หน้าแรก | ที่พัก-แพ็คเกจ | วิธีการจอง | กรุ๊ปสัมมนา | สอบถาม ทัวร์อินไทย    กล้องวงจรปิด HIKVISION | ทัวร์ต่างประเทศ | PACKAGE TOUR (EN) 
 โรงแรม ภาคกลาง
ที่พักชะอำ-โรงแรมชะอำ
ที่พักหัวหิน -โรงแรมหัวหิน
ที่พักปราณบุรี บ้านกรูด กุยบุรี
ที่พักเขาใหญ่-มวกเหล็ก-ปากช่อง
ที่พักกาญจนบุรี-แพกาญจนบุรี
ที่พักนครนายก-ที่พักเขาใหญ่(ปราจีน)
ที่พักสวนผึ้ง-ที่พักราชบุรี
ที่พักสุโขทัย
ที่พักกรุงเทพ
ล่องเรือ-ทานอาหารค่ำ-สยามนิรมิต
แพ็คเกจทัวร์ เกาะทะลุ
 โรงแรม ภาคตะวันออก
ที่พักเกาะช้าง-ที่พักเกาะกูด
ที่พักพัทยา-โรงแรมพัทยา
ที่พักระยอง-โรงแรมระยอง
ที่พักเกาะเสม็ด-ที่พักเสม็ด
แพ็คเกจเกาะช้าง-แพ็คเกจเกาะกูด
 โรงแรม ภาคเหนือ
ที่พักเชียงใหม่-โรงแรมเชียงใหม่
ที่พักปาย-ที่พักแม่ฮ่องสอน
ที่พักเชียงราย-โรงแรมเชียงราย
ที่พักเขาค้อ-ที่พักเพชรบูรณ์
 โรงแรม ภาคใต้
ที่พักเกาะสมุย-ที่พักเกาะพงัน
ที่พักภูเก็ต
โรงแรมกระบี่ เกาะลันตา เกาะพีพี
แพ็คเกจทัวร์ เกาะภูเก็ต เกาะสมุย
 ทัวร์ / Tour
ทัวร์กัมพูชา (เขมร) 2557 
ทัวร์จีน 2557 
ทัวร์ญี่ปุ่น 2557 
ทัวร์บาหลี 2557 
ทัวร์พม่า 2557 
ทัวร์มาเลเซีย ทัวร์สิงคโปร์ 2557 
ทัวร์ยุโรป 2557 
ทัวร์ลาว หลวงพระบาง 2557 
ทัวร์ออสเตรเลีย ซิดนีย์ 2557 
ทัวร์ฮ่องกง มาเก๊า 2557 
ทัวร์เกาหลี 2557 
ทัวร์เวียดนาม 2557 

โรงแรม รีสอร์ท ที่ต้องการแนะนำสถานที่ กรุณาส่งข้อมูล มาที่อีเมล์

www.ivisionshop.com
www.tourinthai.com/ck-volvo.html
www.icosmeticshop.com
www.hobbygadget.com
www.mocycgadget.com/product/8,26,0,15,ผ่าเครื่องมอเตอร์ไซค์.html
www.amulet9.com
www.loveinfly.com

  ปฏิทินท่องเที่ยว
ประเพณีถือศีลกินผัก
23/09/2014 - 02/10/2014
งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำและเทศกาลอาหารอร่อยจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2557
22/09/2014 - 26/09/2014
งานรำลึก 100 ปี ชาวเกาะสีชัง
19/09/2014 - 20/09/2014
บุญเดือนสิบ
18/09/2014 - 27/09/2014
River Kwai Half Marathon 2014
15/09/2014 - 15/09/2014
เทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก ประจำปี 2557
13/09/2014 - 21/09/2014
สมุยเมาเท่นไบค์ ครั้งที่ 4
07/09/2014 - 07/09/2014
เทศกาลหมูย่างเมืองตรัง
07/09/2014 - 07/09/2014
ประเพณีไหว้พระจันทร์
06/09/2014 - 08/09/2014
วันกล้วยไม้โคราช 2557
03/09/2014 - 07/09/2014
งานเทศกาลลางสาดหวาน และมหกรรมของดีเมืองอุตรดิตถ์
02/09/2014 - 02/09/2014
ประเพณีทำบุญตักบาตรขนมครกชาวตำบลบางพรม
01/09/2014 - 01/09/2014
มหัศจรรย์กุ้งเดินขบวน
01/09/2014 - 30/09/2014
งานแสดงดอกไม้ประจำปี
01/09/2014 - 30/09/2014
งานสารทไทย กล้วยไข่ เมืองกำแพง
01/09/2014 - 31/10/2014
ถนนสายวัฒนธรรมเมือง กะทู้ จังหวัดภูเก็ต
01/07/2014 - 31/08/2014
เทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวงาม
01/06/2014 - 31/08/2014

ข่าวสาร ท่องเที่ยว แผนที่
ความรู้เรื่อง GPS
ตลาดน้ำ
ท่องเที่ยว ภาคกลาง
ท่องเที่ยว ภาคตะวันออก
ท่องเที่ยว ภาคเหนือ
ท่องเที่ยว ภาคใต้
พระเครื่อง พระเกจิอาจารย์
ร้านอาหาร
วัด
สถานการณ์น้ำท่วม
สวนสาธารณะ
เที่ยวเชียงคาน


  • อุทยานแห่งชาติรามคำแหง (เขาหลวง จังหวัดสุโขทัย) ครอบคลุมพื้นที่ของอำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอบ้านด่าน ลานหอย และอำเภอคีรีม........

  • ในอดีตสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ บ้านโป่งเคยเป็นค่ายทหารญี่ปุ่น เป็นจุดเริ่มต้นทางรถไฟสายมรณะ ณ สถานีรถไฟหนองปลาดุก ก่อนผ่า........

  • ที่อำเภอแหลมงอบ มีท่าเรือที่สามารถโดยสารไปยังเกาะช้าง และหมู่เกาะต่าง ๆ ได้ ทั้งหมด ๓ ท่า ได้แก่........

  • กาญจนบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางที่มีผู้คนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว เต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจ เป็นแหล่งอารยธรร........

  • แหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือย อยู่ห่างจากตัวเมืองยโสธร ๒๕ กิโลเมตร ตามเส้นทางยโสธร-คำเขื่อนแก้ว-อุบลราชธานี (ทางหลวงหมายเลข........

  • ดาวน์โหลด APK สำหรับมือถือ Android
    เข้าเว็บ ทัวร์อินไทย ผ่านมือถือ Android
    http://tourinthai.com/tourinthai.apk

  • กาญจนบุรี

  • ข้อมูลทั่วไป

    กาญจนบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางที่มีผู้คนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว เต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจ เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ยุคก่อนประวัติศาสตร์  เป็นสถานที่ตั้งของสะพานข้ามแม่น้ำแควซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็น ป่าเขาลำเนาไพร ถ้ำหรือน้ำตก
    กาญจนบุรีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ๑๒๙ กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ ๑๙,๔๗๓ ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่ามีทั้งป่าโปร่งและป่าดงดิบ มีแม่น้ำสำคัญสองสายคือ แม่น้ำแควใหญ่และแม่น้ำแควน้อยซึ่งไหลมาบรรจบรวมกันเป็นแม่น้ำแม่กลองที่บริเวณอำเภอเมือง

    กาญจนบุรี กาญจนบุรีแบ่งการปกครองออกเป็น ๑๓ อำเภอ  คือ อำเภอเมือง อำเภอบ่อพลอย อำเภอเลาขวัญ อำเภอพนมทวน อำเภอไทรโยค อำเภอสังขละบุรี อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอท่ามะกา อำเภอท่าม่วง อำเภอทองผาภูมิ อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอหนองปรือ และอำเภอห้วยกระเจา

    อาณาเขต
  • ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดอุทัยธานี จังหวัดตากและสหภาพพม่า
  • ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดราชบุรี
  • ทิศตะวันออก   ติดต่อกับจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดนครปฐม  
  • ทิศตะวันตก   ติดต่อกับสหภาพพม่า
  • การเดินทาง

    รถยนต์  ไปตามถนนเพชรเกษมหรือไปตามถนนบรมราชชนนี ผ่านนครชัยศรี นครปฐม บ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง ถึงจังหวัดกาญจนบุรี รวมระยะทาง ๑๒๙ กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
    รถโดยสารธรรมดา  ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ทุก ๑๕ นาที (สายเก่าเส้นเพชรเกษม-อ้อมใหญ่-นครชัยศรี)  ตั้งแต่เวลา ๐๔.๐๐-๒๐.๐๐ น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๒ ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. (๐๒) ๔๓๔-๕๕๕๗

    รถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ รถปรับอากาศชั้นหนึ่ง (วิ่งสายใหม่เส้นถนนบรมราชชนนี-นครชัยศรี) ออกทุก ๒๐ นาที ตั้งแต่เวลา ๐๕.๐๐-๒๒.๓๐ น. รถปรับอากาศชั้นสองออกทุก ๒๐ นาที (สายเก่าเส้นเพชรเกษม-อ้อมใหญ่-นครชัยศรี) ตั้งแต่เวลา ๐๕.๑๐-๒๐.๓๐ น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๒ ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (๐๒) ๔๓๕-๕๐๑๒, ๔๓๕-๑๑๙๙

    รถไฟ  ออกจากสถานีรถไฟบางกอกน้อย วันละ ๒ เที่ยว เวลา ๐๗.๓๕ น. และ ๑๓.๔๕ น. แวะจอดที่สถานีกาญจนบุรี สะพานข้ามแม่น้ำแคว ท่ากิเลน สถานีน้ำตก ใช้เวลาประมาณ ๔ ชั่วโมงครึ่ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถานีรถไฟบางกอกน้อย โทร. (๐๒) ๔๑๑-๓๑๐๒

    วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ มีรถไฟเที่ยวพิเศษ นำเที่ยวไปกลับภายในวันเดียว รายละเอียดสอบถามที่การรถไฟแห่งประเทศไทยโทร. ๒๒๓-๗๐๑๐, ๒๒๓-๗๐๒๐ หรือ ๑๖๙๐


    การเดินทางภายในจังหวัด  
  • สถานีขนส่งกาญจนบุรี ถ.แสงชูโต มีบริการรถโดยสารภายในจังหวัดที่ค่อนข้างสะดวก มีรถโดยสารไปยังอำเภอต่างๆ เช่น  อำเภอบ่อพลอย  อำเภอหนองปรือ อำเภอทองผาภูมิ และ อำเภอสังขละบุรี หรือเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆเช่น น้ำตกเอราวัณ น้ำตกเขาพัง น้ำตกไทรโยคใหญ่ รายละเอียดสอบถามสถานีขนส่งกาญจนบุรี โทร. (๐๓๔) ๕๑๑๑๗๒

    การเดินทางไปจังหวัดใกล้เคียง  
    จากสถานีขนส่งกาญจนบุรี มีบริการรถโดยสารไปยังจังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี และนครปฐม

    ระยะทางจากอำเภอเมืองไปยังอำเภอต่างๆ ของจังหวัดกาญจนบุรี
    ท่าม่วง ๑๒   กิโลเมตร
    พนมทวน ๒๔   กิโลเมตร
    ท่ามะกา ๓๐   กิโลเมตร
    ด่านมะขามเตี้ย ๓๐ กิโลเมตร
    ไทรโยค ๕๐   กิโลเมตร
    ทองผาภูมิ              ๑๔๕   กิโลเมตร สังขละบุรี              ๒๓๐   กิโลเมตร
    ศรีสวัสดิ์              ๑๐๒   กิโลเมตร
    บ่อพลอย   ๔๐   กิโลเมตร
    หนองปรือ ๗๕   กิโลเมตร
    ห้วยกระเจา ๖๐   กิโลเมตร
    เลาขวัญ ๙๗   กิโลเมตร
  • อุทยานแห่งชาติเอราวัณ น้ำตกเอราวัณ ถ้ำพระธาตุ เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ

    อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ครอบคลุมอยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี น้ำตกเอราวัณเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ด้วยอาณาเขตกว้างขวางประกอบไปด้วยภูเขาสูง หน้าผา น้ำตก ถ้ำ และทิวทัศน์ที่งดงามตามธรรมชาติ ทั้งการคมนาคมที่สะดวก จึงทำให้อุทยานแห่งชาติเอราวัณเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอันมาก โดยมีเนื้อที่ประมาณ 550 ตารางกิโลเมตร หรือ 343,750 ไร่
    การเดินทาง :
    การเดินทางจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปยังอุทยานแห่งชาติเอราวัณสามารถใช้ได้ 2 เส้นทาง คือ

    สายที่ 1 เริ่มต้นจากจังหวัดกาญจนบุรีไปตามทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 323 ถึงเขตของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเขื่อนศรีนครินทร์ ข้ามสะพานไปยังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ แล้วจึงเลยเข้าไปยังที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 66 กิโลเมตร

    สายที่ 2 เดินทางมาจากอุทยานแห่งชาติไทรโยค จะมีเส้นทางบริเวณบ้านวังใหญ่อยู่ตอนใต้น้ำตกไทรโยคน้อยประมาณ 6 กิโลเมตร ลัดออกไปบ้านโป่งปัดบริเวณเขื่อนท่าทุ่งนาระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนหมายเลข 323 อีกประมาณ 30 กิโลเมตร

    ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 02-579-7223, 02-579-5734

    ลักษณะภูมิประเทศ :
    อุทยานแห่งชาติเอราวัณ มีลักษณะเป็นพื้นที่ภูเขาสูงชันอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 165.966 เมตร สลับกับพื้นที่ราบ โดยภูเขาส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาหินปูน(Lime stone) ในแถบตะวันออกของพื้นที่จะยกสูงขึ้นเป็นแนว โดยเฉพาะบริเวณใกล้น้ำตกเอราวัณ จะมีลักษณะเป็นหน้าผา ในพื้นที่ซีกตะวันออกจะมีลำห้วยที่สำคัญคือ ห้วยม่องไล่ และห้วยอมตะลา ซึ่งไหลมาบรรจบกันกลายมาเป็นน้ำตกเอราวัณ ทางตอนเหนือของพื้นที่จะพบห้วยสะแดะ และห้วยหนองมน โดยห้วยสะแดะจะระบายน้ำลงสู่เขื่อนศรีนครินทร์ ส่วนห้วยหนองมนจะไหลไปรวมกับห้วยไทรโยค ก่อให้เกิดน้ำตกไทรโยค ส่วนทางด้านทิศใต้เป็นต้นกำเนิดของลำห้วยหลายสาย เช่น ลำห้วยเขาพัง ก่อให้เกิดน้ำตกที่สวยงามซึ่งเรียกกันว่าน้ำตกเขาพัง หรือน้ำตกไทรโยคน้อย

