เกาะเกร็ด วัดตำหนักใต้ วัดกู้ วัดชลประทานรังสฤษดิ์ ตลาดน้ำบางคูเวียง วัดสวนแก้ว วัดอัมพวัน |
|
เกาะเกร็ด
เกาะเกร็ดเกิดขึ้นจากการขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงส่วนที่เป็นแหลม ในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ แห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อปี พ.ศ. 2265 เรียกว่า คลองลัดเกร็ดน้อย ต่อมากระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางแรงขึ้นเซาะตลิ่งทำให้คลองขยาย แผ่นดินตรงแหลมจึงกลายเป็นเกาะ
วัดตำหนักใต้
ตั้งอยู่บนถนนสนามบินน้ำ หมู่ 4 ตำบลท่าทราย เป็นวัดเก่าแก่ตามประวัติกล่าวว่าก่อนที่จะสร้างวัด พื้นที่นี้เคยเป็นพลับพลาที่ประทับชั่วคราวของพระเจ้ากรุงธนบุรี และจากหลักฐานที่ยังคงเหลืออยู่สันนิษฐานว่าวิหารและหอระฆังสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2367 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระประธานเป็นปางมารวิชัยสมัยสุโขทัย
วัดกู้
ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลบางพูด ห่างจากอำเภอปากเกร็ดไปทางด้านทิศเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นบริเวณที่เรือพระที่นั่งของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระมเหสีในรัชกาลที่ 5 ประสบอุบัติเหตุเรือล่มสิ้นพระชนม์ วัดนี้สร้างในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี เป็นศิลปะแบบมอญ มีพระตำหนักที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานที่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์สิ้นพระชนม์เพราะเรือล่มแล้วอัญเชิญพระศพมาไว้ที่วัดนี้ชั่วคราว มีศาลพระนางเรือล่ม (พระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์) ซึ่งจำลองแบบจากศาลาจตุรมุขของพระราชวังบางปะอิน(พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์) นอกจากนั้นยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแบบมอญอยู่ด้านในของโบสถ์หลังเก่า เป็นภาพเขียนสีน้ำมันเรื่องราวพุทธประวัติ มีพระนอนองค์ใหญ่ซึ่งด้านหลังเป็นที่เก็บเรือพระที่นั่งของพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ที่อับปางซึ่งชาวบ้านได้กู้ขึ้นมา การเดินทาง โดยรถยนต์ จากท่าน้ำปากเกร็ดเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวัดกู้มาตามถนนสุขาประชาสรรค์ ผ่านวัดบางพูดนอก สวนทิพย์ ห้องอาหารศรีไทยเดิม รวมระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร จะเห็นวัดกู้อยู่ด้านซ้ายมือ หรือเช่าเรือจากท่าน้ำปากเกร็ดแล่นมาทางเหนือใช้เวลาประมาณ 10 นาที จะเห็นท่าน้ำวัดกู้อยู่ทางขวามือ
วัดชลประทานรังสฤษดิ์
ตั้งอยู่ที่ตำบลบางตลาด ริมถนนสายนนทบุรี - ห้าแยกปากเกร็ด ภายในวัดมีความกว้างขวางร่มรื่น เป็นสถานเผยแพร่และศึกษาพระธรรม มีลานไผ่เอนกประสงค์ที่ชาวพุทธโดยทั่วไปจะมารวมกันเป็นจำนวนมากเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และฟังธรรมจากพระเทพวิสุทธิเมธี (ปัญญานันทภิกขุ) เจ้าอาวาส ในทุกวันอาทิตย์และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
เป็นสวนสาธารณะมีเนื้อที่ประมาณ 102 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณหนองปรือ ตำบลบ้านใหม่ มีบึงน้ำขนาดใหญ่รายรอบด้วยหมู่แมกไม้ที่ร่มรื่นและเงียบสงบ มีสวนหย่อม นาฬิกาแดด น้ำพุกลางน้ำเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ อยู่ในความดูแลของสุขาภิบาล อำเภอปากเกร็ด เปิดทุกวัน ไม่เสียค่าเข้าชม การเดินทาง จากท่าน้ำปากเกร็ด ใช้เส้นทางถนนติวานนท์แล้วเลี้ยวขวาตรงสี่แยกบ้านกอนเติงเข้ามาประมาณ 2 กิโลเมตร
วัดโพธิ์บางโอ
ต้องเดินเข้าไปประมาณ 200 เมตร จากท่าเรือ มีภาพจิตรกรรมแป้งสาคูเปียกฝีมือช่างสกุลนนทบุรี ปัจจุบันชำรุดทรุดโทรมไป แต่กรมศิลปากรกำลังบูรณะอยู่ เป็นวัดเก่าในสมัยอยุธยา และได้รับการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยกรมหลวงเสนีบริรักษ์ (ต้นสกุล เสนีวงศ์) พระโอรส ในกรมพระราชวังหลัง โบสถ์มีลักษณะคล้ายวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสาย่อมุมไม้สิบสองและเอนเข้าหากัน เพื่อเป็นการรับน้ำหนักของตัวอาคาร หน้าบันเป็นเครื่องไม้จำหลักมีลวดลายจีนแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 ใบเสมาเป็นหินทรายมีเจดีย์ทิศล้อมรอบตัวพระอุโบสถทั้งสี่ด้าน ซุ้มบันแถลงประดับกรอบประตูหน้าต่างทำจากปูนน้ำอ้อย
การเดินทาง
- ทางน้ำ ลงเรือจากท่าช้าง สายท่าช้าง-บางกอกน้อย-บางใหญ่ ตั้งแต่เวลา 6.30-23.00 น. ออกทุกครึ่งชั่วโมง (หลัง 11.00 น. มีผู้โดยสารเต็มจึงออก) เวลาที่เหมาะสมสำหรับนักท่องเที่ยว คือ 8.30-15.30 น.
