนา น้ำตกม่อนหินไหล อ่างเก็บน้ำโครงการชลประทานเขื่อนแม่งัด น้ำพุเย็น น้ำตกเย็น ถ้ำบวกตอง

    อุทยานแห่งชาติศรีลานนามีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอเชียงดาว อำเภอพร้าว และอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วยสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นป่าต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำแม่ปิงตอนบน มีสัตว์ป่านานาชนิด และจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกตาดหิน อ่างเก็บน้ำ เป็นอุทยานแห่งชาติ 1 ใน 5 แห่ง ของโครงการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติเพื่อการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ วันที่ 5 ธันวาคม 2530 มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 1,406 ตารางกิโลเมตร หรือ 878,750 ไร่
    การเดินทาง :

    การเดินทางสามารถใช้ได้ 4 เส้นทาง คือ
    1. ทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง ลัดเลาะเลียบแม่น้ำปิง ป่าเชียงดาวฝั่งซ้าย แม่น้ำปิงช่วงอำเภอเชียงดาว เป็นถนนลาดยางสภาพดี
    2. ทางหลวงหมายเลข 1001 สายเชียงใหม่-พร้าว ผ่านป่าแม่แตง ป่าแม่งัด เป็นถนนลาดยางสภาพดี และตรงกิโลเมตรที่ 79 บ้านประดู่ ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว มีทางแยกเข้าอ่างเก็บน้ำชลประทานแม่แตงเข้าสู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ และน้ำตกม่อนหินไหลได้
    3. ทางหลวงหมายเลข 1150 สายปิงโค้ง เชียงดาว-พร้าว เป็นทางหลวงสายที่แยกจากทางหลวงหมายเลข 107 ผ่านป่าเชียงดาวตอนบนและป่าแม่งัดตอนบน
    4. ทางหลวงหมายเลข 1150 สายเชียงใหม่-เชียงราย ผ่านอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านไปยังอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย สภาพถนนลาดยางดีมาก

    ลักษณะภูมิประเทศ :
    สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนติดต่อกันกว้างขวาง เป็นป่าผืนใหญ่ในแนวเหนือใต้ เป็นต้นน้ำลำธารของ ลำห้วยต่างๆที่ไหลลงสู่แม่น้ำแม่ปิงตอนบน น้ำแม่งัด น้ำแม่กวง และน้ำแม่ฝาง ส่วนใหญ่ดินจะมีลักษณะเป็นดินร่วน มีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดี ดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง บางส่วนเกิดจากการสลายตัวของหินทราย หินปูน และหินดินดาน

    ลักษณะภูมิอากาศ :
    สภาพอากาศแบ่งออกได้เป็น 3 ฤดู คือ
    ฤดูฝน อยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม
    ฤดูหนาว อยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์
    ฤดูร้อน อยู่ระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
    สภาพป่าประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบชื้น และป่าดิบเขา มีพันธุ์ไม้นานาชนิด ได้แก่ ไม้ยาง กะบาก ยมหอม อบเชย ตะเคียนทอง ตะแบก สัก แดง ประดู่ กะบก เต็ง รัง เหียง พลวง ชิงชัน เป็นต้น ไม้พื้นล่างจะเป็นไม้ไผ่หลายชนิด ปาล์มต่างๆ เฟิร์น และไม้ตระกูลก่อสกุลต่างๆ เช่น ก่อเดือน ก่อตาหนู เป็นต้น

    สัตว์ป่า ประกอบด้วย เสือ เก้ง เลียงผา หมี หมูป่า ลิง กระต่ายป่า ไก่ป่า และนกนานาชนิด สำหรับบริเวณอ่างเก็บน้ำชลประทานแม่งัด จะมีนกสำคัญๆ เช่น นกเป็ดน้ำ นกกระยางขาว นกนางนวล

    จุดเด่นที่น่าสนใจ :
    น้ำตกม่อนหินไหล
    อยู่บริเวณป่าแม่งัดตอนห้วยแม่แพง ตำบลแม่ปั๋ง ตำบลแม่แวน ตำบลน้ำแพร่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ตอนบนของลำห้วยแม่แพงเป็นน้ำตกมีความสูงถึง 6 ชั้น แต่ละชั้นสูงประมาณ 5.15 เมตร โดยเฉพาะน้ำตกชั้นที่ 1,2,3 เป็นตาดหินลาดตลอดลงมา มีความสูงประมาณ 40 เมตร ส่วนตอนล่างของลำห้วยแม่แพง ประกอบด้วย 3 ชั้น แต่ละชั้นมีลักษณะเด่นที่แปลก ชั้นที่ 3 เป็นชั้นที่สวยงามที่สุด มีความสูงประมาณ 100 เมตร ความกว้างของน้ำตกประมาณ 15 เมตร เป็นตาดหินลาดเทเป็นแนวตรงลงมา มีน้ำตกไหลตลอดปี

    อ่างเก็บน้ำโครงการชลประทานเขื่อนแม่งัด
    เป็นอ่างเก็บน้ำที่ครอบคลุมอาณาเขตที่น้ำท่วมในบริเวณแม่แตง และป่าแม่งัด สภาพป่าธรรมชาติรอบๆอ่างเก็บน้ำ มีความสมบูรณ์มาก มีทิวทัศน์อันสวยงาม เหมาะที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำที่น่าสนใจ

    สภาพป่าธรรมชาติ
    มีทิวทัศน์สวยงามบริเวณเขตติดต่อระหว่างป่าแม่งัด อำเภอพร้าว และป่าเชียงดาว อำเภอเชียงดาว เป็นป่าสองข้างทางหลวง หมายเลข 1150 ประกอบด้วยป่าดงดิบชื้นที่สมบูรณ์สลับกับป่าเบญจพรรณ และเทือกเขาหินปูนอันสูงชัน คือ เทือกเขาดอย เผาสามเส้า ปรากฏเด่นเป็นฉากหลังสูงๆ ต่ำๆสวยงามมาก

    น้ำพุเย็น น้ำตกเย็น และถ้ำบวกตอง
    ตั้งอยู่บริเวณ กม.ที่ 42 ของถนนสายเชียงใหม่-พร้าว ตำบลหอพระ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นน้ำแร่มี CaCo3 พุพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน แล้วไหลเป็นลำธารและน้ำตกขนาดเล็ก พื้นลำธารแข็งเพราะมีสาร CaCo3 เคลือบอยู่แปลกตามาก

    อุทยานแห่งชาติดอยหลวง น้ำตกปูแกง น้ำตกจำปาทอง น้ำตกผาเกล็ดนาค

    อุทยานแห่งชาติดอยหลวง มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอแม่สรวย อำเภอพาน อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง อำเภอแม่ใจ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา เป็นอุทยานแห่งชาติที่ได้ยกฐานะมาจากวนอุทยานน้ำตกจำปาทอง วนอุทยานน้ำตกผาเกล็ดนาค วนอุทยานน้ำตกปูแกง และวนอุทยานน้ำตกวังแก้ว รวม 4 แห่ง มีพื้นที่ติดต่อเป็นผืนเดียวกัน มีสภาพธรรมชาติและจุดเด่นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่งของภาคเหนือ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 1,170 ตารางกิโลเมตร หรือ 731,250 ไร่
    การเดินทาง
    ที่ทำการ อุทยานแห่งชาติดอยหลวง อยู่บริเวณน้ำตกวังแก้ว อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง ตามรายละเอียดการเดินทางเข้าสู่น้ำตกวังแก้ว

    ลักษณะภูมิประเทศ
    สภาพเป็นเทือกเขา สูงทอดตัวแนวเหนือ-ใต้ โดยค่อนข้างสูงจากทางเหนือลงมาทางใต้ มีบริเวณ "ดอยหลวง" เป็นพื้นที่สูงสุด และสภาพดินเป็นดินลูกรังผสมหิน โดยเฉพาะบนยอดเขาจะมีดินสีดำอุดมไปด้วยแร่ธาตุ และหินมีลักษณะเป็นกรวดหรือหินปนทราย

    ลักษณะภูมิอากาศ
    ประกอบ ไปด้วยฤดูกาล 3 ฤดู คือ
    ฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายน-ตุลาคม
    ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม
    ฤดูร้อน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
    ประกอบไปด้วยป่าชนิดต่างๆปะปนกัน ได้แก่ ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้น และป่าเต็งรัง มีพันธุ์ไม้ เช่น ไม้สัก เสลา อินทนิล ตะเคียนหิน ตะเคียนทอง กระบก ยมหอม บุนนาค เต็ง รัง เหียง พลวง ไม้ก่อชนิดต่างๆ ไผ่ เป็นต้น

    สัตว์ป่า ประกอบด้วย กวาง เก้ง เสือ หมี หมูป่า อีเห็น ชะมด กระต่าย บ่าง ลิง และนกนานาชนิด

    จุดเด่นที่น่าสนใจ
    น้ำตกปูแกง
    เป็นน้ำตกที่มีการทับถมของหินปูนที่ปนมากับน้ำ ทำให้เกิดหินงอก หินย้อย และถ้ำมากมายในบริเวณน้ำตก เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บริเวณบ้านปูแกง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยปกติจะมีราษฎรในท้องถิ่นเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนอยู่เป็นประจำ การเดินทางไปน้ำตกมีทางลูกรัง แยกจากถนนสายเชียงราย-พะเยา เข้าไปถึงบริเวณน้ำตก ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เส้นทางใช้ได้ตลอดปี

    น้ำตกจำปาทอง
    เป็นน้ำตกที่พบเห็นในสภาพป่าดงดิบชื้นทั่วๆไป มีลักษณะเป็นน้ำตกสูงชัน น้ำใสสะอาด น้ำตกลงมาเป็นสายคล้ายงาช้างบ้าง ซึ่งราษฎรในท้องถิ่นก็ตั้งชื่อชั้นของน้ำตกที่เห็นตามลักษณะของน้ำตก การเดินทางเป็นทางลูกรัง แยกจากถนนสายเชียงราย-พะเยา ตรงหลักกิโลเมตรที่ 7 ก่อนจะถึงตัวจังหวัดพะเยา เข้าไปประมาณ 16 กิโลเมตรถึงบริเวณน้ำตก

    น้ำตกผาเกล็ดนาค
    เป็นน้ำตกที่เกิดในป่าดิบแล้ง อยู่ห่างจากบ้านต๋อมเข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร การเดินทางไปน้ำตกต้องเดินเท้าเข้าไปชม ความสวยงามของน้ำตกเกิดจากหิน และโขดหินต่างๆบริเวณน้ำตกที่มีลักษณะคล้ายเกล็ดนาค เมื่อถูกแสงแดดจะดูสวยงามมาก

    น้ำตกวังแก้ว
    เป็นน้ำตกที่สวยงามมากของอุทยานแห่งชาติดอยหลวง เกิดจากการทับถมของหินปูนที่ปนมากับน้ำ เช่นเดียวกับน้ำตกปูแกง แต่มีความสูงมากกว่าและมีชั้นของน้ำตกถึงประมาณ 102 ชั้น น้ำตกนี้จะมีน้ำตลอดทั้งปี สามารถเดินทางไปได้ 2 ทาง

    ทางแรกเริ่มเดินทางจากอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มายังสายลำปาง-อำเภอแจ้ห่ม จากอำเภอแจ้ห่ม เดินทางมายังอำเภอวังเหนือ อีกประมาณ 58 กิโลเมตร และจากอำเภอวังเหนือ เดินทางตามทางลูกรังระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตรก็จะถึงน้ำตกวังแก้ว

    ทางที่สอง แยกจากเส้นทางสายเชียงราย-เชียงใหม่ บริเวณบ้านแม่ขะจาน มีทางลาดยางประมาณ 16 กิโลเมตรจะถึงอำเภอวังเหนือ ซึ่งทางนี้สะดวกกว่าเส้นทางแรก

    น้ำตกวังทอง
    อยู่บริเวณใกล้เคียงกับน้ำตกวังแก้ว มีสภาพน้ำตกเช่นเดียวกันกับน้ำตกวังแก้ว แต่มีความสูงของน้ำตกน้อยกว่า การเดินทางเข้าไปยังไม่สะดวกเท่าที่ควร

    ถ้ำนางพญาปางดินไฟ
    เป็นถ้ำที่อยู่บริเวณน้ำตกวังแก้ว เป็นถ้ำไม่ลึกมากนัก ผนังถ้ำมีหินงอก หินย้อยที่เกิดจากหินปูน

    นอกจากนี้ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ที่มีความสวยงามและน่าศึกษาค้นคว้า เป็นต้นว่าหมู่บ้านชาวเขาหรือการเดินป่าชมธรรมชาติ

    เขาใหญ่ สถานที่กางเต็นท์ ผากล้วยไม้ ลำตะคองลำพระเพลิง น้ำตกนางรอง น้ำตกสาริกา น้ำตกเหวสุวัต น้ำตกเหวนรก จุดชมวิว เส้นทางเดินป่า

    อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกอบไปด้วยขุนเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนหลายลูก เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารที่สำคัญถึง 5 สาย เช่น แม่น้ำนครนายก แม่น้ำมูล อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิด เช่น ช้างป่า กวาง เก้ง กระทิง ตลอดจนมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม
    การเดินทาง

    การเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไปได้หลายทางดังนี้

    1. ถนนพหลโยธินผ่านรังสิตถึงสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนมิตรภาพผ่านมวกเหล็กไปทางอำเภอปากช่อง ก่อนถึงอำเภอปากช่องเลี้ยวเข้าถนนธนรัตน์ ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 205 กิโลเมตร

    2. ถนนพหลโยธินผ่านรังสิต ผ่านหนองแค เลี้ยวขวาสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 305 (สุวรรณศร)ที่หินกอง ผ่านตัวเมืองนครนายกถึงสี่แยกเนินหอม หรือวงเวียนนเรศวร ก่อนเข้าตัวเมืองปราจีนบุรีเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนปราจีนบุรี-เขาใหญ่ รวมระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร

    3. ถนนพหลโยธิน เลี้ยวขวาบริเวณรังสิต เข้าสู่ทางหลวงสายรังสิต-องค์รักษ์ และสายองค์รักษ์-นครนายก บรรจบกับเส้นทางสายที่ 2 แล้วเดินทางต่อตามเส้นทางสายที่ 2

    สถานที่กางเต็นท์ผากล้วยไม้
    นำเต๊นท์และเครื่องนอนมาเอง  หากไม่มีเต๊นท์และเครื่องนอน อุทยานฯมีบริการให้เช่า

    หมายเหตุ : ต้องติดต่อที่สถานที่กางเต็นท์ผากล้วยไม้ก่อนเวลา 18.00 น. ของวันที่จะพักค้างแรม หลังเวลาดังกล่าวไม่อนุญาตให้พักค้างแรม

    สาธารณูปโภค มีถนนระบบสองทางเชื่อมโยงไปยังจุดท่องเที่ยวและนันทนาการต่างๆอย่างทั่วถึง ความยาวรวมกันกว่า 86 กิโลเมตร มีไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง

    รถบริการส่องสัตว์ไม่เกิน 12 คน ราคา 300 บาท/คัน
    รถบริการส่องสัตว์ไม่เกิน 25 คน ราคา 450 บาท/คัน
    รถบริการส่องสัตว์ไม่เกิน 40 คน ราคา 600 บาท/คัน
    รถสวัสดิการนำเที่ยว สายด่านตรวจศาลเจ้าพ่อฯ-น้ำตกเหวสุวัต
    หมายเหตุ : ให้ติดต่อสำรองรถส่องสัตว์ได้ที่ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ภายในเวลา 18.00 น.ของวันที่จะส่องสัตว์ อนึ่ง ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวส่องสัตว์ด้วยตนเอง ฝ่าฝืนจับ-ปรับ

    นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก หน่วยกู้ภัย พยาบาลสนาม ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่คอยให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกตลอดเวลา

    ลักษณะภูมิประเทศ
    สภาพทั่วๆไปของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกอบด้วยเทือกเขาที่สลับซับซ้อนกันหลายลูก ได้แก่ เขาร่ม ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด 1,351 เมตร เขาแหลมสูง 1,326 เมตร เขาเขียวสูง 1,292 เมตร เขาสามยอดสูง 1,142 เมตร เขาฟ้าผ่าสูง 1,078 เมตร เขากำแพงสูง 875 เมตร เขาสมอปูนสูง 805 เมตร และเขาแก้วสูง 802 เมตร วัดความสูงจากระดับน้ำทะเลเป็นเกณฑ์ และยังประกอบด้วยทุ่งกว้างสลับกับป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกพื้นที่จะลาดลง ทางทิศใต้และทิศตะวันตกเป็นที่สูงชันขึ้นไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำที่สำคัญถึง 5 สาย ดังนี้

    แม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำนครนายก
    อยู่ในพื้นที่ด้านทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งมีความสำคัญต่อการเกษตรกรรมและระบบเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาคนี้ แม่น้ำทั้ง 2 สายนี้ พบกันที่จังหวัดฉะเชิงเทรา กลายเป็นแม่น้ำบางปะกงแล้วไหลลงสู่อ่าวไทย

    แม่น้ำลำตะคองและลำพระเพลิง
    อยู่ในพื้นที่ด้านทิศเหนือ ไหลไปหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมของที่ราบสูงโคราช ไปบรรจบกับแม่น้ำมูล ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของภาคอีสานตอนล่าง ไหลลงสู่แม่น้ำโขง

    ห้วยมวกเหล็ก
    ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำไหลตลอดทั้งปี และให้ประโยชน์ทางด้านการเกษตร โดยเฉพาะการปศุสัตว์ของภูมิภาคนี้ ไหลลงสู่แม่น้ำป่าสัก ที่อำเภอมวกเหล็ก

    ลักษณะภูมิอากาศ
    สภาพป่ารกทึบ ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ทำให้เกิดพายุฝนตกชุกตามฤดูกาล อากาศไม่ร้อนจัดหรือหนาวจัดจนเกินไป จัดอยู่ในประเภทเย็นสบายเหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยว และประกอบกิจกรรมนันทนาการชนิดต่างๆอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 23 องศาเซลเซียส

    ฤดูร้อน
    แม้ว่าอากาศจะร้อนอบอ้าวในที่อื่นใด แต่บนเขาสูงเช่นเขาใหญ่ อากาศกำลังเย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อนเล่นน้ำในลำธารและนำอาหารไปรับประทาน ดอกไม้ป่าหลากสีสันกำลังบานสะพรั่งออกดอกออกผลตามฤดูกาล

    ฤดูฝน
    เป็นช่วงหนึ่งของปีที่สภาพธรรมชาติบนเขาใหญ่ชุ่มฉ่ำ ป่าไม้และทุ่งหญ้าเขียวขจีสดสวย น้ำตกทุกแห่งไหลแรงเสียงดังก้องป่าให้ชีวิตชีวาแก่ผู้มาเยือน แม้การเดินทางจะลำบากสักหน่อยแต่จำนวนนักท่องเที่ยวก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย

    ฤดูหนาว
    ในช่วงเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ เป็นฤดูที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเขาใหญ่มากที่สุด ท้องฟ้าสีครามแจ่มใสตัดกับสีเขียวขจีของป่าไม้ พยับหมอกที่ลอยเอื่อยไปตามทิวเขา ดวงอาทิตย์กลมโตอยู่เบื้องหน้าไกลโพ้น อากาศที่หนาวเย็นในตอนกลางคืนแต่รุ่งเช้าของวันใหม่เราจะพบกับธรรมชาติที่สวยงามแตกต่างไปจากเมื่อวานอีกรูปแบบหนึ่ง

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
    1.ป่าเบญจพรรณแล้ง
    ลักษณะของป่าชนิดนี้อยู่ทางด้านทิศเหนือซึ่งมีระดับความสูงระหว่าง 200-600 เมตร จากระดับน้ำทะเล ประกอบไม้ยืนต้นประเภทผลัดใบ เช่น มะค่าโมง ประดู่ ตะแบก ตะเคียน หนู แดงนนทรีย์ ซ้อ ปออีเก้ง สมอพิเภก ตะคล้ำ เป็นต้น พืชชั้นล่างมีไม้ไผ่และหญ้าต่างๆรวมทั้งกล้วยป่าด้วย ในฤดูแล้งป่าชนิดนี้จะมีไฟไหม้ลุกลามเสมอ และตามพื้นป่า จะมีหินปูนผุดขึ้นทั่วๆไป

    2.ป่าดงดิบแล้ง
    ลักษณะป่าชนิดนี้มีอยู่ทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นที่ราบลูกเนินในระดับความสูง 200-600 เมตรจากระดับน้ำทะเล ไม้ชั้นบนได้แก่ ไม้ยางนก พันจำ เคี่ยมคะนอง ตะเคียนทอง ตะเคียนหิน ตะแบก สมพงสอง สลึง มะค่าโมง ปออีเก้ง สะตอ ซาก และคอแลนเป็นต้น ไม้ยืนต้นชั้นรองลงมามี กระเบา กลัก หลวงขี้อาย และกัดลิ้น เป็นต้น พืชจำพวกปาล์ม เช่น หมากลิง และลาน พืชชั้นล่างประกอบด้วย พืชจำพวกมะพร้าวนกคุ้ม พวกขิง ข่า กล้วยป่าและเตย เป็นต้น

    3.ป่าดงดิบชื้น
    ลักษณะป่าชนิดนี้เป็นป่าที่อยู่ในระดับความสูง 400-1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล จะมีชนิดไม้คล้ายคลึงกับป่าดงดิบแล้ง เพียงแต่ว่ามีพันธุ์ไม้วงศ์ยางขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ยางกล่อง ยางขน ยางเสี้ยน และกระบาก โดยเฉพาะพื้นที่ถูกรบกวนจะพบชมพูป่า และกระทุ่มน้ำขึ้นอยู่โดยทั่วไป พันธุ์ไม้ผลัดใบเช่น ปออีเก้ง สมพง และกว้าว แทบจะไม่พบเลย บริเวณริมลำธารมักจะมีไม้ไผ่ลำใหญ่ๆคือ ไผ่ลำมะลอกขึ้นอยู่เป็นกลุ่ม ป่าดิบชื้นบนที่สูงขึ้นไปจะมียางปายและยางควน นอกจากไม้ยางแล้วไม้ชั้นบนชนิดอื่นๆยังมี เคียนคะนอง ปรก บรมือ จำปีป่า พะดงและทะโล้ ไม้ชั้นรองได้แก่ ก่อน้ำ ก่อรัก ก่อด่าง และก่อเดือย ขึ้นปะปนกัน

    4.ป่าดิบเขา
    ป่าชนิดนี้ เกิดอยู่ในที่มีอากาศเย็นบนภูเขาสูง ที่อยู่จากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตรขึ้นไป สภาพป่าแตกต่างไปจากป่าดงดิบชื้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีไม้วงศ์ยางขึ้นอยู่เลย พันธุ์ไม้ที่พบเป็นไม้เนื้ออ่อน เช่น พญาไม้ มะขามป้อมดง ขุนไม้ และสนสามพันปี และไม้ก่อชนิดต่างๆที่พบขึ้นในป่าดงดิบชื้น นอกจากก่อน้ำและก่อต่างๆ ความสูงจากระดับน้ำทะเล 600-900 เมตรเท่านั้น ตามเขาสูงจะพบกำลังเสือโคร่งขึ้นกระจัดกระจาย ไม้ชั้นรองได้แก่ เก็ดส้าน ส้มแปะ แกนมอ เพลาจังหัน และหว้า พืชชั้นล่าง ได้แก่ ต้างผา กำลังกาสา ตัวผู้ กูด และกล้วยไม้ดิน

    5.ทุ่งหญ้าและป่ารุ่นหรือป่าเหล่า
    ลักษณะป่าชนิดนี้เป็นผลเสียเนื่องจากการทำไร่เลื่อนลอยในอดีต ก่อนมีการจัดตั้งป่าเขาใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติได้มีราษฎรอาศัยอยู่ และได้แผ้วถางป่าทำไร่ เมื่อมีการอพยบราษฎรลงไปสู่ที่ราบ บริเวณไร่ดังกล่าวจึงถูกปล่อยทิ้ง ต่อมามีสภาพเป็นทุ่งหญ้าคาเสียส่วนใหญ่ บางแห่งมีหญ้าแขม หญ้าพง หญ้าขนตาช้างเลา และตองกง และยังมีกูดชนิดต่างๆขึ้นปะปนอยู่ด้วย เช่น โขนใหญ่ กูดปิ้ด โขนผี กูดงอดแงด และกูดตีนกวาง ปัจจุบัน พื้นที่ป่าทุ่งหญ้าบางแห่งได้กลับฟื้นคืนสภาพเป็นป่าละเมาะบ้างแล้ว

    สัตว์ป่า
    อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่าชุกชุมมาก ในบางโอกาสขณะขับรถยนต์ไปตามถนน จะสามารถเห็นสัตว์ป่าเดินผ่านหรือออกหากินตามทุ่งหญ้า หรืออาจจะเห็นโขลงช้างออกหากินริมถนนบริเวณตั้งแต่ที่ชมวิว กิโลเมตรที่ 30 จนถึงปากทางเข้าหนองผักชี ตลอดจนโป่งต้นไทร ลูกช้างเล็กๆซน และน่ารักมาก ในปัจจุบันถ้าขับรถยนต์ขึ้นเขาใหญ่ทางด่านตรวจเนินหอมข้ามสะพานคลองสามสิบไปแล้ว ก็สามารถเห็นโขลงช้างได้เหมือนกัน โดยเฉพาะในตอนกลางคืน จากการศึกษาตามโครงการการอนุรักษ์ช้างป่า และการจัดการพื้นที่ป้องกัน(Elephant Conservation and Protected area management) โดย Mr. Robert J. Dobias ภายใต้ความร่วมมือของ WWF และ IUCN ในปี 2527-2528 พบว่ามีจำนวนประมาณ 250 เชือก

    สัตว์ป่าที่สามารถพบเห็นได้บ่อยๆและตามโอกาสอำนวย ได้แก่ เก้ง กวาง ตามทุ่งหญ้าทั่วๆไป นอกจากนี้ยังพบเสือโคร่ง กระทิง เลียงผา หมี เม่น ชะนี พญากระรอก หรือหมาไม้ ชะมด อีเห็น กระต่ายป่า นก ฯลฯ จำนวน 200 ชนิด จากจำนวนไม่น้อยกว่า 293 ชนิดที่สำรวจพบอาศัยป่าเขาใหญ่เป็นแหล่งอาหารและที่อาศัยอย่างถาวร นกที่น่าสนใจและพบเห็นบ่อยๆได้แก่ นกเงือก นกขุนทอง นกขุนแผน นกพญาไฟ นกแต้วแร้ว นกโพระดก นกแซงแซว นกเขา นกกระปูด ไก่ฟ้า และนกกินแมลงชนิดต่างๆ นกเงือกทั้ง 3 ชนิดที่พบบนเขาใหญ่ นับว่าเป็นสิ้งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชอบดูนกเป็นอย่างดี เพราะพบเห็นได้โดยทั่วไป พวกแมลงที่มีมากก็คือ ผีเสื้อชนิดต่างๆที่สวยงามมีประมาณ 5,000 ชนิด

    จุดเด่นที่น่าสนใจ
    อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นับว่าเป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญนั้นก็คือ น้ำตกที่สวยงาม มีน้ำตกน้อยใหญ่เกิดขึ้นหลายแห่ง ซึ่งสำรวจพบและทำเส้นทางเดินเท้าไปถึงแล้วประมาณ 30 แห่ง ที่มีความสวยงามแตกต่างกันไปตามสภาพธรรมชาติของภูมิประเทศ เป็นที่รู้จักกันดี เช่น

    น้ำตกนางรองและน้าตกสาริกา
    น้ำตกทั้ง 2 แห่ง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนครนายก มีชื่อเสียงมาช้านาน ก่อนการจัดตั้งอุทยานฯ การเดินทางไปยังน้ำตกทั้ง 2 แห่งนี้ ทำได้โดยสะดวกเพราะมีถนนลาดยาง แยกจากถนนสุวรรณศรเข้าไปประมาณ 20 กิโลเมตร

    น้ำตกกองแก้ว
    เป็นน้ำตกเตี้ยๆที่เกิดจากห้วยลำตะคอง ในฤดูฝนจะดูสวยงามมากเหมาะสำหรับการเล่นน้ำ ใกล้บริเวณน้ำตกจะมีสะพานแขวนข้ามลำห้วย 2 สะพาน ห้วยลำตะคองเป็นแนวเขตแบ่ง 2 จังหวัด คือ จังหวัดนครนายก และจังหวัดนครราชสีมา น้ำตกแห่งนี้อยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 100 เมตร

    น้ำตกผากล้วยไม้
    เป็นน้ำตกขนาดกลาง ที่อยู่ในห้วยลำตะคองเช่นเดียวกัน ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 7 กิโลเมตร สามารถเข้าถึงได้โดยทางรถยนต์และทางเดินเท้า น้ำตกผากล้วยไม้จะมีกล้วยไม้หวายแดงขึ้นอยู่ ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของน้ำตกแห่งนี้

    น้ำตกเหวสุวัต
    เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากจนเป็นที่รู้จักของประชาชนโดยทั่วไป น้ำตกเหวสุวัตนี้อยู่สุดถนนธนะรัชน์หรือจะเดินเท้าต่อจากน้ำตกผากล้วยไม้ไปก็ได้ ประมาณ 3 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นสายน้ำตกลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตรเศษ บริเวณด้านล่างของน้ำตกเป็นแอ่งน้ำและลำธารเหมาะที่จะลงเล่นน้ำ แต่สำหรับฤดูฝนน้ำจะมากและไหลแรง และค่อนข้างเย็นจัด

    น้ำตกเหวนรก
    เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสูงที่สุด อยู่ทางด้านทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ๋ มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกสูงประมาณ 60 เมตร เมื่อน้ำไหลผ่านหน้าผาชั้นนี้ จะไหลลงสู่หน้าผาชั้นที่สองและที่สามที่อยู่ถัดลงไปใกล้ๆกัน ในลักษณะการไหลตก 90 องศา รวมความสูงไม่ต่ำกว่า 150 เมตร เป็นสายน้ำที่ไหลทะลักไปสู่หุบเหวเบื้องล่าง ในฤดูฝนน้ำจะไหลแรงมากจนดูน่ากลัว

    น้ำตกไม้ปล้อง
    เป็นน้ำตกที่พบมานาน ได้รับการปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ มัทั้งหมด 5 ชั้น ลดหลั่นกันลงมา ชั้นสูงสุดไม่เกิน 12 เมตร มีลักษณะคล้ายคลึงกับน้ำตกเหวนรก หรือเหวสุวัต ความงามตลอดเส้นทางเดินเท้าประกอบด้วย โขดหินเล็กใหญ่และลำธารที่สวยงาม การเดินทางไปน้ำตกแห่งนี้เริ่มต้นที่วังตะไคร้ โดยการเดินเท้าตามเส้นทางเดินเท้าระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร ผู้สนใจติอต่อได้ที่หน่วย ขญ.9(นางรอง) มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้ด้วย

    น้ำตกวังเหว
    เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีความกว้างประมาณ 40-60 เมตร ในฤดูฝนน้ำมากและไหลแรง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ ขญ.6(ไสใหญ่)ประมาณ 17 กิโลเมตร อยู่ใจกลางป่าทางด้านทิศตะวันออกของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ การเดินทางจะต้องใช้เวลาในการเดินทางถึง 2 วัน จึงเหมาะกับผู้ที่ชอบการผจญภัยและพักค้างแรมในป่าเป็นอย่างยิ่ง ตลอดเวลาการเดินทางจะพบกับพันธุ์ไม้นานาชนิด และแก่งหินที่สวยงามตามธรรมชาติ นับเป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง

    น้ำตกตะคร้อ, น้ำตกสลักได,น้ำตกส้มปล่อย,น้ำตกพันธุ์ทิพย์
    เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่สวยงามอยู่ใกล้กับที่ทำการหน่วยพิทักษ์ ขญ.7(ประจันตคาม)เหมาะสำหรับพักผ่อนเล่นน้ำ ในทุกๆวันจะมีนักท่องเที่ยวในท้องถิ่นและใกล้เคียงไปเที่ยวชมและเล่นน้ำตกนี้ไม่ขาดสาย โดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์จะมีนักท่องเที่ยวจากถิ่นอื่นไปเที่ยวมากเหมือนกัน

    น้ำตกแก่งกฤษณา น้ำตกเหว น้ำตกจั๊กจั่น น้ำตกเหวอีอ่ำ
    เป็นน้ำตกขนาดเล็กและขนาดใหญ่ที่มีความงดงามไม่แพ้แห่งอื่นๆโดยเฉพาะน้ำตกเหวอีอ่ำมีความสูงประมาณ 25 เมตร เหมาะสำหรับการพักแรมในป่าจะได้ชมทิวทัศน์ธรรมชาติรอบกายอย่างเพลิดเพลินใจ

    น้ำตกผาไทรคู่ น้ำตกผากระชาย
    เป็นน้ำตกขนาดกลางที่เกิดจากห้วยโกรกเค้บริเวณเขาแหลมอยู่ทางด้านทิศเหนือของอุทยานฯ มีความสูงประมาณ 15 เมตร ไหลลาดไปตามพื้นหินเหมาะสำหรับผู้ชอบผจญภัยค้างแรมในป่า อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ ขญ.2(กระดาษ) ประมาณ 12-15 กิโลเมตร น้ำตกทั้ง 2 แห่งเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามอีกรูปแบบหนึ่ง

    น้ำตกแก่งหินเพลิง
    เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่อยู่ไม่ไกล ประมาณ 5 กิโลเมตรจากหน่วยพิทักษ์ฯ ขญ.2(กระดาษ) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประจำท้องถิ่น

    น้ำตกเหวไทร
    เป็นน้ำตกอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใต้ถัดไปจากน้ำตกเหวสุวัต ห่างจากน้ำตกเหวสุวัตประมาณ 700 เมตร น้ำตกนี้มีลักษณะเป็นหน้าผากว้างเต็มลำห้วย สูงประมาณ 5 เมตร ในฤดูฝนน้ำตกนี้จะไหลแรงเต็มหน้าผาสวยงามน่าชมมาก การเดินทางไปน้ำตกเหวไทรไปได้ 2 เส้นทาง คือเดินต่อไปจากเหวสุวัตระยะทางประมาณ 700 เมตร หรือจะเดินไปจากที่ทำการอุทยานฯไปตามเส้นทางเดินเท้าสายกองแก้ว-เหวสุวัตก็ได้ ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร ตามสองข้างทางเดินที่ผ่านไป จะมีสิ่งที่น่าสนใจอย่างอื่นมากมาย เช่น สมุนไพร และเห็ดป่า เป็นต้น

    น้ำตกเหวประทุน
    เป็นน้ำตกที่อยู่ในห้วยลำตะคองอีกแห่งหนึ่งเหมือนกัน อยู่ถัดจากน้ำตกเหวไทรประมาณ 2 กิโลเมตรเศษ จะเดินทางจากน้ำตกเหวสุวัตไปก็ได้ หรือจะเดินจากที่ทำการอุทยานฯไปก็ได้ เดินตามเส้นทางเดินเท้ากองแก้ว-เหวสุวัต ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร น้ำตกนี้มีลักษณะเป็นหน้าผากว้างและสูงสวยงามมาก

    น้ำตกมะนาว
    เป็นน้ำตกขนาดเล็กๆที่สวยงามอีกรูปแบบหนึ่ง อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เดินไปตามเส้นทางเดินเท้าออกจากด้านหลังอาคารโภชนาการ ททท.เขาใหญ่ ประมาณ 5-6 กิโลเมตร จะผ่านป่าดงดิบชื้นที่มีพันธุ์ไม้เล็กใหญ่และไม้สมุนไพรที่น่าสนใจศึกษา

    น้ำตกตาดตาภู่
    น้ำตกนี้อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอุทยานฯ เกิดจากห้วยระย้า เป็นน้ำตกที่มีลักษณะเป็นโขดหินและลานหินที่มีน้ำไหลหลั่นเป็นทอดลาดเอียงไปข้างล่างประมาณ 100 เมตร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบพักค้างแรมในป่า ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ใกล้ๆน้ำตกจะมีทุ่งหญ้าสลับกับป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของสัตว์ป่านานาชนิด ที่เห็นประจำได้แก่ เก้ง กวาง ช้างป่า กระทิง นกนานาชนิด เป็นต้น

    น้ำตกตาดตาคง
    เป็นน้ำตกที่งดงามและสูงอีกแห่งหนึ่ง ที่อยู่ถัดไปจากน้ำตกตาดตาภู่ประมาณ 4 กิโลเมตรเศษ การเดินทางจะเริ่มต้นที่ด่านหลังโภชนาการ ททท. เขาใหญ่ ก็ได้ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร หรือจะเริ่มต้นที่ กม.55 ถนนเขาใหญ่-ปราจีนบุรีก็ได้ ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร

    กลุ่มน้ำตกผาตะแบก
    น้ำตกนี้เป็นน้ำตกขนาดที่ไม่เล็กมากนัก เกิดบนห้วยน้ำซับลักษณะของน้ำตกเป็นชั้นๆลดหลั่นกันลงไป 5 ชั้น จากปากทางเข้าบนถนนสายเขาใหญ่-ปราจีนบุรี ช่วงระหว่าง กม. 6.5-7 จะมีทางเดินเท้าที่อุทยานฯจัดทำเอาไว้ เดินเข้าไปเพียง 500 เมตร ก็จะถึงน้ำตกแห่งแรก คือน้ำตกผากระจายและเดินต่อไปอีกจะถึงน้ำตกผาหินขวาง น้ำตกผารากไทร น้ำตกผาชมพู และน้ำตกผาตะแบก รวมระยะทางในการเดินเท้าทั้งสิ้น ประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ

    จุดชมทิวทัศน์
    จุดชมวิวทิวทัศน์ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่เด่นๆมีด้วยกัน 3 จุด คือ