    ลักษณะภูมิอากาศ :
    อุทยานแห่งชาติเอราวัณ แบ่งออกเป็น 3 ฤดูกาล คือ
    ฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม
    ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม
    ฤดูร้อน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน

    แต่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และตะวันออกเฉียงเหนือช่วยพัดพาให้เกิดฝน เนื่องจากพื้นที่อยู่ในเขตเงาฝน จึงมีปริมาณน้ำฝนตกไม่มากนักและอากาศค่อนข้างร้อน จากลักษณะอากาศดังกล่าว จึงไม่เป็นปัญหาต่อการเที่ยวชมอุทยานฯในแต่ละฤดู

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
    สภาพป่า ส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ มะค่าโมง ตะเคียนทอง มะกอก ยมหอม ตะแบก ฯลฯ นอกนั้นเป็นป่าเต็งรัง มีพันธุ์ไม้คือ เต็ง รัง เหียง พลวง พะยอม เป็นต้น

    สัตว์ป่าประกอบไปด้วยสัตว์นานาชนิด ได้แก่ นกแว่น นกกระแตแต้แว้ด ไก่ฟ้าพญาลอ นกกะปูด นกกางเขนดง นกสาลิกา นกขุนทอง ชะนี เก้ง กวาง หมูป่า กระต่ายป่า กระรอกบิน เสือ เป็นต้น

    น้ำตกเอราวัณ
    เป็นน้ำตกที่มีระยะทางยาวประมาณ 1,500 เมตรติดต่อกัน ซึ่งแบ่งออกเป็นชั้นๆได้ 7 ชั้นด้วยกัน แต่ละชั้นมีความสวยงาม ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ทั้งเถาวัลย์พันเกี่ยวทอดตัวไปบนต้นไม้ใหญ่ กล้วยไม้ป่าหลายชนิดบนคาคบไม้ สายธารน้ำที่ไหลตกลดหลั่นลงมาบนโขดหินสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง และเสียงเพรียกของนกป่า ทำให้สภาพความเป็นธรรมชาติสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น นับเป็นบรรยากาศที่เรียกเอาความมีคุณค่าของป่าเขาลำเนาไพรซึมซับเข้าสู่อารมณ์ของผู้ใฝ่หาความสันโดษ และรักธรรมชาติโดยแท้จริง ในชั้นที่ 7 อันเป็นชั้นบนสุดของน้ำตก เมื่อมีน้ำตกไหลบ่าจะมีรูปคล้ายหัวช้างเอราวัณจนคนทั่วไปรู้จักและขนานนามว่าน้ำตกเอราวัณ

    น้ำตกผาลั่น
    เป็นน้ำตกชั้นเดียวมีน้ำเฉพาะฤดูฝนเท่านั้น

    ถ้ำพระธาตุ
    เป็นถ้ำที่สวยงาม มีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 790 เมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 12 กิโลเมตร

    ถ้ำวังบาดาล
    เป็นถ้ำขนาดใหญ่ แบ่งเป็นห้องๆ มีหินงอกหินย้อย ที่เป็นประกาย รูปลักษณะต่างๆกัน อยู่ที่ ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 54 กิโลเมตร

    เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ

    1. เส้นทางขันหมากหมูกลิ้ง
    เป็นเส้นทางเดินเท้าระยะทาง 1,390 เมตร เป็นเส้นทางเดินเป็นวงกลม เริ่มจากสถานที่จอดรถและวนกลับมาลานจอดรถเหมือนเดิม เป็นเส้นทางเดินสบาย ใช้เวลาในการเดินตลอดเส้นทาง ประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง โดยตลอดเส้นทางจะปรากฎความหลากหลายของสังคมพืช สามารถจำแนกชนิดของป่าออกตาม ลักษณะของสังคมพืชได้เป็น 2 ชนิด คือ ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง

    เส้นทางนี้เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป เป็นเส้นทางเดินที่ไม่ลำบากมากนัก จุดเด่นของเส้นทางนี้ก็คือ ว่านขันหมากและกล้วยไม้ดินหมูกลิ้งที่มีมากในเส้นทาง

    สถานีในเส้นทางนี้ประกอบด้วย บ้านโบราณ-ผู้ย่อยสลาย-พรมธรรมชาติ-เหลือแต่ตอ-ยาอายุวัฒนะ- หญ้าที่สูงที่สุดในโลก-ความพิการของต้นไม้-หมูกลิ้ง-สังคมใหม่

    2. เส้นทางเขาหินล้านปี
    เป็นเส้นทางเดินเท้ายาวประมาณ 1,940 เมตร เริ่มต้นจากลานจอดรถไปบรรจบกับ เส้นทางในน้ำตกบริเวณสะพานน้ำตกชั้นที่ 4 ใช้เวลาเดินประมาณสองชั่วโมง

    ตลอดเส้นทางจะปรากฏความหลากหลายของสังคมพืช สามารถจำแนกลักษณะของป่าออกเป็น 3 ชนิด คือ ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้งและป่าเต็งรัง และในเส้นทางนี้จะมีจุดชมวิวที่สวยงามหลายจุด สามารถมองเห็น น้ำตก(หัวช้างเอราวัณ) ในฤดูน้ำหลากได้ชัดเจนที่สุด และใกล้ที่สุดอีกด้วย

    เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความท้าทาย และจะต้องมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงพอสมควร จุดเด่นของเส้นทางนี้ จะเป็นภูเขาหินปูนและความหลากหลายทางธรรมชาติ

    สถานี้ในเส้นทางนี้ประกอบด้วย การทดแทน-บ้านโบราณ-บ้านเลียงผา-เล็กพริกขี้หนู-กล้วยไม้ดิน-หินแยก- จันทร์ผาล้านปี-ป่าเต็งรัง-อัญมณีแห่งป่า-เขาหินล้านปี-ผาไทรงาม-ป่าดิบแล้ง

    3. เส้นทางป่าดิบแล้งม่องไล่
    เป็นเส้นทางเดินเท้ายาวประมาณ 1,010 เมตร เป็นเส้นทางเดินเลียบริมห้วยม่องไล่ เริ่มจากสะพานค่ายพัก ไปบรรจบเส้นทางเดินในน้ำตกชั้นที่ 3 เส้นทางจะเลาะแนวน้ำตกเกือบตลอดเส้นทาง สภาพป่าในเส้นทางนี้จะเป็นป่าดิบแล้ง และป่าทดแทน

    เส้นทางนี้เหมาะสำหรับบุคคลที่ชอบเดินสบายไม่ลำบากมากนัก และมีความต้องการที่จะเดินชมน้ำตก เหมาะสำหรับบุคคลทุกวัย

    จุดเด่นของเส้นทางนี้อยู่ที่ความหลากหลายของป่าดิบแล้ง ที่มีพรรณไม้หลากหลายชนิด และความร่มรื่นของเส้นทาง และได้ชมน้ำตกด้วย

    สถานี้ในเส้นทางประกอบไปด้วย กระจอกที่ไม่กระจอก-รากไม้มหัศจรรย์-การปรับตัวของไม้ใหญ่-ภัยธรรมชาติ- แก่หรือไม่แก่-เกิดจากป่า-ภัตตาคารป่า-ชีวิตใหม่ในป่าทดแทน

    4. เส้นทางถ้ำวังบาดาล
    เป็นเส้นทางเดินเท้ายาวประมาณ 1,350 เมตร เริ่มต้นจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเอราวัณ (วังบาดาล) ผ่านป่าไผ่และป่าดิบแล้ง ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ตลอดเส้นทางจะพบพืชที่ไม่ค่อยได้พบบ่อยครั้งนัก เช่น เห็ดถ้วยและดอกดิน ที่จะพบได้ในฤดูฝน

    เส้นทางนี้เป็นเส้นทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะไปชมถ้ำวังบาดาล จุดเด่นของเส้นทางนี้ก็คือ ถ้ำวังบาดาลนั่นเอง

    สถานีในเส้นทางประกอบไปด้วย หญ้าหนามที่แข็งที่สุดในโลก-แหธรรมชาติ-ไม้มหัศจรรย์-ป่าดิบแล้ง-ค้ำยัน-ถ้ำวังบาดาล

    เฉลิมรัตนโกสินทร์ ถ้ำธารลอด

    อุทยาน เฉลิมรัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีเนื้อที่ค่อนข้างน้อย แต่มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ และมีจุดเด่นเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตก หน้าผา และถ้ำธารลอด ที่นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดจากการยุบตัวของหินปูนและการกัดเซาะของน้ำ ทำให้เขาหินปูนกลายเป็นสะพานธรรมชาติขนาดมหึมา ตลอดจนเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของการเดินทัพของพม่าและกองทัพญี่ปุ่น   อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ มีเนื้อที่ประมาณ 59 ตารางกิโลเมตร หรือ 36,875 ไร่
    การเดินทาง :
    โดยรถยนต์ จากตัวเมืองกาญจนบุรีออกไปตามถนนสายกาญจนบุรี-เขื่อนศรีนครินทร์เป็นระยะทาง 16 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาที่ตลาดอำเภอลาดหญ้าไปทางอำเภอบ่อพลอยอีกประมาณ 32 กิโลเมตรถึงหนองปรือ และมุ่งสู่ถ้ำธารลอดอีก 18 กิโลเมตร รวมระยะทางจากกรุงเทพฯประมาณ 196 กิโลเมตรก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ

    สิ่งอำนวยความสะดวก :
    อุทยาน แห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว จำนวน 7 หลัง ดังนี้
    บ้านไทรทอง-ยางโทน จำนวน 2 ห้อง พักได้ 8 คน ค่าธรรมเนียม 700 บาท/คืน
    บ้านกะปูด จำนวน 2 ห้อง พักได้ 8 คน ค่าธรรมเนียม 700 บาท/คืน
    บ้านไก่ป่า จำนวน 3 ห้อง พักได้ 12 คน ค่าธรรมเนียม 1,100 บาท/คืน
    บ้านลำทองหลาง จำนวน 2 ห้อง พักได้ 4 คน ค่าธรรมเนียม 350 บาท/คืน
    บ้านห้วยกระพร้อย จำนวน 2 ห้อง พักได้ 4 คน ค่าธรรมเนียม 350 บาท/คืน
    บ้านไตรตรึงษ์ จำนวน 2 ห้อง พักได้ 6 คน ค่าธรรมเนียม 500 บาท/คืน
    บ้านทองธรรมชาติ จำนวน 2 ห้อง พักได้ 6 คน ค่าธรรมเนียม 500 บาท/คืน

    ลักษณะภูมิประเทศ :
    ลักษณะภูมิประเทศ โดยทั่วไปประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อน ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน มียอดเขากำแพงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด คือมีความสูงประมาณ 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของลุ่มแม่น้ำแม่กลอง

    ลักษณะภูมิอากาศ :
    สภาพภูมิอากาศ ในพื้นที่แห่งนี้ มีอากาศค่อนข้างร้อนชื้น มีอุณหภูมิเฉลี่ย 37-38 องศาเซลเซียสในเดือนมีนาคม-เมษายน และมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 17-18 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
    ในพื้นที่แห่งนี้สภาพป่าส่วนใหญ่ประกอบไปด้วย ป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ มีบางส่วนเป็นป่าไผ่ สภาพป่ายังมีความสมบูรณ์มาก พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ ตะเคียน ยาง มะค่าโมง ประดู่ ก่อ กำยาน เป็นต้น

    สำหรับสัตว์ป่าพบว่า ยังชุกชุมเนื่องจากมีแหล่งน้ำแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ และพื้นที่ได้รับการคุ้มกันอย่างดี สัตว์ป่าที่พบเห็นบ่อยได้แก่ กระทิง วัวแดง หมีควาย หมีขอ เสือดาว เก้ง กวาง สมเสร็จ ลิง และนกนานาชนิด นอกจากนี้ยังมีสัตว์ที่หายากอีกชนิดหนึ่งก็คือ "หมาน้ำ" หรือ "เขียดวาก" มีลักษณะคล้ายคางคก มีเสียงร้องคล้ายสุนัขเห่า จะพบเห็นได้ในบริเวณลำห้วยและบริเวณถ้ำธารลอด

    จุดเด่นที่น่าสนใจ :

    ถ้ำ
    เป็นจุดเด่นของอุทยานแห่งนี้ ซึ่งก็ได้แก่ถ้ำลอดน้อยและถ้ำลอดใหญ่ ที่ทำการของอุทยานฯตั้งอยู่ใกล้กับถ้ำลอดน้อย ตัวถ้ำจะมีความยาวประมาณ 300 เมตร ปากถ้ำกว้างประมาณ 25 เมตร สูงประมาณ 10 เมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยปรากฏเป็นรูปร่างต่างๆ ยามเมื่อต้องแสงไฟจะส่องประกายระยิบระยับ ส่วนธารน้ำที่ไหลลอดใต้ถ้ำนั้นทำให้อากาศเย็นสบาย

    จากถ้ำธารลอดน้อยจะมีเส้นทางเดินไปถึงถ้ำธารลอดใหญ่ ระยะทางเดินเท้าประมาณ 2 กิโลเมตร ถ้ำธารลอดใหญ่นั้นจะมีลักษณะคล้ายสะพานธรรมชาติ และยังมีหลักฐานปรากฏว่าบริเวณนี้เป็นที่ฝังศพของมนุษย์โบราณ เนื่องจากค้นพบโครงกระดูกเป็นจำนวนมาก

    น้ำตก
    มีที่สวยงามอยู่หลายแห่ง เช่น น้ำตกไตรตรึงษ์ มีความสูงถึง 3 ชั้น อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 1.5 กิโลเมตร และน้ำตกธารเงิน มีความสูง 7 ชั้นสวยงามมากเช่นเดียวกัน

    หลักฐานด้านประวัติศาสตร์ เป็นที่ปรากฏว่ามีหลักฐานที่น่าสนใจ กล่าวคือ บริเวณนี้อยู่ในเส้นทางที่กองทัพพม่ายกมาตีกรุงศรีอยุธยา พบซากอาวุธโบราณ โครงกระดูก เครื่องรางของขลัง อยู่กระจัดกระจายทั่วไป และในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นก็ใช้เส้นทางนี้เช่นกัน