- ทางบก จากสะพานพระนั่งเกล้าถึงสี่แยกบางบัวทอง เลี้ยวซ้ายเข้าบางกรวย 17 กิโลเมตร ผ่านวัดชลอ แยกขวาเข้าที่ว่าการอำเภอ ตรงไป 500 เมตรจะพบวัดโพธิ์บางโอทางขวามือ
ตลาดน้ำบางคูเวียง
ตั้งอยู่ปากคลองบางคูเวียง ตำบลบางคูเวียง ตลาดจะมีช่วงเช้าระหว่างเวลา 06.00 - 08.00 น. ชาวบ้านจะนำผลไม้ตามฤดูกาลบรรทุกเรือมาค้าขายกันที่นี่ นอกจากนี้ยังมีอาหารและสินค้าอื่นๆ ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ทุกเช้าพระภิกษุจากวัดบริเวณใกล้เคียงจะออกบิณฑบาตโดยใช้เรือลำเล็ก ๆ เป็นพาหนะ นับเป็นภาพชีวิตแบบไทยที่นับวันจะหาดูได้ยาก
การเดินทาง
- โดยสารเรือจากท่าน้ำวัดชะลอ อำเภอบางกรวย ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ออกทุกๆ 15 นาที ระหว่าง 05.00-20.00 น.
- โดยสารเรือจากท่าน้ำนนทบุรี (ท่าพิบูลสงคราม 2) ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
- เช่าเรือจากท่าช้าง กรุงเทพฯ ใช้เส้นทางคลองบางกอกน้อย-คลองอ้อมตลาดน้ำ บางคูเวียใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
วัดสวนแก้ว
เป็นสถานที่เผยแพร่ธรรมโดยพระพิศาลธรรมพาที(พระพยอม กัลยาโณ) เป็นพระนักพัฒนา ท่านได้ริเริ่มโครงการต่างๆของมูลนิธิสวนแก้วเพื่อพัฒนาสังคม และคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสในสังคมจนประสบความสำเร็จ เช่น โครงการร่มโพธิ์แก้ว โครงการที่พักคนชรา โครงการซุปเปอร์มาร์เก็ตผู้ยากไร้ โครงการสวนแก้วเนอร์สเซอรี่ เป็นต้น ผู้สนใจจะชมโครงการหรือช่วยสมทบทุน ติดต่อที่ โทร. 02-595-1444
การเดินทาง
จากสะพานพระนั่งเกล้า ตรงไปสี่แยกไฟแดงที่ 2 เลี้ยวซ้ายเข้าบางกรวย ประมาณ 2 กิโลเมตรจะถึงวัด หรือนั่งรถประจำทางสาย 63 จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
วัดอัมพวัน
สร้างสมัยอยุธยาตอนปลาย เดิมชื่อ วัดบางม่วง สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้คือ หอไตรกลางน้ำ เป็นสถาปัตยกรรมไทยที่สมบูรณ์ที่สุด เป็นเรือนไม้ยกใต้ถุนสูง ตัวหอมีขนาด 2 ห้อง ช่วงล่างเป็นลูกฟักกระดานดุน ตอนบนเป็นซี่ลูกกรงไม้ กลึงเสา กรอบประตูเป็นเสาหัวเม็ด ประตูหูช้าง เครื่องลำยองเป็นไม้จำหลัก หลังคาซ้อน 2 ชั้น มีปีกนก 1 ชั้น มุงกระเบื้องดินเผาใต้เชิงชาย และหน้าบันประดับไม้สลักลายรดน้ำ หน้าบานประตูทางเข้าหอไตรเป็นบานไม้ลงรัก ปิดทอง ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ อกเลาเป็นไม้จำหลักลายดอกพุดตาน ลูกฟัก เหนือประตูเป็นภาพนกข้างละตัว เหนือขึ้นไปเป็น ภาพพระอาทิตย์ พระจันทร์ ในห้องสะกัดท้ายหอไตรเป็นที่เก็บ พาน ตะลุ่ม และ ฐานพระพุทธรูปไม้จำหลักเป็นจำนวนมาก
การเดินทาง
- นั่งเรือโดยสารเป็นเรือหางยาวจากท่าเรือ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบางใหญ่ ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
- ทางรถใช้เส้นทางถนนวงแหวนรอบนอกบางบัวทอง-ตลิ่งชัน แยกซ้ายมือที่ตำบลบางม่วง |
สวนหลวง ร.9 ตลาดน้ำตลิ่งชัน บ้านพิพิธภัณฑ์ ตลาดน้ำวัดไทร หอสมุดแห่งชาติ |
| สวนหลวง ร. ๙ เป็นสวนสาธารณะ และสวนพฤษศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ มีพื้นที่ทั้งหมด ๕๐๐ ไร่ ซึ่งมูลนิธิสวนหลวง ร.๙ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าพร้อมใจกันสร้างเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในศุภมงคลสมัยเจริญพระชนมายุ ๖๐ พรรษา ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๐ ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองกรุงเทพฯ ด้านตะวันออกเฉียงใต้ แขวงหนองบอน เขตประเวศ ทางเข้าอยู่แยกจากถนนศรีนครินทร์ (ผ่านสะพานข้ามคลองหนองบอน) สามารถใช้บริการรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างจากเสรีเซ็นเตอร์ หรือรถมินิบัสจากถนนอุดมสุข (สุขุมวิท ๑๐๓) ไปยังสวนหลวง ร. ๙ ได้ ภายในบริเวณสวนหลวง ร.๙ ประกอบด้วย อาคารเทิดพระเกียรติรวมเรื่องราวพระราชกรณียกิจ และเครื่องใช้ส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สวนพฤกษศาสตร์ สวนรมณีย์ ตระพังแก้วเก็บน้ำ สวนน้ำ อาคารพันธ์ไม้ทะเลทราย สนามราษฎร์และลานอเนกประสงค์ สำหรับจัดกิจกรรมต่าง ๆ เปิดให้เข้าชม ทุกวัน เวลา ๐๖.๐๐-๑๘.๐๐ น. โทร. ๐ ๒๓๒๘ ๑๙๗๒, และ ๐ ๒๓๒๘ ๑๓๙๕ |
นอกจากนี้ยังมีสวนสาธารณะในกรุงเทพฯ อีกหลายแห่ง ในความดูแลของกองสวนสาธารณะกรุงเทพฯ ได้แก่ สวนลุมพินี สวนจตุจักร สวนสราญรมย์ สวนธนบุรีรมย์ สวนรมณียนาถ และอุทยานเบญจศิริ ซึ่งมีสนามหญ้า และต้นไม้ร่มรื่น เปิดให้ประชาชนเข้าพักผ่อนหย่อนใจได้ตั้งแต่เวลา ๐๕.๐๐-๒๑.๐๐ น. ทุกวัน