    จุดชมทิวทัศน์ กม.30 ถนนธนรัตน์
    อยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 680 เมตรจากระดับน้ำทะเล สามารถชมทิวทัศน์ด้านทิศเหนือของอุทยานฯได้เป็นบริเวณกว้างและสวยงาม มองเห็นเทือกเขาสลับซับซ้อน แม้แต่ทุ่งนาหมู่บ้านท่ามะปรางที่อยู่ห่างไกล ก็ช่วยแต้มเติมให้ภูมิทัศน์งดงามยิ่ง

    จุดชมทิวทัศน์เขาเขียว (ผาตรอมใจ)
    นับเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามน่าชมและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก มีลักษณะคล้ายผานกเค้าที่ภูกระดึง จะมองเห็นภูเขาร่มขวางอยู่เป็นแนวยาว และทิวทัศน์ที่สวยงามด้านจังหวัดปราจีนบุรี ตอนเช้าตรู่จะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าเป็นดวงกลมสีแดงเหนือสันเขาร่มที่สวยงาม

    จุดชมทิวทัศน์ กม.9
    อยู่ช่วงกิโลเมตรที่ 9 ถนนขึ้นเขาเขียว สามารถมองทิวทัศน์ป่าไม้และภูเขาด้านทิศเหนือตลอดแนวได้เป็นอย่างดี

    เส้นทางเดินป่าประเภทเดินเที่ยวได้ภายในวันเดียว
    ทางเดินป่าแต่ละสายก็มีสิ่งที่น่าสนใจแตกต่างกันไป สำหรับเส้นทางเดินป่ามีดังนี้

    สายน้ำตกผากล้วยไม้-เหวสุวัต
    ทางสายนี้เลียบริมฝั่งลำตะคองไปโดยตลอด เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวทั่วไปรู้จัก ระยะทางจากสถานที่กางเต็นท์ผากล้วยไม้-น้ำตกผากล้วยไม้-น้ำตกเหวสุวัต รวมระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร

    สายน้ำตกเหวสุวัต-น้ำตกเหวไทร-น้ำตกเหวประทุน
    ทางเดินสายนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เป็นทางเดินบนไหล่เขาและสันเขาผ่านป่าแล้ววกลงสู่น้ำตกในหุบเขา รวมระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร

    สายหนองผักชี-คลองอีเฒ่า-บึงไผ่-ด่านช้าง
    เส้นทางนี้ผ่านป่าทึบและทุ่งหญ้าที่ชอบออกดอกขาวโพลนไปทั่วในช่วงฤดูฝน มีระยะทางไกลพอสมควร ใช้เวลาเดินประมาณ 5-7 ชั่วโมง มีทากเยอะ สำหรับผู้ที่ต้องพักแรมในระหว่างทางก็สามารถเตรียมอุปกรณ์ไปขอพักได้ที่บ้านพักยามสายตรวจคลองอีเฒ่า และบ้านพักยามสายตรวจบึงไผ่

    สายดงงูเห่า-โป่งเครื่องบิน-ซากเครื่องบินตก
    เป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่มีสัตว์ป่าชุกชุมมาก ระยะทางไม่ไกลนัก ประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1-2 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินป่าตามทางสายนี้ควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง

    สายน้ำตกกรองแก้ว-น้ำตกเหวสุวัต
    ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร เส้นทางนี้นักท่องเที่ยวไม่ค่อยนิยม เพราะทางเดินผ่านไปในป่าทึกและรกมาก ทั้งมีทากชุกชุมด้วย การเดินทางไปน้ำตกเหวสุวัตมีทางอื่นที่สะดวกกว่า

    สายชายป่าเขาเขียว-น้ำตกนางรอง
    เป็นเส้นทางเดินที่มีระยะทางไกลมากสายหนึ่ง แต่ก็เป็นที่นิยม ใช้เวลาเดินผ่านทุ่งหญ้าคาและหย่อมป่าลาดลงเล็กๆ และมีการปีนเขาสูงชันในช่วงสุดท้าย จึงอาจต้องใช้เวลาสำหรับเส้นทางนี้หนึ่งวันเต็มๆ

    เส้นทางเดินป่าที่ต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งวัน

    การเดินทางตามเส้นทางนี้ นักท่องเที่ยวจะต้องเตรียมอาหารและเครื่องนอนติดไปด้วย มีเส้นทางดังนี้

    จุดตรวจเนินหอม-เขาสมอปูน
    เส้นทางขึ้นเขาสมอปูนมีอยู่มากกว่าหนึ่งเส้นทาง แต่แนะนำให้ใช้เส้นทางขึ้นบริเวณจุดตรวจเนินหอม ซึ่งเป็นด่านขึ้นเขาใหญ่ ด้านที่เดินทางมาจากนครนายก/ปราจีนบุรี เพื่อจะได้ติดต่อเจ้าหน้าที่หน่วยเนินหอมนำทางขึ้นเขาสมอปูน

    เขาสมอปูน
    เป็นเสมือนแหล่งท่องเที่ยวขึ้นหน้ามาแรงของเขาใหญ่ เนื่องจากมีความบริสุทธิ์สวยงามมาก ลักษณะเป็นเทือกเขายอดตัด พื้นที่ราบบนยอดเขามีสภาพเป็นทุ่งหญ้าสวนหิน สลับกับป่าแคระและป่าดิบบางส่วน ด้วยสภาพที่เป็นลานหินทรายและทุ่งหญ้า ในช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาวบนนั้นจะมีดอกไม้ป่าที่สวยงาม เช่น กล้วยไม้ดิน"ม้าวิ่ง" ดอกกระดุมเงิน พราวทั่วไป นับว่าคุ้มค่าต่อการปีนป่ายเขาที่สุด การเดินทางจะต้องเตรียมอาหารและเครื่องนอนไปค้างแรม

    สายน้ำตกเหวสุวัต-ยอดเขาแหลม
    เป็นทางเดินป่าที่มีระยะทางไกลและยากลำบากมาก ในปี 2515 เคยมีการตั้งรางวัลสำหรับหญิงไทยคนแรกที่สามารถเดินป่าเส้นทางนี้ไปยังยอดเขาแหลมเป็นเงินถึง 60,000 บาท ต่อมาเส้นทางนี้มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจอย่างสูง ระยะเวลาในการเดินทางไปกลับและพักแรมตามเส้นทางนี้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน

    สายมอสิงโต-น้ำตกมะนาว-น้ำตกตาดตาภู-น้ำตกตาดตาคง
    เส้นทางนี้เป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่นักเดินทาง นักนิยมธรรมชาติแต่ละคน ชอบนำมาบอกเล่าถึงความงามและการผจญภัยอันน่าตื่นเต้น เป็นทางเดินป่าที่ผ่านน้ำตกมากมาย เช่นเดียวกับเส้นทาง "กม.5-น้ำตกผากระจาย-น้ำตกผาชมพู-น้ำตกผาตะแบก"

    น้ำตกเขาชะเมา ผาสวรรค์ น้ำตกคลองปลาก้าง น้ำตกคลองหินเพลิง เขาวง ศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพร

    น้ำตกเขาชะเมา (น้ำตกคลองน้ำใส) แยกจากถนนสุขุมวิทที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๒๗๔ เข้าไปประมาณ ๑๖ กิโลเมตร ลักษณะน้ำตกเป็นธารน้ำใสรองรับน้ำตกขนาดใหญ่ยาวประมาณ ๓ กิโลเมตร ประกอบด้วยน้ำตกที่สวยงาม ๗ ชั้น ได้แก่ วังหนึ่ง วังมัจฉา วังมรกต วังไทรงาม ผากล้วยไม้ ช่องแคบ และน้ำตกหกสาย โดยเฉพาะในชั้น          วังมัจฉามีปลาพลวงซึ่งเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่อาศัยอยู่ชุกชุม
  • ผาสวรรค์  จากที่ทำการไปประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร ซึ่งเป็นจุดชมทิวทัศน์ได้กว้างไกล ระหว่างเดินทางสามารถพบเห็นธรรมชาติที่สวยงาม และพันธุ์ไม้นานาชนิด เหมาะแก่การศึกษาค้นคว้าทางธรรมชาติ ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง

  • น้ำตกคลองปลาก้าง  อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ ๓ กิโลเมตร น้ำตกมีหลายชั้น ตลอดทางเป็นป่ามีพันธุ์ไม้จำพวกเฟิร์น และกล้วยไม้ขึ้นอยู่ทั่วไป

  • น้ำตกคลองหินเพลิง   ตั้งอยู่ทางด้านจังหวัดจันทบุรี ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีน้ำไหลตลอดปี สภาพป่ายังสมบูรณ์ ตลอดสองข้างทางของน้ำตกมีดงว่าน และดอกไม้ที่แปลกตา มีสัตว์ป่าที่อาจพบเห็นได้

  • เขาวง  มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนหลายลูกล้อมเป็นวง เป็นที่ราบลุ่มอยู่ตรงกลาง บางส่วนเป็นภูเขาสูงชันมีหน้าผาชะโงก และหินงอก หินย้อยที่สวยงาม ประมาณ ๘๐ ถ้ำ ถ้ำที่น่าสนใจได้แก่ ถ้ำเพชร ถ้ำละคร ถ้ำสิงห์โต ถ้ำค้างคาว ถ้ำโรงบ่อน ถ้ำเต่า เป็นต้น  นอกจากนี้ที่บริเวณเขาวงยังเป็นแหล่งอาศัยของเลียงผาที่เป็นสัตว์ป่าสงวนด้วย

  • ศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรฯ อยู่ตรงข้ามกับทางแยกเข้าอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง ตรงกิโลเมตรที่ ๒๗๘  เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร หรือจะเข้าทางถนนที่เข้าสู่ปากน้ำประแสร์ อีกทางหนึ่งก็ได้ ภายในศาลประดิษฐานรูปหล่อเท่าองค์จริงของพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย และเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองระยอง
  • อำเภอเมือง - น้ำตกกระทิง : ฟาร์มจระเข้-สวนสัตว์ชำโสม วัดเขาสุกิม อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ

    ฟาร์มจระเข้-สวนสัตว์ชำโสม  ตั้งอยู่ที่บ้านชำโสม ตำบลแสลง อำเภอเมืองจันทบุรี เดินทางไปตามถนนสุขุมวิทถึงหลัก กม.ที่ ๓๒๔ เลี้ยวตรงสี่แยกเขาไร่ยา ทางไปน้ำตกกระทิง (ทางหลวง ๓๒๔๙) เป็นระยะทาง ๔ กิโลเมตร อยู่ด้านขวามือ เป็นศูนย์รวมพันธุ์จระเข้น้ำจืด และจระเข้น้ำกร่อยหลายชนิดนับพันตัว และมีสัตว์อื่น ๆ อีกนานาชนิด บริเวณรอบฟาร์มเป็นสวนผลไม้ เช่น  ทุเรียน  เงาะ  สละ มังคุด และกระท้อน เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน เวลา ๐๘.๓๐-๑๗.๓๐ น. นอกจากนี้ยังมีการแสดงจับจระเข้ ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ วันละ ๒ รอบ เวลา ๑๑.๐๐ น. และ ๑๔.๐๐ น.   ค่าเข้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ ๓๐ บาท เด็ก ๒๐ บาท ชาวต่างประเทศ คนละ ๖๐ บาท รายละเอียดสอบถามได้ที่ โทร. ๐ ๓๙๓๑ ๒๓๙๙, ๐ ๓๙๓๗ ๓๒๕๖-๗
  • วัดเขาสุกิม    สร้างขึ้นเมื่อปี  พ.ศ. ๒๕๐๙   ด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อพระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญภาวนาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป วัดมีบริเวณกว้างขวาง อยู่สูงขึ้นไปบนเนินเขา มีพื้นที่ประมาณ ๓,๒๘๐ ไร่ ภายในวัดมีศาสนสมบัติ ศาสนวัตถุ และวัตถุโบราณล้ำค่าต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ยังมีโรงเรียน โรงพยาบาลที่พระอาจารย์สมชายได้สร้างให้เป็นสมบัติของทางราชการด้วย มีการจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งของพระอาจารย์ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไปกว่า ๒๐ ท่าน เช่น  หลวงปู่แหวน หลวงปู่วัน พระอาจารย์มั่น ฯลฯ  เปิดให้เข้าชมทุกวัน   ตั้งแต่เวลา ๐๖.๓๐–๑๗..๐๐ น. ผู้สนใจที่จะพักที่วัด(ทั้งผู้ที่ไปปฏิบัติธรรมหรือผู้ที่ไปพักแรม)สามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ โทร. ๐ ๑๔๕๖ ๘๓๘๔

    การเดินทาง  วัดเขาสุกิมอยู่ในเขตตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ ๒๐  กิโลเมตร สามารถเดินทางไปได้หลายเส้นทาง คือ จากถนนสุขุมวิท กม.ที่ ๓๐๕ บริเวณบ้านห้วยสะท้อน มีทางแยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๓๒๒ ไปวัดเขาสุกิมเป็นระยะทาง ๑๓  กิโลเมตร หรือหากเลยแยกนี้ไปจะมีทางเข้าวัดได้อีกทางหนึ่งที่บ้านเนินสูงเป็นระยะทาง ๑๖ กิโลเมตร  หรืออาจใช้เส้นทางไปน้ำตกกระทิงก็ได้ โดยแยกจากถนนสุขุมวิทที่บริเวณสี่แยกเขาไร่ยาเข้าไปประมาณ ๗ กิโลเมตร ถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ ๑๐ กิโลเมตร

  • อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอมะขาม และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ อุทยานแห่งนี้เป็นต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำจันทบุรี  สภาพป่าในบริเวณนี้มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าไม้ผลัดใบ มีสมุนไพรและกล้วยไม้ป่านานาชนิด รวมทั้งมีพันธุ์ไม้หายากคือ ไม้กฤษณา เนื่องจากเป็นป่าที่อยู่ในเขตเทือกเขาสูงชัน จึงมีสัตว์ป่าชุกชุม เช่น กระทิง เสือ หมี กวาง เก้ง เลียงผา และนกชนิดต่างๆ   ตามลำห้วยมีปลาพลวง ปลาก้าง ปลาหนวด ปลาดุกรำพัน อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก การเดินทาง ใช้ถนนสุขุมวิท เมื่อถึงสี่แยกเขาไร่ยา แยกซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๔๙ ระยะทาง ๒๔ กิโลเมตร จะถึงอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ หรือสามารถนั่งรถสองแถวสีฟ้าสายจันทบุรี-จันทเขลม รอขึ้นได้ที่ศาลาหน้าสถานีขนส่ง ค่าโดยสาร ๒๐ บาทต่อคน หากส่งถึงน้ำตก ๓๐ บาท สถานที่น่าสนใจในบริเวณอุทยาน ได้แก่

    น้ำตกกระทิง มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาคิชฌกูฏ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มี ๑๓ ชั้น ซึ่งล้วนมีความงามต่างๆ กัน เล่นน้ำได้ แต่ละชั้นห่างกันราว ๒๐ เมตร ในระหว่างทางจะผ่านป่าไผ่และพันธุ์ไม้หลากชนิด บางชั้นมีพืชจำพวกมอส เฟิร์น ขึ้นปกคลุมเต็มทั้งสองข้างทาง ลำธารดูเขียวชอุ่ม  เมื่อต้นไม้ผลัดใบใบไม้สีเหลืองแกมแดงจะโรยใบปูทางเดินสวยงามยิ่ง ลำธารชั้นล่างของน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน ๑๐๐ เมตร การเข้าชมต้องเสียค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ ๑๐  บาท เด็ก ๕ บาท

    ยอดเขาพระบาท เขาพระบาทอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ ๕ กิโลเมตร จากสี่แยกเขาไร่ยาตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๔๙ ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร จะถึงหน้าวัดกระทิง สังเกตป้ายบอกทางเข้าให้เลี้ยวขวา ไปตามเส้นทางเข้าวัดพลวงประมาณ ๕ กิโลเมตร จากนั้นต้องต่อรถโดยสารซึ่งทางวัดได้จัดเตรียมไว้บริการนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เนื่องจากเส้นทางทุรกันดารและไม่สะดวกที่จะนำรถส่วนตัวขับขึ้นไปด้วยตนเอง หลังจากโดยสารรถขึ้นยอดเขาไปประมาณ ๘ กิโลเมตร ต้องเดินเท้าต่อไปอีก ๑.๒ กิโลเมตร ระหว่างทางจะผ่านเขาสูงชัน

    ทิวทัศน์บนยอดเขาคิชฌกูฏหรือเขาพระบาทนี้เป็นปรากฎการณ์ทางธรณีวิทยาที่นำมาผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนา อาทิเช่น ศิลาเจดีย์ รอยพระพุทธบาท หินรูปบาตรคว่ำ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินที่มีรูปร่างคล้ายเต่าและช้างขนาดยักษ์ บนยอดเขาพระบาทซึ่งมีอากาศเย็นสบายนั้น สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาสระบาป เขาสุกิม เกาะนมสาว และตัวเมืองจันทบุรีได้อย่างชัดเจน ในช่วงเทศกาลตรุษจีนถึงช่วงวันมาฆบูชาของทุกปีจะมีประชาชนขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท ทั้งกลางวันและกลางคืนเป็นจำนวนมาก

    น้ำตกคลองช้างเซ อยู่ระหว่างทางขึ้นเขาพระบาท ห่างจากที่ทำการอุทยาน ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่เหมาะแก่การเดินป่าศึกษาธรรมชาติ สามารถกางเต็นท์พักแรมบริเวณนี้ได้

    น้ำตกคลองกระสัน เป็นธารน้ำตกขนาดใหญ่ เล่นน้ำได้ บรรยากาศร่มรื่น อยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ที่ คก. ๒ (คลองไพบูลย์) ห่างจากที่ทำการอุทยาน ประมาณ ๘ กิโลเมตร

    สอบถามเกี่ยวกับที่พักและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ โทร.๐ ๓๙๔๕ ๒๐๗๔ หรือ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. ๐ ๒๕๗๙ ๗๒๒๓, ๐ ๒๕๗๙ ๕๗๓๔
  • อำเภอเมือง-แหลมสิงห์-ขลุง : วัดมังกรบุปผาราม น้ำตกพลิ้ว คุกขี้ไก่ หาดแหลมสิงห์ โอเอซีส ซี เวิลด์

    วัดมังกรบุปผาราม หรือวัด “เล่งฮัวยี่” ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท เส้นทางสายจันทบุรี-ขลุง ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี ๑๖ กิโลเมตร สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นวัดในพุทธศาสนา นิกายมหายาน มีศาลาและพระอุโบสถที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสกเป็นลวดลายต่างๆอย่างงดงาม ภายในวัดมีบรรยากาศที่เงียบสงบ และร่มรื่น เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจในการปฏิบัติธรรม ซึ่งทางวัดยินดีจะอำนวยความสะดวกในด้านที่พัก
    วัดแห่งนี้มีงานประจำปีที่สำคัญ ๒ งาน คือ งานบุญกฐินจะจัดขึ้นหลังช่วงเทศกาลออกพรรษา และงานทำบุญประจำปีของวัด ซึ่งจะจัดขึ้นหลังวันตรุษจีน ๒๑ วัน ซึ่งจะมีประชาชนเดินทางมาร่วมทำบุญถือศีล และพำนักที่วัดตลอดช่วงการจัดงานนาน ๗-๑๐ วัน
    อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว  อยู่ในเขต อำเภอแหลมสิงห์ บนเทือกเขาสระบาป มีเนื้อที่ทั้งหมด ๘๔,๐๖๓ ไร่ (๑๓๔.๕ ตารางกิโลเมตร) พันธุ์ไม้ต่างๆ ที่พบเช่น ขนุนป่า กระท้อนป่า พิมเสนขึ้นอยู่ทั่วไป และยังมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อีกมากมาย ที่เห็นได้บ่อยคือ หมูป่า เลียงผา พังพอน กระแต หมีควาย ชะนี ลิง ฯลฯ และยังเป็นที่อยู่ของปลานานาชนิด เช่น ปลาพลวง ปลาดุก ปลาฉาก