    น้ำตกไทรโยค แม่น้ำแควน้อย ถ้ำดาวดึงส์ ถ้ำละว้า ค้างคาวคุณกิตติ

    อุทยาน แห่งชาติไทรโยค มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ตั้งแต่ครั้งสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสน้ำตกไทรโยค และได้ลงสรงน้ำในธารน้ำ  หลังจากนั้นน้ำตกไทรโยคจึงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและผู้คนโดยทั่วไป ดั่งเพลง"เขมรไทรโยค" เป็นเพลงไทยอมตะ บรรยายถึงความซาบซึ่งในธรรมชาติ และความงามของน้ำตกไทรโยค ยังความประทับใจแก่ชาวไทยมาตราบเท่าทุกวันนี้  อุทยานแห่งชาติไทรโยค มีเนื้อที่ 500 ตารางกิโลเมตร หรือ 312,500 ไร่
    การเดินทาง :
    ทางรถไฟ
    หลังจากลงรถไฟที่สถานีน้ำตก(ไทรโยคน้อย) สามารถเหมารถสองแถวเล็กได้ที่นี่ไปอีก 34 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ ตรงหลักกิโลเมตรที่ 97 เลี้ยวซ้ายเข้าน้ำตก 3 กิโลเมตร

    ทางรถยนต์
    จากสถานีขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี ต่อด้วยรถโดยสารประจำทางสายทองผาภูมิถึงปากทางเข้าอุทยานฯ แล้วต่อด้วยรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้าไปยังน้ำตกไทรโยคอีก 3 กิโลเมตร

    สิ่งอำนวยความสะดวก :
    อุทยานแห่งชาติไทรโยค มีบ้านพักสำหรับบริการนักท่องเที่ยว จำนวน 9 หลัง พักได้หลังละ 8-15 คน และมีค่ายพัก 2 หลัง ไม่มีเครื่องนอนพักได้หลังละ 80 คน สำหรับอาหารและเครื่องดื่มมีขายตลอดเวลาที่บริเวณน้ำตกไทรโยค

    รายละเอียดติดต่อกองอุทยานแห่ชาติ โทร. 02-579-7223, 02-579-5734

    ลักษณะภูมิประเทศ :
    อุทยานแห่งชาติไทรโยค ครอบคลุมพื้นที่ป่าวังใหญ่ ป่าแม่น้ำน้อย และป่าห้วยเขยง ส่วนหนึ่งอยู่ในป่าโครงการไม้กระยาเลย มีสภาพป่าเขาสูงๆต่ำๆสลับซับซ้อน ภูเขาส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน ส่วนหนึ่งของภูเขาเทือกนี้ทอดตัวยาวจากเหนือลงมาใต้ ด้านทิศตะวันตกจรดชายแดนประเทศพม่า ส่วนที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาแขวะ สูงประมาณ 1,327 เมตร รองลงมาคือ ยอดเขาเราะแระ สูงประมาณ 1,125 เมตร จากระดับน้ำทะเล

    ลักษณะภูมิอากาศ :
    อุณหภูมิ เฉลี่ยประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส ในฤดูหนาวอากาศค่อนข้างหนาว มีหมอกจัดในฤดูฝน ฝนตกชุกระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม และแล้งที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ฤดูหนาวเหมาะแก่การเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคมากที่สุด ด้วยสภาพป่าที่เขียวขจี ธารน้ำไหลแรงที่สายน้ำตก กลุ่มหมอกที่ไหลเรี่ยลำแควน้อยเป็นมนต์ขลังแก่ผู้มาเยือนยิ่งนัก

    พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
    สภาพป่า ส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง มีไม้ไผ่เป็นพื้น เช่น ไม้รวก ไม้ไผ่ป่า ไม้ไผ่นวล เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีป่าสัก ซึ่งขึ้นอยู่ในแนวแคบๆสองฝั่งแม่น้ำแควน้อย ป่าเต็งรังมีเป็นส่วนน้อย ส่วนป่าดงดิบชื้นจะมีอยู่ทางด้านตรงข้ามฝั่งแม่น้ำแควน้อย ไปจนติดชายแดนประเทศพม่า

    สัตว์นานาชนิด จากการสำรวจ พบรอยเท้า เก้ง กวาง ในบริเวณถ้ำหลายแห่ง และจากคำบอกเล่าของชาวบ้านที่เชื่อถือได้พบว่า มีสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น ช้าง กระทิง วัวแดง เสือ หมี ชะนี ไก่ฟ้า นกนานาชนิด ซึ่งสัตว์เหล่านี้หากินข้ามเขตเทือกเขาของไทยและพม่า

    จุดเด่นที่น่าสนใจ :
    น้ำตกไทรโยค
    เป็นน้ำตกที่ไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อยแยกเป็น 2 แพร่ง ต้นกำเนิดของสายน้ำเชื่อว่าเกิดจากอุทยานแห่งชาติเอราวัณส่วนที่อยู่ทางตอนเหนือ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ชั้นเดียวรองรับด้วยชั้นหินสลับกันเป็นชั้นๆมีความสูงประมาณ 8 เมตร ทางด้านใต้เป็นน้ำตกที่มีความสูงมากกว่า สายน้ำที่พุ่งตกลงมากระเซ็นสู่ลำน้ำแควน้อย เราสามารถชมทัศนียภาพของน้ำตกไทรโยคได้โดยการเดินข้ามสะพานแขวนไปยังฝั่งตรงข้าม หรือโดยทางน้ำในฤดูหนาว นักท่องเที่ยวนิยมไปสัมผัสบรรยากาศของความหนาวเย็นแห่งสายน้ำและขุนเขา กลุ่มหมอกที่ลอยตัวเรี่ยผิวน้ำผ่านน้ำตกมีเสน่ห์ชวนให้หลงไหลยิ่งนัก

    น้ำตกไทรโยคน้อย (เขาพัง)
    เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมาช้านาน ต้นกำเนิดเป็นน้ำผุดจากภูเขามาตามลำธารเล็กๆไหลตกลงที่ผาหินปูน แผ่กระจายไปตามพื้นเขาลาดเอียงภายใต้ร่มเงาของพันธุ์ไม้นานาชนิด ในลำธารมีต้นกกขึ้นอยู่กระจัดกระจาย นับเป็นบรรยากาศที่ชวนให้ไปสัมผัสอีกแห่งหนึ่ง

    การเดินทางสะดวกมากเพราะอยู่ติดกับถนนสายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ ด้วยระยะทาง 56 กิโลเมตร จากจังหวัดกาญจนบุรี หรือทางรถไฟ เริ่มต้นจากสถานีธนบุรีไปสิ้นสุดที่สถานีน้ำตก ตำบลท่าเสา ห่างจากตัวน้ำตกประมาณ 1 กิโลเมตร

    แม่น้ำแควน้อย
    เป็นสภาพแม่น้ำฝั่งตะวันตกของประเทศ มีโขดเขาเกาะแก่งที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ร่องน้ำที่ลัดเลาะไปตามซอกเขาหินปูน ความแตกต่างของพื้นที่และเกาะแก่งเป็นเหตุให้แม่น้ำสายนี้ ไหลเชี่ยวกราก บางตอนเป็นหาดทรายยื่นออกมาในลำน้ำเป็นที่ชื่นชอบของนักล่องแพโดยทั่วไป

    ถ้ำดาวดึงส์
    เป็นถ้ำที่มีชื่อเสียงและงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ถ้ำลึกประมาณ 100 เมตร แบ่งเป็นห้องได้ถึง 8 ห้อง มีชื่อตามลักษณะของหินงอก หินย้อย โดยทั่วไปมีสีขาว เช่น ห้องโคมระย้า ห้องเจดีย์ ห้องจีบม่านฟ้า เป็นต้น

    ถ้ำละว้า
    อยู่ห่างจากน้ำตกไทรโยคโดยทางน้ำประมาณ 20 กิโลเมตร ไปทางตอนใต้ของอุทยานฯ ปากถ้ำแคบ แต่ภายในกว้างขวาง หินงอก หินย้อย สวยงามมากแห่งหนึ่ง และมีห้องโถงกว้างใหญ่คล้ายท้องพระโรง

    ค้างคาวคุณกิตติ
    ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Crasoonyeteris thonglongyai เป็นเกียรติแก่ผู้ค้นพบคือ คุณกิตติ ทองลงยา ค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2516 นับเป็นค้างคาววงศ์ใหม่มีเพียงชนิดเดียวในโลก และนับเป็นค้างคาวที่เล็กที่สุดในประเทศ และเท่าที่สำรวจพบ ปรากฏว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เล็กที่สุดในโลก มีน้ำหนัก 1.5-2 กรัม ลำตัวยาว 2.5-3 เซ็นติเมตร มีสีน้ำตาล กางปีกออกจะกว้างประมาณ 10 เซ็นติเมตร หูค่อนข้างใหญ่ จมูกคล้ายจมูกหมู อาศัยอยู่ตามถ้ำโดยทั่วไป จะอพยพย้ายถิ่นทันที่หากถูกรบกวนโดยมนุษย์ ปัจจุบันพบอยู่แห่งเดียวที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค

    นอกจากนั้น ยังมีถ้ำอีกหลายแห่งในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค มีความสวยงามตามธรรมชาติและมีความสำคัญต่อทางโบราณคดี ที่พาดพิงถึงประวัติอันยาวนานของมนุษย์ยุคหินเท่าที่เคยขุดพบที่ถ้ำพระ ถ้ำละว้า และถ้ำไทรโยค

    สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก ประตูเมือง พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก สะพานข้ามแม่น้ำแคว ทางรถไฟสายมรณะ หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ ๒

    สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก ตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโต (ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓) ก่อนจะเข้าตัวเมือง สุสานแห่งนี้เป็นสุสานของเชลยศึกสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ บริเวณสุสานมีเนื้อที่กว้างขวางสวยงามและเงียบสงบ ชวนให้รำลึกถึงเหตุการณ์การสู้รบและผลลัพธ์ที่ตามมา สุสานแห่งนี้บรรจุศพทหารเชลยศึกถึง ๖,๙๘๒ หลุม
    ประตูเมือง ตั้งอยู่กลางเมืองกาญจนบุรี สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ พ. ศ. ๒๓๗๔ ซึ่งพระองค์ได้ทรงย้ายมาจากเมืองกาญจนบุรีเก่า ตำบลลาดหญ้า มาอยู่ในที่ปัจจุบัน

    พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก ตั้งอยู่ในวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) ตำบลบ้านใต้ อำเภอเมือง อยู่ห่างจากถนนแสงชูโต ประมาณ ๓๐๐ เมตร ตัวอาคารสร้างเป็นกระท่อมไม้ไผ่เลียนแบบค่ายเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมภาพถ่าย ภาพเขียนและบทความที่แสดงถึงความเป็นอยู่ของเชลยศึก ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ อาวุธปืนและลูกระเบิดในสมัยนั้นเพื่อสะท้อนให้เห็นบทเรียนอันน่าสะพรึงกลัวของสงคราม เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา ๐๘.๐๐–๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชมชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท

    สะพานข้ามแม่น้ำแคว ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ประมาณ ๔ กิโลเมตร แยกซ้ายประมาณ ๔๐๐ เมตร มีป้ายชี้บอกทางไว้ชัดเจน เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดาและนิวซีแลนด์ประมาณ ๖๑,๗๐๐ คนและกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดียอีกจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหารทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง

    ทางรถไฟสายมรณะ  ทางรถไฟสายนี้เริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านจังหวัดกาญจนบุรีข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปทางทิศตะวันตกจนถึงด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อให้ถึงปลายทางที่เมืองตันบูซายัด ประเทศพม่า รวมระยะทางในเขตประเทศไทย ๓๐๐ กิโลเมตร ใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง ๑ ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๕ ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๖ เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงครามทางรถไฟบางส่วนถูกเลาะทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้ทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม  ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้นจากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้างของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา ทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณถ้ำกระแซ ที่เส้นทางรถไฟจะลัดเลาะไปตามเชิงผาเลียบไปกับลำน้ำแควน้อย ปัจจุบันทางรถไฟสายนี้สุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกเป็นระยะทางประมาณ ๗๗ กิโลเมตร การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดบริการเดินรถบนเส้นทางสายนี้ทุกวัน และจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ-น้ำตก ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. ๒๒๓-๗๐๑๐,  ๒๒๓-๗๐๒๐ หรือ ๑๖๙๐      

    หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ ๒  ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง ไม่ไกลจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสถานที่เก็บรักษาสิ่งที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ อันได้แก่อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ โครงกระดูกของเชลยสงคราม และภาพถ่ายเหตุการณ์ในสมัยนั้น นอกจากนี้บางส่วนยังจัดทำเป็นหอศิลป์ เก็บรวบรวมสิ่งของต่างๆ เช่น แสตมป์ ไปรษณียบัตรโบราณ เพชร พลอย และเครื่องประดับ เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา ๐๘.๐๐–๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชมชาวไทย ๒๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อโทร. (๐๓๔) ๕๑๒๕๙๖

    วัดถ้ำมังกรทอง  อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๕  กิโลเมตร บนฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ตั้งอยู่เชิงเขา วัดนี้สร้างขึ้นในปี ๒๔๔๗ เหตุที่ได้ชื่อว่าถ้ำมังกรทองก็เนื่องจากมีถ้ำขนาดเล็กอยู่บนยอดเขา โดยราวบันไดขึ้นสู่ถ้ำสร้างเป็นรูปมังกรสองตัวขนาดใหญ่ขนานกันไปจนสุดทางที่ปากถ้ำ มีบันไดทั้งหมด ๙๕ ขั้น ที่ตรงปากถ้ำมีหินใหญ่ทำเป็นหน้าสิงโตดูน่าเกรงขาม วัดถ้ำมังกรทองยังมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลายเกี่ยวกับการทำสมาธิลอยตัวในน้ำ มีผู้สนใจมาชมการแสดงลอยตัวในน้ำเป็นประจำ

    การเดินทาง จากถนนแสงชูโตใช้เส้นทางที่แยกซ้ายจากหน้าศาลากลางจังหวัดไปประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองไปยังวัดถ้ำมังกรทอง