ตลาดน้ำตลิ่งชัน อยู่บริเวณหน้าสำนักงานเขตตลิ่งชัน เป็นตลาดกึ่งชนบทผสมผสานระหว่างชีวิตริมน้ำกับธรรมชาติ มีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลาประมาณ ๐๗.๐๐๑๖.๐๐น. พ่อค้าแม่ค้าซึ่งก็คือชาวสวนในพื้นที่จะเริ่มนำผลผลิตจากสวน ซึ่งมีทั้งพันธุ์ไม้ ผักสด ผลไม้ ปลา และอาหารต่าง ๆ มาจำหน่ายเหมือนตลาดสดทั่วไปแต่ผลผลิตจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารบนแพริมน้ำและมีเรือทัวร์ของเอกชนพาชมคลอง ชมสวน ซึ่งจะได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ริมนำ้ของชาวตลิ่งชัน ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเขตตลิ่งชัน โทร. ๐ ๒๔๒๔ ๑๗๔๒ และ ๐ ๒๔๒๔ ๕๔๔๘
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร จัดตั้งขึ้นเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๓ รอบ เพื่อเป็นที่รวบรวมข้อมูลทางด้านมานุษยวิทยาและศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เช่น สังคมวิทยา โบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ ภาษา และวรรณกรรม เป็นแหล่งค้นคว้าศึกษา และให้บริการข้อมูลทางด้านมานุษยวิทยาแก่นักวิชาการ นักศึกษา และผู้ที่สนใจ มีนิทรรศการถาวรที่จัดแสดงได้แก่ ห้องพระราชประวัติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ห้องพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาที่ทำในประเทศไทย นิทรรศการชาติพันธุ์วิทยาทางโบราณคดี นิทรรศการพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรตั้งอยู่ ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ เวลา ๐๘.๐๐๑๗.๐๐ น. ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ๐ ๒ ๘๘๐ ๙๔๒๙
บ้านพิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๗๐/๑๗ หมู่ ๗ หมู่บ้านคลองโพแลนด์ ซอยคลองโพ ๒ ถนนศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ ๑๐๑๗๐ หากขับรถมาตามถนนพุทธมลฑลสาย ๒ ไปด้านทางรถไฟหรือคลองมหาสวัสดิ์จนสุด จะพบถนนธรรมสพน์เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายพิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่จัดแสดงข้าวของของชาวเมืองชาวบ้านทั้งของเก่าและของใหม่ หลากหลายประเภท เช่น ของเล่น หนังสือ เครื่องเขียน เครื่องครัว และของใช้ในชีวิตประจำวันต่าง ๆ จึงเปรียบเสมือนคลังมรดกถ่ายทอดอดีตสู่ปัจจุบัน สร้างอยู่ในพื้นที่ ๕๘ ตารางวาเป็นอาคารสมัยใหม่กว้าง ๓ คูหา สูง ๓ ชั้นครึ่ง ชั้นล่างจำลองร้านค้าในอดีตเพื่อย้อนบรรยากาศยุคก่อนพ.ศ. ๒๕๐๐ ทั้งร้านขายกาแฟ ร้านขายยา ร้านตัดผม เป็นต้น รวมทั้งมีห้องจัดนิทรรศการหมุนเวียนตามหัวข้อต่าง ๆ ด้วย เปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา ๑๐.๐๐-๑๗.๐๐ น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่คนละ ๓๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท โทร. 01-257-4508 และ 09-200-2803 เวบไซต์ www.houseofmuseums.org
พิพิธภัณฑ์สุนทร ตั้งอยู่บ้านเลขที่ ๘๒/๔๐ ชอยบุญมี ถนนสุขาภิบาล ๑ (แยกจากถนนเพชรเกษม บริเวณห้างโลตัสบางแค)
เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่เก็บรวบรวมของโบราณหลายยุคสมัยของไทยและต่างประเทศ ที่เกิดจากการสะสมของคุณสุนทร ชูโนทัยสวัสดิ์ อาทิ รถมอเตอร์ไซต์ BMW รุ่นสมัยสงครามโลก นาฬิกาโบราณหลายรูปแบบ ตะเกียง โคมไฟ ของเล่นเด็ก จักรเย็บผ้า และเครื่องใช้อื่น ๆ มากมาย
ผู้สนใจเข้าชมสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๒๘๐๒ ๐๘๖๓-๔ พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา ๑๐.๐๐๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชมคนละ ๑๐๐ บาท
ตลาดน้ำวัดไทร ตั้งอยู่ในเขตจอมทอง ฝั่งธนบุรี เคยเป็นแหล่งเที่ยวชมวิถีชีวิตทางน้ำที่เคยรุ่งเรืองในอดีต แต่ได้ถูกทิ้งร้างให้ซบเซาเนื่องจากมีถนนหลายสายเกิดขึ้นในพื้นที่ ปัจจุบันได้รับการฟื้นฟูให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวร่วมสมัยที่สวยงามอีกครั้งหนึ่ง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปตามทางน้ำเส้นทางสายประวัติศาสตร์ ที่คลาคล่ำไปด้วยเรือขายสินค้าจากสวนและการซื้อขายสินค้าบนบกริมฝั่งคลองสนามชัยหน้าตลาดน้ำวัดไทร โดยเฉพาะในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และแวะชมตำหนักทอง หอกลองเก่า สถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาในวัดไทร เก๋งจีนที่ประทับรัชกาลที่ ๓ ตุ๊กตาจีนล้ำค่า ในวัดราชโอรส นมัสการพระพุทธรูปทรงเครื่องจักรพรรดิ์และภาพเขียนเรื่องสามก๊กที่วัดนางนอง นมัสการหลวงปู่เฒ่าวัดหนัง และชมการแสดงสาธิตการจับงูที่สวนงูริมฝั่งคลองด่าน