    คำว่า “พลิ้ว” กล่าวกันว่าเป็นภาษาชอง ซึ่งเป็นเจ้าของถิ่นเดิม แปลว่า ทราย หรือ หาดทราย แต่เข้าใจกันว่า น้ำตกพลิ้วคงจะได้ ชื่อมาจากต้นไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งชอบขึ้นในดินปนทราย เป็นไม้เถามีดอกเป็นผลเล็กขนาดลูกเกด สีเหลืองอมแดง ขึ้นทั่วไปในแถบนี้  น้ำตกพลิ้วเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำตลอดปี น้ำใสมองเห็นพื้นล่าง ส่วนใหญ่เป็นดินปนทรายภายในอุทยานฯแห่งนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ

  • น้ำตกคลองนารายณ์ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “น้ำตกเขาสระบาป” อยู่ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ ๘ กิโลเมตร บนเส้นทางสายจันทบุรี-แหลมสิงห์ น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ต้องเดินลัดเลาะผ่านป่าซึ่งยังคงความอุดมสมบูรณ์และความงดงามตามธรรมชาติ สายน้ำตกสูง ๒๕ เมตร บรรยากาศเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักแรมท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบสงบอย่างแท้จริง

  • น้ำตกพลิ้ว  ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯเพียง ๒๐๐ เมตร น้ำใสเหมาะกับการลงเล่นน้ำ ก่อนถึงตัวน้ำตกจะมีแอ่งน้ำธรรมชาติซึ่งเป็นที่อาศัยของปลาพลวง และจะพบเฉพาะตามลำธารน้ำตกบางภาคเท่านั้น  และในบริเวณน้ำตกพลิ้วยังมีโบราณสถานที่สำคัญอยู่สองแห่ง ได้แก่
    - อลงกรณ์เจดีย์ สร้างด้วยศิลาแลงเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๙  โดยที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์เสด็จประพาสน้ำตกพลิ้วเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๗ ทั้งสองพระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยในน้ำตกพลิ้วมาก จึงโปรดให้สร้างเจดีย์ไว้เพื่อเป็นที่ระลึกและพระราชทานนามเจดีย์นี้ว่า “อลงกรณ์เจดีย์”
    - ปิรามิดพระนางเรือล่ม เป็นสถูปทรงปิรามิดสร้างด้วยหินแกรนิต เมื่อ พ.ศ.๒๔๒๔ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงความรักที่พระพุทธเจ้าหลวงทรงมีต่อพระนางเจ้าสุนันทาฯ หลังจากที่พระองค์เสด็จทิวงคตเนื่องจากเรือพระประเทียบล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในปิรามิดบรรจุพระอังคารส่วนหนึ่งของพระองค์ไว้ด้วย
    กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้มีบริการบ้านพักในบริเวณน้ำตกพลิ้วด้วย สำรองล่วงหน้าที่ โทร. ๐ ๒๕๗๙ ๗๒๒๓, ๐ ๒๕๗๙ ๕๗๓๔
    น้ำตกตรอกนอง อยู่ทางทิศตะวันตกของน้ำตกพลิ้ว ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี ๒๖ กิโลเมตร ไปตามถนนสุขุมวิท เส้นทางจันทบุรี-ขลุง เมื่อถึงสี่แยก อำเภอขลุง เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางสาย อำเภอขลุง-อำเภอมะขาม ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร จะถึงหมู่บ้านตรอกนอง ทางแยกเข้าน้ำตกอยู่ทางซ้ายมือ เข้าไปอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร จะถึงที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานฯน้ำตกพลิ้วที่ ๑ (น้ำตกตรอกนอง)
    น้ำตกมี ๓ ชั้น ชั้นแรกชื่อ “น้ำตกไม้ซี่” อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯเพียง ๕๐๐ เมตรชั้นที่สองชื่อ “น้ำตกกลาง” ห่างจากชั้นที่ ๑ ประมาณ ๑ กิโลเมตร สภาพโดยรอบเป็นธรรมชาติอันสวยงามของพันธุ์ไม้ ดอกไม้ป่านานาชนิด และชั้นบนสุดคือ “น้ำตกตรอกนอง” ห่างจากชั้นที่ ๒ ประมาณ ๑ กิโลเมตร มีลักษณะเป็นลำธารที่ไหลตกมาจากหน้าผาสูงประมาณ ๒๐ เมตร การเดินทางไปยังน้ำตก แต่ต้องใช้ผู้ที่มีความชำนาญในการนำทาง นักท่องเที่ยวที่ต้องการไปชั้นบนสุดนี้ต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯก่อน และสำหรับผู้ที่ต้องการพักแรมท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบสงบ สามารถนำเต็นท์มาตั้งแค้มป์พักแรมได้
    การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี ๑๔ กิโลเมตร ไปตามถนนสุขุมวิท เส้นทางจันทบุรี-ขลุง กิโลเมตรที่ ๓๔๖ มีทางแยกซ้ายไปน้ำตกพลิ้ว ๒ กิโลเมตร  หรือใช้บริการรถสองแถวจันทบุรี-น้ำตกพลิ้ว ค่าโดยสาร ๒๐ บาท  
    ศูนย์วิจัยพืชสวน ตั้งอยู่ที่ตำบลพลิ้ว บนถนนสุขุมวิท ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี ๒๑ กิโลเมตร มีเนื้อที่ ๒๘๐ ไร่ มีหน้าที่รับผิดชอบในการค้นคว้าวิจัยเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาพืชสวนเศรษฐกิจที่สำคัญในเขตภาคกลางและภาคตะวันออก มีแปลงทดลองปลูกพืชสวนชนิดต่างๆ อาทิ ทุเรียน เงาะ มังคุด ระกำ กระท้อน รวมไปถึงพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ สมุนไพรและเครื่องเทศ ซึ่งทางศูนย์ยินดีที่จะเผยแพร่งานเหล่านี้ให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป โดยอนุญาตให้เข้าชมเป็นหมู่คณะ และควรติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย ๑ สัปดาห์ โทร. ๐ ๓๙ ๓๙ ๗๐๓๐, ๐ ๓๙๓๙ ๗๑๔๖ ในวันและเวลาราชการ
    พุทธอุทยานวัดชากใหญ่ ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข ๓๑๔๙ แยกทางเข้า อำเภอแหลมสิงห์ จากถนนสุขุมวิทเข้าไปประมาณ ๕๐๐ เมตร มีประติมากรรมที่แสดงเรื่องราวในพุทธประวัติ และตอนแสดงธรรมโปรดบุคคลต่างๆซึ่งล้วนมีลักษณะที่สวยงาม และยังมีแผ่นป้ายอธิบายเรื่องราวต่างๆของประติมากรรมนั้นๆด้วย
    คุกขี้ไก่ ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ ก่อนถึงท่าเทียบเรือ ๑ กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖ (ร.ศ. ๑๑๒)เมื่อฝรั่งเศสได้เข้ายึดจันทบุรี ในกรณีพิพาทกันด้วยเรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ระหว่างนั้นกองทหารฝรั่งเศสประมาณ ๖๐๐ คน แยกกันอยู่สองแห่ง แห่งแรกตั้งอยู่ที่เมืองจันทบุรี บริเวณที่เป็นค่ายทหารในปัจจุบัน อีกแห่งอยู่ที่ปากน้ำแหลมสิงห์ ฝรั่งเศสได้สร้างคุกขี้ไก่เพื่อใช้กักขังคนไทยที่ต่อต้านฝรั่งเศส มีลักษณะเป็นหอสี่เห5444ลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวด้านละประมาณ ๔.๔๐ เมตร สูงประมาณ ๗ เมตร มีช่องระบายอากาศอยู่สองแถว หลังคาโปร่ง เล่ากันว่าเป็นคุกที่ทรมานมาก เพราะชั้นบนใช้เป็นที่เลี้ยงไก่ ซึ่งจะถ่ายมูลราดศีรษะนักโทษที่ถูกคุมขังตลอดเวลา
    การเดินทาง  คุกขี้ไก่ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓ (จันทบุรี-ตราด) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๑๔๙ ก่อนถึงอำเภอแหลมสิงห์ตั้งอยู่ทางด้านขวามือ
    ตึกแดง  ตั้งอยู่ที่ ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ บริเวณท่าเรือแหลมสิงห์ ใกล้กับคุกขี้ไก่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖ พร้อมกับคุกขี้ไก่ เดิมเป็นที่ตั้งของป้อมพิฆาตปัจจามิตรซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสเข้ายึดเมืองจันทบุรีได้รื้อป้อมแห่งนี้ลง และสร้างตึกแดงขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พักและกองบัญชาการทหารฝรั่งเศส เป็นตึกชั้นเดียว สีแดง หลังคามุงกระเบื้อง
    หาดแหลมสิงห์  ตั้งอยู่ที่ ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ ห่างจากตัวเมือง ๓๐ กิโลเมตร โดยเดินทางไปตามถนนสุขุมวิท เส้นทางไปจังหวัดตราด ถึงกโลเมตร ๓๔๗ มีทางแยกขวาไปหาดแหลมสิงห์อีก ๑๖ กิโลเมตร  เป็นชายหาดปากอ่าวที่แม่น้ำจันทบุรีไหลมาออกอ่าวไทย ร่มรื่นด้วยทิวสนยาวไปตามแนวของชายหาด มีที่นั่งพักผ่อนพร้อมทั้งร้านจำหน่ายอาหารตั้งเรียงรายอยู่ริมหาด มีบริการด้านที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว จากบริเวณหาดมองออกไปจะเห็นเกาะจุฬา และเขาแหลมสิงห์อยู่เบื้องหน้า และในบริเวณมีเรือให้เช่าไปเที่ยวเกาะจุฬา, เกาะนมสาว
    อ่าวกระทิง อยู่เขตวนอุทยานแห่งชาติเขาแหลมสิงห์ เป็นชายหาดเล็ก ๆ ที่สวยงามและเงียบสงบ เดินทางโดยเรือจากชายหาดแหลมสิงห์ ใช้เวลา ๒๐ นาที หรือใช้เส้นทางเดินรถจากอำเภอท่าใหม่ สายท่าใหม่-บางกะไชย มาถึงที่ทำการวนอุทยาน ระยะทางประมาณ ๒๕ กิโลเมตร แล้วเดินเท้าลงไปที่หาดระยะทางประมาณ ๔๐๐ เมตร ไม่มีที่พักบริการ แต่สามารถนำเต็นท์มากางพักแรมได้
    อ่าวยาง เป็นชายหาดเล็ก ๆ อยู่ใกล้กับอ่าวกระทิง เดินทางโดยเรือจากหาดแหลมสิงห์ ใช้เวลา ๓๐ นาที หรือใช้เส้นทางเดินรถจากอำเภอท่าใหม่
    โอเอซีส ซี เวิลด์  ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี ๒๕ กิโลเมตร บนพื้นที่กว่า ๖๘ ไร่ เป็นสถานที่เพาะพันธุ์และอนุรักษ์ปลาโลมาในน่านน้ำจันทบุรีซึ่งมีอยู่ ๒ พันธุ์คือ พันธุ์หัวบาตร และพันธุ์หัวขวด มีสวนผีเสื้อที่มีอยู่หลากหลายชนิด โดยมีวงจรชีวิตในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และยังมีที่พักบริการให้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย
    การแสดงของปลาโลมามีให้ชมทุกวันวันละประมาณ ๕ รอบ วันธรรมดามีรอบ ๙.๐๐, ๑๑.๐๐. ๑๓.๐๐, ๑๕,๐๐ และ ๑๗,๐๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ เพิ่มรอบเวลา ๗.๐๐ น.  อัตราค่าเข้าชมเด็ก ๕๐ บาท ผู้ใหญ่ ๙๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๑๘๐ บาท    นอกจากนี้ยังมีแพสำราญท่องนที ที่บริการนำนักท่องเที่ยวชมทัศนียภาพบริเวณปากแม่น้ำแหลมสิงห์  ซึ่งมีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนแพด้วย สอบถามรายละเอียดที่ โทร. ๐ ๓๙๓๙ ๙๐๑๕, ๐ ๓๙๓๖ ๓๒๓๘-๙
  • เขาสมิง บ่อไร่ วัดเมืองเก่าแสนตุ่ม ตลาดพลอย น้ำตกเขาสลัดได

    วัดเมืองเก่าแสนตุ่ม และโบราณสถานเขาโต๊ะโมะ ตั้งอยู่หมู่ที่  ๗  บ้านอีเร็ม ตำบลประณีต อยู่ห่างจาก ที่ว่าการอำเภอเขาสมิงประมาณ ๓ กิโลเมตร การเดินทาง เริ่มจากทางแยกแสนตุ้งไปตามถนนจินตกานนท์ (แสนตุ้ง-บ่อไร่)  ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๑.๕ จะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายไปบ้านตาพลาย อีกประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสายบ้านนามะขาม  บ้านอีเร็ม (ถนน รพช. หมายเลข ๑๑๐๐๑) ระยะทาง ๙ กิโลเมตร จะถึงวัดเมืองเก่าแสนตุ่ม วัดนี้เป็นวัดที่มีความร่มรื่น ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อน และการปฏิบัติธรรม
    ส่วนบริเวณวัดด้านทิศใต้เป็นที่ตั้งโบราณสถานเขาโต๊ะโมะ ที่คาดว่าสร้างขึ้นในสมัยก่อนพุทธกาล มีความเชื่อว่าใต้พื้นบริเวณโบราณสถานมีสมบัติเป็นแสนตุ่ม อันเป็นที่มาของชื่อวัดแสนตุ่ม โบราณสถานเขาโต๊ะโมะ มีลักษณะเป็นเนินดิน มีต้นไม้ปกคลุม มีแท่งหินวางอยู่เรียงราย หินเหล่านี้มีสีน้ำตาลเข้ม เป็นรูปเหลี่ยมตั้งแต่สี่เหลี่ยมถึงเก้าเหลี่ยม ยาวประมาณ ๓๐ เซนติเมตร ถึง ๑๕๐ เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑๕ เซนติเมตร ถึง ๒๐ เซนติเมตร น้ำหนักตั้งแต่ ๑๐ กิโลกรัมถึง ๑๐๐ กิโลกรัม การวางเรียงซ้อนของหินคล้ายเทวสถาน หินบางก้อนเมื่อเคาะจะมีเสียงดังกังวานเหมือนเคาะระฆัง

    ตลาดพลอย  ที่ผ่านมาตลาดพลอยในอำเภอบ่อไร่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตพลอยแดง หรือทับทิมสยาม ตลาดพลอยที่น่าสนใจ ได้แก่ ตลาดพลอยหัวทุ่ง ตลาดพลอยบ้านสระใหญ่ ตลาดพลอยหนองบอน ฯลฯ โดยในแต่ละวันตลาดพลอยแต่ละแห่งจะเริ่มเปิดให้มีการซื้อขายในช่วงเช้าตรู่จนถึงเวลา ๑๐.๐๐ น.

    ปัจจุบันตลาดพลอยในเขตอำเภอบ่อไร่ประสบปัญหาในเรื่องหาแหล่งพลอยได้ยากจึงทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายพลอยซบเซาลง ถ้านักท่องเที่ยวที่สนใจจะไปซื้อพลอย หรือชมสภาพโดยทั่ว ๆ ไปของตลาดพลอยนั้น ยังพอมีเหลือให้ชม และซื้ออยู่บ้าง

    น้ำตกเขาสลัดได ไปตามถนนสายจินตกานนท์ (แสนตุ้ง-บ่อไร่) ประมาณกิโลเมตรที่ ๒๕ มีทางแยกซ้ายไปน้ำตกเขาสลัดได ระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตร บริเวณรอบ ๆ น้ำตก มีป่าเขา และธรรมชาติสวยงามเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ
    อุทยานแห่งชาติ น้ำตกคลองแก้ว  มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๖๕,๕๒๕ ไร่ ภายในอุทยานฯ มีสถานที่น่าสนใจ ได้แก่ น้ำตกคลองแก้ว มีทั้งหมด ๗ ชั้น ในแต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป มีลำธารน้ำไหลผ่านจากชั้นบนลงมาสู่ชั้นล่างตลอดสายโดยเฉพาะชั้นที่ ๔ สามารถมองเห็นทัศนียภาพของบ่อไร่ นักท่องเที่ยวโดยส่วนใหญ่นิยมเที่ยวกันเพียง ๔ ชั้นเท่านั้น หากต้องการเที่ยวให้ครบทุกชั้นต้องใช้เวลานานร่วมวัน นอกจากนั้นยังมี น้ำตกสลัดได น้ำตกคลองใจ และ ผาลานหิน
    สถานที่พัก  ทางอุทยานฯ ไม่มีบริการบ้านพัก แต่นักท่องเที่ยวสามารถนำเต็นท์ไปกางเต็นท์ได้ ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติ น้ำตกคลองแก้ว หมู่ ๒ ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ๒๓๑๔๐  

    การเดินทาง  จากกรุงเทพฯ ไปตามถนนสุขุมวิท ทางหลวงหมายเลข ๓ ถึงตลาดแสนตุ้ง อำเภอเขาสมิง แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๑๕๗ สายแสนตุ้ง-บ่อไร่ ไปประมาณ ๓๓ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายผ่านตำรวจตระเวนชายแดน ที่ ๑๑๖ ไปอีก ๘ กิโลเมตร ถึงน้ำตกคลองแก้ว

    เกาะช้าง ยุทธนาวีเกาะช้าง น้ำตกธารมะยม น้ำตกคลองพลู หมู่บ้านประมงบางเบ้า อ่าวคลองสน หาดทรายขาว หาดคลองพร้าว แหลมไชยเชษฐ์ หาดไก่แบ้ อ่าวใบลาน เกาะเหลายา

    เกาะช้าง  เป็นเกาะที่มีทะเลล้อมรอบทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยบริเวณเกาะช้างเหมาะแก่การพักผ่อนคือไม่ร้อนจัด  หรือหนาวจนเกินไป สำหรับอิทธิพลจากมรสุมนั้น เกาะช้างได้รับอิทธิพลทั้งจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จากอิทธิพลดังกล่าวทำให้เกิดข้อจำกัดในการเดินทางด้วยเรือคือ ในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ประมาณเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ชายฝั่งด้านตะวันตกซึ่งเป็นด้านรับลมจะมีคลื่นลมแรงไม่เหมาะสมที่จะเดินทางได้  ประมาณเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคมเป็นช่วงที่มีคลื่นน้อยที่สุด
    ฉะนั้นการเดินทางไปเกาะช้าง หรือหมู่เกาะต่าง ๆ จึงค่อนข้างที่จะสะดวก    

    อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง  มีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๖๕๐ ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ ที่มากถึง ๕๒  เกาะ เรียงรายตั้งแต่เขตอำเภอแหลมงอบ อำเภอเมือง และอำเภอคลองใหญ่ เกาะที่สำคัญที่สุด คือ เกาะช้าง  นอกจากนี้ยังมีเกาะ   อื่น ๆ ที่ยังคงสภาพความสวยงามตามธรรมชาติได้แก่ เกาะคลุ้ม เกาะเหลายาใน เกาะง่าม เกาะไม้ซี้ใหญ่ เกาะหวาย  เกาะรัง ฯลฯ ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะช้างใกล้คลองธารมะยมที่ด้านหน้ามีท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ของอุทยานฯ  นอกจากนี้ยังมีหน่วยพิทักษ์อุทยานอีก ๓ จุด ซึ่งล้วนอยู่บนเกาะช้าง คือ บริเวณอ่าวคลองสน  บริเวณทางเข้าน้ำตกคลองพลู  และบริเวณหมู่บ้านสลักเพชร
    เกาะช้าง เดิมเป็นเกาะที่ไม่มีชุมชนตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัย หากมีความสำคัญในฐานะที่เป็นท่าจอดเรือหลบลมมรสุม เป็นแหล่งเสบียงอาหาร และน้ำจืดโดยเฉพาะบริเวณอ่าวสลักเพชร หรืออ่าวสลัด เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่โจรสลัด ชาวจีนไหหลำ และญวน ปัจจุบันบนเกาะช้างมีประชาชนอาศัยอยู่ ๘ หมู่บ้าน

    เกาะช้างเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองจากเกาะภูเก็ต มีเนื้อที่ประมาณ ๔๒๙ ตารางกิโลเมตร   ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเขาสูงมีผาหินสลับซับซ้อนยอดเขาที่สูงที่สุด ได้แก่ เขาสลักเพชร มีความสูง ๗๔๔ เมตร สภาพป่าโดยทั่วไปอุดมสมบูรณ์ ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบเขา อันเป็นบ่อเกิดของต้นน้ำลำธาร ทำให้มีน้ำตกหลายแห่งบนเกาะ ชายหาด และปะการังที่สวยงามอยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะ
    สถานที่น่าสนใจบนเกาะ ได้แก่

  • บริเวณยุทธนาวีเกาะช้าง อยู่ทางตอนใต้ของเกาะช้าง น่านน้ำทะเลตราดบริเวณอ่าวสลักเพชร อ่าวสลักคอก ยังเป็นอีกหน้าหนึ่งของบันทึกประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อปกป้องอธิปไตยของไทย เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔ กองทัพเรือไทยสามารถขับไล่ผู้รุกรานให้ล่าถอยไปได้ หากไทยต้องสูญเสียกองเรือ และทหารกล้าไปจำนวนหนึ่ง วีรกรรมทหารเรือไทยได้รับการจดจารึก และรำลึกถึงวันที่ ๑๗ มกราคมของทุกปี ณ อนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง อำเภอแหลมงอบ
    เกาะง่ามกลายเป็นจุดปะทะจุดแรกระหว่างกองทัพเรือไทยกับฝรั่งเศส เมื่อฝรั่งเศสได้ส่งเครื่องบินเข้ามาลาดตระเวน และทิ้งระเบิดบนเกาะนี้ ส่วนเกาะหวายคือ จุดที่เครื่องบินลาดตระเวนของฝรั่งเศสถูกเรือรบหลวงสงขลา และเรือรบหลวงชลบุรียิงตก
    กองกำลังเรือรบของฝรั่งเศส ๗ ลำรุกล้ำเข้ามาทางด้านใต้ของเกาะช้าง นำโดยเรือลาดตระเวนลามอตต์ ปิเกต์ เรือสลุบ ๒ ลำ เรือปืน ๔ ลำ แยกออกเป็น ๓ หมู่ หมู่ ๑ มีเรือลามอตต์ ปิเกต์ลำเดียวรุกล้ำเข้ามาทางด้านใต้ของเกาะหวาย และเกาะใบตั้ง หมู่ ๒ มีเรือสลุป ๑ ลำ เรือปืน ๑ ลำ เข้ามาทางช่องด้านใต้ระหว่างเกาะคลุ้มกับเกาะหวาย หมู่ ๓ มีเรือสลุป ๑ ลำ เรือปืน ๓ ลำ เข้ามาทางช่องด้านใต้ระหว่างเกาะคลุ้มกับแหลมบางเบ้า
    เกาะไม้ซี่เป็นเขตปะทะระหว่างเรือลามอตต์ ปิเกต์กับเรือรบหลวงธนบุรีที่จอดประจำการอยู่ที่เกาะลิ่ม และได้เข้ามาช่วยเหลือเรือรบหลวงสงขลา และเรือรบหลวงชลบุรีที่ถูกยิงเสียหายจนจมสู่ท้องทะเลบริเวณอ่าวสลักเพชร และอ่าวสลักคอก ในที่สุดเรือรบหลวงธนบุรีถูกยิงเสียหายอย่างหนัก จนแล่นมาเกยตื้น และจมลงบริเวณแหลมงอบ

  • น้ำตกธารมะยม  อยู่หลังที่ทำการอุทยานฯ เดินผ่านสวนเข้าไปประมาณ ๕๐๐ เมตร เป็นน้ำตกขนาดกลาง  มี ๓ ชั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และ รัชกาลที่ ๖ เคยเสด็จประพาสมายังน้ำตกนี้ โดยมีพระปรมาภิไธยย่อ จปร. และ วปร. สลักอยู่ที่หน้าผาน้ำตกชั้นบน

  • น้ำตกคลองพลู เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงามที่สุดของเกาะช้าง มีน้ำตกไหลผ่านหน้าผาลงแอ่งเบื้องล่าง น้ำตกมี ๓ ชั้น ทางเข้าอยู่ห่างจากอ่าวคลองพร้าว ๓ กิโลเมตร  จากนั้นต้องเดินป่าอีกประมาณ ๒๐ นาที  

  • น้ำตกคลองนนทรี   เป็นน้ำตกขนาดเล็ก อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะมีทางเดินเท้าจากบ้านด่านใหม่ตามทางเดินเท้า ๓ กิโลเมตร  หรือจากที่ทำการอุทยานฯ เป็นระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร  

  • บ้านสลักเพชร-บ้านโรงถ่าน  เป็นสองชุมชนใหญ่ที่สุดบนเกาะช้าง  ตั้งอยู่ติดกันทางตอนใต้ของเกาะ อ่าวสลักเพชรเป็นอ่าวใหญ่ที่สุดบนเกาะ

  • น้ำตกคีรีเพชร เป็นน้ำตกชั้นเดียว อยู่ห่างจากชุมชนบ้านสลักเพชรผ่านสวนยางเป็นระยะทาง ๓ กิโลเมตร

  • น้ำตกคลองหนึ่ง เป็นน้ำตกขนาดเล็ก  อยู่ลึกเข้าไปจากชุมชนสลักเพชร  ใกล้น้ำตกคีรีเพชร

  • หมู่บ้านประมงบางเบ้า  บ้านแต่ละหลังปักเสาลงในทะเล มีสะพานเชื่อมต่อถึงกัน บรรพบุรุษของคนที่นี่ส่วนใหญ่สืบเชื้อสายจากชาวสลักเพชร ดำรงชีวิตเรียบง่ายด้วยการทำประมงขนาดเล็กชายฝั่ง เป็นแหล่งปลาหมึกหอมชุกชุม มีแหล่งปะการังใต้น้ำ บริเวณหมู่บ้านมีท่าเรือ สะพานปลา ทำกะปิน้ำปลา กุ้งแห้ง ปลาเค็ม อ่าวบางเบ้ามีชัยภูมิที่ตั้งเหมาะแก่การจอดเรือ หลบคลื่นลมเพราะมีเทือกเขา และหมู่เกาะโอบล้อมสองด้านในฤดูมรสุม จึงมีเรือมากมายเข้ามาจอดหลบคลื่นลมในอ่าวนี้  

  • อ่าวคลองสน  เป็นอ่าวอยู่ทางเหนือสุดของเกาะฝั่งตะวันตก  เป็นที่ตั้งของชุมชนบ้านคลองสน ใกล้บริเวณอ่าวมีแนวปะการังใต้น้ำ

  • หาดทรายขาว    เป็นหาดที่มีระยะทางยาวมากอีกแห่งหนึ่ง สามารถลงเล่นน้ำได้  มีบังกะโลตั้งอยู่หลายแห่ง มีถนนรอบเกาะตัดชิดหาดมากที่สุด

  • หาดคลองพร้าว-แหลมไชยเชษฐ์ เป็นหาดทรายที่มีความยาวต่อเนื่องไปจนถึงหาดไก่แบ้ หาดทรายบริเวณนี้มีความลาดมาก สามารถเล่นน้ำได้ มีบังกะโลให้เช่าพักหลายแห่ง มีห้องพักที่ได้่มาตรฐาน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม  ตอนเหนือสุดของอ่าวคลองพร้าวติดกับแหลมไชยเชษฐ์  ซึ่งมีแหลมหิน  มีทัศนียภาพสวยงาม  แต่ไม่สามารถเล่นน้ำได้

  • หาดไก่แบ้  เป็นหาดที่มีความยาวติดต่อกับหาดคลองพร้าว เป็นหาดทรายที่มีความลาดพอสมควร   สามารถเล่นน้ำได้โดยไม่เป็นอันตราย มีบังกะโลราคาประหยัดให้เช่าหลายแห่ง บางแห่งมีจักรยานเสือภูเขาให้เช่า

  • อ่าวใบลาน อยู่ถัดขึ้นไปจากหาดไก่แบ้มีทางเท้าตัดผ่านภูเขาใช้เวลาเดินเท้าจากหาดไก่แบ้ประมาณ ๑ ชั่วโมง ระหว่างทางสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของทิวเขา อ่าวใบลานมีลักษณะเป็นหาดทรายยาวเงียบสงบเหมาะแก่การเล่นน้ำ และพักผ่อน

  • หาดทรายยาว อยู่ทางตอนใต้ของเกาะช้างใกล้กับอ่าวสลักเพชร มีลักษณะเป็นอ่าวที่มีหาดทรายทอดยาว เล่นน้ำได้ สามารถเดินป่าชมจุดยุทธนาวีที่เกาะช้าง และชมทัศนียภาพตามหมู่เกาะใกล้เคียง เช่น เกาะเหลายา อ่าวสลักเพชร เกาะหวาย ที่หาดทรายขาวมีบริการที่พักไว้สำหรับนักท่องเที่ยวด้วย

    การเดินทางบนเกาะ  จากท่าเรือมีรถสองแถวไปยังหาดทรายขาว คลองพร้าว ไก่แบ้ อัตราค่ารถ ๓๐ บาท ส่วนหาดอื่น ๆ ต้องเหมา และตกลงราคาก่อนเดินทาง

    เกาะช้างน้อย  และ  แหลมช้างน้อย  อยู่ทางด้านเหนือของเกาะช้าง ท้องน้ำระหว่างแหลมช้างน้อยกับเกาะช้างน้อยจะมีแนวปะการังอยู่ด้วย

    เกาะมันนอก-เกาะมันใน    เป็นเกาะเล็ก  อยู่ตรงข้ามหาดไก่แบ้เมื่อน้ำลดจะมีหาดอยู่รอบ ๆ เกาะ ท้องน้ำบริเวณเกาะมันนอก-เกาะมันใน  ค่อนข้างตื้น และมีสาหร่ายสีทองขึ้นเป็นจำนวนมาก

    เกาะคลุ้ม  เหมาะสำหรับการตกปลา มีทัศนียภาพแปลกตาของลานหิน  คือ  หินลูกบาต และหินลาดหลังคุ้ม

    เกาะเหลายา   อยู่ทางตอนใต้ของเกาะช้าง ประกอบด้วยเกาะเหลายาใน เกาะเหลายากลาง และเกาะเหลายานอก   ใช้เวลาเดินทางจากแหลมงอบประมาณ ๒ ชั่วโมงครึ่ง เป็นเกาะที่มีหาดทรายยาว น้ำทะเลใส และแนวปะการังสวยงาม บนเกาะมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย

    เกาะหวาย  อยู่ทางใต้ของเกาะช้าง ใกล้กับเกาะเหลายา ใช้เวลาเดินทางจากแหลมงอบประมาณ ๒ ชั่วโมงครึ่ง แนวชายหาดสวยงาม มีแนวปะการังขนาดใหญ่ และสมบูรณ์เหมาะกับการตกปลา อ่าวด้านเหนือของเกาะเป็นแหล่งที่มีแนวปะการังสมบูรณ์สูง ด้านตะวันตกของอ่าวใหญ่มีปะการังซึ่งส่วนมากเป็นปะการังก้อน ปะการังเขากวาง ปะการังแผ่น และปะการังพุ่ม นอกจากนั้นยังหอยมือเสืออีกด้วย บนเกาะมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย

    การเดินทาง  ไปเกาะหวายมีเรือออกจากที่ท่าเรือแหลมงอบ เวลา ๑๕.๐๐ น. ถึงเวลา ๑๗.๐๐ น. เที่ยวกลับ มีเรือออกจากท่าเรือเวลา ๐๘.๐๐ น. ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ ๓ ชั่วโมง อัตราค่าโดยสารคนละ ๑๓๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๙๕๓ ๘๑๒๒

    เกาะพร้าว หรือ เกาะทรายขาว   อยู่ทางทิศใต้หน้าอ่าวสลักเพชร  ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือแหลมงอบประมาณ  ๒  ชั่วโมง    เป็นเกาะที่มีหาดขาวทรายสะอาด และร่มรื่นด้วยต้นมะพร้าว บนเกาะมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย

    เกาะง่าม  อยู่ทางทิศใต้ของเกาะช้าง มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาแฝด  ๒ เกาะติดกัน โดยมีสันทรายขนาดใหญ่เชื่อมตรงกลาง  มีอ่าวขนาดเล็กที่เกิดจากแนวเขาที่โอบล้อมน้ำทะเลไว้ จึงเป็นบริเวณที่คลื่นลมสงบ และสวยงาม  การเดินทาง  จากแหลมงอบใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง บนเกาะมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย
  • อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ถ้ำกระแซ น้ำตกไทรโยคน้อย ถ้ำวังบาดาล ช่องเขาขาด

    อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์  อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑสถานบ้านเก่าประมาณ ๗ กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ เส้นทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค จนถึงกิโลเมตรที่ ๑๕ จะมีทางแยกซ้ายไปปราสาทเมืองสิงห์อีก ๗ กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่มีศิลปะการก่อสร้างอยู่ในยุคลพบุรีตอนปลาย ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖–๑๘ ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มีเนื้อที่ประมาณ ๖๔๑ ไร่ ๑ งาน ๖๕ ตารางวา กำแพงเมืองก่อด้วยศิลาแลงขนาดกว้าง ๘๘๐ เมตร โดยได้รับอิทธิพลทางศาสนา และวัฒนธรรมจากกัมพูชา ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง คูน้ำ และแนวคันดิน รูปแบบสถาปัตยกรรมและประติมากรรมสร้างตามลักษณะขอมแบบบายน ตรงกับสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ของประเทศกัมพูชาที่มีลักษณะช่างท้องถิ่นผสมอยู่ อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๓๐ น. ค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๔๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. (๐๓๔)๕๙๑๑๒๒, ๕๙๑๓๓๔
    ถ้ำกระแซ  ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๕๕ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ กิโลเมตรที่ ๒๙–๓๐ ตัวถ้ำติดกับเส้นทางรถไฟสายกาญจนบุรี–น้ำตก สามารถมองเห็นแม่น้ำแควน้อย ซึ่งเป็นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ภายในถ้ำโปร่งและมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ มองจากหน้าถ้ำมาที่บริเวณทางรถไฟจะเห็นทิวทัศน์ที่งดงามมาก เป็นจุดที่สร้างทางรถไฟยากที่สุด  เนื่องจากเส้นทางโค้งเลียบเขา เบื้องล่างเป็นแม่น้ำแควน้อย

    น้ำตกไทรโยคน้อย เดิมเรียก น้ำตกเขาพัง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (ถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) กิโลเมตรที่ ๔๖ เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี บริเวณน้ำตกมีสภาพธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนประมาณเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมจะมีน้ำมาก ในอดีตเมื่อพ.ศ.๒๔๓๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ ๕) เสด็จประพาสบริเวณน้ำตกไทรโยค นอกจากนี้บริเวณน้ำตกไทรโยคน้อยยังได้มีการนำหัวรถจักรไอน้ำสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ มาตั้งไว้เพื่อรำลึกถึงการสร้างทางรถไฟสายมรณะที่สร้างผ่านบริเวณหน้าน้ำตกเข้าสู่ประเทศพม่า  การรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดขบวนรถไฟสายน้ำตก พานักท่องเที่ยวไปชมน้ำตกแห่งนี้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. ๒๒๓-๗๐๑๐, ๒๒๓-๗๐๒๐ หรือ ๑๖๙๐ นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งอำเภอเมืองผ่านน้ำตกไทรโยคน้อย ซึ่งออกทุก ๓๐ นาที ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐ - ๑๘.๓๐ น.

    ถ้ำวังบาดาล  ขึ้นอยู่กับอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ตั้งอยู่ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๖๓ กิโลเมตร อยู่ด้านหลังน้ำตกไทรโยคน้อย มีป้ายบอกทางเข้าไปประมาณ ๓ กิโลเมตร  จะพบหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานฯสามารถชมต้นน้ำตกไทรโยค  การไปชมถ้ำต้องเดินเข้าไปอีกประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง ตลอดเส้นทางมีป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับสภาพธรรมชาติ ถ้ำวังบาดาลมีความยาว ๕๐๐ เมตร เป็นถ้ำหินปูน ๒ ชั้น โดยชั้นบนจะมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม แบ่งเป็นห้องหลายห้องเช่น ห้องม่านพระจันทร์ มีหินงอกหินย้อยลงมาคล้ายกับม่าน ห้องเข็มนารายณ์ มีลักษณะคล้ายเข็มแท่งใหญ่ย้อยลงมาสวยงามมาก ส่วนชั้นล่างมีธารน้ำไหลผ่าน ลักษณะเหมือนอุโมงค์น้ำใต้หินขนาดใหญ่

    ถ้ำละว้า  ห่างจากตัวเมืองประมาณ 75 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ช่วงกิโลเมตรที่ ๕๙–๖๐ ต้องข้ามฝั่งแม่น้ำแควน้อย สามารถเช่าเหมาเรือจากท่าเรือปากแซงข้ามไป ในราคาประมาณ ๘๐๐–๑,๐๐๐ บาท นั่งได้ ๑๐–๑๒ คน  ใช้เวลาประมาณ ๔๕ นาที  ถ้ำละว้าเป็นถ้าที่สวยงามมาก บริเวณปากถ้ำไม่กว้างนัก แต่ภายในถ้ำกว้างขวางใหญ่โตมาก แบ่งเป็นห้องต่างๆเช่น ห้องท้องพระโรง ห้องดนตรี ห้องม่าน แต่ละห้องมีความงดงามของหินย้อยแตกต่างกันออกไป

    ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจำ ตั้งอยู่ภายในกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา บริเวณกิโลเมตรที่ ๖๔–๖๕ บนทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (กาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ เป็นสถานที่จัดแสดงมินิเธียเตอร์และรวบรวมข้อมูลภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ระหว่างการสร้างทางรถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ พิพิธภัณฑ์นี้ จัดไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม ภายในบริเวณมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปยังช่องเขาขาด ซึ่งเป็นสวนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะที่เชลยศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ตัดเจาะภูเขาหินให้เป็นช่องสำหรับสร้างทางรถไฟ ปัจจุบันยังมีร่องรอยของทางรถไฟปรากฏอยู่ พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๙.๐๐-๑๖.๐๐ น.