    ต้นจามจุรียักษ์ อยู่บนเส้นทางไปอำเภอด่านมะขามเตี้ย บ้านกสิกรรม หมู่ ๕ ตำบลเกาะสำโรงหากมาจากวัดถ้ำมังกร เลยจากวัดถ้ำมังกรไปประมาณ 3 กิโลเมตร  สามารถเดินทางเข้าไปในกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ ๑ กรมการสัตว์ทหารบก ผ่านวัดถ้ำมุนีย์นาถ แล้วเลี้ยวขวา ต้นจามจุรียักษ์มีอายุมากกว่า ๑๐๐ ปี รัศมีทรงพุ่มเฉลี่ย ๒๕.๘๗ เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางร่มเงาประมาณ ๕๑.๗๕ เมตร ความสูงเรือนยอด ๒๐ เมตร  มีพื้นที่ของพุ่มประมาณ ๑ ไร่เศษ มีทรงพุ่มแผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โตสวยงาม ซึ่งปัจจุบันหาชมต้นไม้ขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ยาก

    ถ้ำมะเดื่อ อยู่ในบริเวณวัดถ้ำมะเดื่อ ตำบลบ้านเก่า ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๔๐ กิโลเมตร การเดินทาง จากป้อมตำรวจบ้านเก่า ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแควน้อย ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๔๔๕ ประมาณ ๘ กิโลเมตรถึงค่ายไทรโยค เข้าไปในค่ายไทรโยคประมาณ ๓ กิโลเมตร เมื่อเดินทางไปควรติดต่อกับทางวัดโดยทางวัดได้ติดตั้งไฟไว้เพื่อให้เห็นสภาพภายในถ้ำที่มีเนื้อที่กว้างขวางมีหินงอกหินย้อยสวยงามแตกต่างกันไป ต้องใช้เวลาชมประมาณ ๑ ชั่วโมง

    สุสานทหารสัมพันธมิตรช่องไก่ สุสานแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย บริเวณท่าน้ำเมืองกาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองไปทางแม่น้ำแควน้อยประมาณ ๒ กิโลเมตร สามารถเดินทางไปโดยขับรถข้ามสะพานสมเด็จพระสังฆราชฯ สุสานทหารสัมพันธมิตรช่องไก่เคยเป็นที่ตั้งของค่ายเชลยศึกขนาดใหญ่  บริเวณสุสานสงบและสวยงาม มีขนาดเล็กกว่าสุสานดอนรัก บรรจุศพทหารเชลยศึกซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารอังกฤษ ประมาณ ๑,๗๔๐ หลุม

    สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์(สวนหิน)  ตั้งอยู่ที่ทุ่งนาคราช ตำบลหนองหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรีในบริเวณวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี สามารถเดินทางจากถนนแสงชูโต ข้ามสะพานสมเด็จพระสังฆราช ไปอีกประมาณ ๙ กิโลเมตร โดยผ่านสุสานทหารสัมพันธมิตรช่องไก่ วัดถ้ำเขาปูนไปไม่ไกลนักจะพบสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์  ประชาชนทั่วไปเรียกว่า สวนหินหรืออุทยานหิน บริเวณสวนหินจะเป็นที่ราบเชิงเขาโดยมีเนินลูกคลื่นสลับกับกลุ่มหินปูนคล้ายรูปสัตว์นานาชนิดเรียงรายกันอย่างมีระเบียบในเนื้อที่ประมาณ ๙๐ ไร่ และเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้ป่าชนิดต่างๆ อีกด้วย

    วัดถ้ำพุหว้า ตั้งอยู่ตำบลหนองหญ้า อำเภอเมือง  วัดนี้เป็นสาขาหนึ่งของวัดปากน้ำ บรรยากาศโดยรอบสะอาดร่มรื่น เงียบสงบ สวยงาม ลักษณะภูมิประเทศโอบล้อมด้วยภูเขาและป่าไม้ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยงดงาม มีพระพุทธรูปปางสมาธิประดิษฐานเป็นประธาน และถ้ำนี้ยังใช้เป็นพระอุโบสถเพื่อใช้ในพิธีอุปสมบทอีกด้วย  การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๒๙ ประมาณกิโลเมตรที่ ๑๗

    สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี  ตั้งอยู่ที่บ้านพุประดู่ ตำบลหนองบัว ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๒๐ กิโลเมตร สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๒๙ กิโลเมตรที่ ๑๖–๑๗ จะมีทางแยกเข้าไปประมาณ ๓ กิโลเมตร สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรีเป็นสถานสงเคราะห์สัตว์ที่ย้ายมาจากทุ่งสีกัน บนพื้นที่ ๓๘ ไร่ ปัจจุบันมีสุนัขมากที่สุด นอกนั้นจะเป็นแมว โค กระบือ แพะและแกะ เหมาะสำหรับผู้ที่รักสัตว์สามารถมาขอรับสุนัขไปเลี้ยงได้ทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น.- ๑๗.๐๐ น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่โทร. ๐๑–๙๔๔–๗๐๑๑

    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า  ตั้งอยู่ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๓๕ กิโลเมตร  ตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒๒๙ แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๔๕๕ ไปประมาณ ๓ กิโลเมตร เลี้ยวเข้าทางวัดท่าโป๊ะประมาณ ๑ กิโลเมตร เป็นที่ขุดพบหลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับมนุษย์สมัยหินยุคก่อนประวัติศาสตร์เป็นแห่งแรกในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๖ สิ่งที่ค้นพบ ได้แก่ โครงกระดูกมนุษย์ ขวานหิน เครื่องประดับและเครื่องปั้นดินเผา เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชมชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร (๐๓๔) ๖๕๔๐๕๘

    ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี  ตั้งอยู่ที่สถาบันราชภัฏกาญจนบุรี ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง บนถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค (ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓) ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ชั้นล่างจัดแสดงเครื่องใช้ภายในครัวเรือน เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ เครื่องมือในการจับปลา ชั้นบนมีห้องประวัติศาสตร์และห้องศาสนาและประเพณี มีหนังสือไทยโบราณและศิลปะวัตถุต่างๆ ด้านข้างอาคารศูนย์ฯมีหลุมขุดค้นทางประวัติศาสตร์  ศูนย์วัฒนธรรมฯเปิดให้ชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๘.๓๐–๑๖.๓๐ น.

    วัดถ้ำพุทธาวาส (ถ้ำพุพระหรือวัดถ้ำขุนแผน)  เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนภูเขาสูงมีตำนานเล่าว่า ขุนแผนได้นำเอากุมารทองมาย่างในถ้ำนี้ ถ้ำพุพระอยู่บนเส้นทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค(ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓) ตรงกิโลเมตรที่ ๗-๘  เยื้องสถาบันราชภัฏกาญจนบุรี แยกซ้ายเข้าไปอีก ๑ กิโลเมตร มีรถประจำทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค วิ่งผ่านปากทางไปสู่ถ้ำนี้ด้วย โดยจะต้องเดินเข้าไปอีก ๑ กิโลเมตร

    โบราณสถานในเขตเมืองกาญจนบุรีเก่า  ตั้งอยู่ในเขตตำบลลาดหญ้า ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ และเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙ ไปจนถึงกิโลเมตรที่ ๒-๓ บริเวณนี้เคยเป็นเมืองหน้าด่าน สกัดกั้นการเดินทัพของพม่าซึ่งยกเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้นจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นประมาณพ.ศ. ๒๐๙๑-๒๓๒๗ สภาพปัจจุบันยังคงเหลือร่องรอยของแนวกำแพงดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด ๑๖๗ x ๓๕๕ เมตร มีป้อมค่ายอยู่ทั้ง ๔ มุม โบราณสถานโดยรอบในบริเวณใกล้เคียงกันได้แก่

    วัดป่าเลไลยก์ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ชาวบ้านเรียกว่าวัดผ่าอก แต่เดิมภายในมณฑปประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ภายในมณฑป ได้ถูกคนลักลอบเจาะอกพระจนทะลุ จึงได้เรียกกันว่าวัดผ่าอก ต่อมาชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างพระพุทธรูปปางป่าเลไลย์ขึ้นแทน โบราณสถานบริเวณวัดป่าเลไลย์ประกอบด้วย มณฑป วิหาร และเจดีย์ทรงกลมก่อด้วยอิฐสอดินฉาบปูน

    วัดขุนแผน จากวัดป่าเลไลยก์ทางเข้าด้านข้าง วัดนี้เข้าไปทางค่ายฝึกสำรวจคณะวิศวฯจุฬา เป็นวัดร้างที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีพระปรางค์เป็นหลักสำคัญของวัด ภายในบริเวณวัดมีโบราณสถานที่สำคัญได้แก่ พระปรางค์ พระอุโบสถ เจดีย์ประจำทิศและเจดีย์รายและวิหาร ปัจจุบันคงยังมองเห็นเฉพาะพระปรางค์เท่านั้น

    วัดแม่หม้าย  เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ห่างจากวัดขุนแผนไปทางทิศตะวันออกประมาณ ๓๐๐ เมตร มีโบราณสถานแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มทางด้านทิศเหนือประกอบด้วยเจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่มีฐานประทักษิณ วิหารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันตก  และกลุ่มทางด้านทิศใต้ประกอบด้วย วิหารขนาดกลาง เจดีย์ราย และกำแพงแก้วล้อมรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทั้งสองกลุ่มมีสระล้างกระดูกอยู่ระหว่างกลาง

    นอกจากนี้ยังมีวัดนางพิมหรือวัดกาญจนบุรีเก่า รวมอยู่ในบริเวณนั้นด้วย

    อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม ๙ ทัพ  ตั้งอยู่บริเวณทุ่งลาดหญ้า ตำบลช่องสะเดา อำเภอเมือง เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙ ประมาณกิโลเมตรที่ ๒๔ เป็นสถานที่รวบรวมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สงคราม ๙ ทัพ ซึ่งเป็นสงครามครั้งยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เพื่อป้องกันการรุกรานของพระเจ้าปดุงกษัตริย์พม่าในปี พ. ศ. ๒๓๒๘ ชัยชนะในสงครามครั้งนี้โดยเฉพาะในสมรภูมิทุ่งลาดหญ้า ทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาเอกราชและดำรงความเป็นชาติมาถึงปัจจุบัน ภายในอาคารจะเป็นตู้จำลองขนาดย่อ และโต๊ะทรายแสดงภูมิประเทศจำลองเส้นทางการเดินทัพของข้าศึก นอกจากนี้ยังมีหอสังเกตการณ์เพื่อให้ผู้ที่มีความสนใจประวัติศาสตร์เข้าใจการเลือกใช้ภูมิประเทศในการเดินทัพ และจุดสกัดกั้นทัพพม่าได้ชัดเจนขึ้น  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายกิจการพลเรือน กองพลทหารราบที่ ๙ โทร ๕๘๙๒๓๓-๕ ต่อ ๑๑๒๒

    ค่ายฝึกเขาชนไก่  ตั้งอยู่ที่ตำบลลาดหญ้า ห่างจากกรุงเทพฯ ๑๕๐ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙ ( กาญจนบุรี-เขื่อนศรีนครินทร์ ) ประมาณ ๓ กิโลเมตร เป็นสถานที่ฝึกภาคสนามของนักศึกษาวิชาทหาร ในเวลาเสร็จสิ้นการฝึกจะเปิดเป็นค่ายฝึกสำหรับประชาชนทั่วไปมีกิจกรรมเช่น การโดดหอสูง การยิงปืน การไต่เชือกข้ามลำน้ำ ชมพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานท่องเที่ยวกรมการรักษาดินแดน โทร. ๒๒๒–๔๘๔๐, ๒๒๑–๒๘๗๑ หรือ สำนักงานท่องเที่ยวเขาชนไก่  โทร. (๐๓๔) ๕๘๙–๒๓๗

    อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ถ้ำกระแซ น้ำตกไทรโยคน้อย ถ้ำวังบาดาล ช่องเขาขาด

    อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์  อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑสถานบ้านเก่าประมาณ ๗ กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ เส้นทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค จนถึงกิโลเมตรที่ ๑๕ จะมีทางแยกซ้ายไปปราสาทเมืองสิงห์อีก ๗ กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่มีศิลปะการก่อสร้างอยู่ในยุคลพบุรีตอนปลาย ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖–๑๘ ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มีเนื้อที่ประมาณ ๖๔๑ ไร่ ๑ งาน ๖๕ ตารางวา กำแพงเมืองก่อด้วยศิลาแลงขนาดกว้าง ๘๘๐ เมตร โดยได้รับอิทธิพลทางศาสนา และวัฒนธรรมจากกัมพูชา ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง คูน้ำ และแนวคันดิน รูปแบบสถาปัตยกรรมและประติมากรรมสร้างตามลักษณะขอมแบบบายน ตรงกับสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ของประเทศกัมพูชาที่มีลักษณะช่างท้องถิ่นผสมอยู่ อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๓๐ น. ค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๔๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. (๐๓๔)๕๙๑๑๒๒, ๕๙๑๓๓๔
    ถ้ำกระแซ  ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๕๕ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ กิโลเมตรที่ ๒๙–๓๐ ตัวถ้ำติดกับเส้นทางรถไฟสายกาญจนบุรี–น้ำตก สามารถมองเห็นแม่น้ำแควน้อย ซึ่งเป็นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ภายในถ้ำโปร่งและมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ มองจากหน้าถ้ำมาที่บริเวณทางรถไฟจะเห็นทิวทัศน์ที่งดงามมาก เป็นจุดที่สร้างทางรถไฟยากที่สุด  เนื่องจากเส้นทางโค้งเลียบเขา เบื้องล่างเป็นแม่น้ำแควน้อย

    น้ำตกไทรโยคน้อย เดิมเรียก น้ำตกเขาพัง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (ถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) กิโลเมตรที่ ๔๖ เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี บริเวณน้ำตกมีสภาพธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนประมาณเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมจะมีน้ำมาก ในอดีตเมื่อพ.ศ.๒๔๓๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ ๕) เสด็จประพาสบริเวณน้ำตกไทรโยค นอกจากนี้บริเวณน้ำตกไทรโยคน้อยยังได้มีการนำหัวรถจักรไอน้ำสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ มาตั้งไว้เพื่อรำลึกถึงการสร้างทางรถไฟสายมรณะที่สร้างผ่านบริเวณหน้าน้ำตกเข้าสู่ประเทศพม่า  การรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดขบวนรถไฟสายน้ำตก พานักท่องเที่ยวไปชมน้ำตกแห่งนี้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. ๒๒๓-๗๐๑๐, ๒๒๓-๗๐๒๐ หรือ ๑๖๙๐ นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งอำเภอเมืองผ่านน้ำตกไทรโยคน้อย ซึ่งออกทุก ๓๐ นาที ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐ - ๑๘.๓๐ น.