การเดินทางสามารถใช้ถนนเอกชัยซึ่งตัดผ่านวัดไทร หรือนั่งรถประจำทางสาย ๔๓ หรือ ๑๒๐ จากวงเวียนใหญ่ หากเดินทางทางเรือสามารถเช่าเรือจากท่าช้างล่องมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาและเข้าคลองต่าง ๆ มายังตลาดน้ำวัดไทรได้
ห้องสมุด
หอสมุดแห่งชาติ เดิมริเริ่มตั้งขึ้นในพระบรมมหาราชวังมีชื่อว่า หอสมุดวชิรญาณ ต่อมาได้ขยับขยาย มาสร้างขึ้นบริเวณท่าวาสุกรี ในปี พ.ศ. ๒๕๐๙ เป็นอาคารใหญ่สูง ๔ ชั้น ปัจจุบันได้ขยายการบริหารค้นคว้าออกไปมาก ประกอบด้วย หอพระสมุดวชิรญาณ ใช้เป็นสถานที่เก็บศิลาจารึก และตู้พระธรรม ห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมบริพัตร ห้องหนังสือภาษาโบราณ ศูนย์นราธิปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ ห้องโสตทัศนวัสดุ สุนทราภรณ์ นอกจากนี้ยังมีบริการฉายภาพยนตร์สารคดี และจัดอภิปรายที่ห้องประชุมหอสมุดฯ และนิทรรศการต่าง ๆ ที่จัดขึ้นเป็นประจำ เปิดบริการตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๙.๓๐ น. ทุกวัน เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๒๒๘๑ ๕๓๑๓
หอสมุดดำรงราชานุภาพ ตั้งอยู่ ณ บริเวณวังวรดิศ ถนนหลานหลวง เป็นห้องสมุดอนุสรณ์แด่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นพระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย พระองค์ได้รับการยกย่องจากองค์การ UNESCO ในปีให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก รวบรวมหนังสือซึ่งพระองค์ได้สะสมไว้ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ประมาณ ๗,000 เล่ม รวมทั้งมีห้องจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ด้วย เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น.ปิดวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ โทร. ๐ ๒๒๘๒ ๙๑๑๐, ๐ ๒๒๘๑ ๗๕๗๗ |
ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำท่าคา อุทยาน ร.๒ |
| อำเภออัมพวามีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยก่อนเรียกกันว่า แขวงบางช้าง เป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่มีความเจริญทั้งในด้านการเกษตรและการพาณิชย์ มีหลักฐานเชื่อได้ว่าในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองนั้น แขวงบางช้างมีตลาดค้าขายเรียกว่า ตลาดบางช้าง นายตลาดเป็นหญิงชื่อน้อย มีบรรดาศักดิ์เป็นท้าวแก้วผลึก นายตลาดผู้นี้อยู่ในตระกูลเศรษฐีบางช้าง ซึ่งต่อมาเป็นราชินิกุล ณ บางช้าง |
พ.ศ. ๒๓๐๓ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย รัชสมัยพระเจ้าเอกทัศน์โปรดเกล้าฯ ให้นายทองด้วง (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) เป็นหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรีซึ่งเป็นเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงศรีอยุธยา ภายหลังหลวงยกกระบัตรได้แต่งงานกับคุณนาค บุตรีเศรษฐีบางช้าง และย้ายบ้านไปอยู่หลังวัดจุฬามณี ต่อมาเมื่อไฟไหม้บ้านจึงได้ย้ายไปอยู่ที่หลังวัดอัมพวันเจติยาราม อีก ๓ ปี ปีพ.ศ. ๒๓๑๐ พม่าตีกรุงศรีอยุธยาแตก หลวงยกกระบัตรจึงตัดสินใจอพยพครอบครัวเข้าไปอยู่ในป่าลึก ในระหว่างนี้ ท่านแก้ว (สมเด็จกรมพระศรีสุดารักษ์) พี่สาวของหลวงยกกระบัตร ได้คลอดบุตรหญิงคนหนึ่งตั้งชื่อว่า บุญรอด (ต่อมาได้เป็นสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์บรมราชินี ในรัชกาลที่ ๒)
ในช่วงสมัยกรุงธนบุรี พระยาวชิรปราการได้รวบรวมกำลังขับไล่พม่าออกไปหมดและสถาปนาขึ้นเป็นพระเจ้าตากสิน หลวงยกกระบัตรได้อพยพครอบครัวกลับภูมิลำเนาเดิมในช่วงนี้เองคุณนาคภรรยาก็ได้คลอดบุตรคนที่ ๔ เป็นชายชื่อ ฉิม (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) หลังจากนั้นหลวงยกกระบัตรก็ได้กลับเข้ารับราชการอยู่กับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระราชวรินทร์เจ้ากรมพระตำรวจนอกขวา และได้ดำรงตำแหน่งจนเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกและปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต้นราชวงศ์จักรีเริ่มเข้าสู่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ คุณนาคภรรยาจึงได้รับสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระอมรินทรามาตย์ คุณสั้นมารดาคุณนาค ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระรูปศิริโสภาคมหานาคนารี
แต่เนื่องจากสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ทรงเป็นคนพื้นบ้านบางช้างมาก่อน จึงมีพระประยูรญาติต่างๆที่สนิทประกอบอาชีพทำสวนอยู่ที่บางช้าง เมื่อได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระอมรินทรามาตย์จึงนับเป็นราชินิกุล บางช้าง พระประยูรญาติจึงเกี่ยวดองเป็นวงศ์บางช้างด้วย และสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ มักทรงเสด็จเยี่ยมพระประยูรญาติเสมอ จึงมีคำกล่าวเรียกว่า สวนนอก หมายถึง สวนบ้านนอก ที่เป็นของวงศ์ราชินิกุลบางช้าง ส่วนบางกอก ซึ่งเป็นส่วนของเจ้านายในราชวงศ์ก็เรียกว่า สวนใน มีคำกล่าวว่า บางช้างสวนนอก บางกอกสวนใน จนถึงใน สมัยรัชกาลที่ ๔ จึงยกเลิกไป อำเภออัมพวาจึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยมายาวนาน
ตลาดน้ำท่าคา ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าคา เป็นตลาดนัดทางน้ำที่ยังคงความเป็นธรรมชาติของวิถีชีวิตชาวบ้านซึ่งมีอาชีพทำสวนปลูกพืชชนิดต่างๆ ชาวบ้านจะพายเรือนำผลผลิต พืชผักและผลไม้จากสวน เช่น พริก หอม กระเทียม น้ำตาลมะพร้าว ฝรั่ง มะพร้าว ชมพู่ ส้มโอมาขาย แลกเปลี่ยนกัน เฉพาะในวันขึ้นหรือแรม ๒ ค่ำ ๗ ค่ำ ๑๒ ค่ำ (ทุกๆ ๕ วัน) ปัจจุบันได้เพิ่มวันนัดเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย ตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๖.๐๐๑๑.๓๐ น. นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อเช่าเรือพายเที่ยวชมหมู่บ้านและเรือกสวนผลไม้ในบริเวณนั้นได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันเวลานัดได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าคา โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๖๒๐๘
การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่ ๓๒ (เลยทางแยกเข้าวัดเกาะแก้วไปเล็กน้อย) มีทางแยกขวาไปอีก ๕ กิโลเมตร หรือเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางขึ้นรถได้ที่ตลาดตัวเมือง หน้าธนาคารทหารไทย สายท่าคา-วัดเทพประสิทธิ์ ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐๑๘.๐๐น. รถออกทุก ๒๐ นาที
วัดจุฬามณี ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตร ๓๔ ๓๕ ตำบลบางช้าง เป็นวัดโบราณริมฝั่งคลองอัมพวาต่อเนื่องกับคลองผีหลอก วัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สันนิษฐานว่า ท้าวแก้วผลึก(น้อย) นายตลาดบางช้าง ต้นวงศ์ราชินิกุลบางช้างเป็นผู้สร้างขึ้น บริเวณหลังวัดเดิมเป็นนิวาสสถานของคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๑ ) และคุณบุญรอด (สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๒)
วัดบางกะพ้อม ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ ๓๗ ๓๘ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ) เป็นวัดเก่าแก่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สิ่งที่น่าสนใจอยู่ภายในวิหารเก่าของวัด ผนังวิหารด้านบนเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังลักษณะแตกต่างจากทั่วไป คือ เป็นปูนปั้นลวดลายนูนแสดงเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ ผนังวิหารด้านล่างโดยรอบมีช่องเจาะเป็นซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป นอกจากนี้กลางวิหารยังประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองขนาดใหญ่ซ้อนกันสี่รอยลดหลั่นกันไป สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงธนบุรี เดิมมีแผ่นเงินหุ้มแต่ถูกขโมยไปเมื่อครั้งสงคราม พระพุทธบาทรอยที่ซ้อนลึกที่สุดนั้นเป็นไม้ประดับมุกยังคงหลงเหลือลวดลายงดงาม บริเวณลานวัดจะเห็นร้านกาแฟเล็กๆจำหน่ายชา กาแฟรสชาติหอมอร่อยแบบดั้งเดิม
วัดอัมพวันเจติยาราม อยู่ติดกับอุทยาน ร. ๒ เป็นวัดของตระกูลราชินิกุลบางช้าง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑ หลังวัดแห่งนี้เคยเป็นนิวาสสถานเก่าของหลวงยกกระบัตร (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) และ คุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๑ ) และเป็นสถานที่พระราชสมภพของรัชกาลที่ ๒ เชื่อกันว่าบริเวณพระปรางค์ของวัดอัมพวันเจติยาราม เดิมเป็นเรือนที่คุณนาคใช้เป็นที่คลอดคุณฉิมบุตรชาย ซึ่งต่อมาได้เป็น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