    อุทยานแห่งชาติไทรโยค  มีเนื้อที่  ๕๙๘,๗๕๐ ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๒๓ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน ประกอบด้วยพื้นที่ป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ไทรโยคได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่แห่งเดียวในประเทศไทยที่มีค้างคาวที่เล็กที่สุดในโลกคือ ค้างคาวกิตติ และมี ปูราชินี ปูน้ำจืดชนิดใหม่ของโลกอาศัยอยู่  ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไทรโยคเคยเป็นค่ายพักแรมของทหารญี่ปุ่น ปัจจุบันปรากฎร่องรอยเตาหุงข้าวและซากเตาไฟอยู่ในพื้นที่  นอกจากนี้ยังพบร่องรอยมนุษย์ยุคหินเก่า  มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ

    น้ำตกไทรโยคใหญ่ หรือเรียกอีกชื่อว่า น้ำตกเขาโจน ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติไทรโยค เป็นน้ำตกที่ไหลตกลงจากหน้าผาลงสู่แม่น้ำแควน้อยราวกับกระโจนลงมา น้ำตกไทรโยคใหญ่จะมีน้ำตลอดปี และน้ำจะแรงมากในฤดูฝน และในอดีตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) เคยเสด็จประพาส ณ น้ำตกแห่งนี้ ภายในอุทยานมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติหลายเส้นทาง และมีจุดชมวิวสะพานแขวนไทรโยคที่จะเห็นน้ำตกไทรโยคได้ชัดเจน  อัตราค่าเข้าชมอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท เด็ก ๑๐๐ บาท บริเวณอุทยานมีบ้านพัก ค่ายพักแรมและสถานที่กางเต้นท์ สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. ๕๗๙-๕๗๓๔, ๕๗๙-๗๒๒๓
    การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (กาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) บริเวณกิโลเมตรที่ ๘๒

    ถ้ำดาวดึงส์ อยู่ในเขตอำเภอไทรโยค ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๑๑๐ กิโลเมตร และห่างจากริมฝั่งแม่น้ำแควน้อยขึ้นไปบนเขาประมาณ ๑ กิโลเมตร การเดินทางโดยรถยนต์สามารถเดินทางเข้าทางอุทยานแห่งชาติไทรโยค แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางวัดถ้ำดาวดึงส์ประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร ถ้ำดาวดึงส์มีหินงอกหินย้อยที่งดงามรูปต่าง ๆ เช่น โคมระย้า พระปรางค์ และเจดีย์ ภายในถ้ำมีอากาศโปร่งแต่มืดสนิท ต้องมีไฟฉายหรือตะเกียงไปด้วย และควรมีคนนำทางไป

    ทองผาภูมิ พุน้ำร้อนหินดาด น้ำตกผาตาด น้ำตกผาสวรรค์ เขื่อนวชิราลงกรณ เหมืองปิล็อก

    พุน้ำร้อนหินดาด เดิมเรียกว่าน้ำพุร้อนกุยมั่ง การเดินทางสามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ กิโลเมตรที่ ๑๐๕–๑๐๖ อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ๑๓๕ กิโลเมตร พุน้ำร้อนหินดาด เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติริมลำธาร ค้นพบโดยทหารญี่ปุ่นและได้สร้างเป็นบ่อซีเมนต์ เชื่อกันว่าน้ำแร่จากบ่อน้ำร้อนแห่งนี้ มีสรรพคุณในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บหลายอย่าง เช่น โรคเหน็บชา ไขข้ออักเสบ นักท่องเที่ยวสามารถลงอาบน้ำในบ่อได้
    น้ำตกผาตาด  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เกิดจากลำห้วยเล็ก ๆ บริเวณเทือกเขากะลา น้ำตกผาตาดเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมีชั้นน้ำตกลดหลั่นกันไปถึง ๓ ชั้น แต่ละชั้นมีความกว้าง ความสูงที่ตระการตา และมีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝน การเดินทางไปน้ำตกสามารถเดินทางโดยใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ช่วงกิโลเมตรที่ ๑๐๕–๑๐๖ โดยเลี้ยวเข้าทางเดียวกับพุน้ำร้อนหินดาด และอยู่เลยจากพุน้ำร้อนหินดาดเข้าไปประมาณ ๘ กิโลเมตร

    น้ำตกผาสวรรค์ อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๑๕๕ กิโลเมตรโดยใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ กาญจนบุรี – ทองผาภูมิ บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๐๘ เข้าไปประมาณ ๑๕ กิโลเมตร และเลี้ยวขวาบริเวณทางแยกดินลูกรังอีก ๑๓ กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่สวยงามลดหลั่นกันถึง ๗ ชั้น มีความสูงประมาณ ๘๐ เมตร ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดจะอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงมกราคม

    เขื่อนวชิราลงกรณ  ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าขนุน สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ เหนืออำเภอทองผาภูมิไปประมาณ ๖ กิโลเมตร เขื่อนวชิราลงกรณเป็นเขื่อนหินถมดาดหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง ๙๒ เมตร สันเขื่อนกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑,๐๑๙ กั้นลำน้ำแควน้อย เป็นเขื่อนเอนกประสงค์ มีความสวยงามตามธรรมชาติ เหมาะสำหรับการล่องเรือชมทิวทัศน์สภาพธรรมชาติของอ่างเก็บน้ำ และสามารถชมสวนมะพร้าวกะทิบนเกาะกลางน้ำซึ่งต้องนั่งเรือจากเขื่อนไป ๑ ชั่วโมง ต้องติดต่อล่วงหน้ากับอำเภอทองผาภูมิ มีบริการบ้านพักและเรือ (ต้องเช่าเป็นหมู่คณะ) นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามได้ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยโทร. (๐๓๔)๕๙๙๐๗๗ ต่อ ๒๔๕๒ หรือ กรุงเทพฯ โทร. ๔๓๖–๓๒๗๑ - ๒

    เหมืองปิล็อก  ตั้งอยู่ในตำบลปิล็อกซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๗๐ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๗๒ มีการทำเหมืองแร่ดีบุก วุลแฟรมกันมากบนเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่า ระหว่างทางสามารถแวะชม “ปิล็อกฮิลล์” สถานที่ปลูกไม้ผลและไม้ประดับเมืองหนาว ซึ่งอยู่ห่างจากทองผาภูมิประมาณ ๓๒ กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีน้ำตกสวยงามหลายแห่งซึ่งการจะเข้าถึงน้ำตกจะต้องใช้การเดินเท้า เช่น น้ำตกจอกกะดิน และน้ำตกเจ็ดมิตร การเดินทางควรใช้ความระมัดระวังเนื่องจากเส้นทางส่วนใหญ่มีความสูงชันและคดเคี้ยว

    น้ำตกทุ่งนางครวญ  เป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านทุ่งนางครวญ ตำบลชะแล สภาพน้ำตก ยังคงความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมทั่วบริเวณตัวน้ำตกซึ่งเป็นหินปูน แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นหน้าผาขนาดสูงใหญ่ บางชั้นสูงกว่า ๓๕ เมตร และมีน้ำไหลตลอดทั้งปี

    น้ำตกทุ่งนางครวญ อยู่ห่างจากจังหวัดกาญจนบุรีประมาณ ๑๙๐ กิโลเมตร การเดินทางใช้เส้นทางสาย ๓๒๓ ตามถนนสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี เลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๒๖ (โดยสังเกตุจากพระพุทธรูปสีขาวที่อยู่บริเวณทางแยก) เดินทางต่อไปอีก ๑๕ กิโลเมตร สภาพถนนเป็นทางราดยางสลับกับทางลูกรังอัดแน่น เมื่อถึงหมู่บ้านทุ่งนางครวญ จะมีทางแยกเข้าน้ำตกอีก ๔ กิโลเมตร สภาพถนนเป็นถนนลูกรัง ควรเดินทางโดยรถขับเคลื่อน ๔ ล้อ หรือรถกระบะ จากนั้นต้องเดินเท้าต่ออีกประมาณ ๓๐ นาที จึงถึงบริเวณน้ำตกชั้นที่ ๑

    สังขละบุรี สามประสบ น้ำตกไดช่องถ่อง น้ำตกเกริงกระเวีย อุทยานแห่งชาติเขาแหลม สะพานมอญ วัดวังก์วิเวการาม ด่านเจดีย์สามองค์

    สังขละบุรี เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่า ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๒๑๕ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ เส้นทางนี้ตัดผ่านภูเขาเลียบทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ จะสามารถมองเห็นทัศนียภาพทะเลสาบที่งดงาม ตัวอำเภอสังขละบุรีตั้งอยู่บริเวณที่ลำน้ำสามสายมาบรรจบกันอันได้แก่ ห้วยซองกะเลีย ห้วยบีคลี่และห้วยรันตี  รวมเรียกว่า “สามประสบ” ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย อำเภอสังขละบุรีเป็นอำเภอที่มีชาวมอญตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงสามารถพบเห็นวิถีชีวิตประเพณีเก่าแก่แบบดั้งเดิมของชาวมอญ ณ ที่แห่งนี้
    น้ำตกไดช่องถ่อง ขึ้นอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ก่อนถึงอำเภอสังขละบุรี ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ ๓๒–๓๓ ก่อนถึงน้ำตกเกริงกระเวียเล็กน้อยจะมีป้ายทางซ้ายมือเข้าไปประมาณ ๕๐๐ เมตร จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าไปอีก ๕๐๐ เมตร เป็นน้ำตกขนาดกลางไหลลงสู่ทะเลสาบเขื่อนแม่กลอง การเข้าชมน้ำตกต้องเดินเท้าเข้าไปอีก ๖๐๐ เมตร

    น้ำตกเกริงกระเวีย ขึ้นอยู่กับเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ ๓๒–๓๓ เลยน้ำตกไดช่องถ่องไปเล็กน้อย  ห่างจากอำเภอกาญจนบุรีประมาณ ๑๙๑ กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก จะมองเห็นสายน้ำแผ่กระจายไหลมาจากหลายทิศทาง สามารถจอดรถแวะพักชมได้

    อุทยานแห่งชาติเขาแหลม  ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ ๔๐ ก่อนถึงอำเภอสังขละบุรีประมาณ ๓๐ กิโลเมตร พื้นที่บริเวณทั่วไปครอบคลุมป่าเขา และอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ มีพื้นที่ประมาณ ๘๑๕ ตารางกิโลเมตร บริเวณอุทยานฯร่มรื่น มีห้วยกะเต็งเจ็งไหลผ่าน สามารถกางเต๊นท์พักแรม มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปน้ำตกกะเต็งเจ็ง

    น้ำตกกะเต็งเจง เป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีชั้นน้ำตกถึง ๒๓ ชั้น แต่ละชั้นมีความงามแตกต่างกันออกไป ระยะทางจากชั้นแรกถึงชั้นสุดท้ายประมาณ ๒ กิโลเมตร เหมาะกับการทัศนศึกษาดูสภาพป่าชนิดต่าง ๆ เช่น ป่ากล้วย ป่าไผ่ ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ การไปชมน้ำตกกะเต็งเจ็ง จากที่ทำการอุทยานฯ เดินเท้าต่อไปอีกประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง  เป็นระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร จะถึงน้ำตกชั้นแรก  นักท่องเที่ยวจะต้องปีนป่ายผ่านสายน้ำขึ้นไปตามชั้นต่างๆจนถึงชั้นบนสุด เมื่อขึ้นไปถึงแล้วนักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางกลับโดยไม่ใช้ทางเดิม แต่เปลี่ยนเป็นเส้นทางเดินป่า ที่ยังมีสภาพป่าดิบอันสมบูรณ์ ระหว่างทางจะผ่านดงเฟิร์นที่กว้างใหญ่ตระการตา ผ่านป่าระกำ ลิ้นจี่ป่าและมะไฟป่า  ตลอดทางเดินจะได้ยินเสียงน้ำตกกระทบโขดหินดังก้องอยู่ในป่าตลอดเวลา  ด้านบนของน้ำตกจะมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลมได้ น้ำตกนี้ไม่เหมาะสำหรับการเดินทางในฤดูฝน และควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางของอุทยานฯ

    สะพานมอญ อยู่ในตัวอำเภอสังขละบุรี เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยมีความยาวถึง ๘๕๐ เมตร สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลียสำหรับให้ประชาชนฝั่งตัวอำเภอสังขละบุรีและฝั่งหมู่บ้านชาวมอญเดินข้ามสัญจรไปมา บริเวณสะพานแห่งนี้เป็นจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณที่สวยงามสามารถมองเห็นลำห้วยสายต่างๆคือ ซองกาเลีย บีคลี่ และรันตีที่ไหลมารวมกันเป็นสามประสบ

    วัดวังก์วิเวการาม  อยู่เลยจากตัวอำเภอสังขละบุรีไปประมาณ ๖ กิโลเมตร เป็นวัดจำพรรษาของ “หลวงพ่ออุตตมะ” ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวไทย ชาวมอญ รวมทั้งชาวกระเหรี่ยงและพม่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ภายในวิหารที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนอันงดงามชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อขาว จากวัดวังก์วิเวการามแยกไปอีก ๑ กิโลเมตร จะเป็นที่ตั้งของเจดีย์แบบพุทธคยามีลักษณะฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็นกระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร   บริเวณใกล้เจดีย์มีร้านจำหน่ายสินค้าจากพม่าหลายร้านจำพวกผ้า แป้งพม่า เครื่องไม้ ราคาย่อมเยา

    ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มีการจัดงานคล้ายวันเกิดหลวงพ่ออุตตมะ ในงานมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วยพิธีกรรมทางศาสนา  การแข่งขันชกมวยคาดเชือก  การแสดงของชมรมวัฒนธรรมท้องถิ่นเช่น การรำแบบมอญ การรำตงของชาวกะเหรี่ยง และในงานประชาชนจะพร้อมใจกันแต่งกายตามแบบวัฒนธรรมของชาวไทยรามัญและจัดเตรียมสำรับอาหารทูนบนศีรษะไปถวายพระสงฆ์ที่วัด

    น้ำตกตะเคียนทอง เป็นน้ำตกที่ขึ้นอยู่กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ในบริเวณเทือกเขาตะนาวศรีซึ่งกั้นแนวเขตชายแดนไทย-พม่าในเขตอำเภอสังขละบุรี  ตัวน้ำตกมีต้นน้ำอยู่ในเขตประเทศพม่าไหลเลาะเรื่อยมาตามแนวเขาที่กั้นเขตแดนสู่ประเทศไทยที่ห้วยซองกาเลีย  จากความอุดมสมบูรณ์ของป่าทำให้เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี เส้นทางเดินสู่ตัวน้ำตกชั้นแรกใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที เป็นทางราบปกคลุมด้วยดงไผ่ หวาย เฟิร์นและไม้ใหญ่ยืนต้นนานาพันธุ์  บางช่วงลัดเลาะลำธารน้ำ บางช่วงจะเห็นสายน้ำไหลมาจากหลายทิศทางกระจายออกไปเป็นแอ่งน้ำหรือลานกว้าง  ซึ่งน้ำตกในแต่ละชั้นมีความงดงามแปลกตากันออกไป  

    การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ก่อนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี ๔ กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือไปด่านเจดีย์สามองค์  ไปตามเส้นทางสังขละบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์ ประมาณกิโลเมตรที่ ๑๒–๑๓ จะมีป้ายบอกทางเข้าน้ำตกอยู่ด้านขวา เลี้ยวตามทางแยกไปบนถนนหินลูกรังอีกประมาณ ๙ กิโลเมตร  เมื่อถึงจุดพักรถจะต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ ๓๐ นาที จึงจะถึงตัวน้ำตกชั้นแรก ควรติดต่อสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่า  หากต้องการค้างแรมควรติดต่อขออนุญาตล่วงหน้า ๑๕ วัน เรียนผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. ๕๖๑–๔๒๙๒-๓ ต่อ ๗๐๖-๗

    ถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล  ตั้งอยู่ในบริเวณสำนักปฏิบัติธรรมถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล  ติดภูเขาเล็กๆ แต่ละถ้ำมีชื่อเรียกตามลักษณะ เช่น ถ้ำบาดาลมีระดับน้ำสูงประมาณหัวเข่า  ถ้ำพ่อปู่ฤาษี ถ้ำแก้วมรกตมีผนังหินงอกหินย้อยเป็นสีเขียว ถ้ำแก้วสวรรค์บันดาลและถ้ำแก้ว  ภายในแต่ละถ้ำมีหินย้อยรูปทรงต่างๆงดงามมาก เมื่อกระทบกับแสงไฟจะสะท้อนแสงแวววาวคล้ายถูกโรยไว้ด้วยกากเพชร การเข้าไปเที่ยวชมนักท่องเที่ยวควรแต่งกายด้วยชุดที่รัดกุม เลือกสวมรองเท้าที่เหมาะสมและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะบางถ้ำมีโขดหินที่สูงชัน บางถ้ำต้องใช้วิธีการคลานและมุดไปตามซอกของช่องหิน และบางถ้ำที่มีระดับน้ำสูงประมาณหัวเข่า หากต้องการชมให้ครบหมดทุกถ้ำ จะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๖ ชั่วโมงขึ้นไป

    การเดินทาง ใช้เส้นทางอำเภอสังขละบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์ กิโลเมตรที่ ๑๖ เลี้ยวขวาบริเวณศาลาพักร้อนริมทาง  จากนั้นขับรถไปตามถนนดินอีกประมาณ ๘๐๐ เมตร เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางอีก ๒๐๐ เมตร จะถึงบริเวณสำนักปฏิบัติธรรมซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลของถ้ำได้จากพระสงฆ์ ที่จำวัดอยู่ ณ บริเวณสำนักปฏิบัติธรรมนั้น

    ด่านเจดีย์สามองค์ เขตสิ้นสุดชายแดนไทยด้านทิศตะวันตก ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลู ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ โดยก่อนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี ๔ กิโลเมตร จะมีทางแยกด้านขวาไปด่านเจดีย์สามองค์ เป็นระยะทางประมาณ ๑๘ กิโลเมตร  เส้นทางลาดยางตลอดสาย   พระเจดีย์สามองค์นี้เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยโดยทั่วไปก่อนเดินทางออกจากเขตแดนไทยเข้าสู่เขตแดนพม่า  ต่อมาในปีพ.ศ.๒๔๗๒ พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีได้เป็นผู้นำชาวบ้านก่อสร้างเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบัน นอกจากนี้ด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าในอดีต  บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ มีร้านขายสินค้าจากประเทศพม่า นักท่องเที่ยวสามารถข้ามชายแดนเข้าไปในเขตประเทศพม่า ชมตลาดชายแดนซึ่งมีสินค้าของพม่าจำหน่าย โดยเสียค่าผ่านด่าน ชาวไทย ๒๕ บาท  ชาวต่างประเทศ ๑๐๐ เหรียญสหรัฐ (สามารถนำรถเข้าไปได้ราคาคันละ ๕๐ บาท) ในระหว่างเวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น.