    ถ้ำวังบาดาล  ขึ้นอยู่กับอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ตั้งอยู่ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๖๓ กิโลเมตร อยู่ด้านหลังน้ำตกไทรโยคน้อย มีป้ายบอกทางเข้าไปประมาณ ๓ กิโลเมตร  จะพบหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานฯสามารถชมต้นน้ำตกไทรโยค  การไปชมถ้ำต้องเดินเข้าไปอีกประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง ตลอดเส้นทางมีป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับสภาพธรรมชาติ ถ้ำวังบาดาลมีความยาว ๕๐๐ เมตร เป็นถ้ำหินปูน ๒ ชั้น โดยชั้นบนจะมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม แบ่งเป็นห้องหลายห้องเช่น ห้องม่านพระจันทร์ มีหินงอกหินย้อยลงมาคล้ายกับม่าน ห้องเข็มนารายณ์ มีลักษณะคล้ายเข็มแท่งใหญ่ย้อยลงมาสวยงามมาก ส่วนชั้นล่างมีธารน้ำไหลผ่าน ลักษณะเหมือนอุโมงค์น้ำใต้หินขนาดใหญ่

    ถ้ำละว้า  ห่างจากตัวเมืองประมาณ 75 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ช่วงกิโลเมตรที่ ๕๙–๖๐ ต้องข้ามฝั่งแม่น้ำแควน้อย สามารถเช่าเหมาเรือจากท่าเรือปากแซงข้ามไป ในราคาประมาณ ๘๐๐–๑,๐๐๐ บาท นั่งได้ ๑๐–๑๒ คน  ใช้เวลาประมาณ ๔๕ นาที  ถ้ำละว้าเป็นถ้าที่สวยงามมาก บริเวณปากถ้ำไม่กว้างนัก แต่ภายในถ้ำกว้างขวางใหญ่โตมาก แบ่งเป็นห้องต่างๆเช่น ห้องท้องพระโรง ห้องดนตรี ห้องม่าน แต่ละห้องมีความงดงามของหินย้อยแตกต่างกันออกไป

    ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจำ ตั้งอยู่ภายในกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา บริเวณกิโลเมตรที่ ๖๔–๖๕ บนทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (กาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ เป็นสถานที่จัดแสดงมินิเธียเตอร์และรวบรวมข้อมูลภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ระหว่างการสร้างทางรถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ พิพิธภัณฑ์นี้ จัดไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม ภายในบริเวณมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปยังช่องเขาขาด ซึ่งเป็นสวนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะที่เชลยศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ตัดเจาะภูเขาหินให้เป็นช่องสำหรับสร้างทางรถไฟ ปัจจุบันยังมีร่องรอยของทางรถไฟปรากฏอยู่ พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๙.๐๐-๑๖.๐๐ น.

    อุทยานแห่งชาติไทรโยค  มีเนื้อที่  ๕๙๘,๗๕๐ ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๒๓ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน ประกอบด้วยพื้นที่ป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ไทรโยคได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่แห่งเดียวในประเทศไทยที่มีค้างคาวที่เล็กที่สุดในโลกคือ ค้างคาวกิตติ และมี ปูราชินี ปูน้ำจืดชนิดใหม่ของโลกอาศัยอยู่  ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไทรโยคเคยเป็นค่ายพักแรมของทหารญี่ปุ่น ปัจจุบันปรากฎร่องรอยเตาหุงข้าวและซากเตาไฟอยู่ในพื้นที่  นอกจากนี้ยังพบร่องรอยมนุษย์ยุคหินเก่า  มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ

    น้ำตกไทรโยคใหญ่ หรือเรียกอีกชื่อว่า น้ำตกเขาโจน ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติไทรโยค เป็นน้ำตกที่ไหลตกลงจากหน้าผาลงสู่แม่น้ำแควน้อยราวกับกระโจนลงมา น้ำตกไทรโยคใหญ่จะมีน้ำตลอดปี และน้ำจะแรงมากในฤดูฝน และในอดีตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) เคยเสด็จประพาส ณ น้ำตกแห่งนี้ ภายในอุทยานมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติหลายเส้นทาง และมีจุดชมวิวสะพานแขวนไทรโยคที่จะเห็นน้ำตกไทรโยคได้ชัดเจน  อัตราค่าเข้าชมอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท เด็ก ๑๐๐ บาท บริเวณอุทยานมีบ้านพัก ค่ายพักแรมและสถานที่กางเต้นท์ สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. ๕๗๙-๕๗๓๔, ๕๗๙-๗๒๒๓
    การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (กาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) บริเวณกิโลเมตรที่ ๘๒

    ถ้ำดาวดึงส์ อยู่ในเขตอำเภอไทรโยค ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๑๑๐ กิโลเมตร และห่างจากริมฝั่งแม่น้ำแควน้อยขึ้นไปบนเขาประมาณ ๑ กิโลเมตร การเดินทางโดยรถยนต์สามารถเดินทางเข้าทางอุทยานแห่งชาติไทรโยค แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางวัดถ้ำดาวดึงส์ประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร ถ้ำดาวดึงส์มีหินงอกหินย้อยที่งดงามรูปต่าง ๆ เช่น โคมระย้า พระปรางค์ และเจดีย์ ภายในถ้ำมีอากาศโปร่งแต่มืดสนิท ต้องมีไฟฉายหรือตะเกียงไปด้วย และควรมีคนนำทางไป

    ทองผาภูมิ พุน้ำร้อนหินดาด น้ำตกผาตาด น้ำตกผาสวรรค์ เขื่อนวชิราลงกรณ เหมืองปิล็อก

    พุน้ำร้อนหินดาด เดิมเรียกว่าน้ำพุร้อนกุยมั่ง การเดินทางสามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ กิโลเมตรที่ ๑๐๕–๑๐๖ อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ๑๓๕ กิโลเมตร พุน้ำร้อนหินดาด เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติริมลำธาร ค้นพบโดยทหารญี่ปุ่นและได้สร้างเป็นบ่อซีเมนต์ เชื่อกันว่าน้ำแร่จากบ่อน้ำร้อนแห่งนี้ มีสรรพคุณในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บหลายอย่าง เช่น โรคเหน็บชา ไขข้ออักเสบ นักท่องเที่ยวสามารถลงอาบน้ำในบ่อได้
    น้ำตกผาตาด  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เกิดจากลำห้วยเล็ก ๆ บริเวณเทือกเขากะลา น้ำตกผาตาดเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมีชั้นน้ำตกลดหลั่นกันไปถึง ๓ ชั้น แต่ละชั้นมีความกว้าง ความสูงที่ตระการตา และมีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝน การเดินทางไปน้ำตกสามารถเดินทางโดยใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ช่วงกิโลเมตรที่ ๑๐๕–๑๐๖ โดยเลี้ยวเข้าทางเดียวกับพุน้ำร้อนหินดาด และอยู่เลยจากพุน้ำร้อนหินดาดเข้าไปประมาณ ๘ กิโลเมตร

    น้ำตกผาสวรรค์ อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๑๕๕ กิโลเมตรโดยใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ กาญจนบุรี – ทองผาภูมิ บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๐๘ เข้าไปประมาณ ๑๕ กิโลเมตร และเลี้ยวขวาบริเวณทางแยกดินลูกรังอีก ๑๓ กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่สวยงามลดหลั่นกันถึง ๗ ชั้น มีความสูงประมาณ ๘๐ เมตร ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดจะอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงมกราคม

    เขื่อนวชิราลงกรณ  ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าขนุน สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ เหนืออำเภอทองผาภูมิไปประมาณ ๖ กิโลเมตร เขื่อนวชิราลงกรณเป็นเขื่อนหินถมดาดหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง ๙๒ เมตร สันเขื่อนกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑,๐๑๙ กั้นลำน้ำแควน้อย เป็นเขื่อนเอนกประสงค์ มีความสวยงามตามธรรมชาติ เหมาะสำหรับการล่องเรือชมทิวทัศน์สภาพธรรมชาติของอ่างเก็บน้ำ และสามารถชมสวนมะพร้าวกะทิบนเกาะกลางน้ำซึ่งต้องนั่งเรือจากเขื่อนไป ๑ ชั่วโมง ต้องติดต่อล่วงหน้ากับอำเภอทองผาภูมิ มีบริการบ้านพักและเรือ (ต้องเช่าเป็นหมู่คณะ) นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามได้ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยโทร. (๐๓๔)๕๙๙๐๗๗ ต่อ ๒๔๕๒ หรือ กรุงเทพฯ โทร. ๔๓๖–๓๒๗๑ - ๒

    เหมืองปิล็อก  ตั้งอยู่ในตำบลปิล็อกซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๗๐ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๗๒ มีการทำเหมืองแร่ดีบุก วุลแฟรมกันมากบนเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่า ระหว่างทางสามารถแวะชม “ปิล็อกฮิลล์” สถานที่ปลูกไม้ผลและไม้ประดับเมืองหนาว ซึ่งอยู่ห่างจากทองผาภูมิประมาณ ๓๒ กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีน้ำตกสวยงามหลายแห่งซึ่งการจะเข้าถึงน้ำตกจะต้องใช้การเดินเท้า เช่น น้ำตกจอกกะดิน และน้ำตกเจ็ดมิตร การเดินทางควรใช้ความระมัดระวังเนื่องจากเส้นทางส่วนใหญ่มีความสูงชันและคดเคี้ยว

    น้ำตกทุ่งนางครวญ  เป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านทุ่งนางครวญ ตำบลชะแล สภาพน้ำตก ยังคงความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมทั่วบริเวณตัวน้ำตกซึ่งเป็นหินปูน แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นหน้าผาขนาดสูงใหญ่ บางชั้นสูงกว่า ๓๕ เมตร และมีน้ำไหลตลอดทั้งปี

    น้ำตกทุ่งนางครวญ อยู่ห่างจากจังหวัดกาญจนบุรีประมาณ ๑๙๐ กิโลเมตร การเดินทางใช้เส้นทางสาย ๓๒๓ ตามถนนสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี เลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๒๖ (โดยสังเกตุจากพระพุทธรูปสีขาวที่อยู่บริเวณทางแยก) เดินทางต่อไปอีก ๑๕ กิโลเมตร สภาพถนนเป็นทางราดยางสลับกับทางลูกรังอัดแน่น เมื่อถึงหมู่บ้านทุ่งนางครวญ จะมีทางแยกเข้าน้ำตกอีก ๔ กิโลเมตร สภาพถนนเป็นถนนลูกรัง ควรเดินทางโดยรถขับเคลื่อน ๔ ล้อ หรือรถกระบะ จากนั้นต้องเดินเท้าต่ออีกประมาณ ๓๐ นาที จึงถึงบริเวณน้ำตกชั้นที่ ๑

    สังขละบุรี สามประสบ น้ำตกไดช่องถ่อง น้ำตกเกริงกระเวีย อุทยานแห่งชาติเขาแหลม สะพานมอญ วัดวังก์วิเวการาม ด่านเจดีย์สามองค์

    สังขละบุรี เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่า ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๒๑๕ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ เส้นทางนี้ตัดผ่านภูเขาเลียบทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ จะสามารถมองเห็นทัศนียภาพทะเลสาบที่งดงาม ตัวอำเภอสังขละบุรีตั้งอยู่บริเวณที่ลำน้ำสามสายมาบรรจบกันอันได้แก่ ห้วยซองกะเลีย ห้วยบีคลี่และห้วยรันตี  รวมเรียกว่า “สามประสบ” ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย อำเภอสังขละบุรีเป็นอำเภอที่มีชาวมอญตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงสามารถพบเห็นวิถีชีวิตประเพณีเก่าแก่แบบดั้งเดิมของชาวมอญ ณ ที่แห่งนี้
    น้ำตกไดช่องถ่อง ขึ้นอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ก่อนถึงอำเภอสังขละบุรี ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ ๓๒–๓๓ ก่อนถึงน้ำตกเกริงกระเวียเล็กน้อยจะมีป้ายทางซ้ายมือเข้าไปประมาณ ๕๐๐ เมตร จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าไปอีก ๕๐๐ เมตร เป็นน้ำตกขนาดกลางไหลลงสู่ทะเลสาบเขื่อนแม่กลอง การเข้าชมน้ำตกต้องเดินเท้าเข้าไปอีก ๖๐๐ เมตร

    น้ำตกเกริงกระเวีย ขึ้นอยู่กับเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ ๓๒–๓๓ เลยน้ำตกไดช่องถ่องไปเล็กน้อย  ห่างจากอำเภอกาญจนบุรีประมาณ ๑๙๑ กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก จะมองเห็นสายน้ำแผ่กระจายไหลมาจากหลายทิศทาง สามารถจอดรถแวะพักชมได้

    อุทยานแห่งชาติเขาแหลม  ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ ๔๐ ก่อนถึงอำเภอสังขละบุรีประมาณ ๓๐ กิโลเมตร พื้นที่บริเวณทั่วไปครอบคลุมป่าเขา และอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ มีพื้นที่ประมาณ ๘๑๕ ตารางกิโลเมตร บริเวณอุทยานฯร่มรื่น มีห้วยกะเต็งเจ็งไหลผ่าน สามารถกางเต๊นท์พักแรม มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปน้ำตกกะเต็งเจ็ง

    น้ำตกกะเต็งเจง เป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีชั้นน้ำตกถึง ๒๓ ชั้น แต่ละชั้นมีความงามแตกต่างกันออกไป ระยะทางจากชั้นแรกถึงชั้นสุดท้ายประมาณ ๒ กิโลเมตร เหมาะกับการทัศนศึกษาดูสภาพป่าชนิดต่าง ๆ เช่น ป่ากล้วย ป่าไผ่ ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ การไปชมน้ำตกกะเต็งเจ็ง จากที่ทำการอุทยานฯ เดินเท้าต่อไปอีกประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง  เป็นระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร จะถึงน้ำตกชั้นแรก  นักท่องเที่ยวจะต้องปีนป่ายผ่านสายน้ำขึ้นไปตามชั้นต่างๆจนถึงชั้นบนสุด เมื่อขึ้นไปถึงแล้วนักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางกลับโดยไม่ใช้ทางเดิม แต่เปลี่ยนเป็นเส้นทางเดินป่า ที่ยังมีสภาพป่าดิบอันสมบูรณ์ ระหว่างทางจะผ่านดงเฟิร์นที่กว้างใหญ่ตระการตา ผ่านป่าระกำ ลิ้นจี่ป่าและมะไฟป่า  ตลอดทางเดินจะได้ยินเสียงน้ำตกกระทบโขดหินดังก้องอยู่ในป่าตลอดเวลา  ด้านบนของน้ำตกจะมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลมได้ น้ำตกนี้ไม่เหมาะสำหรับการเดินทางในฤดูฝน และควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางของอุทยานฯ

    สะพานมอญ อยู่ในตัวอำเภอสังขละบุรี เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยมีความยาวถึง ๘๕๐ เมตร สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลียสำหรับให้ประชาชนฝั่งตัวอำเภอสังขละบุรีและฝั่งหมู่บ้านชาวมอญเดินข้ามสัญจรไปมา บริเวณสะพานแห่งนี้เป็นจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณที่สวยงามสามารถมองเห็นลำห้วยสายต่างๆคือ ซองกาเลีย บีคลี่ และรันตีที่ไหลมารวมกันเป็นสามประสบ

    วัดวังก์วิเวการาม  อยู่เลยจากตัวอำเภอสังขละบุรีไปประมาณ ๖ กิโลเมตร เป็นวัดจำพรรษาของ “หลวงพ่ออุตตมะ” ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวไทย ชาวมอญ รวมทั้งชาวกระเหรี่ยงและพม่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ภายในวิหารที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนอันงดงามชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อขาว จากวัดวังก์วิเวการามแยกไปอีก ๑ กิโลเมตร จะเป็นที่ตั้งของเจดีย์แบบพุทธคยามีลักษณะฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็นกระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร   บริเวณใกล้เจดีย์มีร้านจำหน่ายสินค้าจากพม่าหลายร้านจำพวกผ้า แป้งพม่า เครื่องไม้ ราคาย่อมเยา

    ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มีการจัดงานคล้ายวันเกิดหลวงพ่ออุตตมะ ในงานมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วยพิธีกรรมทางศาสนา  การแข่งขันชกมวยคาดเชือก  การแสดงของชมรมวัฒนธรรมท้องถิ่นเช่น การรำแบบมอญ การรำตงของชาวกะเหรี่ยง และในงานประชาชนจะพร้อมใจกันแต่งกายตามแบบวัฒนธรรมของชาวไทยรามัญและจัดเตรียมสำรับอาหารทูนบนศีรษะไปถวายพระสงฆ์ที่วัด

    น้ำตกตะเคียนทอง เป็นน้ำตกที่ขึ้นอยู่กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ในบริเวณเทือกเขาตะนาวศรีซึ่งกั้นแนวเขตชายแดนไทย-พม่าในเขตอำเภอสังขละบุรี  ตัวน้ำตกมีต้นน้ำอยู่ในเขตประเทศพม่าไหลเลาะเรื่อยมาตามแนวเขาที่กั้นเขตแดนสู่ประเทศไทยที่ห้วยซองกาเลีย  จากความอุดมสมบูรณ์ของป่าทำให้เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี เส้นทางเดินสู่ตัวน้ำตกชั้นแรกใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที เป็นทางราบปกคลุมด้วยดงไผ่ หวาย เฟิร์นและไม้ใหญ่ยืนต้นนานาพันธุ์  บางช่วงลัดเลาะลำธารน้ำ บางช่วงจะเห็นสายน้ำไหลมาจากหลายทิศทางกระจายออกไปเป็นแอ่งน้ำหรือลานกว้าง  ซึ่งน้ำตกในแต่ละชั้นมีความงดงามแปลกตากันออกไป  

    การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ก่อนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี ๔ กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือไปด่านเจดีย์สามองค์  ไปตามเส้นทางสังขละบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์ ประมาณกิโลเมตรที่ ๑๒–๑๓ จะมีป้ายบอกทางเข้าน้ำตกอยู่ด้านขวา เลี้ยวตามทางแยกไปบนถนนหินลูกรังอีกประมาณ ๙ กิโลเมตร  เมื่อถึงจุดพักรถจะต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ ๓๐ นาที จึงจะถึงตัวน้ำตกชั้นแรก ควรติดต่อสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่า  หากต้องการค้างแรมควรติดต่อขออนุญาตล่วงหน้า ๑๕ วัน เรียนผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. ๕๖๑–๔๒๙๒-๓ ต่อ ๗๐๖-๗

    ถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล  ตั้งอยู่ในบริเวณสำนักปฏิบัติธรรมถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล  ติดภูเขาเล็กๆ แต่ละถ้ำมีชื่อเรียกตามลักษณะ เช่น ถ้ำบาดาลมีระดับน้ำสูงประมาณหัวเข่า  ถ้ำพ่อปู่ฤาษี ถ้ำแก้วมรกตมีผนังหินงอกหินย้อยเป็นสีเขียว ถ้ำแก้วสวรรค์บันดาลและถ้ำแก้ว  ภายในแต่ละถ้ำมีหินย้อยรูปทรงต่างๆงดงามมาก เมื่อกระทบกับแสงไฟจะสะท้อนแสงแวววาวคล้ายถูกโรยไว้ด้วยกากเพชร การเข้าไปเที่ยวชมนักท่องเที่ยวควรแต่งกายด้วยชุดที่รัดกุม เลือกสวมรองเท้าที่เหมาะสมและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะบางถ้ำมีโขดหินที่สูงชัน บางถ้ำต้องใช้วิธีการคลานและมุดไปตามซอกของช่องหิน และบางถ้ำที่มีระดับน้ำสูงประมาณหัวเข่า หากต้องการชมให้ครบหมดทุกถ้ำ จะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๖ ชั่วโมงขึ้นไป

    การเดินทาง ใช้เส้นทางอำเภอสังขละบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์ กิโลเมตรที่ ๑๖ เลี้ยวขวาบริเวณศาลาพักร้อนริมทาง  จากนั้นขับรถไปตามถนนดินอีกประมาณ ๘๐๐ เมตร เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางอีก ๒๐๐ เมตร จะถึงบริเวณสำนักปฏิบัติธรรมซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลของถ้ำได้จากพระสงฆ์ ที่จำวัดอยู่ ณ บริเวณสำนักปฏิบัติธรรมนั้น

    ด่านเจดีย์สามองค์ เขตสิ้นสุดชายแดนไทยด้านทิศตะวันตก ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลู ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ โดยก่อนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี ๔ กิโลเมตร จะมีทางแยกด้านขวาไปด่านเจดีย์สามองค์ เป็นระยะทางประมาณ ๑๘ กิโลเมตร  เส้นทางลาดยางตลอดสาย   พระเจดีย์สามองค์นี้เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยโดยทั่วไปก่อนเดินทางออกจากเขตแดนไทยเข้าสู่เขตแดนพม่า  ต่อมาในปีพ.ศ.๒๔๗๒ พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีได้เป็นผู้นำชาวบ้านก่อสร้างเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบัน นอกจากนี้ด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าในอดีต  บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ มีร้านขายสินค้าจากประเทศพม่า นักท่องเที่ยวสามารถข้ามชายแดนเข้าไปในเขตประเทศพม่า ชมตลาดชายแดนซึ่งมีสินค้าของพม่าจำหน่าย โดยเสียค่าผ่านด่าน ชาวไทย ๒๕ บาท  ชาวต่างประเทศ ๑๐๐ เหรียญสหรัฐ (สามารถนำรถเข้าไปได้ราคาคันละ ๕๐ บาท) ในระหว่างเวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น.

    เที่ยวป่าสังขละบุรี  เป็นบริการนำเที่ยวของสถานที่พักในเขตอำเภอสังขละบุรี โดยจัดให้นักท่องเที่ยวล่องเรือไปตามลำน้ำซองกะเลีย แล้วต่อด้วยการนั่งช้างเที่ยวป่าและล่องแก่ง ผู้สนใจติดต่อล่วงหน้าที่บริษัทนำเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรีสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลางเขต ๑ โทร. (๐๓๔) ๕๑๑๒๐๐, ๕๑๒๕๐๐

    น้ำตกคลีตี้  อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร คลีตี้ เป็นภาษากระเหรี่ยงแปลว่า “เสือโทน” มีต้นน้ำอยู่บนยอดเขาดีกะ ใกล้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร การเดินทางไปน้ำตกคลีตี้บนต้องใช้เวลาเดินเท้าประมาณ ๒ วัน จากบ้านกะเหรี่ยงคลีตี้ และจะต้องมีลูกหาบและคนนำทาง ส่วนน้ำตกคลีตี้ล่าง อยู่เหนือทะเลสาบแควใหญ่บริเวณลำเขางู ใช้เวลาเดินทางโดยทางเรือจากท่าเรือกระดานหรือท่าหม่องกระแทะ ประมาณ ๒ ชั่วโมงครึ่ง

    เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร มีพื้นที่อยู่ในเขตอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีและอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ยอดเขาสูงสุดคือ เขาใหญ่ อยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ เป็นต้นน้ำของลำธารหลายสาย มีป่าไม้หลายชนิดประกอบด้วยทุ่งหญ้า ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าดงดิบ มีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

    การเดินทางไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ยังไม่สะดวกนัก เนื่องจากสภาพถนนบางช่วงไม่ดี จากเส้นทางทองผาภูมิ-สังขละบุรี บริเวณแยกห้วยเสือ ไปยังบ้านคลีตี้ ระยะทาง ๔๒ กิโลเมตร ต่อจากนั้นมีทางแยกไปที่ทำการเขตฯ ที่ห้วยซ่งไท้อีก ๔๐ กิโลเมตร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นพื้นที่เหมาะสำหรับผู้สนใจศึกษาธรรมชาติ ผู้ที่จะไปทุ่งใหญ่นเรศวรต้องทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า ๑๕ วัน เรียนผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. ๕๖๑–๔๒๙๒-๓ ต่อ ๗๐๖–๗

    ศรีสวัสดิ์ เขาน้ำพุ ท่ากระดาน อุทยานแห่งชาติเอราวัณ เขื่อนศรีนครินทร์ ถ้ำพระธาตุ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

    สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาน้ำพุ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ๕๕ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙ (กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๓๘–๓๙ ขึ้นอยู่กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ศูนย์แห่งนี้เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ มีการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเพื่อการศึกษาวิจัย จัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติสื่อความหมายให้ความรู้เกี่ยวกับสภาพป่าแบ่งออกเป็น ๒ เส้นทาง เส้นทางที่ ๑ เพื่อให้ผู้สนใจศึกษาธรรมชาติพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าใช้เวลาเดินทางไป-กลับประมาณ ๓ ชั่วโมง และเส้นทางที่ ๒ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเนินดินแดงใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง  ตามเส้นทางผ่านภูมิประเทศที่แตกต่างกันเช่น ลำห้วย ลำธาร ทางราบ เนินเขา ในบริเวณศูนย์แห่งนี้มีค่ายพักแรมสำหรับเยาวชน สามารถติดต่อล่วงหน้าโดยทำหนังสือถึงส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า เรียนผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. ๕๖๑–๔๒๙๒-๓ ต่อ ๗๐๘, ๗๕๖ หรือ ๕๖๑–๒๙๑๗  หรือ  สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาน้ำพุ ตู้ ปณ.๕ ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี ๗๑๑๙๐
    อุทยานแห่งชาติเอราวัณ  เดิมมีชื่อว่าอุทยานแห่งชาติเขาสลอบ ประกาศเป็นเขตอุทยานฯ เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๑๘ มีเนื้อที่ ๓๔๓,๗๓๕ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นอุทยานแห่งชาติเอราวัณเนื่องจากชั้นสูงสุดของน้ำตกเป็นธรรมชาติที่มีลักษณะคล้ายหัวช้างเอราวัณ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ

  • น้ำตกเอราวัณ  อยู่ห่างจากตัวเมือง ๖๕ กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ น้ำตกเอราวัณมีความยาว ๑,๕๐๐ เมตร แบ่งเป็น ๗ ชั้น แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นอ่างสามารถเล่นน้ำได้ และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ ระยะทาง ๑,๐๖๐ เมตร ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที ผ่านป่าดิบเขา จุดชมวิวและป่าผลัดใบที่สวยงาม ท่านจะได้รับความเพลิดเพลินในการชื่นชมธรรมชาติและได้ความรู้จากป้ายสื่อความหมาย

    ในบริเวณอุทยานฯมีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว รายละเอียดติดต่อกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. ๕๗๙-๕๗๓๔, ๕๗๙-๗๒๒๓

    การเดินทาง
    รถยนต์ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙ ( กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์) เมื่อถึงกิโลเมตรที่ ๕๖ แยกซ้ายข้ามสะพานเข้าตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ตรงไปอีกประมาณ ๓ กิโลเมตร ถึงลานจอดรถแล้วเดินต่อไปอีก ๕๐๐ เมตร จะถึงน้ำตก

    รถโดยสารประจำทาง มีรถสายกาญจนบุรี-เอราวัณออกจากสถานีขนส่ง ถ.แสงชูโต มายังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ทุกวัน ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง ค่าโดยสาร ๒๖ บาท ที่บริเวณน้ำตกเอราวัณมีบ้านพักของกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๕๗๙-๕๗๓๔, ๕๗๙-๗๒๒๓

  • เขื่อนศรีนครินทร์  อยู่ห่างจากน้ำตกเอราวัณ ประมาณ ๔ กิโลเมตร  ทางตอนบนของแม่น้ำแควใหญ่ เป็นเขื่อนเอนกประสงค์ที่อำนวยประโยชน์ทั้งในด้านการชลประทาน การลดอุทกภัยในลุ่มแม่น้ำแม่กลอง รวมทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า การประมง และเหนือสันเขื่อนยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เขื่อนศรีนครินทร์อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๗๐ กิโลเมตร บนทางหลวงสาย ๓๑๙๙ (กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์) ทางเขื่อนมีบ้านพักรับรองไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย รายละเอียดติดต่อได้ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โทร. ๔๓๖-๓๑๗๙

  • สวนเวลารำลึก  เป็นสวนที่อยู่ภายในเขื่อนศรีนครินทร์ มีพื้นที่กว่า ๓๐ ไร่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้สร้างขึ้นมาเพื่อเฉลิมพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในวโรกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเจริญพระชนมายุครบ ๙๐ พรรษา เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๓๓ สวนเวลารำลึกนี้สร้างเป็นสวนประติมากรรมบอกเวลารูปนาฬิกาแดด เป็นเครื่องเตือนใจให้รำลึกถึงคุณค่าแห่งชีวิตที่ก้าวล่วงเวลาทุกนาทีที่ผ่านไป สมดังพระราชหฤทัยของสมเด็จย่าที่ทรงตระหนักเป็นแน่แท้ว่า “เวลาเป็นของมีค่า” ซึ่งควรจะใช้เวลาให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ไม่ควรปล่อยให้ล่วงเลยไปอย่างไร้ประโยชน์  บริเวณลานโดยรอบจะมีที่นั่งพักผ่อนเพื่อชมทิวทัศน์ที่สวยงามของเขื่อนศรีนครินทร์