วัดอัมพวันเจติยารามได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ รัชกาลที่ ๔ และรัชกาลที่ ๕ ปัจจุบันวัดอัมพวันเจติยารามเป็นพระอารามหลวงชั้นโท พระอุโบสถตลอดจนถาวรวัตถุในวัดนี้ ส่วนใหญ่เป็นศิลปะและสถาปัตยกรรมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งนับเป็นพระอุโบสถที่มีความงดงาม นอกจากนี้ยังมีพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยประดิษฐาน
การเดินทาง
รถยนต์ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๕ (สายธนบุรี-ปากท่อ) ถึงกิโลเมตรที่ ๖๓ เข้าตัวเมืองสมุทรสงครามและออกไปประมาณ ๖ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่ ๓๖-๓๗ มีทางแยกซ้าย เข้าไปอีกประมาณ ๑ กิโลเมตร
รถโดยสายประจำทาง ขึ้นรถได้ที่ตลาดเทศบาลอำเภอเมือง สายแม่กลอง-บางนกแขวกราชบุรี ลงหน้าวัดอัมพวันเจติยาราม
อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.๒) เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ของ มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานศิลปวัฒนธรรมอันงดงามไว้เป็นมรดกแก่ชาติ จนได้รับยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) บริเวณที่ก่อสร้างอุทยานพระบรมราชานุสรณ์นี้ พระราชสมุทรเมธี เจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติยารามเป็นผู้น้อมเกล้าฯถวาย มีพื้นที่ประมาณ ๑๑ ไร่ พื้นที่บริเวณนี้มีความสำคัญเพราะเป็นสถานที่พระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒)
ภายในอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ มีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่
พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ลักษณะเป็นอาคารทรงไทย ๔ หลัง แบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ เช่น หอกลาง ภายในประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ ๒ และจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เช่น เครื่องเบญจรงค์ เครื่องถ้วย หัวโขน ห้องชาย จัดแสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของชายไทยที่มีความกล้าหาญ มีพระพุทธรูปสำหรับบูชา รวมทั้งแท่นพระบรรทมซึ่งเชื่อว่าเป็นของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ห้องหญิง แสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของหญิงไทยโบราณ โต๊ะเครื่องแป้ง คันฉ่อง ชานเรือน จัดแสดงตามแบบบ้านไทยโบราณ ตกแต่งด้วยกระถางไม้ดัด ไม้ประดับ ห้องครัวและห้องน้ำ จัดแสดงลักษณะครัวไทยมีเครื่องหุงต้ม ถ้วยชามและห้องน้ำของชนชั้นกลาง
นอกจากนี้ยังมีโรงละครกลางแจ้งและสวนพฤกษชาติเป็นสวนพันธุ์ไม้ในวรรณคดีนานาชนิดและมีร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง จำหน่ายพันธุ์ไม้ อุทยาน ร.๒ เป็นสถานที่ๆมีความร่มรื่น เหมาะสำหรับเข้าไปเยี่ยมชมบรรยากาศแบบไทยที่ยังคงอนุรักษ์เอาไว้ อุทยานฯเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๐๙.๐๐-๑๘.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม เด็ก ๕ บาท ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท ส่วนพิพิธภัณฑ์เปิดเวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๔๗๕ ๑๖๖๖
การเดินทาง
รถยนต์ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๕ (สายธนบุรี-ปากท่อ) ถึงกิโลเมตรที่ ๖๓ เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ผ่านตัวเมือง จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่ ๓๖-๓๗ มีทางแยกซ้ายไปอุทยานฯ เข้าไปอีกประมาณ ๑ กิโลเมตร
รถโดยสายประจำทาง ขึ้นรถได้ที่ตลาดเทศบาลอำเภอเมือง สายแม่กลอง-บางนกแขวกราชบุรี ลงหน้าอุทยาน ร.๒
ศิลปะการทำซออู้ บ้านพญาซอ ซอเป็นเครื่องดนตรีไทยพื้นบ้านภาคกลาง บ้านพญาซอเป็นบ้านช่างซออู้ ที่นำศิลปะการเล่นดนตรีไทยมาผนวกกับการแกะสลักซอเป็นลวดลายที่งดงาม โดยการนำผลมะพร้าวที่ใช้ทำซอซึ่งมีลักษณะพิเศษมาแกะสลักเป็นลวดลายต่างๆ เช่น ลายตัวละคร ลายพุดตาน ลายนามย่อ ลายนามปีนักษัตรเช่น ชวด ฉลู ปัจจุบันหาชมศิลปะการแกะสลักเช่นนี้ได้ยาก นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถชมศิลปะการแกะสลักซอและเรียนรู้การใช้ซอได้ที่ บ้านคุณสมพร เกตุแก้ว เลขที่ ๔๓ หมู่ ๕ ต.บางพรหม อ.บางคนที สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๓๔๗๖ ๑๙๔๙
การเดินทาง บ้านพญาซอ จากตัวเมืองสมุทรสงคราม ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่ ๓๖-๓๗ มีทางแยกซ้ายไปอุทยาน ร.๒ บ้านพญาซออยู่เลยอุทยาน ร.๒ ไปประมาณ ๓ กิโลเมตร