    เที่ยวป่าสังขละบุรี  เป็นบริการนำเที่ยวของสถานที่พักในเขตอำเภอสังขละบุรี โดยจัดให้นักท่องเที่ยวล่องเรือไปตามลำน้ำซองกะเลีย แล้วต่อด้วยการนั่งช้างเที่ยวป่าและล่องแก่ง ผู้สนใจติดต่อล่วงหน้าที่บริษัทนำเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรีสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลางเขต ๑ โทร. (๐๓๔) ๕๑๑๒๐๐, ๕๑๒๕๐๐

    น้ำตกคลีตี้  อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร คลีตี้ เป็นภาษากระเหรี่ยงแปลว่า “เสือโทน” มีต้นน้ำอยู่บนยอดเขาดีกะ ใกล้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร การเดินทางไปน้ำตกคลีตี้บนต้องใช้เวลาเดินเท้าประมาณ ๒ วัน จากบ้านกะเหรี่ยงคลีตี้ และจะต้องมีลูกหาบและคนนำทาง ส่วนน้ำตกคลีตี้ล่าง อยู่เหนือทะเลสาบแควใหญ่บริเวณลำเขางู ใช้เวลาเดินทางโดยทางเรือจากท่าเรือกระดานหรือท่าหม่องกระแทะ ประมาณ ๒ ชั่วโมงครึ่ง

    เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร มีพื้นที่อยู่ในเขตอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีและอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ยอดเขาสูงสุดคือ เขาใหญ่ อยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ เป็นต้นน้ำของลำธารหลายสาย มีป่าไม้หลายชนิดประกอบด้วยทุ่งหญ้า ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าดงดิบ มีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

    การเดินทางไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ยังไม่สะดวกนัก เนื่องจากสภาพถนนบางช่วงไม่ดี จากเส้นทางทองผาภูมิ-สังขละบุรี บริเวณแยกห้วยเสือ ไปยังบ้านคลีตี้ ระยะทาง ๔๒ กิโลเมตร ต่อจากนั้นมีทางแยกไปที่ทำการเขตฯ ที่ห้วยซ่งไท้อีก ๔๐ กิโลเมตร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นพื้นที่เหมาะสำหรับผู้สนใจศึกษาธรรมชาติ ผู้ที่จะไปทุ่งใหญ่นเรศวรต้องทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า ๑๕ วัน เรียนผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. ๕๖๑–๔๒๙๒-๓ ต่อ ๗๐๖–๗

    ศรีสวัสดิ์ เขาน้ำพุ ท่ากระดาน อุทยานแห่งชาติเอราวัณ เขื่อนศรีนครินทร์ ถ้ำพระธาตุ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

    สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาน้ำพุ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ๕๕ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙ (กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๓๘–๓๙ ขึ้นอยู่กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ศูนย์แห่งนี้เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ มีการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเพื่อการศึกษาวิจัย จัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติสื่อความหมายให้ความรู้เกี่ยวกับสภาพป่าแบ่งออกเป็น ๒ เส้นทาง เส้นทางที่ ๑ เพื่อให้ผู้สนใจศึกษาธรรมชาติพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าใช้เวลาเดินทางไป-กลับประมาณ ๓ ชั่วโมง และเส้นทางที่ ๒ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเนินดินแดงใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง  ตามเส้นทางผ่านภูมิประเทศที่แตกต่างกันเช่น ลำห้วย ลำธาร ทางราบ เนินเขา ในบริเวณศูนย์แห่งนี้มีค่ายพักแรมสำหรับเยาวชน สามารถติดต่อล่วงหน้าโดยทำหนังสือถึงส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า เรียนผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. ๕๖๑–๔๒๙๒-๓ ต่อ ๗๐๘, ๗๕๖ หรือ ๕๖๑–๒๙๑๗  หรือ  สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาน้ำพุ ตู้ ปณ.๕ ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี ๗๑๑๙๐
    อุทยานแห่งชาติเอราวัณ  เดิมมีชื่อว่าอุทยานแห่งชาติเขาสลอบ ประกาศเป็นเขตอุทยานฯ เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๑๘ มีเนื้อที่ ๓๔๓,๗๓๕ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นอุทยานแห่งชาติเอราวัณเนื่องจากชั้นสูงสุดของน้ำตกเป็นธรรมชาติที่มีลักษณะคล้ายหัวช้างเอราวัณ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ

  • น้ำตกเอราวัณ  อยู่ห่างจากตัวเมือง ๖๕ กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ น้ำตกเอราวัณมีความยาว ๑,๕๐๐ เมตร แบ่งเป็น ๗ ชั้น แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นอ่างสามารถเล่นน้ำได้ และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ ระยะทาง ๑,๐๖๐ เมตร ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที ผ่านป่าดิบเขา จุดชมวิวและป่าผลัดใบที่สวยงาม ท่านจะได้รับความเพลิดเพลินในการชื่นชมธรรมชาติและได้ความรู้จากป้ายสื่อความหมาย

    ในบริเวณอุทยานฯมีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว รายละเอียดติดต่อกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. ๕๗๙-๕๗๓๔, ๕๗๙-๗๒๒๓

    การเดินทาง
    รถยนต์ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙ ( กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์) เมื่อถึงกิโลเมตรที่ ๕๖ แยกซ้ายข้ามสะพานเข้าตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ตรงไปอีกประมาณ ๓ กิโลเมตร ถึงลานจอดรถแล้วเดินต่อไปอีก ๕๐๐ เมตร จะถึงน้ำตก

    รถโดยสารประจำทาง มีรถสายกาญจนบุรี-เอราวัณออกจากสถานีขนส่ง ถ.แสงชูโต มายังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ทุกวัน ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง ค่าโดยสาร ๒๖ บาท ที่บริเวณน้ำตกเอราวัณมีบ้านพักของกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๕๗๙-๕๗๓๔, ๕๗๙-๗๒๒๓

  • เขื่อนศรีนครินทร์  อยู่ห่างจากน้ำตกเอราวัณ ประมาณ ๔ กิโลเมตร  ทางตอนบนของแม่น้ำแควใหญ่ เป็นเขื่อนเอนกประสงค์ที่อำนวยประโยชน์ทั้งในด้านการชลประทาน การลดอุทกภัยในลุ่มแม่น้ำแม่กลอง รวมทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า การประมง และเหนือสันเขื่อนยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เขื่อนศรีนครินทร์อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๗๐ กิโลเมตร บนทางหลวงสาย ๓๑๙๙ (กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์) ทางเขื่อนมีบ้านพักรับรองไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย รายละเอียดติดต่อได้ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โทร. ๔๓๖-๓๑๗๙

  • สวนเวลารำลึก  เป็นสวนที่อยู่ภายในเขื่อนศรีนครินทร์ มีพื้นที่กว่า ๓๐ ไร่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้สร้างขึ้นมาเพื่อเฉลิมพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในวโรกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเจริญพระชนมายุครบ ๙๐ พรรษา เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๓๓ สวนเวลารำลึกนี้สร้างเป็นสวนประติมากรรมบอกเวลารูปนาฬิกาแดด เป็นเครื่องเตือนใจให้รำลึกถึงคุณค่าแห่งชีวิตที่ก้าวล่วงเวลาทุกนาทีที่ผ่านไป สมดังพระราชหฤทัยของสมเด็จย่าที่ทรงตระหนักเป็นแน่แท้ว่า “เวลาเป็นของมีค่า” ซึ่งควรจะใช้เวลาให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ไม่ควรปล่อยให้ล่วงเลยไปอย่างไร้ประโยชน์  บริเวณลานโดยรอบจะมีที่นั่งพักผ่อนเพื่อชมทิวทัศน์ที่สวยงามของเขื่อนศรีนครินทร์

  • ถ้ำพระธาตุ  อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ห่างจากน้ำตกเอราวัณไปประมาณ ๘ กิโลเมตร ภายในมีหินงอกหินย้อยวิจิตรงดงามมาก ที่แปลกคือเป็นหินที่โปร่งแสง ถ้ำมีความยาว ๒๐ เมตร ใช้เวลาชมถ้ำพระธาตุ ประมาณ ๓๐ นาที - ๑ ชั่วโมง การเข้าชมถ้ำพระธาตุ นักท่องเที่ยวจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ณ ที่ทำการ ซึ่งตั้งอยู่เชิงเขาเพื่อขอให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้นำทางให้

    อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์  มีเนื้อที่ ๙๕๗,๕๐๐ ไร่ ประกาศเป็นเขตอุทยาน เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๒๔ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือ

  • น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น  ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯริมทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ ห่างจากกาญจนบุรีประมาณ ๑๐๘ กิโลเมตร น้ำตกห้วยขมิ้นมีสภาพสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด น้ำตกไหลมาจากต้นน้ำของเทือกเขากะลาซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้งทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ นับเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง น้ำตกแบ่งออกเป็นเจ็ดชั้น มีชื่อเรียกต่างๆกันไปแต่ละชั้น เช่น ชั้นที่ ๑ ดงว่าน ชั้นที่ ๒ ม่านขมิ้น ชั้นที่ ๓ วังหน้าผา ชั้นที่ ๔ ฉัตรแก้ว ชั้นที่ ๕ไหลจนหลง ชั้นที่ ๖ ดงผีเสื้อ ชั้นที่ ๗ ร่มเกล้า แต่ละชั้นมีความสูงและความงดงามต่างกันไป ทางอุทยานฯได้ทำเส้นทางเดินสำหรับขึ้นไปชมน้ำตกแต่ละชั้นและยังเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม – เมษายน

    ในบริเวณอุทยานฯมีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งร้านอาหารสวัสดิการ ตอนกลางคืน มีการฉายสไลด์  รายละเอียดติดต่อกองอุทยานแห่งชาติ โทร. ๕๗๙-๕๗๓๔, ๕๗๙-๗๒๒๓

    การเดินทาง
    รถยนต์

    เส้นทางที่ ๑ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ผ่านตัวเมืองกาญจนบุรี จากนั้นใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี-น้ำตกเอราวัณ (ทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙) ผ่านถ้ำพระธาตุ ห้วยพุมุด (วัดพุมุด) เส้นทางหลังจากนี้เป็นดินลูกรังอัดแน่นเข้าไปถึงบริเวณน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น รวมระยะทางประมาณ ๑๐๔ กิโลเมตร ควรใช้รถสภาพดีมีกำลังหรือจะเช่ารถสองแถวจากตัวเมืองหรือที่ตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ ได้เช่นกัน

    เส้นทางที่ ๒ การนำรถยนต์ข้ามแพขนานยนต์
    ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ผ่านตัวเมืองกาญจนบุรี จากนั้นใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี-ท่ากระดาน-แม่ละมุ่น (ทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙) เริ่มจากนำรถลงแพที่ท่าแม่ละมุ่นข้ามไปท่าอำเภอศรีสวัสดิ์ ใช้เวลาประมาณ ๑๕ นาที เสียค่าธรรมเนียมรถยนต์คันละ ๕๐ บาท จากนั้นขับรถยนต์ต่อไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร จะพบท่าแพขนานยนต์ข้ามไปท่าห้วยแม่ขมิ้น ใช้เวลา ๓๐-๔๕ นาที เสียค่าธรรมเนียมคันละ ๑๕๐ บาท จากนั้นขับรถต่อไปอีก ๗ กิโลเมตร ถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

    เรือ
    เรือเหมา ขึ้นที่ท่าหม่องกระแทะหรือท่าเรือท่ากระดาน ซึ่งอยู่ห่างจากทางแยกเข้าเขื่อนศรีนครินทร์ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ราคา ๑,๕๐๐ (๑๐ คน) - ๓,๐๐๐ (๓๐ คน) บาท เมื่อถึงท่าห้วยแม่ขมิ้นเดินขึ้นไป ๒๐๐ เมตร ถึงตัวน้ำตก

    รถโดยสาร สามารถขึ้นรถสองแถวจากบริเวณวัดทุ่งลาดหญ้าในเขตอำเภอเมือง ผ่านบ้านต้นมะพร้าว บ้านน้ำมุด พุดตาเซียน ถึงน้ำตกห้วยขมิ้น รถออกเวลาประมาณ ๑๒.๐๐ น.ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๔ ชั่วโมง ค่ารถประมาณ ๘๐ บาท (หมายเหตุ - เวลารถโดยสารอาจเปลี่ยนแปลงได้)

    อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์(ถ้ำธารลอด) อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์หรืออุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอดนี้มีเนื้อที่ ๓๖,๗๗๕ ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ เส้นทางเดินป่าในเขตอุทยานฯ แบ่งเป็นสองเส้นทาง

    เส้นทางแรก เป็นเส้นทางเดินป่าจากถ้ำธารลอดน้อยถึงถ้ำธารลอดใหญ่ ภายในถ้ำธารลอดน้อยจะเห็นหินงอกหินย้อยสวยงามและมีลำธารไหลผ่านภายในถ้ำชื่อ ลำกระพร้อย เมื่อพ้นถ้ำธารลอดน้อยออกมาจะต้องเดินป่าต่อไปอีก ๑.๕ กิโลเมตร จะถึง น้ำตกไตรตรึงษ์  เดินต่อไปอีกราว ๑ กิโลเมตร  จะถึงถ้ำธารลอดใหญ่ รวมระยะทาง ๒.๕ กิโลเมตร

    เส้นทางที่สองเป็นเส้นทางเดินป่าไปยังน้ำตกธารเงินและน้ำตกธารทองระยะทางประมาณ ๑.๗ กิโลเมตร

  • น้ำตกธารเงิน  เป็นน้ำตกขนาดย่อมลดหลั่นกันเป็นชั้นๆถึง ๗ ชั้น ใช้เวลาเดินทางจากที่ทำการอุทยานถึงชั้นแรกของน้ำตกประมาณ ๓๕ นาที ส่วนน้ำตกธารทองเป็นน้ำตกขนาดใหญ่มี ๑๕ ชั้น ใช้เวลาเดินทางจากที่ทำการอุทยานฯ ถึงชั้นแรกของน้ำตกประมาณ ๒๕ นาทีเท่านั้น

    การเดินทาง อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๙๗ กิโลเมตร เมื่อถึงจังหวัดกาญจนบุรีให้ขับตรงไปประมาณ ๗ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางกาญจนบุรี-ทุ่งมะสังข์ ประมาณ ๒๓ กิโลเมตร จากนั้นแยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๐๘๖ ผ่านอำเภอบ่อพลอยไปยังกิ่งอำเภอหนองปรือ เมื่อถึงตลาดหนองปรือจะมีป้ายบอกทางไปยังถ้ำธารลอดอีก ๒๒ กิโลเมตร ทางราดยางตลอดสาย ถ้าใช้บริการรถประจำทาง มีรถประจำทางจากสถานีขนส่งกาญจนบุรีไปยังตลาดหนองปรือ จากนั้นต้องเช่ารถสองแถวที่ตลาดหนองปรือไปยังอุทยานฯ   ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ ๒๐ บาทเด็ก ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท  เด็ก ๑๐๐ บาท

    ในเขตอุทยานฯ มีบ้านพัก และสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว รายละเอียดสอบถามได้ที่กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. ๕๗๙-๕๗๓๔ และ ๕๗๙-๗๒๒๓
  • อำเภอเมือง ศาลหลักเมือง พระพุทธฉาย เมืองโบราณดงละคร วังตะไคร้ น้ำตกนางรอง

    ศาลหลักเมือง  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำนครนายก เสาหลักเมืองเดิมเป็นเสาไม้ยาวประมาณ ๑ เมตรเศษ ปลายเสาแกะสลักเป็นรูปดอกบัวตั้งอยู่บริเวณกำแพงเมืองเก่าต่อมาประมาณ พ.ศ. ๒๔๕๓ ทางราชการเห็นว่าศาลหลักเมืองเดิมชำรุดมากจึงได้ย้ายหลักเมืองไปประดิษฐานที่ตึกแดงในโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด คือ โรงเรียนศรีนครนายก ภายหลังได้ย้ายมาสร้างใหม่ริมแม่น้ำนครนายกภายในสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ ๙ โดยสร้างเป็นศาลาจตุรมุข เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองจนถึงทุกวันนี้
    โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า  (รร.นายร้อย จปร.)  ตั้งอยู่ที่ตำบลพรหมณี ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๑๔ กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพฯ ตามเส้นทางองครักษ์ประมาณ ๗๕ กิโลเมตร  บริเวณโรงเรียนติดกับเขาชะโงก มีพื้นที่ ประมาณ ๑๙,๒๙๐ ไร่ เป็นสถานที่ให้การศึกษาแก่ผู้ที่จะรับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตรแห่งกองทัพไทย  ภายในมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง และมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินและสนุกสนานเหมาะแก่การมาเที่ยวกันแบบครอบครัว นักท่องเที่ยวควรติดต่อศูนย์บริการท่องเที่ยว รร.นายร้อย จปร. ก่อนเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับกิจกรรมท่องเที่ยวภายในบริเวณโรงเรียน
    สถานที่น่าสนใจภายใน รร.นายร้อย จปร. ได้แก่

  • พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานอยู่หน้ากองบัญชาการ รร.นายร้อย จปร. ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นผู้พระราชทานกำเนิด รร.จปร. พระบรมรูปอยู่ในฉลองพระองค์เครื่องแบบจอมทัพไทยแห่งกองทัพบกเต็มยศประทับเหนือพระราชอาสน์

  • ศาลาวงกลม หรือศาลาลม จอมพลสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ ทรงดำริให้จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของนักเรียนนายร้อย ภายในศาลาวงกลมประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ ๕

  • อาคารพิพิธภัณฑ์โรงเรียนนายร้อย จปร. ๑๐๐ ปี เป็นที่แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับกองทัพไทย  จัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เคยใช้ทำสงครามในอดีต เครื่องแบบนายทหารของกองทัพ  ห้องชมสไลด์มัลติวิชั่นบรรยายเรื่องราวและประวัติความเป็นมาของโรงเรียน และยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปหุ่นขี้ผึ้งรัชกาลที่ ๕ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชมคนละ ๑๐ บาท  

  • ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีประชาชนเคารพนับถือมาก ตามประวัติท่านเป็นนายด่านเมืองนครนายกสมัยอยุธยา  เมื่อปี พ.ศ.๒๑๓๐ ในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขณะที่ไทยติดพันศึกกับพม่า เขมรได้เข้ามารุกรานและกวาดต้อนผู้คนแถบปราจีนบุรีเพื่อนำกลับไปเขมร และได้ยึดเมืองปราจีนบุรีและเมืองนครนายก ขุนด่านได้รวบรวมชาวเมืองถอยไปตั้งหลักที่เขาชะโงกแล้วยกกำลังเข้าขับไล่เขมรออกจากนครนายกจนเขมรแตกพ่ายไป ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของท่านอีกว่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ญี่ปุ่นนำกำลังพลไปตั้งที่เขาชะโงก และได้รื้อศาลเจ้าพ่อขุนด่านท่านจึงแสดงอภินิหารทำให้ทหารญี่ปุ่นล้มตายเป็นจำนวนมาก

  • พระพุทธฉาย  เป็นภาพเขียนสีติดอยู่กับชะโงกผาบนภูเขาเตี้ย ๆ ถัดจากเขาชะโงกมีวิหารครอบไว้ พระพุทธฉายนี้ ประวัติเดิมเป็นอย่างไรไม่ปรากฏแต่เล่ากันว่าสภาพเดิมเป็นภาพพระพุทธรูปปางต่าง ๆ  เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๕ กรมแผนที่ทหารบกเข้าไปตั้งโรงงานหินอ่อนที่เชิงเขานี้ และได้เขียนตามรอยพระพุทธรูปเดิมให้ชัดเจนขึ้น ชาวบ้านนับถือกันว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่ง ทุกกลางเดือน ๓  จะมีงานนมัสการเป็นประจำทุกปี  

    ถ้าเราเดินไปทางด้านหลังวัดพระฉายจะพบ “น้ำตกพระฉาย” เป็นน้ำตกเล็ก ๆ ตกลงเป็นสายจากผาสูงประมาณ ๓๐ เมตร มายังแอ่งน้ำเบื้องล่างซึ่งสามารถเล่นน้ำได้ และจะมีน้ำมากในช่วงฤดูฝน
    นอกจากการเที่ยวชมสถานที่น่าสนใจดังกล่าวนักท่องเที่ยวสามารถขับรถหรือขี่จักรยานเที่ยวชมบริเวณได้ บริเวณศูนย์บริการท่องเที่ยวมีจักรยานให้เช่า และยังมีกิจกรรมกีฬาที่เปิดให้บุคคลภายนอกใช้บริการได้ เช่น ยิงปืน  เรือแคนูและเลื่อนช่วยชีวิต  กอล์ฟ  และสำหรับผู้ที่ต้องการจัดกิจกรรมกลุ่ม เช่น เดินป่าและพักแรมที่เขาชะโงก กิจกรรมไต่หน้าผาจำลองและหน้าผาจริง ต้องติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย ๗ วัน  ภายในบริเวณมีบ้านพักรับรอง ร้านอาหารสโมสรนายทหาร  สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์บริการท่องเที่ยว อาคารสมาคมแม่บ้านทหารบกสาขา จปร. ทุกวันระหว่างเวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น. โทร. ๐ ๓๗๓๙ ๓๐๑๐-๕  ต่อ ๖๒๙๖๑-๓          

       
  • หลวงพ่อเศียรนคร ประดิษฐานอยู่ ณ วัดบุญนาครักขิตาราม (วัดต่ำ) ตำบลนครนายก เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวจังหวัดนครนายก สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยพระร่วง ขุดพบเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕ บริเวณโรงกลั่นสุราจังหวัดนครนายก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้วัดนางหงษ์ ตำบลท่าช้าง โดยขุดพบแต่เศียรไม่มีองค์ และได้นำไปไว้ที่โรงเรียนนายกพิทยา (ปัจจุบันยุบไปแล้ว) ต่อมานำไปประดิษฐานที่วัดบุญนาครักขิตาราม ในปี พ.ศ. ๒๕๑๑  มีผู้ศรัทธาสร้างองค์พระและโบสถ์ถวาย และถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า  “หลวงพ่อเศียรนคร”   ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

  • วัดใหญ่ทักขิณาราม  ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านใหญ่ ริมแม่น้ำนครนายก จากตัวเมืองเดินทางตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๔๙  แล้วเลี้ยวขวาเข้าบ้านใหญ่ วัดใหญ่เป็นวัดเก่าแก่กล่าวกันว่าชาวเวียงจันทน์ได้อพยพมาเมื่อครั้งเกิดสงครามลาวกับฝรั่งเศส ชาวเวียงจันทน์แพ้สงครามจึงอพยพลงมาทางใต้ และมีกลุ่มหนึ่งมาตั้งหลักแหล่งอยู่ในเขตอำเภอเมืองนครนายก เรียกว่า “บ้านใหญ่ลาว” และได้สร้างวัดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๓๒๓ เรียกว่า “วัดใหญ่ลาว”  ในปี ๒๔๘๔ ได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดใหญ่ทักขิณาราม สิ่งที่สำคัญในวัดคือ พระอุโบสถซึ่งมีขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๐.๑๕ เมตร สูง ๑๐ เมตร มีกำแพงแก้วล้อมรอบ สร้างโดยช่างชาวเวียงจันทน์  ลักษณะพระอุโบสถเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ก่ออิฐถือปูน บานประตูเป็นไม้แกะสลักกรอบด้านขวามือเป็นรูปยักษ์ถือกระบองชูขึ้น และเท้าบั้นเอว หน้าบันเป็นไม้แกะสลักรูปเทพพนม  กำแพงแก้วมีซุ้มประตูโค้งเลียนแบบศิลปตะวันออก มีทหารสวมหมวกแต่งกายแบบยุโรปถือกระบองเป็นทวารบาลด้านละ ๒ คน ด้านนอกกำแพงแก้วด้านทิศตะวันตกมีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองแบบทรงเครื่องดูสวยงาม

  • วัดพราหมณีและอนุสรณ์สถานกองพลทหารญี่ปุ่นที่ ๓๗   ตั้งอยู่ตำบลสาริกา ประมาณกิโลเมตรที่ ๕ ทางไปน้ำตกสาริกา-นางรอง  สมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา พ.ศ. ๒๔๘๒-๒๔๘๘  กองพลทหารญี่ปุ่นที่ ๓๗ เคยมาตั้งทัพอยู่ที่วัดนี้  สมาคมทหารสหายสงครามกองพลญี่ปุ่นที่  ๓๗  จึงสร้างอนุสรณ์สถานขึ้นที่นี่เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงดวงวิญญาณของบรรดาทหารสังกัดกองพลญี่ปุ่นที่ ๓๗ จำนวน ๗,๙๒๐ นาย ซึ่งเสียชีวิตในระหว่างสงคราม โดยนำอัฐิที่ฝังอยู่ในบริเวณวัดมาบรรจุในแท่นที่จัดสร้างขึ้น  

    นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดพราหมณียังมีสวนสัตว์จำลองโดยมีรูปปูนปั้นสัตว์ป่ามากมาย เช่น ช้าง โค กระบือ กระทิง เก้ง กวาง และพระพุทธรูปเก่าแก่ทรงเครื่องดอกพิกุล พระโอษฐ์แดง  เล่ากันว่าชาวลาวอพยพได้อัญเชิญมาเมื่อสมัยเวียงจันทน์แตก เรียกกันว่า “พระพุทธรูปปากแดง”  ปกติโบสถ์ไม่เปิดถ้าประสงค์จะเข้าชมติดต่อขออนุญาตได้ที่เจ้าอาวาส
    รอยพระพุทธบาทจำลองเขานางบวช  อยู่ในมณฑปบนยอดเขานางบวช ตำบลสาริกา ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๙ กิโลเมตร เขานางบวชสูงประมาณ ๑๐๐ เมตร ทางขึ้นมีบันไดคอนกรีตจากเชิงเขาถึงมณฑป ๒๒๗ ขั้น รอยพระพุทธบาทนี้สร้างไว้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๐๑ ในวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๒  ปีระกา  และจะมีงานนมัสการรอยพระพุทธบาทในกลางเดือน ๕ ของทุกปี

  • เมืองโบราณดงละคร  ตั้งอยู่ที่ตำบลดงละคร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๙ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๗๖ เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ ๖.๓ กิโลเมตร ผ่านวัดเจดีย์ทอง และเลี้ยวไปทางเดียวกับวัดดงละคร แต่เดิมเรียกกันว่า “เมืองลับแล” เป็นสถานที่ตั้งเมืองโบราณสมัยทวารวดีและขอม เนินดินดงละครหรือดงใหญ่มีเนื้อที่ประมาณ ๖ ตารางกิโลเมตร ภายในมีเมืองโบราณหรือดงเล็ก   ลักษณะเป็นรูปไข่อยู่ค่อนไปทางทิศตะวันตกของเนินดิน มีคันดินเป็นกำแพง ๒ ชั้นชาวบ้านเรียกกันว่า “สันคูเมือง”  และมีคูน้ำล้อมรอบ ลักษณะเดียวกับเมืองโบราณทั่วไปในสมัยทวารวดี  ภายในเมืองน่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นปกครอง ส่วนประชาชนทั่วไปน่าจะกระจายอยู่ในบริเวณที่ลุ่มรอบเมือง ความรุ่งเรืองที่เด่นชัดแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกเริ่มพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๖ เป็นวัฒนธรรมแบบทวารวดี  ช่วงที่สองราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๙ เป็นวัฒนธรรมขอม  และวัฒนธรรมก่อนอยุธยา  พุทธศตวรรษที่ ๑๙ ชาวบ้านดงละครคงจะอพยพไปตั้งถิ่นฐานตามลำน้ำสายหลักในจังหวัดนครนายก สันนิษฐานว่าน่าจะมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับเมืองศรีมโหสถที่จังหวัดปราจีนบุรี เพราะเมืองทั้งสองอยู่ห่างกันเพียง ๕๕ กิโลเมตร โบราณวัตถุที่ค้นพบบริเวณโบราณสถาน ได้แก่  เศษภาชนะดินเผา ภาชนะเคลือบสีฟ้า  ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน เบี้ยดินเผา แผ่นตะกั่ว ตุ้มหูสำริด  แผ่นทองคำ เศียรพระพุทธรูปกะไหล่ทอง สถูปศิลาแลง แหวนสำริด กำไลสำริด เป็นต้น    
    สำหรับตำนานเมืองนั้นเล่ากันว่า เมืองนี้เคยเป็นเมืองของราชินีขอมซึ่งเป็นที่รโหฐานผู้อื่นไม่สามารถเข้าออกได้ง่ายนัก ประกอบกับลักษณะของบริเวณเมืองมีต้นไม้สูงขึ้นอยู่ทั่วไปใครเข้าไปแล้วอาจหาทางออกไม่ได้ จะต้องวนเวียนอยู่ในดงนั้นเอง และวันโกนวันพระจะได้ยินเสียง กระจับปี่ ซอ ปี่พาทย์ มโหรีขับกล่อมคล้าย ๆ กับมีการเล่นละครในวัง ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า “ดงละคร”  หรืออีกนัยหนึ่งคำว่า “ดงละคร” นั้นอาจเพี้ยนมาจาก“ดงนคร”  กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ  เมื่อวันที่  ๘ มีนาคม  พ.ศ. ๒๔๗๘  
    อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ อยู่ที่ตำบลเขาพระ  แยกซ้ายมือจากถนนที่ไปน้ำตกสาริกา-นางรองตรงหลักกิโลเมตรที่ ๑ ไปตามถนนเขาทุเรียนระยะทางประมาณ ๑๑ กิโลเมตร (ทางไปบ้านวังรี) เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่มีทิวทัศน์สวยงามตามธรรมชาติมีน้ำตลอดปี มีถนนลาดยางรอบอ่าง เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน และใช้เป็นศูนย์กีฬาทางน้ำของจังหวัดนครนายก เนื่องจากมีศักยภาพในการเล่นเรือกรรเชียง เรือแคนูน้ำเรียบ เรือใบ และวินด์เซิฟในบางฤดู

  • อ่างเก็บน้ำทรายทอง อยู่ที่ตำบลเขาพระ  แยกซ้ายมือจากถนนที่ไปน้ำตกสาริกา-นางรอง ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๑ ไปตามถนนเขาทุเรียนระยะทางประมาณ  ๑๕ กิโลเมตร (ทางเดียวกับอ่างเก็บน้ำห้วยปรือ) เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ภูมิประเทศโดยรอบเป็นภูเขาคงความสวยงามตามธรรมชาติ เหนืออ่างเก็บน้ำขึ้นไปประมาณ ๒ กิโลเมตร มี ”น้ำตกทรายทอง” เป็นน้ำตกขนาดเล็กมีน้ำเกือบตลอดปี การเดินทางไปยังน้ำตกทรายทองต้องเดินเท้าเข้าไปโดยเริ่มจากตัวเขื่อนอ่างเก็บน้ำใช้เวลาเดินทางประมาณ ๓๐ นาที
    น้ำตกลานรักหรือน้ำตกตาดหินกอง  ตั้งอยู่ในตำบลสาริกา  ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปน้ำตกสาริกาและน้ำตกนางรอง โดยเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกประชาเกษมประมาณหลักกิโลเมตรที่ ๘  เข้าไปประมาณ ๕ กิโลเมตรก็จะถึงบริเวณตัวน้ำตกซึ่งเกิดจากสายธารเล็ก ๆ ไหลผ่านลานหินในช่วงสุดท้ายและไหลพุ่งเป็นทางยาวผ่านที่กว้างเลียบตรงเชิงเขาเตี้ย ๆ สวยงาม และแปลกตาไปจากน้ำตกแห่งอื่น  น้ำตกลานรักมีน้ำเฉพาะในฤดูฝน ในฤดูแล้งน้ำจะแห้ง  และในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนจะมีน้ำมากที่สุดเหมาะที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว
    น้ำตกสาริกา    เป็นน้ำตกในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  ตั้งอยู่ที่ตำบลสาริกา  เดินทางจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๔๙ เป็นระยะทาง ๑๒  กิโลเมตร  แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๐๕๐ อีก ๓ กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย  น้ำตกสาริกาเป็นน้ำตกขนาดใหญ่สายน้ำไหลตกจากหน้าผาเป็นทอด ๆ ถึง ๙ ชั้น ผาที่สูงที่สุดประมาณ ๒๐๐ เมตร แต่ละชั้นมีอ่างรับน้ำและมีน้ำมากในฤดูฝน    ส่วนฤดูแล้งน้ำแห้ง บริเวณด้านล่างของน้ำตกมีบริการห้องอาบน้ำ  ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ค่าเข้าชมน้ำตกผู้ใหญ่คนละ ๒๐ บาท เด็ก ๑๐  บาท
    ในบริเวณใกล้เคียงกันมี “ถ้ำสาริกา”  อาจารย์มั่น  ภูริฑตฺโต เคยมาบำเพ็ญศาสนธรรมที่นี่ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๖๐-๒๔๖๓  สภาพเป็นเนินเขา ภายในบริเวณประกอบด้วยกุฏิของสงฆ์ เรือนบูชาหลวงปู่มั่น และโบสถ์ ซึ่งอยู่สุดทางเดินเท้าขึ้นเขา

  • วังตะไคร้   ตั้งอยู่ที่ตำบลหินตั้ง ใกล้กับน้ำตกนางรองอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๖ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๔๙ วังตะไคร้เป็นของกรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิจ และหม่อมราชวงศ์หญิงพันธุ์ทิพย์บริพัตร เป็นอุทยานที่ได้รับการตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ในเนื้อที่ ๑,๕๐๐ ไร่ มีถนนให้นำรถยนต์เข้าชมในบริเวณได้  เปิดรับนักท่องเที่ยวทั่วไปทั้งประเภทเช้าไปเย็นกลับ และประเภทค้างแรม โดยคิดค่าผ่านประตูดังนี้ รถโดยสารคนละ ๕    บาท   (ไม่คิดค่ารถ) รถตู้, ปิคอัพ (ไม่เกิน  ๑๐  คน)   ๑๐๐    บาท รถยนต์ส่วนบุคคล (ไม่เกิน  ๕  คน)    ๕๐   บาท  บุคคลคนละ   ๕     บาท

  • น้ำตกนางรอง  ตั้งอยู่ที่ตำบลหินตั้ง ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๒๐ กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๔๙  น้ำตกนางรองอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดกลางที่ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ ไม่สูงนัก มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ในช่วงฤดูฝนกระแสน้ำจากน้ำตกนางรองจะไหลเชี่ยวมากควรระมัดระวังในการลงเล่นน้ำ การจัดบริเวณภายในเป็นระเบียบสะอาดตา และมีบ้านพักบริการ   การเข้าชมน้ำตกนางรองนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าบำรุงสถานที่ดังนี้  รถยนต์โดยสาร (รวมบุคคล)      ๑๕๐   บาท    รถยนต์เล็ก (รวมบุคคล)  ๕๐  บาท   รถตู้  (รวมบุคคล) ๑๐๐  บาท  รถจักรยานยนต์  ๑๐   บาท  บุคคลคนละ ๕  บาท
  • รับจัดสัมมนา ชะอำ จัดได้ตามงบประมาณลูกค้า

    ข้อมูลท่องเที่ยว จาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    สถานที่ท่องเที่ยว : สถานที่ท่องเที่ยว หัวหิน เที่ยวพัทยา ดำน้ำ เกาะช้าง เที่ยวน้ำตก นครนายก เกาะเสม็ด ชะอำ เชียงใหม่ ล่องแพ กาญจนบุรี กระบี่ กางเต้นท์ เขาใหญ่ ตลาดน้ำอัมพวา เกาะสีชัง เที่ยววัด อยุธยา ชลบุรี เส้นทางท่องเที่ยว ปาย แม่ฮ่องสอน เที่ยว ปาย หนาว เที่ยวหน้าหนาว แม่ฮ่องสอน ดำน้ำ เกาะล้าน ตราด เที่ยวน้ำตก สระบุรี เที่ยวเกาะเกร็ด สวนสัตว์ สวนหลวง ร.9 ดอกไม้ ทะเลแหวก เขาพะเนินทุ่ง แก่งกระจาน สวนผึ้ง ราชบุรี ตลาดน้ำ ดำเนินสะดวก เขาค้อ น้ำหนาว ปางมะผ้า ดอยสุเทพ ปุย ห้วยน้ำดัง แม่มาลัย ศรีสัชนาลัย อุทยานแห่งชาติรามคำแหง เกาะพะงัน วัดโสธร ตลาดดอนหวาย สวนสามพราน เส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร เกมส์ กิจกรรม เส้นทางเดินป่า น้ำตก น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น น้ำตกเอราวัณ ตลาดน้ำ จตุจักร ล่องแก่ง ดำน้ำ ดูปะการัง สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออก สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน ท่องเที่ยว เที่ยวปาย เกาะช้าง เกาะล้าน พัทยา กาญจนบุรี 
    โรงแรม ที่พัก : รับจัดสัมมนา แพ็คเกจทัวร์เกาะกูด ล่องเรือทานอาหารค่ำ Chao Phraya Princess Grand Pearl Dinner Cruise โกลเด้น วัลเล่ย์ เขาใหญ่ สักภูเดือน เขาใหญ่ โรงแรมหัวหิน ชมวิว หัวหิน ที่พัก หัวหิน รีสอร์ท กาญจนบุรี ที่พัก เกาะช้าง โรงแรมสมุย ที่พักระยอง ล่องเรือทานอาหาร ที่พักเขาใหญ่ ที่พักนครนายก