  • ถ้ำพระธาตุ  อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ห่างจากน้ำตกเอราวัณไปประมาณ ๘ กิโลเมตร ภายในมีหินงอกหินย้อยวิจิตรงดงามมาก ที่แปลกคือเป็นหินที่โปร่งแสง ถ้ำมีความยาว ๒๐ เมตร ใช้เวลาชมถ้ำพระธาตุ ประมาณ ๓๐ นาที - ๑ ชั่วโมง การเข้าชมถ้ำพระธาตุ นักท่องเที่ยวจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ณ ที่ทำการ ซึ่งตั้งอยู่เชิงเขาเพื่อขอให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้นำทางให้

    อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์  มีเนื้อที่ ๙๕๗,๕๐๐ ไร่ ประกาศเป็นเขตอุทยาน เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๒๔ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือ

  • น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น  ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯริมทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ ห่างจากกาญจนบุรีประมาณ ๑๐๘ กิโลเมตร น้ำตกห้วยขมิ้นมีสภาพสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด น้ำตกไหลมาจากต้นน้ำของเทือกเขากะลาซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้งทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ นับเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง น้ำตกแบ่งออกเป็นเจ็ดชั้น มีชื่อเรียกต่างๆกันไปแต่ละชั้น เช่น ชั้นที่ ๑ ดงว่าน ชั้นที่ ๒ ม่านขมิ้น ชั้นที่ ๓ วังหน้าผา ชั้นที่ ๔ ฉัตรแก้ว ชั้นที่ ๕ไหลจนหลง ชั้นที่ ๖ ดงผีเสื้อ ชั้นที่ ๗ ร่มเกล้า แต่ละชั้นมีความสูงและความงดงามต่างกันไป ทางอุทยานฯได้ทำเส้นทางเดินสำหรับขึ้นไปชมน้ำตกแต่ละชั้นและยังเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม – เมษายน

    ในบริเวณอุทยานฯมีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งร้านอาหารสวัสดิการ ตอนกลางคืน มีการฉายสไลด์  รายละเอียดติดต่อกองอุทยานแห่งชาติ โทร. ๕๗๙-๕๗๓๔, ๕๗๙-๗๒๒๓

    การเดินทาง
    รถยนต์

    เส้นทางที่ ๑ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ผ่านตัวเมืองกาญจนบุรี จากนั้นใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี-น้ำตกเอราวัณ (ทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙) ผ่านถ้ำพระธาตุ ห้วยพุมุด (วัดพุมุด) เส้นทางหลังจากนี้เป็นดินลูกรังอัดแน่นเข้าไปถึงบริเวณน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น รวมระยะทางประมาณ ๑๐๔ กิโลเมตร ควรใช้รถสภาพดีมีกำลังหรือจะเช่ารถสองแถวจากตัวเมืองหรือที่ตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ ได้เช่นกัน

    เส้นทางที่ ๒ การนำรถยนต์ข้ามแพขนานยนต์
    ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ผ่านตัวเมืองกาญจนบุรี จากนั้นใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี-ท่ากระดาน-แม่ละมุ่น (ทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙) เริ่มจากนำรถลงแพที่ท่าแม่ละมุ่นข้ามไปท่าอำเภอศรีสวัสดิ์ ใช้เวลาประมาณ ๑๕ นาที เสียค่าธรรมเนียมรถยนต์คันละ ๕๐ บาท จากนั้นขับรถยนต์ต่อไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร จะพบท่าแพขนานยนต์ข้ามไปท่าห้วยแม่ขมิ้น ใช้เวลา ๓๐-๔๕ นาที เสียค่าธรรมเนียมคันละ ๑๕๐ บาท จากนั้นขับรถต่อไปอีก ๗ กิโลเมตร ถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

    เรือ
    เรือเหมา ขึ้นที่ท่าหม่องกระแทะหรือท่าเรือท่ากระดาน ซึ่งอยู่ห่างจากทางแยกเข้าเขื่อนศรีนครินทร์ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ราคา ๑,๕๐๐ (๑๐ คน) - ๓,๐๐๐ (๓๐ คน) บาท เมื่อถึงท่าห้วยแม่ขมิ้นเดินขึ้นไป ๒๐๐ เมตร ถึงตัวน้ำตก

    รถโดยสาร สามารถขึ้นรถสองแถวจากบริเวณวัดทุ่งลาดหญ้าในเขตอำเภอเมือง ผ่านบ้านต้นมะพร้าว บ้านน้ำมุด พุดตาเซียน ถึงน้ำตกห้วยขมิ้น รถออกเวลาประมาณ ๑๒.๐๐ น.ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๔ ชั่วโมง ค่ารถประมาณ ๘๐ บาท (หมายเหตุ - เวลารถโดยสารอาจเปลี่ยนแปลงได้)

    อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์(ถ้ำธารลอด) อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์หรืออุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอดนี้มีเนื้อที่ ๓๖,๗๗๕ ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ เส้นทางเดินป่าในเขตอุทยานฯ แบ่งเป็นสองเส้นทาง

    เส้นทางแรก เป็นเส้นทางเดินป่าจากถ้ำธารลอดน้อยถึงถ้ำธารลอดใหญ่ ภายในถ้ำธารลอดน้อยจะเห็นหินงอกหินย้อยสวยงามและมีลำธารไหลผ่านภายในถ้ำชื่อ ลำกระพร้อย เมื่อพ้นถ้ำธารลอดน้อยออกมาจะต้องเดินป่าต่อไปอีก ๑.๕ กิโลเมตร จะถึง น้ำตกไตรตรึงษ์  เดินต่อไปอีกราว ๑ กิโลเมตร  จะถึงถ้ำธารลอดใหญ่ รวมระยะทาง ๒.๕ กิโลเมตร

    เส้นทางที่สองเป็นเส้นทางเดินป่าไปยังน้ำตกธารเงินและน้ำตกธารทองระยะทางประมาณ ๑.๗ กิโลเมตร

  • น้ำตกธารเงิน  เป็นน้ำตกขนาดย่อมลดหลั่นกันเป็นชั้นๆถึง ๗ ชั้น ใช้เวลาเดินทางจากที่ทำการอุทยานถึงชั้นแรกของน้ำตกประมาณ ๓๕ นาที ส่วนน้ำตกธารทองเป็นน้ำตกขนาดใหญ่มี ๑๕ ชั้น ใช้เวลาเดินทางจากที่ทำการอุทยานฯ ถึงชั้นแรกของน้ำตกประมาณ ๒๕ นาทีเท่านั้น

    การเดินทาง อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๙๗ กิโลเมตร เมื่อถึงจังหวัดกาญจนบุรีให้ขับตรงไปประมาณ ๗ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางกาญจนบุรี-ทุ่งมะสังข์ ประมาณ ๒๓ กิโลเมตร จากนั้นแยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๐๘๖ ผ่านอำเภอบ่อพลอยไปยังกิ่งอำเภอหนองปรือ เมื่อถึงตลาดหนองปรือจะมีป้ายบอกทางไปยังถ้ำธารลอดอีก ๒๒ กิโลเมตร ทางราดยางตลอดสาย ถ้าใช้บริการรถประจำทาง มีรถประจำทางจากสถานีขนส่งกาญจนบุรีไปยังตลาดหนองปรือ จากนั้นต้องเช่ารถสองแถวที่ตลาดหนองปรือไปยังอุทยานฯ   ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ ๒๐ บาทเด็ก ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท  เด็ก ๑๐๐ บาท

    ในเขตอุทยานฯ มีบ้านพัก และสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว รายละเอียดสอบถามได้ที่กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. ๕๗๙-๕๗๓๔ และ ๕๗๙-๗๒๒๓
  • บ่อพลอย

    บ่อพลอยอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๔๗ กิโลเมตร ในตัวอำเภอบ่อพลอยมีร้านขายพลอยอยู่หลายร้าน พลอยที่ได้จากการทำเหมืองอุตสาหกรรมได้แก่ พลอยไพลิน นิล และบุษราคัม
    สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๘๖ (กาญจนบุรี-บ่อพลอย) จนถึงกิโลเมตรที่ ๒๑ จะเห็นป้ายสวนสัตว์เปิดทางซ้ายมือ นับเป็นสวนสัตว์เปิดแห่งแรกของกาญจนบุรี ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับสัตว์นานาชนิดเช่น กวาง หมี เสือ สิงโต ม้าลาย ยีราฟ อูฐ ฯลฯ อย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวสามารถขับรถเข้าไปเที่ยวชมได้ด้วยตนเอง หรือ สำหรับผู้ที่ไม่ได้นำรถส่วนตัวมา  ทางสวนสัตว์ได้จัดรถไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว  เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐–๑๘.๐๐น.(ปิดจำหน่ายบัตรเวลา ๑๗.๐๐น) ค่าเข้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ ๖๐ บาท เด็ก ๓๐ บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ ๑๒๐ บาท เด็ก ๖๐ บาท

    หนองปรือ

    โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่ตำบลสมเด็จเจริญ ไปตามเส้นทางสายกาญจนบุรี - หนองปรือ – ด่านช้าง ( ทางหลวงหมายเลข ๓๐๘๖) ประมาณ ๗๑ กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๔๘๐ อีก ๒๐ กิโลเมตร โครงการนี้มีพื้นที่กว่าสองหมื่นไร่ ตั้งขึ้นเพื่อเป็นโครงการอนุรักษ์และพัฒนาลุ่มน้ำองคต มีผลการดำเนินงานในหลายๆด้านเช่น การปลูกสวนป่า การส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่ การเลี้ยงปลา การปลูกผักปลอดสารพิษ นอกจากนี้มีการขุดพบซากโบราณสถาน เครื่องมือเครื่องใช้ของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในบริเวณนี้  ปัจจุบันนำไปไว้ที่โรงเรียนประชามงคล ติดต่อล่วงหน้าเพื่อการเข้าชมโครงการเป็นหมู่คณะได้ที่โทร ๐๑–๓๐๙–๘๙๐๖

    ท่าม่วง

    เขื่อนแม่กลอง  เป็นเขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่ อยู่ในตัวอำเภอท่าม่วง ห่างจากอำเภอเมืองลงไปทางใต้ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร เป็นเขื่อนที่มีความสำคัญที่สุดในโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่กลอง ครอบคลุมพื้นที่ ๓ ล้านไร่ ในจังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงครามและสมุทรสาคร ตัวเขื่อนกว้าง ๑๑๗.๕๐ เมตร ยาว ๑,๖๕๐ เมตร บริเวณเหนือเขื่อนมีทิวทัศน์สวยงาม
    วัดถ้ำเสือ  ตั้งอยู่ที่ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง อยู่ห่างจากเขื่อนแม่กลอง ประมาณ ๕ กิโลเมตร ทางเข้าวัดต้องผ่านตัวเขื่อนแม่กลอง แล้วจะมีป้ายบอกเลี้ยวขวาไปประมาณ ๒ กิโลเมตรแล้วเลี้ยวซ้ายประมาณ ๒๐๐ เมตร วัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่อยู่บนยอดเขามีพุทธลักษณะที่สวยงามมาก และยังมีอุโบสถอัฏมุขเป็นลักษณะทรงไทยมีลวดลายสวยงามวิจิตรตระการตา ข้างๆมีเจดีย์เกษแก้วมหาปราสาท  มองเห็นวิวทะเลสาบและเขื่อนแม่กลอง

    วัดถ้ำเขาน้อย  อยู่ติดกับวัดถ้ำเสือ วัดนี้ประดับประดาไปด้วยสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ผสมผสานศิลปะแบบจีน มีความงามสะดุดตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเก๋งจีนบนยอดเขาซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพอันสวยงามของตัวเมืองกาญจนบุรีและเขื่อนแม่กลอง

    ท่ามะกา

    โบราณสถานพงตึก สันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณสมัยทวารวดี และได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียแบบคุปตะ ชาวเมืองนับถือศาสนาพุทธและพราหมณ์ มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑–๑๒ ทั้งนี้เนื่องจากกรมศิลปากรได้ขุดพบโบราณวัตถุสมัยทวารวดีเป็นจำนวนมากที่พงตึกเมื่อปีพ.ศ. ๒๔๗๐ เช่น ตะเกียงทองสำริดโรมัน พระพิมพ์ดินเผา พระนารายณ์สลักจากศิลา พระพุทธรูป ฯลฯ และต่อมาในปีพ.ศ. ๒๔๗๗ ดร.เวลส์ ผู้แทนสมาคมค้นคว้าวัตถุโบราณจากประเทศอินเดีย ได้เดินทางมาสำรวจและขุดค้นโบราณวัตถุเพิ่มเติมที่พงตึกและยืนยันว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นเมืองโบราณที่เจริญรุ่งเรืองมากเมื่อสมัยพันปีมาแล้ว  ปัจจุบันโบราณวัตถุบางส่วนที่ขุดค้นนำไปเก็บไว้ที่วัดดงสัก บางส่วนอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ที่กรุงเทพฯ
    การเดินทางโบราณสถานพงตึกอยู่ในเขตอำเภอท่ามะกาห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปทางใต้ประมาณ ๓๗ กิโลเมตร หากมาจากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ กิโลเมตรที่ ๙๒–๙๓ จะมีป้ายบอกทางเข้าซ้ายมือไปโบราณสถานพงตึก เมื่อข้ามสะพานจันทรุเบกษา จะผ่านวัดดงสักซึ่งอยู่ด้านซ้ายมือ  จากนั้นให้ตรงไปจนผ่านป้อมตำรวจพงตึกซึ่งอยู่ด้านขวา โบราณสถานพงตึกจะอยู่ถัดป้อมตำรวจพงตึกไปไม่ไกลนัก

    อุทยานมัจฉาวังสังกะวาส  อยู่ในบริเวณพื้นที่วัดหวายเหนียว ตำบลหวายเหนียว อำเภอท่ามะกา หากมาจากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ กิโลเมตรที่ ๙๒–๙๓ เข้าทางเดียวกับโบราณสถานพงตึก เมื่อลงจากสะพานจันทรุเบกษา เลี้ยวขวาตรงไปตามถนนเลียบแม่น้ำแม่กลองประมาณ ๓ กิโลเมตร อุทยานแห่งนี้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไปที่นิยมมาให้อาหารปลา เวลากลางวันจะพบปลาตะเพียน ในเวลาหนึ่งทุ่มเป็นต้นไปจึงจะพบปลาสังกะวาสซึ่งนับวันจะหาดูได้ยาก นอกจากนี้ภายในวัดหวายเหนียวยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเปิดให้ชมตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐–๑๘.๐๐ น.