วัดภุมรินทร์กุฎีทอง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ตรงปากคลองประชาชื่นฝั่งตะวันตก ตำบลสวนหลวง สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดมีมากมาย ได้แก่ กุฎีทอง ทำด้วยไม้สัก ประวัติเล่าว่า เศรษฐีบิดาของคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๑ ) ให้สมภารวัดบางลี่ตรวจดูดวงชะตาคุณนาค สมภารทำนายว่าจะได้เป็นพระราชินี เศรษฐีบิดาคุณนาคจึงให้ คำมั่นว่า ถ้าเป็นจริงจะสร้างกุฎีทองถวายให้วัด วัดบางลี่จึงได้ชื่อว่า วัดบางลี่กุฎีทอง ต่อมาวัดบางลี่ถูกน้ำเซาะที่ดินพังลง จึงรื้อกุฎีทองมาสร้างไว้ที่วัดภุมรินทร์ วัดนี้จึงได้ชื่อว่า วัดภุมรินทร์กุฎีทอง นอกจากนี้ ยังมี พิพิธภัณฑ์วัดภุมรินทร์และอุทยานการศึกษา เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุล้ำค่าสมควรแก่การศึกษาและอนุรักษ์ ไว้ เช่น พระพุทธรูป หนังสือไทย โถลายคราม และ เครื่องทองเหลือง พระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า ๓๐๐ ปี เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง ปางมารวิชัยชื่อ พระพุทธรัตนมงคลหรือหลวงพ่อโต และ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยประดิษฐาน สอบถามรายละเอียดได้ที่พระปลัดถาวรปิยธโร โทร. ๐ ๓๔๗๕ ๑๔๙๒
บ้านดนตรี ตั้งอยู่ในบริเวณวัดภุมรินทร์กุฎีทอง โดยใช้อาคารโรงเรียนเป็นที่ทำการสอนดนตรีไทย ด้วยสำนักงานประถมศึกษาจังหวัดสมุทรสงครามเล็งเห็นคุณค่าวัฒนธรรมของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ควรอนุรักษ์สืบทอดให้ลูกหลานชาวสมุทรสงครามได้ภาคภูมิใจ จึงได้รวบรวมนักดนตรีไทยรุ่นเก่าๆที่สมัครใจ ให้อบรมสั่งสอนเด็กรุ่นใหม่เพื่อสืบทอดความเป็นเมืองแห่งดนตรีไทยไว้สืบชั่วลูกหลาน เริ่มมาตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๒ เป็นต้นมา สอนทั้งในวันธรรมดาและวันเสาร์-อาทิตย์ โทร. ๐ ๓๔๗๕ ๑๕๐๐
วัดบางแคใหญ่ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง บริเวณปากคลองบางแค ตำบลแควอ้อม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๗ ภายในวัดมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่น่าสนใจ ได้แก่ พระอุโบสถหลังใหญ่อายุกว่า ๑๕๐ ปี ด้านหน้ามีเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมสิบสองศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยา พระประธานในอุโบสถปางมารวิชัยปั้นด้วยศิลาแลง มีธรรมเจดีย์ ๗ องค์สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๕ มีกำแพงแก้วล้อมรอบ และบนฝาประจัน (ฝากั้นห้อง) กุฏิสงฆ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกาว เขียนในปลายสมัยรัชกาลที่ ๒ เป็นเรื่องราวการทำสงครามไทย-พม่า ซึ่งน่าจะเป็นครั้งที่ ร.๒ โปรดให้ไปขัดตาทัพที่ราชบุรีเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๖๔ ซึ่งไม่ได้เปิดให้ชมทั่วไปต้องขออนุญาต
การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (ถนนสมุทรสงคราม-บางแพ) เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระศรีสุริเยนทร์ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๖๒ ประมาณ ๒ กิโลเมตร ผ่านวัดภุมรินทร์กุฎีทอง จะเห็นวัดบางแคใหญ่
บ้านแมวไทยโบราณ เป็นสถานที่อนุรักษ์พันธุ์แมวไทยโบราณ ตั้งอยู่เลขที่ ๒/๑ หมู่ ๗ ตำบลแควอ้อม บ้านแมวไทยโบราณเกิดจากการรวมตัวของเพื่อนที่นิยมเลี้ยงแมวไทย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์แมวไทยให้อยู่คู่กับประเทศไทยเป็นสมบัติของชาติตลอดไปและเพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องคุณสมบัติและลักษณะที่ถูกต้องของแมว สนับสนุนด้านการค้นคว้าวิจัย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมทั้งเพิ่มพูนความรู้ระหว่างสมาชิก แลกเปลี่ยนเรื่องและประสบการณ์การวิจัย การผสมพันธุ์กับองค์กรการเลี้ยงแมวที่เกี่ยวข้อง คุณปรีชา พุคคะบุตร ผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นผู้ดูแลบ้านแมวไทยโบราณเล่าให้ฟังว่า เดิมคุณแม่เป็นผู้เลี้ยงแมวไทยสายพันธุ์วิเชียรมาศ สมัยนั้นผมยังเด็กไม่ค่อยได้สนใจ พอโตขึ้น ถูกใช้ให้คลุกข้าวเลี้ยงแมว ช่วงนั้นมีแมวอยู่ในบ้านไม่มากนัก เลี้ยงมาเรื่อยๆ แมววิเชียรมาศ ไม่เคยขาดบ้าน มีความผูกพันกับแมวมาตลอด ต่อมามีเพื่อนฝูงที่นิยมเลี้ยงแมวมากขึ้น ไปมาหาสู่พูดคุยกันว่าน่าจะอนุรักษ์ไว้ เพราะแมวไทยเป็นแมวที่ฉลาด ช่างประจบ รักบ้าน รักเจ้าของและสวยสง่า มองดูสะดุดตา แมวไทยมีหลายพันธุ์ทั้งพันธุ์สีสวาท ศุภลักษณ์ โกญจา ภายในบ้านแมวไทยมีเรือนเพาะเลี้ยงแมวไทย แบ่งเป็นกรงเลี้ยงแมวไทยประเภทต่างๆ บ้านแมวไทยโบราณ เป็นสถานที่น่าสนใจเหมาะแก่การศึกษาหาความรู้เรื่องแมวไทยพันธุ์แท้ๆ ผู้สนใจเยี่ยมชมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๓๔๗๓ ๓๒๘๔
การเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (ถนนสมุทรสงคราม-บางแพ) เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระศรีสุริเยนทร์ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๖๒ ข้ามคลองประชาชมชื่น ผ่านวัดภุมรินทร์กุฎีทอง วัดบางแคใหญ่ จะเห็นป้ายบ้านแมวไทย
วัดบางแคน้อย ตั้งอยู่ที่ตำบลแควอ้อม ริมแม่น้ำแม่กลอง คุณหญิงจุ้ย(น้อย) วงศาโรจน์ เป็นผู้สร้างเมื่อพ.ศ. ๒๔๑๑ เดิมอุโบสถของวัดสร้างบนแพไม้ไผ่ผูกไว้กับต้นโพธิ์ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ปัจจุบันวัดนี้ได้รับการบูรณะอย่างดี สิ่งที่น่าชมภายในวัด ได้แก่ ผนังภายในพระอุโบสถทำจากไม้สักแกะสลักเป็นเรื่องราวในพุทธประวัติ การประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน และเรื่องพระเจ้าสิบชาติ ลวดลายสวยงามชัดเจนโดยฝีมือช่างแกะสลักจังหวัดเพชรบุรีซึ่งมีชื่อเสียงด้านการแกะสลักไม้ นับเป็นอุโบสถที่มีความงดงามในศิลปะการแกะสลักไม้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๓๔๗๖ ๑๒๒๒
วัดอินทาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลเหมืองใหม่ เป็นวัดโบราณสร้างเมื่อพ.ศ.๒๓๐๐ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่มาปฏิสังขรณ์ใหม่ในสมัยรัชกาลที่ ๓ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ พระพุทธรูปหลวงพ่อโตอายุกว่า ๓๐๐ ปี พระอุโบสถสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง บานหน้าต่างและบานประตูเป็นไม้สักแกะสลักสุภาษิตสอนใจ ท่าน้ำของวัดเป็นอุทยานปลาตะเพียน นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารปลาได้ ส่วนหนึ่งของวัดจัดเป็นศูนย์ฟื้นฟูสภาพจิตใจที่ใช้สมุนไพรควบคู่กับการปฏิบัติธรรมรักษาผู้ติดยาเสพติด มีโครงการจัดทำพิพิธภัณฑ์เรือโบราณในอนาคต โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๑๘๘๘, ๐ ๓๔๗๓ ๕ ๓๑๕
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (ถนนสมุทรสงคราม-บางแพ) เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระศรีสุริเยนทร์ ลงสะพานแล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๖๒ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๐๒ ผ่านโรงพยาบาลอัมพวา แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๐๗ หรือใช้รถประจำทางสาย ๘๑๓๑ สมุทรสงคราม-ท่าเรือ วัดแก้วเจริญ |
ตลาดน้ำหัวหิน |
| ตลาดน้ำหัวหินเรา ได้ประยุกต์ระหว่างวิถีชีวิตในอดีตบวกกับการท่องเที่ยวและธุรกิจเกิดขึ้น เป็นตลาดน้ำหัวหินและได้วาง Concept ตลาดน้ำหัวหินถึง ความโดดเด่น จาก Conceptนี้ เราได้ต่อยอดความคิดว่าทำอย่างไรถึงจะโดดเด่น จึงได้ขยายมาเป็นตลาดน้ำหัวหิน แปลกใหม่ ยิ่งใหญ่หรูหรา |
ตลาดน้ำหัวหิน ตลาดน้ำหัวหินเรา ได้ประยุกต์ระหว่างวิถีชีวิตในอดีตบวกกับการท่องเที่ยวและธุรกิจเกิดขึ้น เป็นตลาดน้ำหัวหินและได้วาง Concept ตลาดน้ำหัวหินถึง ความโดดเด่น จาก Conceptนี้ เราได้ต่อยอดความคิดว่าทำอย่างไรถึงจะโดดเด่น จึงได้ขยายมาเป็นตลาดน้ำหัวหิน แปลกใหม่ ยิ่งใหญ่หรูหรา แปลกใหม่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ใด ด้วยสไตล์หัวหินย้อนยุคยิ่งใหญ่อยู่บนเนื้อที่กว่า 40 ไร่ หรูหราสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมและ การตกแต่งที่ภูมิใจนำเสนอในจุดต่างๆ ของตลาดน้ำหัวหินเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้นรวมถึงสิ่งอำนวยความ สะดวกต่างๆ ทั้งที่จอดรถและเรือท่องเทียวชมตลาด ฯลฯ
ที่ตลาดน้ำหัวหินได้ตอบสนองร้านค้าด้วยการตัดคู่แข่ง ให้ โดยขายสินค้าซ้ำได้ไม่เกิน 2 ร้าน ทำให้นักท่องเที่ยวได้ชมสินค้าที่หลากหลายชนิดไม่จำเจ
นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับโชว์การแสดงแสง สี เสียง ทุกวันได้ชม ความสวยงามของตลาดน้ำหัวหินในสไตล์หัวหินย้อนยุคดูหรูหราต่างจากตลาดน้ำที่ อื่นๆนักท่องเที่ยวสามารถชมตลาดทั้งการเดินชมและล่องเรือดูวิถี ชีวิตริมน้ำแบบอดีตได้ทั่วทั้งตลาดน้ำหัวหินและยังได้ตื่นตากับสิ่งก่อสร้าง ด้วยสถาปัตย์สไตล์หัวหินลำน้ำสีเขียวมรกตอันงดงามและต้นไม้ ในจุดต่างๆ ที่ดูยิ่งใหญ่ไม่เหมือนใครจริงๆ
เปิดตั้งแต่เวลา จันทร์ - พฤหัสบดี 9.30 น. 19.30 น. ศุกร์ - อาทิตย์ 09.30น. - 20.00น. |