    วัดพระแท่นดงรังวรวิหาร  ตั้งอยู่ในเขตอำเภอท่ามะกา จากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ถึงบริเวณแยกตลาดท่าเรือ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๘๑ ระหว่างกิโลเมตรที่ ๙-๑๐ สถานที่แห่งนี้เป็นวัดโบราณซึ่งมีแท่นหินขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่า เป็นพระแท่นศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานที่นี่  ในบริเวณวัดยังมีโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติเช่น บ่อบ้วนพระโอษฐ์ วิหารพระอานนท์ ฯลฯ และยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน  ทุกๆปีประมาณกลางเดือน ๔ ของไทยจะมีงานนมัสการอย่างยิ่งใหญ่

    พนมทวน

    โบราณสถานบ้านดอนเจดีย์  ตั้งอยู่ที่บ้านดอนเจดีย์ จากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ จนถึงบริเวณสี่แยกท่าม่วง เลี้ยวขวาไป ๒ กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางไปดอนเจดีย์อีก ๑๑ กิโลเมตร  โดยผู้ที่จะไปชมจะต้องขับรถเลี้ยวเข้าไปยังบริเวณหลังโรงเรียนวัดทุ่งสมอ กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้พบโครงกระดูกในบริเวณนี้หลายร้อยโครง ตลอดจนดาบโบราณ กรามช้างเป็นจำนวนมาก และพบซากเจดีย์สมัยกรุงศรีอยุธยาอยู่ด้วย
    พระโพธิสัตว์กวนอิม (วัดทุ่งสมอ)  พระโพธิสัตว์กวนอิมประดิษฐานอยู่ภายในวัดทุ่งสมอ ตำบลทุ่งสมอ อำเภอพนมทวน ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออก ตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๔ ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร  ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมเดินทางมานมัสการพระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่องค์หนึ่งซึ่งมีพุทธลักษณะที่งดงาม นอกจากนี้ยังสามารถนมัสการพระสังกัจจายน์และพระประธาน ภายในอุโบสถวัดทุ่งสมอได้อีกด้วย

    กิจกรรมที่น่าสนใจ

    หอดูดาวเกิดแก้ว  ตั้งอยู่ที่ตำบลหลุมรัง อำเภอบ่อพลอย จากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๐๘๖ (กาญจนบุรี-บ่อพลอย) กิโลเมตรที่ ๔๙ ทางซ้ายมือ จะมีป้ายเขียนชื่อไร่พล.อ.ท. สำเริง เกิดแก้ว เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ ๓ กิโลเมตร  เป็นสถานที่ให้ความรู้เกี่ยวกับดวงดาวและธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติและสนใจในด้านดาราศาสตร์ ภายในบริเวณจัดพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สำหรับการดูดาว  มีหอดูดาวรูปโดมและที่พักรูปแบบแค๊ปซูล สนใจกิจกรรมควรติดต่อล่วงหน้า ๑ สัปดาห์ ที่ น.ท.ฐากูรย์ เกิดแก้ว  โทร.๐๑–๙๒๗–๔๑๔๐ หรือที่เว็บไซท์ www.kirdkao.org หรือ ติดต่อทางไปรษณีย์ที่ หอดูดาวเกิดแก้ว ตู้ ปณ. ๓ ปณฝ. กองทัพอากาศ กทม. ๑๐๒๑๓
    วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น    

    รำเหย่ย  เป็นการละเล่นพื้นเมืองของชาวกาญจนบุรีมาแต่บรรพกาลราวๆ ๕๐๐ ปีเศษมาแล้ว จะเล่นกันในเทศกาลตรุษสงกรานต์ ปีใหม่ เป็นต้น วิธีการเล่นคือ ฝ่ายชายฝ่ายหญิงยืนล้อมวงกัน มีการร้องนำ ร้องแก้ และลูกคู่ ร้องรับพร้อมปรบมือเป็นจังหวะ ขณะร้องแก้นั้นฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะออกมาร่ายรำทีละคู่เปลี่ยนกันไป มีกลองยาวหนึ่งวง การแต่งกาย ชายนุ่งโจงกระเบน ใส่เสื้อคอกลมผ้าขาวม้าพาดไหล่ หญิงแต่งชุดไทยห่มสไบเฉียง ปัจจุบันนิยมเล่นกันในเขตท้องที่อำเภอพนมทวนเท่านั้น

    งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว  จัดขึ้นทุกปีบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว ในราวปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของการสร้างทางรถไฟสายมรณะและสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีการแสดงนิทรรศการทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี การแสดงพื้นบ้าน การออกร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆ กิจกรรมบันเทิงและการแสดงแสงและเสียง

    งานวันอาบน้ำแร่แช่น้ำตก จัดขึ้นบริเวณพุน้ำร้อนหินดาด หมู่ ๕ ตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ภายในงานมีกิจกรรมออกร้านผลิตผลและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร นิทรรศการการท่องเที่ยวของอำเภอทองผาภูมิ นักท่องเที่ยวยังจะได้อาบน้ำแร่ที่พุน้ำร้อนหินดาดและเที่ยวชมความงามของน้ำตกผาดาด

    งานเทศกาลชาวเรือชาวแพ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ที่บริเวณถนนสองแคว ริมน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี ภายในงานมีกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน การแสดงมหกรรมลูกทุ่ง นิทรรศการทางวิชาการเกี่ยวกับการอนุรักษ์แม่น้ำลำคลอง และการแข่งขันกีฬาทางน้ำประเภทต่างๆ อาทิ เรือยาว เรือเร็ว เจ็ตสกี เป็นต้น

    หอศิลป์เอมเจริญ

    เป็นเจตนารมณ์สูงสุดในชีวิตของประเทือง เอมเจริญ ศิลปินแห่งชาติวัย 73 ปี ผู้มีความสุขกับการสร้างสรรค์งานศิลปะ และได้อุทิศตนให้กับงานอย่างเต็มที่ ทั้งงานด้านจิตรกรรม บทกวี และข้อเขียนต่าง ๆ จนเป็นที่ยอมรับในหมู่ศิลปินและประชาชน จนได้รับรางวัลมากมาย จึงคิดว่างานศิลปะที่สร้างสรรค์ไว้มากมายนั้นจะต้อง ทำบ้านให้รูปอยู่
    เป็นเจตนารมณ์สูงสุดในชีวิตของประเทือง เอมเจริญ ศิลปินแห่งชาติวัย 73 ปี ผู้มีความสุขกับการสร้างสรรค์งานศิลปะ และได้อุทิศตนให้กับงานอย่างเต็มที่ ทั้งงานด้านจิตรกรรม บทกวี และข้อเขียนต่าง ๆ จนเป็นที่ยอมรับในหมู่ศิลปินและประชาชน จนได้รับรางวัลมากมาย จึงคิดว่างานศิลปะที่สร้างสรรค์ไว้มากมายนั้นจะต้อง ทำบ้านให้รูปอยู่
    "หอศิลป์แห่งนี้จะเป็นสถานที่สร้างความมีชีวิตชีวาให้กับวงการศิลปะ เป็นสถานที่สร้างมิตรไมตรีระหว่างกันของศิลปินผู้สร้างงานศิลปะ และเป็นสถานที่ปลูกฝังรสนิยมทางศิลปะให้กับเยาวชน และผู้คนในสังคม ผมหวังว่าเจตนารมณ์ที่ผมมีต่อศิลปะจะสืบสานผ่านผู้ร่วมอุดมการณ์ และสืบสานผ่านผู้มาดูแลสืบทอดเจตนารมณ์ ผมมั่นใจว่าศิลปะเป็นสิ่งมีชีวิตและไม่มีวันตาย"
    หอศิลป์เอมเจริญตั้งอยู่เลขที่ 25/3 หมู่ 3 ตำบลสำรอง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของสายน้ำแม่กลอง ไร่ข้าวโพด เป็นอาคารแฝด สูงโปร่ง ยิ่งได้เข้าไปชมภาพวาดแต่ละภาพในหอศิลป์ด้วยแล้ว จะพบพลังศิลป์อันอลังการของกลิ่นสีทีแปรงที่เจ้าของบ้านนำมาประดับตามผนัง เพื่อให้ผู้มีรสนิยมศิลปะได้เสพกันจนอิ่มตา เปิดให้ชมทุกวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 3465 8048, 08 6813 9616
  • กาญจนบุรี

  • ถ้ำเสาหินลำคลองงู

    เมืองชายแดนด้านตะวันตกของประเทศไทยอุดมไปด้วยทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวมากมายและยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เรื่องราวความโด่งดังแห่งสะพานข้ามแม่น้ำแควซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก สุสานทหารสัมพันธมิตร สุสานเขาปูน พิพิธภันฑ์สถานแห่งชาติ บ้านเก่า อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ช่วงเขาขาด ด่านเจดีย์สามองค์ และวัดวังก์วิเวการาม เที่ยวน้ำตกไทรโยคใหญ่  น้ำตกเกริงกระเวีย น้ำตกไดช่องถ่อง น้ำตกเอราวัณ น้ำตกห้วยขมิ้น
    นอกจากนี้กาญจนบุรียังมีถ้ำที่สวยงามมากมาย เช่น ถ้ำละว้า ถ้ำดาวดึงส์ และถ้ำทิพย์พิมาน ในอุทยานแห่งชาติไทรโยค  ส่วนถ้ำลำคลองงูเป็นถ้ำน้ำลอดแห่งใหม่ที่มีความสำคัญมากเนื่องจากมีเสาหินงอกที่สูงที่สุดในโลกอยู่ที่นี่

    ถ้ำเสาหินลำคลองงู ถ้ำน้ำลอดจากธารน้ำลำคลองงูกลางผืนป่ากาญจนบุรี มีกำเนิดทางธรณีวิทยามากจากธารน้ำที่ไหลเซาะทะลุถ้ำ ทำให้เกิดซอกหลืบคูหามากมาย หลายเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่ให้นักผจญภัยค้นหา ใครจะเชื่อว่า ณ.ที่ลึกเร้นภายใน จะมีเสาหินงอกมหึมา ที่ถูกบันทึกไวแล้วว่าสูงใหญ่ที่สุดในโลกซ่อนอยู่
    ถ้ำหินลำคลองงู จ.การญจนบุรี

    วันเวลาที่แนะนำ

    ถ้ำลำคลองงูสามารถเที่ยวชมได้เฉพาะในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน ที่น้ำมีไม่มากภายในถ้ำเป็นถ้ำที่ต้องผจญภัยในการเข้าไปเที่ยวและมีอุปกรณ์ในการเที่ยวถ้ำให้พร้อมจึงจะเข้าไปได้ ควรมีเจ้าหน้าที่หรือคนนำทางพาเข้าไปเสมอ
    การเดินทาง จากตัวจังหวัดกาญจนบุรี ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 323 สู่อำเภอทองผาภูมิเลี้ยวขวาตามเส้นทางสู่อำเภอสังขละบุรี ราว 26 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือเข่าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ตะวันตก น้ำตกนางครวญ เดินทางต่ออีก 20 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ลำคลองงู
    รับจองที่พัก โรงแรม ข้อมูลท่องเที่ยว ตั๋วเครื่องบิน ราคาประหยัด ที่พักหัวหิน ที่พักชะอำ ที่พักปราณบุรี ที่พักบ้านกรูด โรงแรมพัทยา ที่พักระยอง ที่พักเขาใหญ่ ที่พักปากช่อง ที่พักกาญจนบุรี  

    ------------------------------------------


    รับจองที่พัก รับจองโรงแรม แพ็คเกจทัวร์ จัดกรุ๊ปเหมา กรุ๊ปสัมมนา กิจกรรมท่องเที่ยว จัดเลี้ยงประจำปี กรุ๊ปอินเซนทีฟ

    ข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    สถานที่ท่องเที่ยว : สถานที่ท่องเที่ยว หัวหิน เที่ยวพัทยา ดำน้ำ เกาะช้าง เที่ยวน้ำตก นครนายก เกาะเสม็ด ชะอำ เชียงใหม่ ล่องแพ กาญจนบุรี กระบี่ กางเต้นท์ เขาใหญ่ ตลาดน้ำอัมพวา เกาะสีชัง เที่ยววัด อยุธยา ชลบุรี เส้นทางท่องเที่ยว ปาย แม่ฮ่องสอน เที่ยว ปาย หนาว เที่ยวหน้าหนาว แม่ฮ่องสอน ดำน้ำ เกาะล้าน ตราด เที่ยวน้ำตก สระบุรี เที่ยวเกาะเกร็ด สวนสัตว์ สวนหลวง ร.9 ดอกไม้ ทะเลแหวก เขาพะเนินทุ่ง แก่งกระจาน สวนผึ้ง ราชบุรี ตลาดน้ำ ดำเนินสะดวก เขาค้อ น้ำหนาว ปางมะผ้า ดอยสุเทพ ปุย ห้วยน้ำดัง แม่มาลัย ศรีสัชนาลัย อุทยานแห่งชาติรามคำแหง เกาะพะงัน วัดโสธร ตลาดดอนหวาย สวนสามพราน เส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร เกมส์ กิจกรรม เส้นทางเดินป่า น้ำตก น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น น้ำตกเอราวัณ ตลาดน้ำ จตุจักร ล่องแก่ง ดำน้ำ ดูปะการัง สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออก สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน ท่องเที่ยว เที่ยวปาย เกาะช้าง เกาะล้าน พัทยา กาญจนบุรี 
    โรงแรม ที่พัก : ซ่อมมอเตอร์ไซค์ ทัวร์ญี่ปุ่น ทัวร์เกาหลี ที่พักหัวหิน กล้องติดรถ ซ่อมมอเตอร์ไซค์ แพ็คเกจทัวร์เกาะกูด ล่องเรือทานอาหารค่ำ Chao Phraya Princess Grand Pearl Dinner Cruise โกลเด้น วัลเล่ย์ เขาใหญ่ สักภูเดือน เขาใหญ่ โรงแรมหัวหิน ชมวิว หัวหิน ที่พัก หัวหิน รีสอร์ท กาญจนบุรี ที่พัก เกาะช้าง โรงแรมสมุย ที่พักระยอง ล่องเรือทานอาหาร ที่พักเขาใหญ่ ที่พักนครนายก